*/
  • ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-04-06
  • จำนวนเรื่อง : 1122
  • จำนวนผู้ชม : 2603396
  • จำนวนผู้โหวต : 641
  • ส่ง msg :
  • โหวต 641 คน
หนังเคล้าน้อย

หนังเคล้าน้อย

View All
<< มิถุนายน 2014 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 4 มิถุนายน 2557
Posted by ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง , ผู้อ่าน : 6135 , 12:52:17 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน รวงข้าวล้อลม , แม่มดเดือนMarch โหวตเรื่องนี้

ยาสตรีเพ็ญภาค ใครไม่รู้จักยกมือขึ้น..

.........................

ไล่อ่านเรื่องอ่านราวไปเรื่อย  ระหว่างรอตรวจสอบความเร็วของเน็ตที่แจ้ง ทีโอที ให้ทำการแก้ไขให้ ไปเจอเรื่องราวของยาสตรีเพ็ญ

ภาค ตราพญานาคเข้า เรื่องของเรื่อง เรื่องยาสตรีชนิดนี้มันติดหูมาตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ครั้งฟังวิทยุเอเอ็ม ใช้ถ่านสาม-สี่ก้อน ที่ฟังกันจน

ได้ยินเสียงแมลงสาป (ถ่านหมด เมื่อเอามาแนบกับหูเพื่อฟังนิยายจะได้ยินเสียงแมลงสาปที่วิ่งอยู่ด้านในวิทยุ ดังกว่าเสียงวิทยุ)

นั้นแหละครับ.จึงคลิกเข้าไปอ่านดู

ไม่น่าเชื่อนะครับว่าเจ้ายาสตรีเพ็ญภาคนี้มีอายุเกือบ 100 ปีเข้าไปแหล้ว สืบทอดกันมาถึงทายาทรุ่นที่ 3 .

.................................

 

ภาพของสตรีที่คุ้นหน้า...บางบ้านอาจคุ้นยิ่งกว่าภาพพ่อแม่พี่น้อง...คือภาพสตรีในขวดยา สตรีเพ็ญภาค

เอนก นาวิกมูล รวบรวมเขียนไว้ในหนังสือพ่อค้าไทยยุค พ.ศ.2480 (สำนักพิมพ์แสงดาว พ.ศ.2557) ว่า เคยผ่านตาโฆษณาห้างยาเพ็ญภาคบ่อยๆ จนกระทั่งรู้ว่า ถึงวันนี้ ห้างนี้ก็ยังคงทำกิจการอยู่

ยาดัง ที่ยังติดหูคนไทย ยาสตรีเพ็ญภาค ตราพญานาค บนกล่องมีรูปผู้หญิง ในกรอบลายไทย สะดุดตาสะดุดใจจนน่าซื้อไว้โชว์

เอนก ได้ข้อมูลแรก จากหนังสือพิมพ์ ชื่อ “วันอาทิตย์” ฉบับวันที่ 18 ก.ค.2469 เขียนว่า เวลา 3 ทุ่ม ฤกษ์งามยามดี นายเจือ เพ็ญภาคกุล ได้ทำการเปิดโรงละคร ที่ได้ชื่อพระราชทานว่า “สุโขทัยฮอล” ที่ตำบลสี่แยกราชวงศ์ จังหวัดพระนคร

ในการนี้ นายเจือได้กราบทูลอัญเชิญ สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงชักผ้าคลุมป้ายใหญ่ หน้าโรงละคร เป็นปฐมฤกษ์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ทรงชักผ้าคลุมป้ายน้อยสองข้าง นายพลโท พระองค์เจ้าคำรบ ทรงชักผ้าคลุมป้ายตรงทางเข้าด้านนอก

คืนนั้น คณะปราโมทย์นคร แสดงเรื่อง ฝืนความรัก เป็นที่พอพระหฤทัยมาก

เอนกบอกว่า การทำละครของนายเจือ น่าจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าทำยาขาย ผลงานอันเป็นประจักษ์ ที่กล่าวถึงนายเจือ กล่าวกันแต่เรื่อง ห้างขายยา ตราพญานาค เป็นสำคัญ

หนังสือประวัติพ่อค้า ยุค 2480 ที่ได้จากคุณมัลลิกา วัชราภัย ธิดาหลวงนรเสรฐสนิท (สัน พานิช) ลงรูปประวัตินายเจืออย่างย่อว่า นายเจือ เพ็ญภาคกุล เจ้าของและผู้จัดการห้างขายยาเพ็ญภาค ถนนเยาวราช สำเร็จการศึกษา ชั้นมัธยมปีที่ 7 จากโรงเรียนวัดปทุมคงคา และชั้น 6 จากโรงเรียนอัสสัมชัญ เคยเป็นนักเรียนกฎหมาย

แต่งงานเมื่อ พ.ศ.2460 กับบุตรีคนใหญ่ของนายแป๊ะ โอสถานุเคราะห์ (ผู้ก่อตั้งห้างเต๊กเฮงหยู)

เมื่อแต่งงานมีเงินทุนอยู่ 3 พันบาท ได้เพียรพยายามทำการค้าจนมีกำไร มีทุนเพิ่มขึ้นเป็น 12,000 บาท จึงได้แยกออกมาตั้งห้างขายยาเพ็ญภาค 3 ปีแรก มีกำไร 5 พันบาท ต่อจากนั้น สมัยที่เขากวาง แผลงฤทธิ์ ได้กำไรปีละ 7 หมื่นบาท 11 ปีติดกัน

ต่อมาเมื่อถูกไฟไหม้ กิจการค้าขาดทุน เกือบล้มละลาย เคราะห์ดี ที่ได้รับอุปการะจากน้อง ซึ่งนายเจือเคยอุปการะให้ตั้งตัวได้ เช่น 1.77 บาหยัน และ สงวนศรี

เอนกทราบต่อมาว่า 1.77 นั้น เป็นของนางประชิต นางสาวธนบุรี พ.ศ.2477 แต่งงานกับนายเล็ก น้องชายนายเจือ เพ็ญภาคกุล มีบุตรธิดา 7 คน ชื่อโรงงาน 1.77 มาจากตำแหน่งนางงามอันดับที่ 1 ของธนบุรี ปี 2477

ส่วนบาหยัน เคยมีโฆษณา เครื่องสำอางชุดบาหยัน เครื่องประทินผิวหนังชั้นสูง แม้แต่ในยามฉุกเฉิน กลิ่นหอมของบาหยันยังทำให้ น้ำใจนักรบสดชื่น

เอนก สืบสาว เครื่องสำอางชุดบาหยัน...ผลิตจากโรงงานชื่อเพ็ญประภา ตั้งอยู่ถนนเยาวราชสรุปได้ว่า ประภา จัยวัฒน์ น้องของเจือ เพ็ญภาคกุล เป็นเจ้าของกิจการเครื่องสำอางยี่ห้อบาหยัน

เอนกรวบรวมโฆษณา ไว้ได้อีกหลายชิ้น ชิ้นหนึ่ง มีภาพนักร้องสาวสวยสองคน สมจิตต์ อินทุโสภณ และ บังอร อินทุโสภณ สองนักร้องเสียงทอง ใช้อินพลูเอนซอยล์ ยาหยดชีวิต ที่ใช้แล้วสดชื่นเป็นประจำ

โฆษณา ชิ้นต่อมา ยาเพ็ญภาคเม็ดดำแก้ไข้ได้จริง โฆษณาในภาพยนตร์สยาม ปีที่ 3 เล่มที่ 19 วันที่ 8 ส.ค.2467

ผลิตภัณฑ์จากห้างขายเพ็ญภาค เหล่านี้ ปัจจุบันไม่มีแล้ว ที่เห็นยังอยู่ ก็คือ ยาสตรีเพ็ญภาค

น่าเสียดาย เอนก ไม่ได้ค้น ต่อว่าสตรีในภาพโฆษณา ยาสตรีเพ็ญภาค เป็นใคร? ชื่ออะไร? มาจากไหน?

 บาราย

...................

ขอขอบคุณที่มา..http://www.thairath.co.th/content/423340

.......................

คุณจิรชัย ไทยชาติ

ยาสตรีเพ็ญภาค คลาสสิกแบรนด์รุ่นคุณยาย

โดย ผู้จัดการรายวัน
วันที่ 21 เมษายน 2551

 และการรับประทานยาบำรุงโลหิตสูตรโบราณก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่

สาวๆ นิยมกัน ด้วยเหตุนี้จึงมียาน้ำสตรีเกิดขึ้นในตลาดมากมาย แต่หากจะพูดถึงยาสตรีซึ่งมีอายุยาวนานที่สุดกฌคงต้องยกให้ “ยา

สตรีเพ็ญภาค”

แตกหน่อจากโอสถสภา

 ทายาทรุ่นที่ 3 ของห้างขายยาเพ็ญภาคบอกเล่าถึงความเป็นมาของยาน้ำสตรีที่มีอายุเกือบ 100 ปีขวดนี้ว่า ห้าง

ขายยาเพ็ญภาคซึ่งเป็นผู้ผลิตยาสตรีเพ็ญภาคนั้นก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2460 ด้วยน้ำพักน้ำแรงของ “นายเจือ เพ็ญภาคกุล” คุณตาของ

เขา โดยหลังจากที่คุณตาซึ่งทำงานอยู่ที่ห้างขายยาโอสถสภา เต็กเฮงหยู และคุณยาย “สว่าง โอสถานุเคราะห์” ซึ่งเป็นลูกสาวของ

นายห้างขายยาโอสถสภาฯ ตัดสินใจแยกตัวออกมาทำธุรกิจเอง จึงนำนามสกุลของนายเจือมาตั้งเป็นชื่อบริษัท โดยยาตัวแรกที่ผลิต

คือยากฤษณากลั่นเพ็ญภาค ยาแก้ปวดท้องที่คนสมัยก่อนรู้จักกันดี และอีก 2ปีต่อมาจึงได้ผลิต “ยาน้ำสตรีเพ็ญภาค” ซึ่งขายดิบขาย

ดีมาจนถึงปัจจุบัน

 พอท่านกับคุณตาออกมาทำธุรกิจผลิตยาขายเอง ทางโอสถ

สภาเขาก็เลิกผลิตยาน้ำสตรี ท่านเลยทำยาตัวนี้ออกมาขายเอง จึงเป็นต้นกำเนิดของยาสตรีเพ็ญภาค ตราพญานาค ตั้งแต่ปี 2462

ส่วน “รูปหญิงสาว”ที่อยู่บนกล่องยาซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของยาสตรีเพ็ญภาคไปแล้วก็คือรูปคุณยายชื้น ภรรยาคนที่ 2 ของคุณตา

ผม คือคุณตาท่านค่อนข้างเจ้าชู้ มีภรรยาหลายคน แต่ตอนที่นำรูปคุณยายชื้นมาพิมพ์บนกล่องนี่คุณยายสว่างท่านเสียไปแล้วนะ

ครับ(หัวเราะร่วน)

 ยาสตรีเพ็ญภาคก็ถือว่าเป็นยาสตรีเจ้าแรกของเมือง

ไทย ต่อจากเราก็มีบริษัทอื่นๆ ผลิตออกมาขายอยู่เรื่อยๆ ซึ่งบางรายก็ล้มหายตายจากไป แต่ด้วยคุณภาพทำให้เรายังคงอยู่ได้จนถึง

ปัจจุบัน อีกทั้งยังมียอดขายเพิ่มขึ้นทุกปี คือที่ผ่านมาเราพัฒนาคุณภาพอย่าต่อเนื่อง ตั้งแต่รุ่นคุณตา คุณพ่อ (สุรไชย ไทยชาติ) จนมา

ถึงรุ่นผม จากยาน้ำที่ขายกันในย่านชุมชนชาวจีน ปรากฏว่าตอนนี้มีร้านค้าในต่างประเทศสั่งซื้อไปจำหน่ายกันเยอะมากแต่เป็นการสั่ง

ซื้อจากบริษัทที่เป็นยี่ปั๊วของเราอีกทีหนึ่ง” จิรชัย ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท ขายยาเพ็ญภาค จำกัด เล่าด้วยความภาคภูมิใจ

จากยุคคุณตามาสู่เจเนอเรชั่นที่ 3

 ย่านเยาวราช โดยเป็นเพียงร้านขายยาเล็กๆ แบบตึกแถวห้องเดียว วิธีการผลิตยา

น้ำสตรีเพ็ญภาคในสมัยนั้นยังเป็นแบบโบราณคือนำตัวยาไปต้มแล้วหมักใส่โอ่ง เมื่อหมักได้ที่แล้วก็นำมากรอกใส่ขวด โดยใช้คนกรอก

ด้วยมือ ปรากฏว่ายาดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างมากจนต้องเร่งเพิ่มกำลังการผลิต

 ถวบางลำพู ซึ่งมีเนื้อที่กว้างขวางกว่าเดิมและเริ่มมีการผลิต

ยาออกจำหน่ายหลากหลายขึ้นทั้งยาแผนไทยและยาแผนปัจจุบัน พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อร้านมาเป็น “ห้างขายยาเพ็ญภาค” เพื่อให้

สอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจ โดยนอกจายาสตรีเพ็ญภาคแล้วยังมีการผลิตยาภายใต้เครื่องหมายการค้า “ตราพญานาค” ออก

จำหน่ายอีกเกือบ 20 ชนิด เช่น ยาธาตุน้ำแดงเพ็ญภาค, ยาถ่ายระมาณู, หยดวิต-ยาดมแก้หวัดสูตรน้ำ, เดียวเดียว-ยาน้ำลดไข้สำหรับ

เด็ก และยาอื่นๆอีกหลายชนิด

 ในปี 2518 เขาได้เปลี่ยนชื่อ “ห้างขายยาเพ็ญภาค”

มาเป็น “บริษัท ขายยาเพ็ญภาค จำกัด” พร้อมกับนำเครื่องจักรที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในโรงงานทำให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้มาก

ขึ้น ขณะที่แผนการตลาดแนวใหม่ก็ช่วยส่งเสริมให้ยอดขายของยาสตรีเพ็ญภาคเพิ่มสูงขึ้นจนก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในตลาด ขณะที่

ยาตัวอื่นๆ นั้นอยู่ในระดับที่พอใช้ได้แต่มีสัดส่วนยอดขายไม่มากนักเมื่อเทียบกับสินค้าตัวหลักอย่างยาสตรีเพ็ญภาค

 80 ในปี 2524 เขาจึงได้มอบหมายกิจการทั้งหมดให้ “สุรชัย

ไทยชาติ”ซึ่งเป็นลูกเขย (สมรสกับ ยุคลวดี เพ็ญภาคกุล ลูกสาวคนโตของนายเจือ) เป็นผู้ดูแลแทน ในยุคของสุรชัยเขาได้ตัดสินใจ

เลิกผลิตยาตัวอื่นๆ ไปคงเหลือไว้แต่ยาสตรีเพ็ญภาคเพียงตัวเดียว ด้วยเหตุผลในเรื่องความคุ้มค่าทางธุรกิจกับพื้นที่การผลิตที่มี

จำกัด พร้อมทั้งได้ลงทุนก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่รังสิตเพื่อขยายกำลังการผลิตให้พอเพียงแก่ความต้องการของตลาด กระทั่ง

ปัจจุบันกิจการได้ถูกเปลี่ยนถ่ายมายังเจเนอเรชั่นที่ 3 “จิรชัย ไทยชาติ” บุตรชายคนโตของสุรชัยมั่นใจว่าเขาจะสามารถนำดีกรี

ปริญญาโทด้านไฟแนนซ์จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา มาปรับใช้ในการบริหารและผลักดันให้ธุรกิจของครอบครัวเติบโต

ก้าวหน้าต่อไป

เล่าว่าสมันนั้นต้องนำสินค้าใส่เรือล่องไปตามแม่น้ำแรกๆยาของเรายังไม่

เป็นที่รู้จักก็ต้องเอาไปฝากวางตามร้านขายยาก่อน แต่เดี๋ยวนี้ชื่อเพ็ญภาคติดตลาดแล้ว อยู่ที่ว่าเราจะขยายตลาดอย่างไร แม้ว่าตอนนี้

เราจะพัฒนาจากการตักยาจากโอ่งมากรอกลงขวดด้วยมือมาเป็นระบบเครื่องจักรทั้งหมด เป็นโรงงานผลิยาแผนโบราณแห่งแรกที่ได้

รับการรับรองมาตรฐาน GMP-Asian แต่จะเห็นได้ว่าตลอด 89 ปีที่ผ่านมา รูปร่างหน้าตาของยาสตรีเพ็ญภาคไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ไม่

ว่าจะเป็นตัวอักษร ลายไทย หรือรูปหญิงสาวที่อยู่บนกล่อง เพราะเราต้องการรักษาความคลาสสิกตรงนี้เอาไว้ ล่าสุดเมื่อต้นปีเราออก

ยาสตรีเพ็ญภาคแบบแคปซูลและยาน้ำสตรีเพ็ญภาคสูตร 2 เพื่อเปฌนอีกทางเลือกหนึ่งของผู้หญิงยุคใหม่ ซึ่งตอนแรกผมคิดว่าจะใช้

โลโก้แบบเดิมทั้งหมด แต่คุณพ่อบอกว่าควรจะเปลี่ยนเพราะไม่อยากให้ซ้ำกับสินค้าดั้งเดิม” จิรชัยกล่าว

ฮือฮาด้วยหนังโฆษณาฝีมือ “ท่านมุ้ย”

 เพราะนอกจากจะมีรถเร่ฉานหนังขายยาและ

โฆษณาทางวิทยุเช่นเดียวกับสินค้าทั่วๆ ไปในยุคเดียวกันแล้ว ยาสตรีเพ็ญภาคยังเป็นยาแผนโบราณรายแรกของไทยที่มีโฆษณา

ภาพยนต์โฆษณาทางทีวี อีทั้งยังสร้างความฮือฮาด้วยการนำ “วิยะดา อุมารินทร์” เซ็กซ์บอมบ์สุดฮอตในยุคนั้นมาเป็นพรีเซ็นเตอร์

และที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือภาพยนต์โฆษณาชุดนี้ได้ผู้กำกับระดับเทพอย่าง “ท่านมุ้ย” หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล มาลงมือกำกับ

ด้วยตัวเองอีกด้วย

 พอพ่อบอกว่าอยากทำหนังโฆษณายาสตรี

เพ็ญภาค ท่านมุ้ยก็รับปากทันทีว่าจะทำให้แล้วท่านก็ไปเลือกนางแบบด้วยตัวเอง กฌดึงคุณวิยะดามาเป็นนางแบบให้ ปรากฏว่าพอ

โฆษณาออกมาเป็นที่ฮือฮามาก คนทั่วบ้านทั่วเมืองจำสินค้าได้หมดแล้วเท่าที่รู้ท่านมุ้ยไม่ค่อยทำหนังโฆษณาให้ใคร ต่อมาเราก็มีดารา

ระดับนางเอกมาเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาอีกหลายคน ที่จำได้ก็มีคุณสุพรรษา เนื่องภิรมย์

 การใช้ดารามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ทำให้บางครั้งคนจะรู้สึกว่าสินค้ามันเฟกคือเขาไม่เชื่อว่าดาราคนนั้น

จะใช้สินค้าจริงๆ เราเลยเปลี่ยนมาใช้คนธรรมดาแทน ซึ่งโฆษณาชุดหนึ่งที่คนจำได้ติดตาก็คือชุด “มาไม่ปกติ”ซึ่งเป็นภาพหญิงสาว

ใส่ชุดสีชมพู ที่เข้าห้องน้ำแล้วไปกดตู้ขายผ้าอนามัยอัตโนมัติ แต่ปรากฏว่าเครื่องไม่ทำงาน อาจจะเป็นเพราะเรื่องมันสื่อได้ตรงกับตัว

สินค้าซึ่งเป็นยาบำรุงโลหิตแก้อาการประจำเดือนมาไม่ปกติ แล้วที่ขำที่สุดคือไม่มีใครรู้ว่าพรีเซ็นเตอร์คนนี้ (นภวรรณ ไทยชาติ) ก็คือ

น้องสาวผมเอง”

.......................

ขอขอบคุณที่มา..http://penpark.com/news-activity/news/jirachai/news1



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 07/06/2014 เวลา : 20.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

พี่น่าจะไม่ทัน ยานี้นะน้อง

ความคิดเห็นที่ 1 แม่มดเดือนMarch , ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 04/06/2014 เวลา : 13.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

รู้จัก แต่ไม่เคยทานครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน