*/
  • ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-04-06
  • จำนวนเรื่อง : 1122
  • จำนวนผู้ชม : 2713710
  • จำนวนผู้โหวต : 644
  • ส่ง msg :
  • โหวต 644 คน
หนังเคล้าน้อย

หนังเคล้าน้อย

View All
<< สิงหาคม 2013 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 4 สิงหาคม 2556
Posted by ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง , ผู้อ่าน : 1738 , 20:49:14 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน BlueHill , ลำชานบ้านบู และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

จดหมายเปิดผลึกถึงปตท..
 
...................................
 
ผมยกเอาขอเขียนรองศาสตราจารย์แม้นสรวง วุฒิอุดมเลิศ มาอ้างอิงเพื่อให้เป็นข้อมูลทางวิชาการ
 
ที่อีเอ็ม มีส่วนช่วยขจัดคราบน้ำมันได้ ซึ่งปตท.ควรจะลองศึกษาและทดลองใช้ดู ซึ่งก็ไม่เสียหายอะไร
 
ผมอ่านเรื่องราวที่ บก.ชาลี เขียนไว้ ไปเดินเล่นกับคราบน้ำมันดิบ ณ หาดหินริมอ่าวพร้าว บก.ชาลีลงทุนขุดทราย
 
เพื่อดูน้ำทะเลที่ซึมผ่านทรายเข้ามาภาพที่เห็นเป็นดังที่ผมคิด คือในน้ำที่ซึมเข้ามาในบ่อทรายมีคราบน้ำมันปะปนมาด้วย
 
ซึ่งเป็นหลักการง่าย ๆ ที่ชาวสวนอย่างพ้มเคยใช้เมื่อครั้งขุดบ่อทรายริมคลองตักน้ำไปดื่มกินยามหน้าแล้ง 
 
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่าถ้าบริเวณที่ขุดบ่อทรายนั้นมีการทับถมของกิ่งไม้และโคลนเยอะ
 
แม้นจะตักหวิดน้ำออกจนน้ำใส่สะอาดอย่างไหร น้ำจากบ่อทรายนั้นก็ยังมีกลิ่นโคลนตมอยู่
 
หรือเมื่อทิ้งไว้สักครู่ก็จะเกิดคราบตะกอนบนผิวน้ำนั้น..แก้อย่างไหรก็ไม่หาย ต้องย้ายที่ขุดบ่อทรายใหม่ 
 
อันเนื่องมาจากสิ่งสกปรกที่อยู่ในน้ำยากที่จะแก้ไขได้ เรียกว่าเกินปัญญาที่จะแก้ได้ด้วยมือของเรา
 
ด้วยพ้มไม่สามารถมองสิ่งสกปรกที่แขวงอยู่ในน้ำนั้นได้ 
 
เช่นกัน ดังที่เราเห็นคราบน้ำมันหายไปจากผิวทรายเบื้องบน แต่เมื่อลึกลงไปเบื้องล่างใต้ทราย..
 
คราบน้ำมันยังเหมือนเดิม ด้วยน้ำมันได้ซึมผ่านทรายแทรกเข้าไปอยู่ในน้ำใต้ดิน ซึ่งยากที่จะบำบัดด้วยสารเคมี
 
แต่ด้วยกรณีศึกษาจากข้อเขียนที่ผมยกมาพร้อมกันนี้ อีเอ็ม สามารถช่วยกำจัดคราบน้ำมันได้
 
ปตท.ไม่สนใจที่จะนำเรื่องราวของอีเอ็ม มาใช้บำบัดอ่าวพร้าวบ้่างหรือ..
 
อย่าทำตัวเป็นราชสีห์ หลงยุค อยู่เหลย ปตท.เห้อ...
........................................
 
...........................
 
รองศาสตราจารย์แม้นสรวง วุฒิอุดมเลิศ 
ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

          จากน้ำตาแห่งความทุกข์ระทมของชาวไทย ที่ไล่ลงมาจากทางเหนือ ทางอีสาน เรื่อยมาจนถึงภาคกลาง ทั้งหมด 64 จังหวัด ที่

น้องน้ำไล่ตามมาเยี่ยมเยือนถึงเมืองกรุง แม้จะลำบากในการใช้ชีวิตท่ามกลางกระแสน้ำ แต่ตอนนี้คนไทยรู้จัก ขี้ผึ้งวิทฟิลด์สำหรับทา

น้ำกัดเท้า และอีเอ็มบอล ไปพร้อมกับยุทโธปกรณ์ที่ต้องมีเรือ บู๊ท กางเกงสวมทับกันน้ำ เสื้อชูชีพ ฯลฯ แต่ที่อภิปรายกันกว้างขวาง คือ 

อีเอ็มบอล หรือพี่บอลของน้องน้ำ 
         

EM หรือคำเต็ม คือ Effective Microorganisms มีต้นกำเนิดมาจากแถบเอเซีย (Asean+3) คือญี่ปุ่นนี่เอง โดย Mokichi Okada ผู้ก่อตั้ง 

Sekai Kyusei Kyo จากแนวคิดที่ริเริ่มในปี 1931 และได้พัฒนาเป็นลำดับจากปี 1935 จนถึง 1948 ที่มีการตีพิมพ์รายงานถึง

การเกษตรที่ไม่พึ่งปุ๋ย และในปี 1983 จึงมีการทดลองเกี่ยวกับ อีเอ็ม เต็มรูปแบบ โดย อีเอ็ม ประกอบด้วยจุลินทรีย์หลายชนิดที่มี

ประโยชน์ ทั้งหมดประมาณ 80 ชนิด เป็นจุลินทรีย์พวกที่ก่อให้เกิดประสิทธิผล และไม่ก่อโรค มีทั้งชนิดที่การเติบโตต้องการใช้

ออกซิเจน (aerobic) และไม่ต้องการออกซิเจน (anaerobic) สามารถพบได้ทั่วไปในสิ่งแวดล้อม ดังนั้น อีเอ็ม จึงไม่ใช่จุลินทรีย์ที่มา

จากการดัดแปลงพันธุกรรม โดยแรกเริ่ม ได้นำไปใช้ในการเพาะปลูก เพื่อปรับปรุงคุณภาพดินให้ดี มีความเหมาะสมมากขึ้น ที่นอกจาก

เพิ่มผลผลิตแล้ว พืชผลที่ได้ก็มีคุณภาพดี มีความปลอดภัย การนำไปใช้ก็เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จนปัจจุบัน ความคิดและหลักการนี้

ได้มีการนำมาพิสูจน์ในทางวิทยาศาสตร์ มีการวิจัยและทดลองนำไปใช้จริงอย่างแพร่หลายในที่ต่างๆที่นอกจากญี่ปุ่นแล้ว ยังมี

ประเทศอื่นแถบเอเซีย เช่น เกาหลี จีน ปากีสถาน พม่า อินโดนีเซีย มาเลย์เซีย รวมถึงไทย ที่ใช้ทางด้านเกษตร ตลอดจนถึงแถบอื่น

นอกเอเชีย เช่น ออสเตรเลีย อียิปต์ บราซิล และสหรัฐอเมริกา (แต่บางประเทศในยุโรปกลาง เช่นสวิสเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ อาจ

หนาวเกินไป ทำให้ได้ผลไม่น่าประทับใจ) หลังจากนั้นจึงได้มีการนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ได้แก่ การลดมลภาวะจากของเสีย

เช่น ขยะจากชุมชนเมือง การปรับปรุงคุณภาพน้ำเสีย การควบคุมกลิ่น, การกำจัดของเสียและการหมุนเวียนนำมาใช้ใหม่, การทำความ

สะอาดและขจัดสิ่งปนเปื้อนในธรรมชาติ เช่น คราบน้ำมัน โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทำให้นอกจากจะมีการนำไปใช้ด้านเกษตรกรรม

แล้ว ยังได้นำไปใช้ทางด้านอุตสาหกรรม, การส่งเสริมสุขภาพที่ดีของคนและสัตว์ รวมทั้งสัตว์เศรษฐกิจ เป็นต้น 

          อีเอ็ม แบ่งเป็นกลุ่มต่างๆตามคุณลักษณะดังนี้ 

  • แบคทีเรียที่สังเคราะห์แสง ได้แก่ Rhodobacter spaeroides, Rhodopseudomonas palustrus
  • บคทีเรียที่สร้างกรดแลคติค ได้แก่ Lactobacillus เช่น L. plantarum, L. casei และ Streptococcus lactis<.i>
  • แบคทีเรียที่สร้างสารปฎิชีวนะ ได้แก่ แอคติโนมัยซิท : Streptomyces albus และ S. griseus
  • ยีสต์ ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ประเภทราเซลล์เดียว ได้แก่ Saccharomyces cerevisiae และ Candida utilis
  • ราที่พบได้ในการหมัก ได้แก่ Aspergillus oryzae, Penicillium และ Mucor hiemalis

          โดยมีจุลินทรีย์เหล่านี้ ในสัดส่วนที่ต่างกัน และมีการปรับโดยผสมกับสารอื่นๆให้เหมาะสมกับจุดประสงค์ที่จะนำไปใช้ 
 
 
 
 
http://cosda.cafe24.com/html/docs/wine/yeast2.htm,http://genome.jgi-psf.org/rhosp/rhosp.home.html.
http://www.bacferm.com.au/silac/micro/micro.html,http://www.mokkka.hu/drupal/node/2272

          การทำงานของจุลินทรีย์ในส่วนประกอบของ อีเอ็ม เช่น แบคทีเรียที่สร้างกรดแลคติค จะสร้างกรดอินทรีย์, เอ็นไซม์, สารต้าน

อนุมูลอิสระ และสารที่สามารถรวมตัวหรือจับกับธาตุอื่นหรือโลหะหนัก (metallic chelates) ซึ่งเมื่อมีการตกตะกอน จะทำให้น้ำสะอาด

ขึ้น เกิดการย่อยสลายสารอินทรีย์ และในที่ที่ปราศจากหรือมีออกซิเจนต่ำ อีเอ็ม ที่ไม่ต้องการออกซิเจน ช่วยลดสิ่งที่ไม่พึงประสงค์

จากการสลายตัวของธาตุต่างๆ ช่วยลดกากตะกอน ทำให้ลดกลิ่นเน่าเสีย ลดปริมาณแมลงและยุงที่เกิดจากขบวนการของการเน่าเสีย 

ผลพลอยได้คือ จากสิ่งที่เกิดหรือที่ได้มา หลังจากการทำงานของ อีเอ็ม สามารถนำไปใช้ต่อในการเกษตรได้อีก จึงจัดว่า อีเอ็ม เป็น

มิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยต่อสิ่งมีชีวิต เป็นสิ่งที่ได้จากธรรมชาติ ใช้งานได้ง่าย ไม่ซับซ้อน และราคาถูก 

          การบำบัดน้ำเสียโดย อีเอ็ม จึงเกิดจากการทำงานร่วมกันของจุลินทรีย์ที่เล่ามาข้างต้นนั่นเอง (เห็นไหมล่ะ ทุกอย่างจะประสบ

ความสำเร็จได้ถ้าร่วมมือกัน ดีกว่าต่างคนต่างทำ) ทำให้มีการทำลายสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ในน้ำเสียที่ไม่ตอบสนองต่อการบำบัด

โดยสารต่างๆที่พบในน้ำเสีย ได้แก่ 

  1. สารอินทรีย์ และสารอนินทรีย์ที่ไม่ละลายน้ำที่ไปขัดขวางกระบวนการบำบัด
  2. สารละลายอนินทรีย์ เช่น ฟอสฟอรัส, ไนโตรเจน หรือน้ำเสียบางแหล่งจะพบ แคลเซียม, แมกเนเซียม, โซเดียม, คลอไรด์, ซัลเฟต และฟอสเฟต สารต่างๆเหล่านี้อาจใช้วิธีทางชีวภาพในการกำจัดได้
  3. สารละลายอินทรีย์อื่น
  4. เชื้อก่อโรคต่างๆที่มากับน้ำเสีย แถมได้สารจากข้อ 2 มาช่วยในการเจริญเติบโต ทำให้สามารถคงชีวิตอยู่ได้เป็นเวลานานในน้ำเสีย

         
ผลดีที่ได้เมื่อใช้ อีเอ็ม ในการบำบัดน้ำเสีย จะวัดได้ด้วยการเจริญเติบโตของสาหร่ายที่ลดน้อยลง, ตะกอนแตกตัว และลดจำนวนลง,
 
เชื้อก่อโรคถูกจำกัด และกลิ่นจากแอมโมเนีย, แก๊สไข่เน่า และแก๊สมีเทนลดน้อยลง รวมทั้งค่า BOD ด้วย 
 
          ดังนั้น อีเอ็มบอล คืออะไร...ก็คือ พี่บอลนั่นแหละ ที่มีลูกน้องหรือตัวช่วยเป็นจุลินทรีย์ โดยเอามาผสมกับสิ่งต่างๆ ซึ่งมีหลาย
 
แบบหลายสูตร ของไทยเราช่วงนี้ หลักๆ คือแกลบ เป็นเหมือนบ้านให้จุลินทรีย์เกาะเป็นก้อนได้ รำก็เช่นกันและเป็นแหล่งให้ธาตุ
 
อาหารด้วย-เหมือนกันกับกากน้ำตาลที่ช่วยให้จุลินทรีย์ที่เราเพาะใส่ลงไปให้เติบโตและแข็งแรง เพื่อจะทำงานได้ดี เอามานวดให้เข้า
 
กันปั้นกลมๆสักประมาณลูกเทนนิสนั่นเอง..ตากหรือผึ่งให้ด้านนอกแห้ง จะได้ใช้สะดวก และให้เวลาจุลินทรีย์ทั้งหลายที่จะเจริญได้ดี
 
ดังนั้น ถ้าส่วนผสมไม่เข้ากันดีหรือสัดส่วนไม่พอเหมาะ พอก้อนแห้ง ก็ไม่เกาะตัวเป็นก้อน แต่จะร่วนแตก 
 
          แล้วทำไม ตอนนี้... พี่บอลไปอยู่ในขวดได้ล่ะ 
 
          ลองนึกๆดู.. เอาพี่บอลลงน้ำ จุลินทรีย์หรือตัวช่วยของพี่บอล นอกจากขั้นตอนการทำที่เล่ามาแล้วข้างต้น เมื่อลงน้ำต้องใช้
 
เวลาปรับตัว ก่อนที่จะสามารถสร้างสารโน่น สร้างสารนี่ ที่มีประโยชน์ก่อนเอามาใช้ได้ แถมบางที เอาพี่บอลลงน้ำที่ไหลโกรก พัดตัว
 
ช่วยไปหมด แล้วพี่บอลจะเหลืออะไร จริงไหม แต่ถ้าน้ำอยู่ในที่ที่จำกัดหน่อย มีการหมุนเวียนเปลี่ยนกันบ้างแต่พอควร...ตัวช่วยก็ใช้
 
การได้ ในทางตรงข้าม ถ้าอยากได้ผลเร็ว ได้ฤทธิ์เยอะ ก็ต้องเอาตัวช่วยนี่แหละ มาเวิร์คกันก่อน คือ เอามาจุลินทรีย์เพาะเลี้ยงด้วย
 
กรรมวิธีที่เขาชอบ โดยให้อาหารเลี้ยงที่เหมาะสมจนสร้างสารต่างๆที่ต้องการ นำมาเฉพาะที่เป็นของเหลวไปใช้ ที่เรียกกันว่า น้ำหมัก
 
ชีวภาพไงคะ 
         
โดยสรุป คือ ถ้าจะเอาพี่บอลไปใช้อย่างรวดเร็ว ก็ปั้นกับดินหรือสิ่งอื่นที่ช่วยยึดเกาะและช่วยให้จุลินทรีย์อยู่ได้ ก็จะได้แบบที่เราเห็น
 
(ที่มาเลย์เซีย เรียก mudball) แต่ถ้ามีเวลาพอและใจเย็นพอก็เอาแบบที่มาเวิร์คก่อนที่จะนำของเหลวที่ได้ไปใช้ แต่ทั้งนี้พี่บอล(และตัว
 
ช่วย)จะทำงานได้ผลดี เมื่อมีชนิดและสัดส่วนของจุลินทรีย์กับปริมาณน้ำเสีย และระดับความสกปรกหรือลักษณะการปนเปื้อนของน้ำ
 
ที่ต้องการบำบัดที่พอเหมาะกัน 
         
กับคำถามที่ว่า จุลินทรีย์ที่ยกมาข้างต้นเท่านั้นหรือ ที่ใช้เป็น อีเอ็ม ได้ จากการวิจัยที่นำเชื้อชนิดอื่น ที่แยกได้จากแหล่งต่างๆ นำมาใช้
 
ร่วมกัน หรืออาจมีการเติมสารบางอย่าง ทำให้จุลินทรีย์กลุ่มนั้น มีการผลิตสารที่มีประโยชน์ นำมาใช้ในด้านต่างๆได้ เช่น การเพาะ
 
เลี้ยง อีเอ็ม ในกากน้ำตาลจากอ้อย, น้ำข้าว, น้ำที่ปราศจากคลอรีน ปรับความเป็นกรดด่าง (pH) ระหว่าง 3.5 – 4 จะได้ในลักษณะ
 
ของเหลว และมีการปั้นเป็นก้อนโดยคลุกกับดินเหนียวหรือดิน นวดให้เข้ากัน และลองผสมด้วย โบกาชิ (Bokashi) ที่มี ข้าว ปลาป่น ขี้
 
เลื่อย เป็นส่วนประกอบเพื่อนำไปปรับปรุงคุณภาพน้ำ หรือแม้กระทั่งเมื่อนำจุลินทรีย์เหล่านี้ไปผลิตสารที่ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์
 
แต่ต้องใช้กรรมวิธีที่เหมาะสมและที่สำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัยของผู้ใช้ 
 
          เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น..มาถึงตอนนี้เราก็รู้จักพี่(อีเอ็ม)บอลกันแล้ว...จะได้สามัคคีกันขว้าง(บอล)หรือเท(อีเอ็ม) สำหรับน้องน้ำ
 
ได้อย่างมั่นใจ

เรียบเรียงจาก

  1. Alsina A, Mason M, Uphoff R A, Riggsby W S, Becker J M, Murphy D.Catheter-associated Candida utilis fungemia in a patient with acquired immunodeficiency syndrome: species verification with a molecular probe. J Clin Microbiol. 1988; 26(4): 621–624.
  2. Diver S. Nature Farming and Effective Microorganisms, Rhizosphere II : Publications, Resource Lists and Web Links from Steve Diver, 2001. (available from:http://ncatark.uark.edu/~steved/Nature-Farm-EM.html)
  3. Heo SU, Moon SY, Yoon KS, Kim YJ, Koo YM. Enhanced compost maturity by effective microorganisms. South Korea Abstracts/J Biotech.2008; 136S.
  4. Ke B, Xu Z, Ling Y, Qiu W, Xu Y, Higa T, et al. Modulation of experimental osteoporosis in rats by the antioxidant beverage effective microorganisms-X (EM-X). Biomed Pharmacother 2009; 63(2): 114-119.
  5. Khaliq A, Abbasi MK, Hussain T. Effects of integrated use of organic and inorganic nutrient sources with effective microorganisms (EM) on seed cotton yield in Pakistan. Bioresource Technology.2006; 97: 967–972.
  6. Okubo H. Kyusei Nature Farming: Historical Perspective, present status, and prospects for future development with EM technology.
  7. van Vliet PCJ, Bloem J , de Goede RGM. Microbial diversity, nitrogen loss and grass production after addition of Effective Micro-organisms1 (EM) to slurry manure Applied Soil Ecology.2006; 32: 188–198.
  8. Xu HL. Effective Microorganisms (EM) Technology towards Sustainable Agriculture and Environmental Management in Bali Island. Agricultural Experiment Station International Nature Farming Research Center, Nagano; Japan: 390-1401.
  9. Zakaria Z, Gairola S, Shariff NM. Effective Microorganisms (EM) Technology for Water Quality Restoration and Potential for Sustainable Water Resources and Management.
  10. Zhao X, Wang Y, Ye ZF, Ni JR. Kinetics in the process of oil field wastewater treatment by effective microbe B350. China Water Wastewater 2006; 11: 350-357.
  11. Zhou Q, Li K, Jun X, Bo L. Role and functions of beneficial microorganisms in sustainable aquaculture. Bioresource Techno. 2009; 100: 3780–3786.



ข้อจำกัดด้านลิขสิทธ์บทความ : 
บทความในหน้าที่ปรากฎนี้สามารถนำไปทำซ้ำเพื่อเผยแพร่ในเว็บไซต์ หรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ โดยไม่มีวัตถุประสงค์ในเชิงพาณิชย์ได้ ทั้งนี้การนำไปทำซ้ำนั้นยังคงต้องปรากฎชื่อผู้แต่งบทความ และห้ามตัดต่อหรือเรียบเรียงเนื้อหาในบทความนี้ใหม่โดยเด็ดขาด และกรณีที่ท่านได้นำบทความนี้ไปใช้ในเว็บเพจของท่าน ให้สร้าง Hyperlink เพื่อสร้าง link อ้างอิงบทความนี้มายัง
http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/thai/knowledgeinfo.php?id=79 ด้วย


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง วันที่ : 05/08/2013 เวลา : 13.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sri

อีกหนึ่งตัวอย่างอีเอ็มกับทะเล..
http://thai.amannews.org/view/view.php?id=316
......................

กลุ่มซูวารอ ปัตตานี

อ่าวไทยตอนล่างเสื่อมโทรมหนัก รมว.กระทรวงทรัพยากรฯ นำประชาชนทิ้งแท่งซีเมนต์เป็นปะการังเทียม เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ ที่ท่าเทียบเรือน้ำลึก ปัตตานี ส่วนแม่ทัพภาค 4 นำประชาชนทิ้งจุลินทรีย์มหัศจรรย์ฝีมือคิดค้นของคนไทย ‘อีเอ็มบอล’ ที่อ่าวยะหริ่ง หวังฟื้นสภาพน้ำเสียให้มีคุณค่าเหมือนเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (20 ส.ค.52) เวลา 10.00 น.บริเวณท่าเทียบเรือน้ำลึกจังหวัดปัตตานี นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานโครงการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยวางปะการังเทียมเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 77 พรรษา โดยมี ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวรายงานความเป็นมาของการจัดกิจกรรม มีนายธีรเทพ ศรียะพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก


นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า รัฐบาล ได้น้อมนำพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีความห่วงใยในทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ทรงมีพระราชดำริในหลาย ๆ โอกาสทรงแนะให้สร้างแนวปะการังเทียม เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงคมนาคม ได้เร่งรัดติดตามการทำปะการังเทียม ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลจังหวัดภาคใต้ และได้มีกิจกรรมวางปะการังเทียมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาสมหามงคล 77 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยเป็นการจัดวางปะการังเทียมในพื้นที่ตามแนวพระราชดำริ พื้นที่จัดวางอยู่ในทะเลห่างจากชายฝั่งทะเลบ้านตันหยงเปาว์ ม.4 ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ประมาณ 5- 6 กิโลเมตร บริเวณน้ำลึกประมาณ 8- 14 เมตร พื้นทะเลเป็นโคลนปนทราย

โดยแท่งปะการังเทียมนี้ทำจากปูนซีเมนต์รูปทรงลูกบาศก์โปร่งขนาดกว้างด้านละ 1.5 เมตร จำนวนกว่า 2 พันแท่ง เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศในทะเล ทดแทนแนวปะการังธรรมชาติที่เสื่อมโทรม ซึ่งจะเป็นโครงการต่อเนื่อง และจะเป็นการคืนความอุดมสมบูรณ์ให้ท้องทะเลไทย เป็นการสร้างรายได้ ตลอดจนความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับชาวประมงพื้นบ้านได้อย่าง ยั่งยืนต่อไป

นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโครงการจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำพระบารมีของแม่ แก้ปัญหาปวงประชาพัฒนาชีวิต กิจกรรมน้อมเกล้าถวายปืนคืนชีวิตสัตว์ป่า กิจกรรมปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติและปลูกต้นไม้ถวายแม่ 78 ไร่ เป็นต้น

ภายหลังพิธีเปิดโครงการแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะ ได้ลงเรือ เพื่อไปปล่อยปะการังเทียมเป็นปฐมฤกษ์ที่ท้องทะเลบริเวณหน้าบ้านตันหยงเปาว์ อำเภอหนองจิก และขณะที่คณะ สื่อมวลชนเดินทางกลับเข้าฝั่ง ได้พบฝูงปลาโลมา กำลังเล่นคลื่นอย่างสนุกสนาน แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลปัตตานีด้วย

บรรยากาศ ที่โรงเรียนบ้านบางปู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ก่อนที่ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 เปิดงาน มีชาวบ้านจากหลายหมู่บ้านที่ติชายฝั่งทะเล และชาวประมงชายฝั่ง รวมตัวกันเป็นจำนวนมากเพราะสนใจในตัวจุลินทรีย์ ที่ชื่อ อีเอ็มบอล ว่ามีหน้าตาลักษณะอย่างไรและสามารถปรับสภาพน้ำและดินที่เสียได้จริงหรือไม่


ส่วนที่บริเวณอ่าวบางปู ตำบลบางปู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี พลโท ดร. พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานเปิดโครงการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมกิจกรรม จุดประกาย รวมเป็นหนึ่ง ฟื้นฟูทรัพยากรประมงชายฝั่ง ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้ อีเอ็มบอล จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อฟื้นฟูสภาพน้ำ ดินและสิ่งแวดล้อมในอ่าวทะเลไทยให้มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น

ต่อจากนั้น แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย เครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดปัตตานี เยาวชน นักเรียน และประชาชน ร่วมลงเรือชาวประมงพื้นบ้านจำนวน 50 ลำ นำจุลินทรีย์ “อีเอ็มบอล” ไปทิ้งบริเวณปากอ่าวปัตตานี จำนวน 3 หมื่นลูก และจะทยอยทิ้งให้ครบ 1 ล้านลูกภายใน 1 เดือน

พล.ท. พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้นำ “จุลินทรีย์ อีเอ็มบอล” มาใช้ในการฟื้นฟูทะเลอ่าวไทยตอนล่างกล่าวว่า จากความร่วมมือสามฝ่าย รัฐ นักวิชาการและประชาชน ในการฟื้นฟูอ่าวปัตตานี ที่อยู่ในสภาวะวิกฤติ น้ำทะเลเน่าเสีย มีสภาพตื้นเขินกุ้งหอยปูปลาและสัตว์ทะเลหนีหายไปจากอ่าวให้สภาพแวดล้อมทาง ธรรมชาติกลับมาสมดุลอีกครั้ง โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ “อีเอ็มบอล” มาเป็นตัวช่วยปรับสภาพน้ำและดินให้มีสภาพที่ดีขึ้น

ส่วนนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ นายอำเภอยะหริ่งกล่าวว่า อ.ยะหริ่ง มีประชากร 7 หมื่นคน มี 4 ตำบลที่เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านรอคอย ที่จะปรับสภาพ น้ำและ สิ่งแวดล้อม คือ ต.แหลมโพธิ์ ต.ตะโละกาโป ต.ยามู และ ต.บางปู ประชากรชาวทะเล 15 เปอร์เซ็น มีพื้นที่ 75 กิโลเมตร หวังว่าการทำกิจกรรมในครั้งนี้จะเกิดผลดีกับชาวบ้านและสิ่งแวดล้อมโดยตรง ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตอีกด้วย

ด้านนายเปาะเตะ มาหะมะ ปราชญ์ชาวบ้านที่ทำงานเพื่อสังคมกล่าวว่า ชุมชนได้ไปศึกษาดูงานที่เกาะพิทักษ์ จังหวัดชุมพร เพื่อหาวิธีแก้ปัญหาน้ำเสีย ในจังหวัดปัตตานี เนื่องจากปัจจุบันอ่าวจังหวัดปัตตานี จากอำเภอเมืองจนถึงอำเภอ ยะหริ่งระยะทางประมาณ 30 กว่ากิโลเมตร ได้รับผลกระทบโดยตรงมาจากน้ำเสียในชุมชน โรงงานอุตสาหกรรมและนากุ้ง

ปราชญ์ชาวบ้านที่ทำงานเพื่อสังคมกล่าวเพิ่มอีกว่า โครงการนี้เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาน้ำเสียโดยเฉพาะ โดยใช้ระยะเวลา 7 ปี และไม่เกิน 3 ปี เนื่องจาก อีเอ็ม จุลินทรีย์ที่ไปช่วยบำบัดน้ำเสีย ของเสียที่อยู่ในน้ำ เพื่อปรับสภาพดินและน้ำให้ใสสะอาดเหมือนเดิมอีกครั้งและจะปรับสภาพดินและตัว อีเอ็ม ยังสามารถเป็นอาหารให้กับสัตว์น้ำได้อีกด้วย

ด้านนายอำพล พนัคครุฑ หรือ ‘ผู้ใหญ่หรั่ง’ แห่งเกาะพิทักษ์ จังหวัดชุมพร ผู้คิดค้นการใช้อีเอ็มบอลในการฟื้นฟูทะเลไทย กล่าวเพิ่มอีกว่า อีเอ็มบอล คือ จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ โดยการนำแกลบและรำหยาบ ผสมให้เข้ากัน แล้วเทโคลนใส่ คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นเทน้ำซาวข้าวลงไป แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง ปั้นเป็นก้อน นำไปตากให้แห้ง ประมาณ 1 อาทิตย์ จึงนำมาใช้ได้ โดยทิ้ง จุลินทรีย์ “อีเอ็มบอล” ทุกวัน ประมาณ 1 เดือน ให้ได้จำนวน 1 ล้านลูก โดยเริ่มทิ้งที่ปากแม่น้ำ หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน สภาพน้ำที่เน่าเหม็น จะกลับคืนมีคุณค่าเหมือนเดิม

ความคิดเห็นที่ 12 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง วันที่ : 05/08/2013 เวลา : 13.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sri

ความคิดเห็นที่ 5
BlueHill
....................
ลองตรวจสอบบริษัทขายสารเคมีกำจัดคราบน้ำมันก็น่าจะดีไม่น้อยครับ..

บางทีเราอาจตาสว่างบ้างก็ได้..

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง วันที่ : 05/08/2013 เวลา : 13.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sri

การเลี้ยงปลาชายฝั่ง

ไม่มีขอบเขตที่ชัดเจนแน่นอน ดังนั้นการนำ EM Ball ไปใช้ ก็เพียงนำ EM Ball ไปทิ้งในบริเวณเป้าหมาย สัตว์น้ำก็จะมาอยู่อาศัย สามารถจับเป็นอาหารได้ ไม่ต้องออกไปหาไกลๆ

เช่นถ้าบ้านอยู่ริมน้ำ เมือใส่ EM Ball เสมอๆก็จะมีกุ้ง หอย ปู ปลา มาอยู่บริเวณนั้น

ใช้ EM Ball ใส่ลงในกระชังเลี้ยงปลา เพื่อบำบัดน้ำเสีย

ใช่ EM Ball ใส่ลงในกระชังเลี้ยงปลา 1 ลูกต่อ 1-5 ตารางเมตร ความถี่ขึ้นอยู่กับความแรงของกระแสน้ำ
ในแม่น้ำที่ไหลแรง ควรใส่สัปดาห์ละครั้ง
คลองที่น้ำไหลไม่แรง 2 สัปดาห์ / ครั้ง
บ่อน้ำ เดือนละครั้ง


ยกตัวอย่างประสบการณ์ที่มีการนำ EM ไปใช้แล้วได้ผลอย่างบางเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงมาแล้ว

โครงการเลี้ยงปลาชายฝั่ง ของกองทัพภาคที่ 4 โดยพลโทพิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่4 ได้ทำโครงการนี้ที่ เกาะพิทักษ์ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ไม่ต้องซื้อพันธุ์ปลา ไม่ต้องสร้างกระชัง หรือตาข่าย ไม่ต้องทำคอกดักปลา แต่สามารถแก้ปัญหาน้ำเน่าเหม็นเพราะสิ่งปฏิกูลจากบ้านเรือน ด้วยการนำ EM มาหมักน้ำซาวข้าว, หมักเศษอาหารก่อนทิ้ง ทำ EM Ball นำไปใส่ในแหล่งน้ำ กำจัดกลิ่นและโคลนตะกอน และ ทำให้มีกุ้ง หอย ปู ปลาเกิดขึ้นมากมาย ขยายผลโดยการทำ EM Ball ไปทิ้งห่างฝั่งมากขึ้น มีผลทำให้ปลาเข้ามาอยู่อาศัยมากมาย
มีการนำเอา EM ไปใส่รอบเกาะของของชาวประมงที่ต้องไปหาปลาไกลๆ หลายวันหลายคืนผ่านไป จะมีไรน้ำเกิดขึ้น ต่อมามีปลาตัวเล็กๆเข้ามา ต่อมาก็มีปลาขนาดใหญ่เข้ามา กระทั่งมีปลาโลมาเข้ามาด้วย ชาวประมงก็ไม่ต้องไปหาปลาไหลหลายวัน ไปสร้างที่จับปลาไว้ตามชายฝั่งใกล้บ้าน ตี 3 ก็ออกเรือไปจับปลา สว่างก็กลับบ้าน ไม่ต้องค้างคืนค้างแรมเดินทางไกล

เมื่อมีมวลจุลินทรีย์กลุ่มดี จะมีผลให้เกิดสิ่งมีชีวิตอื่นๆ จากเล็กกระทั่งใหญ่ ที่อาศัยเป็นอาหารซึ่งกันและกัน เป็นห่วงโซ่อาหารที่ทำได้ไม่ยาก







ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาโทรสอบถามรายละเอียด

คุณโส่ย 086-522 5265

คุณสิ่ว 081-645 0575

คุณเอกราช 081-656 6215



คุณสมบัติของ EM

สามารถใช้ได้ทั้งในน้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย
ใน EM มีจุลินทรีย์กลุ่ม Photosynthetic จะทำการย่อยสลายทั้้งซากพืชซากสัตว์และแก๊สที่มีกลิ่นเหม็น เช่น มีเทน แอมโมเนีย ซัลเฟอร์ไดออกไซด์
EM ก่อให้เกิดสารอาหาร Nutrient หรือที่เรียกว่า antioxidant การกำจัดอนุมูลิอิสระให้เปลี่ยนเป็นสารอาหาร คือ แพลงตอนพืช หรือ แพลงตอนสัตว์ ซึ่งเป็นห่วงโซ่อาหารของสัตว์น้ำในรุ่นแรก (First Generstion)
หลังจากจุลินทรีย์ได้ทำงานแล้ว ปริมาณของโอโซนที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของออกซิเจนกับความชื้นในแหล่งน้ำจะพัฒนาสัตว์น้ำตามธรรมชาติ ความสมบูรณ์จะเกิดขึ้น
EM ช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างให้เป็นกลาง ผลิตออกซิเจน และสร้างภูมิต้านทานทำให้สัตว์น้ำแข็งแรง
..................
อีกหนึ่งตัวอย่างครับ..
http://www.organictotto.com/index.php?lay=show&ac=article&Ntype=1&Id=539330793

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง วันที่ : 05/08/2013 เวลา : 13.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sri

ความคิดเห็นที่ 4
ลำชานบ้านบู
....................
ทั้งแหม็ดทั้งเพ หรือทั้งฝูงดี ฮ่าา

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง วันที่ : 05/08/2013 เวลา : 13.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sri

ลองอ่านดูนะครับ.
ตามลิงค์ มี ปตท.เป็นผู้สนับสนุนอยู่ด้วย
http://vcharkarn.com/varticle/41083
.................
ซุปเปอร์บอล – EM BALL
WRITTEN BY ON JULY 7, 2010. POSTED IN ทั่วไป
สารบัญ
หน้า:1 ซุปเปอร์บอล – EM Ball



หน้าที่ 1 - ซุปเปอร์บอล – EM Ball
ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของวารสารจดหมายข่าวรักษ์ป่า สร้างคน 84 ตำบล วิถีพอเพียงและวิชาการ.คอม
http://www.pttplc.com/TH/Default.aspx

เก็บตกจากการเข้าร่วมเวทีเครือข่ายวิถีพอเพียงภาคใต้ ณ ศูนย์เรียนรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามแนวพระราชดำริ จังหวัดชุมพร เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กับ ครูมนัส หนูสวี จากโรงเรียนนาสักวิทยา ที่มาเป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่อง EM และสอนการทำ EM Ball ที่กำลังฮิตกันมากๆ หลังจากที่ปีที่แล้ว อ.ยักษ์ วิวัฒน์ ศัลยกำธร ได้จัดงานเครือข่ายจากภูผาสู่มหานที ทิ้ง EM Ball จำนวน 84,000 ลูก ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ในจังหวัดชุมพร เพื่อฟื้นฟูสภาพน้ำ

EM ย่อมาจากคำว่า Effective Microorganisms หมายถึง กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ ค้นพบโดยศาตราจารย์ ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ แห่งมหาวิทยาลัยริวกิว โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ตามธรรมชาติ กระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์ ที่มีซากพืชซากสัตว์จะกลายเป็นอาหารให้แก่พืชนั้น ต้องใช้จุลินทรีย์ในดินช่วย แต่ปัจจุบันมีการบุกรุกทำลายป่า เผา ไถ ใส่สารเคมี เป็นการทำลายจุลินทรีย์โดยตรง ซึ่งหากต้องการทำเกษตรอินทรีย์ ต้องงดใช้สารเคมี และห้ามเผาเป็นเวลา 5-10 ปี เพื่อให้จุลินทรีย์ในดินเติบโตขึ้นอีกครั้ง

การใช้ EM จึงเป็นการเติมจุลินทรีย์ลงในดินและลดระยะเวลาฟื้นฟูดินให้เร็วขึ้นและยังใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ได้ด้วย เช่น การประมง ปศุสัตว์ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างการปั้น EM Ball หรือซุปเปอร์บอลของเราในครั้งนี้ ที่จะช่วยฟื้นฟูสภาพน้ำในลำคลองหนองบึงรวมไปถึงทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาล ตามที่ครูมนัส เล่าให้ฟัง

“ผมไปดูทะเลใต้แม่น้ำในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งไม่มีปลาเลย เพราะโรงงานปล่อยน้ำเน่าลงมาและน้ำนี้ไหลไปออกทะเลบริเวณปากอ่าว ปลาจะตายหมด ดร.ฮิหงะ ก็เอา EM ให้เด็ก คนชราขยายและเทลงในคลอง หลังจากนั้น ก็คิดเรื่อง EM Ball เอาโคลนในคลองที่หมัก EM แล้ว มาผสมกับรำ ปั้นเป็นก้อนแล้วก็โยนลงไป ปรากฏว่า จากโคลนหนาก็จะเปลี่ยนเป็นโคลนหมัก และยุบตัวลง จะมีแพลงตอน ไร หนอนแดง ขึ้นมาเต็ม พอมีสัตว์ตัวเล็กๆ ก็จะมีปลาตัวเล็กตัวใหญ่ตามเข้ามา จากอ่าวที่เคยมีเรือประมง 40 ลำ ตอนนี้เพิ่มเป็น 150 ลำ

“วิธีการทำ EM Ball ไม่ยาก ขั้นแรกเตรียมดินถ้าอยู่ริมทะเลใช้ในทะเลก็ตักดินในทะเล ถ้าใช้ในสวนก็ขุดดินในสวนมา เติม EM เข้าไป นำมาผสมกับรำหยาบ 1 ส่วน รำเนียน 2 ส่วน แล้วปั้มให้สวยโดยเอาถ้วยมาประกบกัน ก็เป็นอันเรียบร้อย เอาไปโยนลงทะเล แม่น้ำลำคลองได้เลย”

ทั้งนี้ สูตรการผสม EM Ball นั้น ไม่ตายตัว ขอให้ปั้นเป็นก้อนได้ และไม่ลอยน้ำ เป็นอันใช้ได้ นอกจากนี้ครูมนัส ยังฝากวิธีการขยาย EM มาด้วย

“EM ที่ขายกันทั่วไปกระป๋องสีขาว ขวดละ 90 บาท มันแพง เราก็นำมาขยายผล โดยใช้กากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง หรือน้ำตาลปีป น้ำตาลทรายขาว น้ำซาวข้าว น้ำอ้อย 1 ฝา มาใส่ในขวด 1 ลิตร ผสมกับ EM 1 ฝา ใส่น้ำ 1 ลิตร ใส่สองฝาได้ไหม ใส่ 2 ฝาก็ได้ แต่เปลือง ใส่ให้เต็ม ปิดช่องอากาศไม่ให้มีอากาศข้างใน เนื่องจากจุลินทรีย์ไม่ต้องการออกซิเจน 7 วันผ่านไป จะมีปริมาณจุลินทรีย์ที่มีคุณภาพเท่ากันเลย ด้วยต้นทุนเพียงบาทเดียว

“เวลานำไปใช้ ผสมน้ำรดน้ำต้นไม้ ใช้ในอัตราส่วน 1/500 หรือ 1/1,000 เก็บไว้ได้หนึ่งเดือน ถ้าจะขยายต่อไม่ควรไว้เกิน 10 วัน เพราะเชื้อบางตัวมันจะตาย แล้วก็มีเทคนิค ทุกครั้งของการขยายให้เอาหัวเชื้อใส่ไปทุกครั้ง ไม่งั้นเชื้อบางตัวขยายไม่ทัน ใส่ในปริมาณน้อย ใส่สัก 1 ฝา ต่อ 1 ลิตร”

เคล็ดลับดีๆ ต่อเกษตรกรไทยที่ต้องพึ่งพาอาศัยแหล่งน้ำ ร่วมด้วยช่วยกันดูแลรักษาแบบไม่ต้องใช้เงินมากมาย และสามารถทำเป็นอาชีพเสริมได้ไม่ยาก เห็นแล้วอยากทำ EM Ball สักล้านมูลมาใส่ในคลองแสนแสบจัง

ข้อมูลจาก : สถาบันส่งเสริมเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สังกัดมูลนิธิเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 185/19 หมู่ 6 ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี 18260 โทร. 0 3636 2072

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง วันที่ : 05/08/2013 เวลา : 12.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sri

ความคิดเห็นที่ 3
wansuk
.....................
ไม่มีผลกระทบ นักวิชาการทางด้านนี้จพคำนวนปริมาณน้ำในทะเล และชายหาดทราย หลังจากนั้นจึงใช้อีเอ็มในอัตราส่วนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

น้อยไปก็ไม่ได้ผล มากไปก็ทำลาย ครับ..

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง วันที่ : 05/08/2013 เวลา : 12.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sri

ความคิดเห็นที่ 2
ยามเสาร์
........................
ขุดทรายทิ้งไปทั้งหาดก็ยังไม่หายครับ.

ต้องธรรมชาติบำบัดเท่านั้น นั้นก็คือการใช้จุลินทรีย์ทำงานแทนเรา

น่าจะจับผู้บริหารปตท.มาถูบ้านกับอีเอ็มนะครับ..ถูกครั้งแรกผ่านไปความแวววาวของพื้นยังไม่เป็นต่อเมื่อไปงีบ สักงีบหนึ่งกลับมาวาวแววดั่งเนรมิตร นั้นแหละครับอีเอ็มช่วยเราทำงาน..

ล้างรถยิ่งแจ๋วครับ..

ว่าแต่ว่าทั้งหมดนี้เขียนถึงผู้บริหาร ปตท.นะครับ..ฮ่าา

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง วันที่ : 05/08/2013 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sri

ความคิดเห็นที่ 1
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว
.............................
ปิดอ่าวสามเดือน น่าจะฟื้นกลับมาดังเดิมครับ.

หากได้ผู้เชียวชาญได้เข้าไปทำงานตอนนี้ ด้วยความลึกในการซึมลงไปใต้ทราบของคราบน้ำมันยังไม่ลึกมากนัก และความหนาแน่นน่าจะยังไม่มาก..

ความคิดเห็นที่ 5 ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 05/08/2013 เวลา : 12.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

น่าจะมีการทดลองนำไปใช้นะครัีบ
ถ้าใช้ได้ผลดี ก็ประหยัดเงินค่าสารเคมีได้มาก
และก็ปลอดภัยอีกต่างหาก

ความคิดเห็นที่ 4 ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลำชานบ้านบู วันที่ : 05/08/2013 เวลา : 00.36 น.

สวัสดีครับ
ความที่ไม่รู้ ควาย อะไรเลย ของผู้นำแบบอีเดียด ทำให้บ้านเรา เฉียบหายครับพี่หลวงเหอ ปวดตับ ปวดไปหมด...

ความคิดเห็นที่ 3 ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wansuk วันที่ : 04/08/2013 เวลา : 23.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

ใช้อีเอ็มบอลกำจัดคราบน้ำมันในทราย อีกหนึ่งช่องทางที่สามารถทดลองได้ค่ะ แล้วก็ไม่น่าจะมีผลกระทบอะไร

ความคิดเห็นที่ 2 ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามเสาร์ วันที่ : 04/08/2013 เวลา : 23.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

เรื่องของเรื่องก็คือ...ทะเลนั้นมีน้ำขึ้น-น้ำลง
น้ำมันจะถูกซัดเข้าฝั่งตอนน้ำขึ้น แล้วบางส่วนผสมกับน้ำทะเลซึมในทรายตอนน้ำลง
เมื่อน้ำมันถูกซัดมาเกยชายหาดและผ่านวัฏจักรน้ำขึ้น-น้ำลงหลายครั้งหลายวัน
ใต้พื้นทรายจึงกลายเป็นที่ดูดซับน้ำทะเลที่มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบไปด้วย
มากน้อยแค่ไหน...เป็นเรื่องที่ต้องสำรวจตรวจวัดและหาวิธีการกำจัด...
หากมีเกินจนทำร้ายทำลายสิ่งแวดล้อม...

ความคิดเห็นที่ 1 ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 04/08/2013 เวลา : 22.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

น้ำมันแอบแฝงตัวอยู่ในทราย กำจัดยากจริงๆ เลยละครับคุณลูกแมว

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน