*/
  • ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-04-06
  • จำนวนเรื่อง : 1122
  • จำนวนผู้ชม : 2623585
  • จำนวนผู้โหวต : 643
  • ส่ง msg :
  • โหวต 643 คน
หนังเคล้าน้อย

หนังเคล้าน้อย

View All
<< พฤษภาคม 2014 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม 2557
Posted by ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง , ผู้อ่าน : 6220 , 19:59:47 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน Chaoying , กำหนัน และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

ผมนำเอาเรื่องราวต่าง ๆ มาปะติดปะต่อแบบไม่ตัดตอน อาจจะยาวไป แต่พยายามอ่านดูนะและทำความเข้าใจในบางประเด็น

เรื่องราวแต่หนหลังบางเรื่องบางราว มันบอกความเป็นตัวตนของคนในชาติได้ /ผู้เขียน

.......................................

จากเรื่องราวในจังหวัดพัทลุงที่มีการขุดพบทองคำ นำสันนิษฐานเชื่อมโยงไปสู่ ‪#‎ทองห่อยอดพระบรมธาตุ

นครศรีธรรมราช‬ และ ‪#‎ทองห่อยอดพระธาตุวัดเขียนบางแก้วพัทลุง‬ ทำให้หวนนึกถึง ‪#‎ประวัตินางเลือดขาวผู้สร้างพระธาตุ‬ และ

ตำนานเมืองพัทลุง

‪#‎พระนางเลือดขาว‬” เป็นคนพัทลุงที่มีศรัทธาแรงกล้าในพุทธศาสนา มีความสามารถสูง จดหมายเหตุพงศาวดาร ตำนาน

ประวัติศาสตร์ ได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานเชื่อถือได้ ถึงปัจจุบันนับจำนวนได้เป็นพันปี ถึงแม้หลักฐาน พ.ศ./สมัย ไม่ตรงกันบ้างแต่

บุคคลมีอยู่จริง ข้อความในวงเล็บผู้เขียนอธิบายเพิ่มเติมเพื่อเข้าใจง่ายขึ้น

พงศาวดารเมืองพัทลุง ฉบับหอสมุดแห่งชาติภาค 15 และหนังสือประวัตินางเลือดขาวเขียนไว้ว่า นางเลือดขาวเป็นบุตรบุญธรรม

ของตาสามโมและยายเพชร เกิดที่บ้านพระเกิด (ปัจจุบันบ้านพระเกิด ต.ฝาละมี อ.ปากพยูน จ.พัทลุง) ปละท่า (ฝั่ง) ตะวันตกของ

ทะเลสาบ ตายายเป็นหมอสดำ (หมอจับช้าง, ควาญช้าง) หมอเฒ่า (สัตวแพทย์) นายกองช้าง เลี้ยงช้างส่งเจ้าพระยากรงทอง เจ้า

เมืองพัทลุง (ขณะนั้นเมืองพัทลุงตั้งที่สทิงพระ)

นางมีผิวพรรณ เลือด ที่ออกจากร่าง “ขาว” จึงเรียก “นางเลือดขาว” หลักฐานว่านางเลือดขาวเป็นบุตรลับๆ พ่อแม่ไม่กล้าเลี้ยงเพราะ

เลือดไม่เหมือนคนทั่วไป จึงมอบให้เป็นบุตรลับบุญธรรมแก่ตายายเลี้ยง ตาสามโม ยายเพชร เป็นตายายที่ใจบุญ รับเด็กหญิงมาเลี้ยง

ขณะที่ขณะนั้นได้มีบุตรบุญธรรมเลี้ยงอยู่แล้วหนึ่งคนชื่อกุมาร เมื่อทั้งสองเจริญวัยขึ้นเป็นหนุ่มสาว ตายายก็ให้หนุ่มสาวแต่งงานกัน

กุมารกับนางเลือดขาวย้ายจากบ้านเกิดไปที่ใหม่ ณ บางแก้ว (ระยะทางปัจจุบันประมาณ 15 กม.) เมื่อตายายถึงแก่กรรม กุมารกับนาง

ทำฌาปนกิจศพแล้วนำอัฐิไปฝังไว้ในถ้ำคูหาสวรรค์ กุมารกับนางได้รับมรดกเป็นนายกองช้าง ต่อมามีกำลังมากขึ้นทรัพย์สินเพิ่มขึ้น

ทั้งสองมีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เมื่อไปอยู่ที่บางแก้วไดสร้างวัดบางแก้ว วัดสทัง วัดสทิงพระ พร้อมๆ กันสามวัด เพื่อสร้างอุทิศ

ส่วนให้สองตายาย

สิ่งก่อสร้างของวัดบางแก้ว (ปัจจุบันวัดเขียนบางแก้ว ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน พัทลุง) พระเจดีย์ อุโบสถ วิหาร กุฏิ พระพุทธ

รูป ได้จารึกเรื่องราวของการสร้างวัดลงในแผ่งทองคำ ตามหลักฐานสร้างเสร็จ พ.ศ.1492 และได้จัดฉลองรวมกันทั้งสามวัด (จากการ

คำนวณศักราชของศาสตราจารย์ฉ่ำ ทองคำวรรณ ตรงกับ พ.ศ.1582 รวมถึงไม่สัมพันธ์กับการเดินทางไปกรุงสุโขทัย) การเดินทางไป

ลังกา อดีตสมัยนั้นยากลำบากและกันดารมาก ต้องเดินทางโดยเรือ เรือมักประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิตระหว่างการเดินทางเสมอ แต่

พระนางเลือดขาวเดินทางได้สำเร็จ เพราะก่อนเดินทางได้ตั้งจิตอธิษฐานขอให้เดินทางโดยปลอดภัย และก่อนลงเรือที่เมืองถลาง

(อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ปัจจุบัน) พระนางเลือดขาวได้สร้างวัดขึ้น 1 วัด คือวัดพระนางสร้างเกี่ยวกับวัดพระนางสร้างหรือวัดนางสร้างมี

ตำนานอยู่ที่เมืองภูเก็ตรู้กันอยู่ว่าบริเวณหลังวัดนี้เดิมเป็นสมรภูมิ เมื่อครั้งเมืองถลางเกิดศึก โดยคุณหญิงจันและคุณหญิงมุกใช้พระ

อุโบสถของวัดนี้เป็นที่ตั้งมั่นในการรบกับพม่า

พระนางเลือดขาว เมื่อกลับจากลังกา (สันนิษฐานว่าเรือต้องไปขึ้นฝั่งที่ตรัง) ได้สร้างวัดที่ตรัง 2 วัด ตามตำนานบันทึกคือ วัดพระ

พุทธสิหิงค์ เป็นวัดเก่าแก่ร่วมสมัยกับพระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช และเจดียบางแก้ว พัทลุงพระแม่เจ้าอยู่หัวเลือดขาว ได้พระ

พุทธสิหิงค์มาแต่ลังกาทวีป เรือล่มตรงปากอ่าวเมืองตรัง (กันตัง) ที่หน้าบ้านม่วง แต่ก็ยังรักษาองค์พระไว้ได้พระแม่เจ้า โปรดให้ต่อเรือ

ใหม่ ล่องทวนน้ำสู่คลองนางน้อย (ปัจจุบันชื่อคลองยังเรียก “นางน้อย” เช่นเดิม) ถึงทำเลปฏิรูป ทุ่งนาโยง (อำเภอนาโยงปัจจุบัน) จึง

โปรดให้สร้าง “วัดพระศรีสรรเพชรพุทธสิหิงค์” และได้โปรดประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ไว้ ณ พระอุโบสถ พัทสีมาในวัดนี้ (ที่ตั้ง

ปัจจุบัน เส้นถนนพัทลุง-ตรัง ห่างจากที่ว่าการอำเภอนาโยง 1 กม. คนใต้เรียกวัดนี้ว่า วัดหิงค์)

สำหรับวัดพระงาม แม่เจ้าอยู่หัวเลือดขาว โปรดให้สร้างพระพุทธรูปด้วยทองคำที่เหลือจากการสร้างพระธาตุนครศรีธรรมราช (ที่ตั้งวัด

พระงาม ปัจจุบันเส้นทางพัทลุง-ตรัง ก่อนถึงอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ 2 ก.ม. มีทางแยกด้านซ้ายมือ)เมื่อเดินทางจากลังกา

สร้างวัดที่ตรังเสร็จแล้ว พระบรมสารีริกธาตุ ไปบรรจุที่พระธาตุแก้ว มีการเฉลิมฉลองเป็นการใหญ่อีกครั้งหนึ่ง พระบรมสารีริกธาตุใน

พระเจดีย์ได้แสดง ปาฏิหาริย์ให้ปรากฏแก่คนทั้งหลาย

จากนั้นมา ชื่อพระนางเลือดขาว ลือเลื่องปรากฏถึงฝ่ายเหนือกรุงสุโขทัยพระเจ้าแผ่นดินโปรดให้พระยาพิษณุโลกกับนางทองจันทร์

คุมนางสนมมารับนางเลือดขาวที่นครศรีธรรมราช เพื่อจะทรงเลี้ยงเป็นมเหสี ครั้งนางเลือดขาวเข้าไปถึงกรุงก็ไม่ได้ขึ้นเป็นมเหสี หรือ

นางสนมพนักงานไม่ ด้วยนางนั้นมีสามีและมีครรภ์ติดมาแต่สามีเดิมแล้วครั้งถึงกำหนดและนางคลอดบุตรเป็นชาย ครั้นกุมารเจริญวัย

ขึ้นพระเจ้าแผ่นดินทรงขอไว้

นางเลือดขาวทูลลากลับบ้านเดิม จึงโปรดให้ส่งกลับพัทลุง ครั้งนั้นนางเลือดขาวเดินทางมาทางคลอดปากพนัง ได้พักอยู่ที่บริเวณนี้

ได้สร้างวัดไว้ที่บ้านควง ในคลองควง ซึ่งแยกจากแม่น้ำกาเกตและคลองปากพนัง เรียกกันว่า วัดแม่อยู่หัวเลือดขาว (ปัจจุบันข่าวว่า

เป็นวัดร้าง เมื่อครั้นที่เจ้าคุณรัตนธัชมุณี (ม่วง) วัดท่าโพธิ์ นครศรีธรรมราชได้เล่าให้พังที่วัดคงคา พัทลุง พ.ศ.2464) สุดท้ายชีวิต

นางเลือดขาว พระยากุมารสามี อยู่ด้วยกันที่บางแก้วพัทลุง จนอายุชราประมาณ 70 ปี ถึงแก่กรรม ภายหลังบุตรนางเลือดขาวได้ออก

จากกรุงสุโขทัยมาเป็นคหบดีอยู่ที่บ้านพระเกิด พัทลุง ชาวเมืองเรียกว่า “เจ้าฟ้าคอลาย” ด้วยเข้าใจว่าเป็นพระราชบุตรพระเจ้า

แผ่นดิน และที่คอมีลายสักแบบชาวเหนือ จากตำนานพงศาวดารเมืองพัทลุง เล่ม 12 ได้กล่าวเกี่ยวกับ “พระนางเลือดขาว” ว่า

ประมาณ พ.ศ.1800 เจ้าเมืองพัทลุงที่สทิงพระชื่อ พระยากรุงทอง มีบุตรชายชื่อ พระกุมาร เมื่อพระกุมารเป็นหนุ่มได้ไปดูแลกอทัพช้าง

ของบิดาที่บ้านพระเกิด ฝั่งทะเลตะวันตก โอกาสครั้งนั้นพระกุมารได้พบหลงรักนางเลือดขาวกุลธิดาผู้สวยงามของนายกองช้าง คือตา

สามโม ยายเพชร ต่อมาพระกุมารก็ได้นางเลือดขาวเป็นชายา จากนั้นด้วยการสนับสนุนของพระยากรุงทอง กับตาสามโม ยายเพชร

พระกุมาร นางเลือดขาว ก็ยกไพร่พลไปทางทิศเหนือ ไปตั้งเมืองใหม่ขึ้นที่ฝั่งตะวันตกของทะเลสาบ ตรงฝั่งซ้ายของแม่น้ำบางแก้ว

บริเวณที่เรียกว่า “โคกเมือง” ต่อจากนั้นก็เรียกกันว่า พระยากุมาร พระนางเลือดขาว เป็นปฐมกษัตริย์ผู้สร้างเมืองพัทลุงใหม่ มีฐานะ

เป็นเมืองลูกหลวงของพัทลุงที่สทิงพระ ครั้งนั้นเมืองลูกหลวงของพระยากุมาร พระนางเลือดขาวมีอาณาเขตปกครองประชาชน

พลเมือง ทางฝั่งทะเลสาบตะวันตกทั้งหมด

พงศาวดารเมืองพัทลุง เล่ม 12 บันทึกว่า เมืองพัทลุงใหม่ที่โคกเมืองบางแก้วเมื่อ พ.ศ.1832 ได้เจริญรุ่งเรือง มีเจ้าเมืองสืบต่อกันมา

เป็นเวลาประมาณ 300 ปี พ.ศ.2180 ได้ถูกกองโจรสลัดอุชงตะนะ กองทัพศาสนาอิสลามโจมตีอย่างหนัก หลายครั้งหลายหน เมือง

พัทลุงแตก ต้องไปสร้างเมืองใหม่ที่เขาชัยบุรี ควนมะพร้าว ลำปำและวังเนียงคูหาสวรรค์ (ตามหลักฐานพัทลุงย้ายเมืองแล้ว 12 แล้ว)

จากจารึกในเพลาเมืองสทิงพระ กรมศิลปากร มีความว่า “ศุภมัสสุ 651 ศกระกา นักบัตร เอกศกจำเดิมแต่แรกตั้งเมืองพัทลุง ครั้งเมื่อ

ตั้งพระ วัดเขียน วัดสทัง วัดสทิงพระ คณะสามป่าแก้ว อนุโลมเป็นหัวเมืองสทิงพระ” ตามข้อความนี้ หมายความว่า จุลศักราช 651

ตรงกับ พ.ศ.1832 ตรงกับสมัยกรุงสุโขทัย คือเมื่อ พ.ศ.1832 นั้น วัดเขียน วัดสทัง วัดสทิงพระ รวมเป็นเมืองขึ้นอยู่เมืองสทิงพระ

ประโยคที่ว่า “ครั้งเมื่อตั้งพระ” หมายความว่า ตั้งพระประธานในโบสถ์วัดเขียน วัดสทัง และวัดสทิงพระอาณาจักรศรีวิชัย (พ.ศ.1300-

1836) ตั้งก่อนกรุงสุโขทัยกว่า 500 ปี ในสมัยอาณาจักรศรีวิชัยนั้น ปรากฏว่าเมืองพัทลุงเป็นเมืองอยู่แล้ว โดยมีเมืองขึ้นอยู่ในปกครอง

11 เมือง คือ

1. เมืองปะเหลียน
2. เมืองชะรัด
3. เมืองกำแพงเพชร (รัตภูมิ)
4. เมืองจะนะ
5. เมืองเทพา
6. เมืองสงขลา
7. เมืองสทิง
8. เมืองพิพัทสิงห์
9. เมืองระโนด
10. เมืองปราณ (ท่าเสม็ด)
11. เมืองศรีชะนา (ท่ามิหรำ)

อาณาจักรศรีวิชัย มีอิทธิพลตามประวัติศาสตร์ตั้งแต่เกาะชวา แหลมมาลายูเหนือสุดถึงเมืองไชยา อาณาจักรนี้เชื่อว่าตั้งอยู่ที่เกาะ

สุมาตรา เมืองพัทลุงก็เคยอยู่ในปกครองของอาณาจักรนี้แล้วด้วย และยังมีนักประวัติศาสตร์หลายท่านเชื่อว่า พัทลุงบางแก้ว (ปาฏลี

บุตร) เป็นที่ตั้งของอาณาจักรศรีวิชัย

หลักฐานเพิ่มเติม เรื่องของนางเลือดขาว ตามที่อ้างแล้ว เมื่อครั้งเจ้าอินทร์ (พ.ศ.2057 สมัยอยุธยา) ได้ปฏิสังขรณ์วัดเขียนบางแก้ว

และวัดสทัง ได้นำไม้แก่นแคฝอยแกะเป็นนางเลือดขาวและพระพุทธรูปเรียกว่า “ประทุมกาศเทวานางเลือดขาว”

การสร้างพระธาตุเจดีย์ในปักษ์ได้ ซึ่งถือว่าได้มาจากลังกานั้น พระบรมธาตุที่เก่าแก่ และมีฐานะเสมอเหมือนกัน 3 แห่ง คือ

พระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช
พระบรมธาตุ บางแก้ว พัทลุง
พระบรมธาตุไชยา สุราษฎร์ธานี
พระบรมธาตุทั้งสามแห่งมีสมณศักดิ์พระครูชั้นสัญญาบัตร ประจำพระบรมธาตุทั้ง 4 ทิศ นัยว่าได้ตั้งชื่อตามชื่อกา ซึ่งได้เฝ้าพระบรมธาตุทั้ง 4 ทิศ คือ
พระครูกาแก้ว (กาขาว)
พระครูกาชาด (กาแดง)
พระครูการาม (กาลาย)
พระครูกาเดิม (กาดำ)

ปัจจุบันพระธาตุเจดีย์วัดเขียนบางแก้ว กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นโบราณสถานของชาติ พ.ศ.2523 ทางวัดได้ทำการก่อสร้าง

พิพิธภัณฑ์เพื่อเก็บรักษาโบราณวัตถุที่ประชาชนพบในละแวกชุมชนรอบวัดเขียนบางแก้วจากท้องไร่ ท้องนา และในทะเลสาบ เพื่อ

อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา “พระนางเลือดขาว” เป็นบรรพบุรุษ “คนพัทลุง” เป็นหญิงแกร่ง เก่ง ดี รวย สวย เป็นคนจริง มีแต่ให้ เสียสละ

เพื่อส่วนรวม

การนำเสนอ “นางเลือดขาว” สู่มวลชน เพื่อสดุดีเทิดพระเกียรติท่าน เพื่ออนุชน ปัญญาชน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำประเทศ องค์กรเอกชน

ได้รับรู้ถึงมรดกที่ท่านสร้างไว้ พระพุทธรูป “พระพุทธสิหิงค์” อันล้ำค่าสูญหายไป อยู่ในครอบครองของท่านผู้ใด วัดพระงาม วัดพระ

พุทธสิหิงค์ จังหวัดตรัง วัดพระนางสร้าง จังหวัดภูเก็ต วัดสทิงพระ จังหวัดสงขลา วัดเขียนบางแก้ว วัดสทัง จังหวัดพัทลุง ได้รับการ

ดูแลบูรณะ มีความมั่นคง วัดแม่อยู่หัวเลือดขาวที่ปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นวัดร้างไป ชาวพุทธผู้ใจบุญทั้งหลายช่วยเสีย

สละอีกครั้ง น่าจะมีโอกาส

สุดท้ายเพื่อให้ผู้อ่าน “บอกต่อ” ว่า พระบรมธาตเจดีย์บางแก้ว มีมานานตั้งแต่สมัยอาณาจักรศรีวิชัย พร้อมๆ กับพระบรมธาตุไชยา

พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช ได้เปิดกว้างสู่การท่องเที่ยวกราบไหว้บูชา เป็นโบราณวัตถุ โบราณสถาน ของชาติบ้านเมืองที่ต้องบำรุง

รักษา เพื่อชนรุ่นหลังสืบไป

‪#‎จากการพิมพ์ไว้ในหนังสือวรรณกรรมอนุสรณ์‬ เนื่องในงานฌาปนกิจศพผู้ใหญ่สมจิตต์ (เต้ง) สุขสวัสดิ์ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2548

รูปภาพของ ท่าข้ามเรดิโอ
 
รูปภาพของ ท่าข้ามเรดิโอ

 ....................................

ขอขอบคุณที่มา..https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=692204167481355&id=188307934537650
.....................................

 เนื้อหามันยาวมาก 

อ่านต่อได้ตามลิงค์ นี้ครับ..http://www.oknation.net/blog/sriudom/2010/12/07/entry-1

จากลิงค์ เรื่องราวของมโนห์รา ที่ซ่อนเรื่องราวของประวัติการสมโภชพระบรมธาตุไว้ ส่วนการพบทองจะเป็นส่วนหนึ่งของ

การตระเตรียมหรือไม่ อันนี้ยกให้นักโบราณคดีหรือท่านผู้รู้จะดีกว่าครับ.

ส่วนความเห็นที่ 4 จากลิงค์นี้ อ่านแล้วก็อย่าคิดมากความพยายามกลืนชาติพันธ์ุ ในสยามมีมานานแหล้ว

ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของความขัดแย้งกันทางประวัติศาสตร์. 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง วันที่ : 02/06/2014 เวลา : 12.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sri

ความคิดเห็นที่ 5
Chaoying
...................
ชวน บก.จัดทัวร์ ตามรอยทองเสียเหลย น่าจะดี ฮ่าา

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง วันที่ : 02/06/2014 เวลา : 12.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sri

ความคิดเห็นที่ 4
กำหนัน
................
แกงไก่ลักกับหยวกกล้วยเถื่อนหม้ายขอสักถ้วยถี..

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง วันที่ : 02/06/2014 เวลา : 12.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sri

ความคิดเห็นที่ 3
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว
......................
เรื่องราวการบูรณะพระบรมธาตุในสมัยพระเจ้าจันทรภานุนั้น มีเรื่องเล่าที่เป็นเกร็ดประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับการสร้างเจดียในที่ต่าง ที่อยู่รายรอบเมืองคอนว่าเกี่ยวข้องกับการบูรณะพระบรมธาตุ ด้วยผู้คนสมัยนั้นเดินทางเข้าสู่เมืองคอนไม่ทัน ทราบข่าวระหว่างทางว่าการบูรณะพระบรมธาตุเสร็จสิ้นแหล้ว

จึงได้สร้างเจดีย์ไว้ยังสถานที่ต่าง ๆ เป็นสิ่งแทนพระบรมธาตุ

ความคิดเห็นที่ 5 ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 31/05/2014 เวลา : 21.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ถึงไม่ได้เป็นคนพัทลุงอย่างอะหนึ่ง เป็นคนตรังกะอ่านละเลียด ได้รสชาติไม่แพ้กัน ฮาๆ มีวัดหิงส์ กัน สงสัยว่าต้องไปเที่ยววัดนี้สักทีแล้ว ขอบคุณมากที่บอก ประวัติพระนางเลือดขาว มีเขียนไว้ที่วัดภูเขาทอง แรกกะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่พอลูกแมวเขียนละเอียดพันนี้ เห็นทีต้องหลบไปอ่านอีก..
แรกก่อนเชื่อว่า..มีการเดินทางนำเครื่องบรรณาการไปถวายที่พระธาตุนครศรีแน่นอน..ถ้าช้างหาย ที่นาโยง ก็มีเรื่องขบวนช้างที่นำเครื่องราชไปถวายเนี่ยแหละ ลูกช้างซนๆ ก็เลยวิ่งหายไปในถ้ำช้างหาย..
..ส่วนตัวแล้ว..ชอบเมืองพัทลุงมาก เพราะเงียบ เรียบง่าย..และมีความเป็นเดิมๆ น่าอยู่สงบตามวิถีชาวบ้าน ไม่พลุกพล่านมาก อยากให้พัทลุงเป็นแบบนี้ไปตลอด..แต่ห้างกะเริ่มมาจีบๆ แล้ว

ความคิดเห็นที่ 4 ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กำหนัน วันที่ : 31/05/2014 เวลา : 10.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

กินข้าวก่อนนิ ค่อยมาอ่านใหม่อิอิ

ความคิดเห็นที่ 3 ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 30/05/2014 เวลา : 22.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

ไม่น่าเชื่อว่าจะเชื่อมโยงเรื่อง ทองคำที่ขุดเจอเมืองลุง ไปไกลกันได้ขนาดนี้นะครับคุณลูกแมว

ความคิดเห็นที่ 2 กำหนัน ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง วันที่ : 30/05/2014 เวลา : 21.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sri

ความคิดเห็นที่ 1
อะหนึ่ง
................
เน็ตไม่สถาพรเท่าไหรครับ.

ความคิดเห็นที่ 1 ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อะหนึ่ง วันที่ : 30/05/2014 เวลา : 21.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

อ่านตำนาน พระนางเลือดขาว‬ เพลินเลยครับ คุณลูกแม้ว
เพราะเป็นคนพัทลุง มั๊ง จึงอ่านได้อรรถรส เห็นภาพ
(หากเป็นคนนอกถิ่น คงอ่านไปแบบผ่านๆ งงๆ ๕๕๕+)
พระนางเลือดขาว ถึงแม้จะเป็นตำนาน แต่ผูกโยงเรื่องราว
ได้เข้ากับสถานที่ต่างๆ เสมือนว่า เสมือนจริง‬
ที่สำคัญ เรื่องเล่านี้ คนผู้เฒ่าผู่แก่ ในสมัยก่อน
เล่าต่อๆกันได้ปากต่อปาก ให้ลูกหลานฟัง แบบไม่ต่องเปิดบันทึก
ผมเองก็เคยฟังคุณยายเล่าให้ฟัง มาตั้งแต่เด็กๆ ครับ
บ้านพระเกิด ต้นกำเนิดนางเลือดขาว ก็อยู่ใน อ.ปากพะยูน เดียวกัน

(ปล. ปรับแก้บรรทัด ให้อ่านได้ไม่สะดุด ก็ดีนะครับ
บล็อกโอเค โพสท์แล้ว แก้ไขได้นิ อิ อิ)
...
ส่วนเรื่องทองผุด ที่ เขาชัยสน
ในขณะที่ชาวบ้านตื่นทอง แห่ขุดราบกันเป็นหน้ากลองแล้ว
แต่ฝ่าย "กรมศิลป์" ท้องถิ่น ยังทำงาน เชื่องช้าเป็นเต่าคลาน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน