• ชอบชลสิทธิ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sshob_shob@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-20
  • จำนวนเรื่อง : 123
  • จำนวนผู้ชม : 228961
  • ส่ง msg :
  • โหวต 500 คน
ว่าที่ ร.ต.ชอบ สมบุญเพ็ญ
ผลงานทางวิชาการและบทความ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/sshob
วันพุธ ที่ 19 สิงหาคม 2552
Posted by ชอบชลสิทธิ์ , ผู้อ่าน : 9204 , 21:47:33 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กล้วยไม้ออกดอกช้าฉันใด  การศึกษาเป็นไปฉันนั้น

สมการความสมดุลย์ของมนุษย์

ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์  1 เสียงชาวนา =  1 เสียง ดร.

ความคิดที่พอเพียง  คือความคิดชนบท

ความคิดวกวนซ่อนเร้น  คือความคิด...ใคร

อย่า  อยู่  อย่าง  อยาก  เช่น อยากมีความสำคัญ...ที่สุด

ครูทำดีที่สุดแล้ว..คนตำหนิครูกำลังตำหนิผู้มีพระคุณชั้นพรหม

ครูจำนวนมากที่ต้องนำงานโรงเรียนไปทำที่บ้าน

ครูจำนวนมากที่นำงานสอนไปตรวจที่บ้าน

ครูจำนวนมากที่จ่ายเงินส่วนตัวเพื่อทำแผนการจัดการเรียนรู้

ครูจำนวนมากที่จ่ายเงินส่วนตัวเพื่อทำสื่อการจัดการเรียนรู้

ครูกดครู...มิใช่ครู

ครูขู่ครู...มันชอบรู

คนขี่ครู...มันลูกครู

คนบีบครู...มิมีครู

เก็บมาพูดถึงครู..ในองค์กรครู ...โดยครูชอบ

ยามน้ำร้อน  ลวกโอดโอย         ช่วยทีโดย  ใครก็ได้

หายเจ็บแผล  โกยอย่างไว        แลเหลียวไม่  คนอัปรีย์

เย่อหยิ่งยัง  อวดอ้างตน           ฟูฟ่องขน  ราชสีห์

บนบ่าท่าน  สองหน้ามี            ถามศักดิ์ศรี  หนีหน้าเมิน

ปากท่านว่า  ตาขยิบ               นับได้สิบ  ทำจนเพลิน

มะกอกสาม  ตะกร้าเกิน           แค่เพียงเดิน  ปาไม่โดน

ครูในแผนกเดียวกันเป็นพวก 2 ขั้นบังตา  เพราะทีกูทุกวัน

ครูในรั้วเดียวกันเป็นพวกมึงพวกกูและครอบครัว  เพราะต้องแบ่งขั้ว

ครูที่สร้างสรรค์ดีเป็นพวกดันไม่ใช่พวกดับ  เพราะแค้นต้องชำระ

ครูที่ไม่ยินดีไม่ยินร้ายเป็นครูเช้าชามเย็นชาม  เพราะกูไม่มีพวก

ครูที่เกษียณแล้วเป็นครูที่ดี  เพราะหลุดวงจรครู

ครูที่ตายไปแล้วเป็นครูดีมี่สุด  เพราะมักจะพูดแต่สิ่งดี(ประวัติหน้าเมรุ)

ทุกคนที่ได้ดีทุกวันนี้  เพราะครูเมื่อวาน

เพื่อพี่น้องอาชีพครูสู่ครูมืออาชีพ

      ติดตามความเคลื่อนไหวกันได้กับครูชอบ  ที่ปรารถนาดีต่อครูทุกท่านและครอบครัว  เมื่อเขาตั้งเกณฑ์อย่างนี้เราก็จัดลงเกณฑ์อย่างนี้  เมื่อเขาตั้งเกณฑ์อย่างนั้นเราก็จัดลงเกณฑ์อย่างนั้น  โดยวางแผนอย่างเป็นระบบ  อาจใช้วงจรคุณภาพ PDCA  เริ่มและทำ 2 - 3 ปี จึงรวบรวมส่งเข้าประเมินตามที่เขาคาดหวัง (ตามกติกา)

คลอดเกณฑ์วิทยฐานะใหม่ใช้ 1 ต.ค.52

ต่างจากเกณฑ์เดิมโดยให้ค่าน้ำหนักผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนถึง 60% ส่วนผลงานทางวิชาการเพียง 40% และต้องเป็นผลงานทางวิชาการที่เน้นทำวิจัยในห้องเรียนเป็นหลัก...

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนวิทยฐานะใหม่ ซึ่งปรับมาจากเกณฑ์ ว 25/2548 และ ว 2/2551 และได้มอบหมายให้ ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการวิสามัญเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีและเลื่อนวิทยฐานะไปจัดทำรายละเอียด เพื่อให้ประกาศใช้ได้ในวันที่ 1 ต.ค. 2552

สำหรับเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่จะมีการพิจารณาใน 3 ด้าน คือ

1. ด้านวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ
2. ด้านความรู้ความสามารถ
3. ด้านผลการปฏิบัติงาน ซึ่งจะมี 2 ส่วน คือผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และผลงานทางวิชาการ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ในส่วนของเกณฑ์การตัดสิน

วิทยฐานะชำนาญการ จะมีการประเมินทั้ง 3 ด้าน โดยในด้านที่ 3 คือการประเมินผลการปฏิบัติงานนั้นจะประเมินเฉพาะผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเท่านั้น ไม่ต้องประเมินผลงานทางวิชาการ โดยคะแนนแต่ละด้านต้องได้ด้านละไม่ต่ำกว่า 65%

วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ คะแนนด้านที่ 1 และ 2 ต้องได้คะแนนแต่ละด้านไม่ต่ำกว่า 70% ส่วนด้านที่ 3 ต้องได้คะแนนในส่วนผลการพัฒนาผู้เรียนไม่ต่ำกว่า 65% คะแนนผลงานทางวิชาการไม่ต่ำกว่า 65% เมื่อรวมคะแนน 2 ส่วนนี้ต้องเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 70%

วิทยฐานะเชี่ยวชาญ ด้านที่ 1 และ 2 ต้องได้คะแนนแต่ละด้านไม่ต่ำกว่า 75% ส่วนด้านที่ 3 ต้องได้คะแนนในส่วนผลการพัฒนาผู้เรียน ไม่ต่ำ กว่า 70% และคะแนนผลงานทางวิชาการไม่ต่ำกว่า 70% โดยคะแนน 2 ส่วนต้องรวมกันเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 75%

วิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ ด้านที่ 1 และ 2 ต้องได้คะแนนแต่ละด้านไม่ต่ำกว่า 80% ขณะที่ในด้านที่ 3 ต้องได้คะแนนในส่วนผลการพัฒนาผู้เรียนไม่ต่ำกว่า 75% และคะแนนผลงานทางวิชาการไม่ต่ำกว่า 75% และต้องได้คะแนน 2 ส่วนเฉลี่ยรวมไม่ต่ำกว่า 80%

รมว.ศึกษาธิการกล่าวอีกว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะต่างจากเกณฑ์เดิมโดยให้ค่าน้ำหนักผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนถึง 60% ส่วนผลงานทางวิชาการเพียง 40% และต้องเป็นผลงานทางวิชาการที่เน้นทำวิจัยในห้องเรียนเป็นหลัก

ในส่วนของเงินวิทยฐานะชำนาญการได้รับเดือนละ 3,500 บาท ส่วนวิทยฐานะตั้งแต่ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเป็น 2 เท่าจากอัตราเดิมตามมติ ครม.โดยชำนาญการพิเศษได้รับเดือนละ 11,200 บาท เชี่ยวชาญเดือนละ 19,800 บาท และเชี่ยวชาญพิเศษ เดือนละ 26,000 บาท ขณะเดียวกัน หากร่าง พ.ร.บ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีผลบังคับใช้ จะส่งผลให้เงินวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 31,000 บาท

 

ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 1 มิถุนายน 2552


 

คุณสมบัติของผู้เข้ารับการประเมิน

  • ครูชำนาญการ  ดำรงตำแหน่งครูมาแล้วไม่น้อยกว่า ๖ ปี ๔ ปี ๒ ปี สำหรับวุฒิปริญญาตรี โท และเอกตามลำดับ  และมีผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ย้อนหลัง ๒ ปีติดต่อกัน นับถึงวันที่ยื่นคำขอ

  • ครูชำนาญการพิเศษ  ดำรงตำแหน่งครูชำนาญการมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี และได้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบจากการเรียนการสอนและพัฒนาผู้เรียน และมีผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ย้อนหลัง ๒ ปีติดต่อกัน นับถึงวันที่ยื่นคำขอ

  • ครูเชี่ยวชาญ  ดำรงตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ปี หรือครูชำนาญการมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี และได้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบจากการเรียนการสอนและพัฒนาผู้เรียน และมีผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ย้อนหลัง ๒ ปีติดต่อกัน นับถึงวันที่ยื่นคำขอ

  • ครูเชี่ยวชาญพิเศษ  ดำรงตำแหน่งครูเชี่ยวชาญมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ปี และได้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบจากการเรียนการสอนและพัฒนาผู้เรียน และมีผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ย้อนหลัง ๒ ปีติดต่อกัน นับถึงวันที่ยื่นคำขอ

องค์ประกอบในการประเมิน

  • ด้านที่ ๑ ด้านวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ  พิจารณาจากข้อมูลของบุคคลและหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเอกสารหลักฐาน คือ ก.พ.๗, คำรับรองของผู้บังคับบัญชาและกรรมการสถานศึกษา และเอกสารหลักฐานที่แสดงการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ

  • ด้านที่ ๒  ด้านความรู้ความสามารถ    พิจารณาจากเอกสารหลักฐานในการพัฒนาตนเองและงานในหน้าที่ ๒ ส่วน คือ  ๑) เอกสารหลักฐานที่แสดงถึงการพัฒนาตนเองเพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะในสาขาหรือกลุ่มสาระที่รับผิดชอบหรือในงานที่รับผิดชอบ เช่น วุฒิบัตร เกียรติบัตร หรือใบรับรองการผ่านทดสอบความรู้จากสถาบันวิชาการที่ ก.ค.ศ.รับรอง เป็นต้น  ๒) เอกสารหลักฐานที่แสดงถึงการเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการจัดการเรียนการสอน เช่น แผนการสอน สื่อการสอน แฟ้มสะสมผลงาน เป็นต้น

  • ด้านที่ ๓ ด้านผลการปฏิบัติงาน  
    - ชำนาญการ  พิจารณาผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และหรือผลการทดสอบจากหน่วยงานที่แสดงให้เห็นว่าผู้เรียนมีการพัฒนาด้านการเรียนรู้และพัฒนาการด้านอื่นๆ โดยคำนึงถึงปริมาณ คุณภาพ และสภาพของงานด้วย และอาจพิจารณาจากการปฏิบัติจริงด้วยก็ได้
    - ชำนาญการพิเศษ  มี ๒ ส่วน คือ
         ส่วนที่ ๑ ผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน พิจารณาจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และหรือผลการทดสอบจากหน่วยงานที่แสดงให้เห็นว่าผู้เรียนมีการพัฒนาด้านการเรียนรู้และพัฒนาการด้านอื่นๆ โดยคำนึงถึงปริมาณ คุณภาพ และสภาพของงานด้วย และอาจพิจารณาจากการปฏิบัติจริงด้วยก็ได้
         ส่วนที่ ๒ ผลงานทางวิชาการ ซึ่งเป็นรายงานการศึกษาค้นคว้าหรือผลการวิจัยในชั้นเรียนที่มีจุดหมายในการแก้ปัญหาด้านการเรียนของผู้เรียน มีการศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาและนำไปสู่การสรุปองค์ความรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนไม่น้อยกว่า ๑ รายการ
    - เชี่ยวชาญ  มี ๒ ส่วน คือ
         ส่วนที่ ๑ ผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน พิจารณาจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และหรือผลการทดสอบจากหน่วยงานที่แสดงให้เห็นว่าผู้เรียนมีการพัฒนาด้านการเรียนรู้และพัฒนาการด้านอื่นๆ โดยคำนึงถึงปริมาณ คุณภาพ และสภาพของงานด้วย และอาจพิจารณาจากการปฏิบัติจริงด้วยก็ได้
         ส่วนที่ ๒ ผลงานทางวิชาการ ซึ่งเป็นรายงานการศึกษาค้นคว้าหรือผลการวิจัยในชั้นเรียนที่มีจุดหมายในการแก้ปัญหาด้านการเรียนของผู้เรียน มีการศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาและนำไปสู่การสรุปองค์ความรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนไม่น้อยกว่า ๒ รายการ ซึ่งต้องเป็นงานวิจัยอย่างน้อย ๑ รายการ
    - เชี่ยวชาญพิเศษ  มี ๒ ส่วน คือ
         ส่วนที่ ๑ ผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน พิจารณาจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และหรือผลการทดสอบจากหน่วยงานที่แสดงให้เห็นว่าผู้เรียนมีการพัฒนาด้านการเรียนรู้และพัฒนาการด้านอื่นๆ โดยคำนึงถึงปริมาณ คุณภาพ และสภาพของงานด้วย และอาจพิจารณาจากการปฏิบัติจริงด้วยก็ได้
         ส่วนที่ ๒ ผลงานทางวิชาการ ซึ่งเป็นรายงานการศึกษาค้นคว้าหรือผลการวิจัยในชั้นเรียนที่มีจุดหมายในการแก้ปัญหาด้านการเรียนของผู้เรียน มีการศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาและนำไปสู่การสรุปองค์ความรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนไม่น้อยกว่า ๒ รายการ ซึ่งต้องเป็นงานวิจัยและพัฒนาอย่างน้อย ๑ รายการ

การปรับปรุงผลงาน

กรณีที่ ก.ค.ศ. เห็นสมควรให้ปรับปรุงผลงานทางวิชาการ ให้ปรับปรุงได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ไม่เกิน ๖ เดือน ครั้งที่ ๒ ไม่เกิน ๓ เดือน นับตั้งแต่วันที่ สพท.ได้รับหนังสือแจ้งมติจากสำนักงาน ก.ค.ศ. โดยส่งให้คณะกรรมการชุดเดิมพิจารณา หากไม่ส่งภายในกำหนดถือว่าสละสิทธิ์

เกณฑ์การตัดสิน

ผู้ที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ต้องได้คะแนนแต่ละด้าน ดังนี้

 

 

ชำนาญการ

ชำนาญการพิเศษ

เชี่ยวชาญ

เชี่ยวชาญพิเศษ

 

 

 

ด้าน ๑

ต้องได้คะแนน
แต่ละด้านจากกรรมการ
ทั้งสามคน
เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ๖๕%

๗๐%

๗๕%

๘๐%

 

 

 

ด้าน ๒

๗๐%

๗๕%

๘๐%

 

 

 

ด้าน ๓

ส่วนที่ ๑ ไม่ต่ำกว่า ๖๕%

ส่วนที่ ๑ ไม่ต่ำกว่า ๗๐%

ส่วนที่ ๑ ไม่ต่ำกว่า ๗๕%

 

 

 

ส่วนที่ ๒ ไม่ต่ำกว่า ๖๕%

ส่วนที่ ๒ ไม่ต่ำกว่า ๗๐%

ส่วนที่ ๒ ไม่ต่ำกว่า ๗๕%

 

 

 

คะแนนรวมทั้งสองส่วน
ไม่ต่ำกว่า ๗๐%

คะแนนรวมทั้งสองส่วน
ไม่ต่ำกว่า ๗๕%

คะแนนรวมทั้งสองส่วน
ไม่ต่ำกว่า ๘๐%

 

 

 

 

 

ต้องผ่านเกณฑ์เป็นเอกฉันท์ทั้ง ๓ ส่วน

 

 

วิธีการ

·         ให้ยื่นคำขอได้ปีละ ๑ ครั้ง ช่วงเวลาใดก็ได้ เพราะความพร้อมของครูต่างกัน กรณี อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาไม่อนุมัติ มีสิทธิ์ส่งคำขอใหม่ในปีถัดไป กรณีเกษียณอายุราชการให้ยื่นคำขอก่อนเกษียณฯ ไม่น้อยกว่า ๖ เดือน 

·         คณะกรรมการประเมิน
- ชำนาญการ
  ให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ตั้งคณะกรรมการประเมินจำนวน ๓ คน ประกอบด้วย ผอ. สถานศึกษาของผู้ขอรับการประเมิน ผู้ทรงคุณวุฒินอกสถานศึกษา และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าชำนาญการ ประเมินทั้ง ๓ ด้าน
- ชำนาญการพิเศษ  ให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ตั้งคณะกรรมการประเมินจากบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ.เห็นชอบจำนวน ๓ คน ตามสัดส่วนที่ ก.ค.ศ.กำหนด ประเมินทั้ง ๓ ด้าน
- เชี่ยวชาญและเชี่ยวชาญพิเศษ   ให้ ก.ค.ศ. ตั้งคณะกรรมการประเมิน จำนวน ๓ คน ประเมินทั้ง ๓ ด้าน 

·         ขอข้ามวิทยฐานะ (Fast Track) จากชำนาญการ เป็นเชี่ยวชาญได้ 

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ในระหว่างนี้ ก.ค.ศ.ได้มอบให้ปลัด ศธ. เป็นประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาจัดทำคู่มือ เกณฑ์ เครื่องมือในการประเมินต่างๆ ให้เสร็จสิ้นภายใน ๓ เดือน (กรกฎาคม-กันยายน ๒๕๕๒) พร้อมทั้งรายงานต่อที่ประชุม ก.ค.ศ.ทราบเป็นระยะๆ ด้วย

ที่มา กระทรวงศึกษาธิการ 30 มิ.ย.2552





คอมเมนต์อ่านได้เฉพาะเจ้าของ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน