• thaipoor
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thaipoor@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-26
  • จำนวนเรื่อง : 7
  • จำนวนผู้ชม : 43127
  • ส่ง msg :
  • โหวต 20 คน
หยุดเขื่อนแก่งเสือเต้น
คัดค้านเขื่อนแก่งเสือเต้น พิทักษ์ป่าสักทองธรรมชาติผืนสุดท้าย บวชป่า สืบชะตาแม่น้ำ กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/stopkstd
วันอังคาร ที่ 28 สิงหาคม 2550
Posted by thaipoor , ผู้อ่าน : 8871 , 16:55:53 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วิจั๋ยจาวบ้านแก่งเสือเต้น

'แม่น้ำยม ป่าสักทอง...วิถีชีวิตของคนสะเอียบ'

โครงการเขื่อนแก่งเสือเต้นที่สร้างความเดือดร้อนและกังวลใจให้กับชาวบ้านมานานกว่า 15 ปี ด้วยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเมื่อเกิดปัญหาภัยแล้ง ปัญหาน้ำท่วม

เขื่อนแก่งเสือเต้นก็ถูกปลุกขึ้นมาบรรยายสรรพคุณว่า  เขื่อนนี่แหละแก้ได้ทุกอย่าง  โดยละเลยที่จะพูดถึงผลกระทบต่อทรัพยากรและชุมชน ส่งผลให้ชาวบ้านต้องต่อสู้กับกระแสการพัฒนาที่ถาโถมเข้ามาทุกปี  และลุกขึ้นมาทำงานวิจัยของตัวเองในเดือนมกราคม  พ.ศ.2547  งานวิจัยที่เรียกว่า "งานวิจัยชาวบ้าน" จึงเกิดขึ้นในพื้นที่เป็นครั้งแรก โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำเสนอข้อมูลความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแม่ยม พื้นที่ป่าสักทองผืนสุดท้ายของประเทศไทย ที่ภาครัฐต้องการนำไปสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น  ส่วนผู้วิจัยก็คือกลุ่มชาวบ้านบ้านดอนชัย บ้านดอนชัยสักทอง บ้านดอนแก้ว  และบ้านแม่เต้น  ที่อาศัยอยู่ในเขตผืนป่าแม่ยม  ต.สะเอียบ  อ.สอง จ.แพร่ โดยได้รับการสนับสนุนการทำวิจัยจากเครือข่ายแม่น้ำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  และมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย และงานวิจัยชิ้นนี้เพิ่งจะเสร็จสมบูรณ์

 

วิชัย  รักษาพล  หัวหน้าคณะนักวิจัยจาวบ้านแก่งเสือเต้น  บอกว่า  การทำวิจัยใช้ชาวบ้านในพื้นที่จริงๆ จาก 4 หมู่บ้าน รวม 200 คน ชาวบ้านเป็นผู้เก็บข้อมูลโดยการศึกษาครอบคลุมพื้นที่ลำน้ำยมและป่าสองฝั่งแม่น้ำ   เริ่มตั้งแต่บริเวณแก่งเสือเต้น   อ.สอง  จ.แพร่  ไปจนถึงแก่งขาม บ้านทุ่งต้นศรี อ.เชียงม่วน  จ.พะเยา เป็นงานวิจัยที่ต้องการศึกษาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่บริเวณพื้นที่ป่าแม่ยม การนำทรัพยากรมาใช้ประโยชน์อย่างรู้ค่า  และแนวคิดของการอนุรักษ์ดิน น้ำ ป่า ของชาวบ้านที่อาศัยอยู่กับผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์มานาน  รวมทั้งหมด  7 ประเด็น ได้แก่ ระบบนิเวศ ผัก เห็ด หน่อไม้ และเศรษฐกิจผลผลิตจากป่า  สมุนไพร  สัตว์ป่าและแมลง  พันธุ์ปลา ทรัพยากรไม้ในป่าแม่ยม สุดท้ายประเด็นสังคมและวัฒนธรรม

 

สำหรับงานวิจัยที่สำเร็จนี้ใช้ชื่อว่า "แม่น้ำยม  ป่าสักทอง วีถีชีวิตคนสะเอียบ" นำเอาวิธีการวิจัยไทบ้านที่ทำที่ปากมูนมาปรับใช้  ทั้งการประชุมกลุ่มนักวิจัย  การลงพื้นที่ การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลหลัก การสังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วม  ตั้งอยู่บนหลักวิจัยไทบ้าน  คือ จาวบ้านเป็นนักวิจัย ใช้ความรู้พื้นบ้าน ความรู้ท้องถิ่นในการอธิบายข้อมูลในประเด็นต่างๆ   โดยมีองค์กรพัฒนาเอกชนเข้ามาให้ความช่วยเหลือในการเรียบเรียงข้อมูล  จดบันทึก  และจัดทำเอกสารในฐานะผู้ช่วยนักวิจัย การศึกษาเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2547 - พฤศจิกายน 2548 รวมเวลา 1 ปี 10 เดือน

 

"เราหวังว่างานวิจัยชิ้นนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่นักการเมือง  ข้าราชการ นักวิชาการ นักศึกษา นักธุรกิจ  พ่อค้า และประชาชน   โดยเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงกับการวางแผน  การตัดสินใจ โครงการขนาดใหญ่ต่างๆ  อย่างโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น  ได้นำไปทบทวนข้อมูลและความเหมาะสม เห็นคุณค่าเช่นเดียวกับชาวบ้านสะเอียบที่เห็นคุณค่าและประโยชน์ป่าแม่ยมตลอดมา" วิชัยกล่าว

 

งานวิจั๋ยจาวบ้านแก่งเสือเต้นแตกต่างจากงานวิจัยไทบ้านปากมูน  ตรงที่เป็นการทำวิจัยเพื่อให้ทราบถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรในท้องถิ่น ก่อนจะมีการสร้างเขื่อนข้อมูลชุดนี้เป็นข้อเท็จจริงในพื้นที่ นอกเหนือจากข้อมูลวิศวกรรมที่ทำเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการสร้างเขื่อน  ส่วนวิจัยไทบ้านปากมูนทำขึ้นมาในขณะสร้างเขื่อนไปแล้ว

สอนชัย   อยู่สุข   นักวิจัยระบบนิเวศ   บอกว่า   บริเวณลุ่มน้ำยมตอนบน  เป็นระบบนิเวศที่มีความสลับซับซ้อน  นักวิจัยได้แบ่งระบบนิเวศลุ่มน้ำยมออกเป็น 2 ประเภท คือ ระบบนิเวศทางบก ได้แก่  ป่าเหล่า ป่าเปิง ป่าแพะ และพื้นที่สันดอนริมน้ำ ส่วนระบบนิเวศทางน้ำ ได้แก่ วัง หาด แก่ง หลง ลั้ง  และห้วยสาขา  ซึ่งความหลากหลายของระบบนิเวศย่อยนี้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า  เป็นบ้านของปลานานาชนิด และเป็นแหล่งหากินของชาวบ้าน ป่าหลากชนิดในพื้นที่ชาวบ้านช่วยดูแล จัดเวรยามเฝ้าระวังการลักลอบตัดไม้  ห้ามขนไม้ทั้งเก่าและใหม่ออกนอกหมู่บ้านอย่างเด็ดขาด  การใช้ประโยชน์หรือเคลื่อนย้ายไม้ต้องได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการหมู่บ้าน

 

แสงทอง  คำปิง  นักวิจัยหญิงผัก  เห็ด  หน่อไม้ในป่าแม่ยม  ให้ข้อมูลว่า  จากการศึกษาพบพืชผักทั้งหมด  91  ชนิด โดยแบ่งเป็นพืชผักจากป่า 49 ชนิด เห็ด 26 ชนิด และหน่อไม้ 7 ชนิด ซึ่งสอดคล้องกับระบบนิเวศป่าไม้  เพราะพืช ผัก เห็ด หน่อไม้ ขึ้นในพื้นที่ป่าแม่ยมในระบบนิเวศย่อยที่ซับซ้อนตามฤดูกาล  ชาวบ้านได้เก็บหาเพื่อนำมากินและขายสร้างรายได้ คิดเป็นเงินหลายแสนบาทต่อปี โดยเฉพาะหน่อไม้  สะเอียบเป็นแหล่งผลิตหน่อไม้สำคัญของประเทศ   พบหน่อไม้ถึง 6 ชนิด หน่อไม้ไผ่ หน่อไม้ซาง หน่อไม้บง หน่อไม้ไร่ หน่อไม้ไร่ร่อ หน่อไม้ไผ่ตง แต่ละฤดูชาวบ้านเก็บหน่อไม้ได้บ้านละ 50-100 ก.ก. หน่อไม้แต่ละชนิดจะออกช่วงเวลาต่างกัน ทำให้ชาวบ้านมีเวลาขุดหาได้ตลอดทั้งปี

 

ส่วนการศึกษาประเด็นสมุนไพร  อู  อินต๊ะวิชัย  บอกว่า  ชาวบ้านมีความรู้ในการเข้าถึงพืชสมุนไพรถึง  190  ชนิด แบ่งตามลักษณะของพืชเป็นประเภทไม้ยืนต้น จำนวน 54 ชนิด  ไม้พุ่ม  40 ชนิด ไม้ที่มีลักษณะเป็นกอ  57  ชนิด ไม้เครือหรือไม้เลื้อย 38 ชนิด และเห็ด 1 ชนิด พืชสมุนไพรเหล่านี้คือความมั่นคงด้านสุขภาพ  และความมั่นคงทางเศรฐกิจของหมู่บ้าน   เพราะบางชนิดใช้เป็นส่วนประกอบในการทำลูกแป้งผลิตเหล้าพื้นบ้านของจาวบ้าน   นอกจากนั้นแล้ว การถ่ายทอดเรื่องภูมิความรู้พืชสมุนไพรของชาวบ้านสืบทอดจากตำราหมอยาเมือง  ส่วนใหญ่สืบทอดจากปู่ย่าตายายของตนที่เป็นหมอยามาก่อน หรือเรียนรู้จากการปฏิบัติตามผู้เฒ่าผู้แก่ในการเก็บหาสมุนไพรมาทำยา  แล้วสอบถามถึงชื่อ  วิธีการใช้ เมื่อมีอาการเจ็บป่วยก็สามารถรักษาตนเองได้

 

เนื่องจากเขตพื้นที่การวิจัยอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ยม  ปราชญ์ชาวบ้านจึงมีการศึกษาประเด็นสัตว์ป่าด้วย  ไม่ได้ศึกษาเชิงปริมาณของสัตว์ แต่เป็นการศึกษาถึงความเชื่อของชุมชนในการรักษาสัตว์ป่า สะเอียบมีโป่งซึ่งคือแหล่งแร่ธาตุของสัตว์ป่า  สัตว์ป่าจะลงมากินดินโป่งตามพื้นที่ต่างๆ  เพื่อเสริมแร่ธาตุให้แก่ร่างกาย  โป่งมีทั้งโป่งดินและโป่งน้ำ สัตว์แต่ละชนิดก็จะหมุนเวียนกันเข้ามาใช้ประโยชน์ตลอดทั้งปี ตามความเชื่อดั่งเดิมของชาวบ้าน  โป่งจะมีผีป่าผีโป่งดูแลรักษาชาวบ้านจะไม่เข้าไปซุ่มยิงสัตว์  เพราะกลัวว่าผีป่าผีโป่งจะทำร้า

 

อ้วน  ขันทะบุตร  นักวิจัยสัตว์ป่าแก่งเสือเต้น  เสริมว่า  ตามความเชื่อของชาวบ้านยังมีสัตว์ป่าที่ห้ามล่าอย่างเด็ดขาด คือ นกยูง ถ้าใครทำร้ายหรือฆ่านกยูงจะเป็นเรื่องที่ผิด คือ คนที่ฆ่านกยูงจะพบกับความโชคร้ายทั้งตัวเองและครอบครัว  การทำมาหากินจะไม่เจริญรุ่งเรือง พบแต่ความฉิบหายหรือเจ็บไข้ได้ป่วย  ชาวบ้านจึงไม่ฆ่าหรือทำร้ายนกยูง  นอกจากนั้น ยังเชื่อว่านกยูงเป็นสัตว์ที่รักสะอาดและต้องอยู่ในป่าที่อุดมสมบูรณ์ การบุกรุกป่าที่นกยูงอาศัยอยู่ก็เท่ากับทำลายนกยูงด้วย

"ป่าแม่ยมพบนกยูงได้ไม่ยาก  นกยูงชอบอาศัยอยู่บริเวณป่าเปิง  แหล่งอยู่อาศัยและหากินจะอยู่ตามที่โล่งหรือหาดทรายริมลำห้วย  อาหารที่นกยูงชอบกินมีทั้งเมล็ดพืช  ผลไม้  แมลงต่างๆ  ในช่วงฤดูผสมพันธุ์นกยูงตัวผู้จะรำแพนเกี้ยวพาราสีตัวเมีย เมื่อผสมพันธุ์เสร็จตัวเมียก็หาที่วางไข่ ที่พบประมาณ 4-8 ฟองต่อรัง" ผู้ใหญ่บ้านแม่เต้น หมู่ 5 หนึ่งในคณะวิจัยอธิบายให้ฟัง

 

ขณะที่  เจิด  คำสอน  นักวิจัยพันธุ์ปลา ให้ข้อมูลผลการศึกษาว่า  พบพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำทั้งหมด  83  ชนิด หอย 4 ชนิด ปู 4 ชนิด กุ้ง 2 ชนิด กบ 2 ชนิด และเขียด 3 ชนิด ในจำนวนปลาทั้งหมดเป็นพันธุ์ปลาท้องถิ่น  77 ชนิด ปลาต่างถิ่น 6 ชนิด เน้นศึกษาเฉพาะปลาที่ชาวบ้านจับได้ประจำเท่านั้น  ไม่ได้ทำการศึกษารายละเอียดของปลาที่หายากใกล้สูญพันธุ์และปลาต่างถิ่น สำหรับปลาที่ชาวบ้านจับได้ประจำมี  53  ชนิด  แยกเป็นปลาหนัง  17 ชนิด ปลาเกร็ด 36 ชนิด ปลาเหล่านี้อาศัยอยู่ในระบบนิเวศของแม่น้ำยม คือ วัง หาด แก่ง หลง ลั้ง และห้วยสาขา ซึ่งระบบนิเวศย่อยทั้งหมดมีความสำคัญและจำเป็นในการดำรงชีวิตของปลา  ชาวบ้านมีรายได้จากจับปลาขายเฉลี่ยเดือนละ 4-5 พันบาท บริเวณที่มีปลาอาศัยมากที่สุดคือ  วังผาอิง  พื้นที่ที่ชาวบ้านกำหนดเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาของหมู่บ้าน ห้ามจับเด็ดขาด ฝ่าฝืนปรับสตางค์

 

งานวิจัยชิ้นนี้ยังมีอีกประเด็นที่สำคัญยิ่งนั่นคือ   ทรัพยากรป่าไม้ในป่าแม่ยม  ผลการศึกษาแบ่งออกเป็น  4  ช่วง  หล้า  สะเอียบคง  นักวิจัยทรัพยากรไม้  ถ่ายทอดผลการศึกษาให้ฟังว่า  ช่วงแรกก่อนปี   2500  วิถีชีวิตชาวบ้านเป็นการพึ่งพาป่าแม่ยมในการดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์  เก็บหาของป่าพวกพืชอาหาร  ยาสมุนไพร  ไม้ฟืน  การนำไม้มาใช้สร้างบ้านเรือนหรือยุ้งฉางข้าว  ด้านการเพาะปลูกชาวบ้านปลูกข้าวไร่   พืชผักอาหารและพืชใช้สอยต่างๆ  เช่น  พริก ถั่ว งา ฝ้าย ยาสูบ พื้นที่ทำไร่ก็จะแทรกตัวอยู่ตามป่าริมแม่น้ำยม  เพราะดินบริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์  ดินดี  น้ำดี และที่สำคัญอยู่ใกล้กับแหล่งอาหาร  ทั้งอาหารจากแม่น้ำและจากป่า ชาวบ้านได้อาศัยป่าพร้อมกับความสำนึกที่มีต่อคุณค่าของป่าไม้  คำนึงถึงความเชื่อเรื่องป่ากับผีฮักษา  มีทั้งผีบ้าน ผีไร่นา ผีป่าเขา ผีน้ำ และเหมืองฝายใช้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดการทรัพยากร   หลังปี  2500 ป่าไม้ยมได้รับอนุญาตจากรัฐให้สัมปทานป่าไม้โดยเฉพาะไม้สัก ชาวบ้านเข้าไปรับจ้างเป็นคนงานตัดไม้ให้กับบริษัทและเกิดการเรียนรู้การตัดไม้  หลังหมดยุคสัมปทานป่า วิถีชีวิตชาวบ้านเริ่มเปลี่ยนแปลง หันมารับจ้างทำไม้ ภายหลังชาวบ้านส่วนหนึ่งเรียนรู้การตัดไม้ด้วยเครื่องมือสมัยใหม่   ออกจากการทำไม้ให้กับบริษัทมาทำไม้ขายเอง  วิถีชีวิตและเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการทำไม้เป็นหลัก

 

"การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่  เกิดขึ้นเมื่อปี  2534 ชาวบ้านได้ตั้งกลุ่มราษฎรรักษ์ป่าและร่วมกันออกกฎเกณฑ์ชุมชนผ่านที่ประชุมชาวบ้านเพื่อหยุดการตัดไม้ทำลายป่า   ร่วมกันอนุรักษ์   ต่อมาปี  2536 ชาวบ้านตกลงกันเลิกการตัดไม้เด็ดขาด  มอบเครื่องมือตัดไม้ให้ทางการเพื่อเป็นการประกาศเจตนารมณ์ และให้คำมั่นสัญญาของชาวบ้านที่จะเลิกทำไม้และจะดูแลรักษาป่าแม่ยมด้วยตนเอง   นับแต่นั้นมามีกิจกรรมต่างๆ   เช่น  ปลูกป่า การบวชป่า และสืบชะตาแม่น้ำ ควบคู่กับการรณรงค์คัดค้านเขื่อนแก่งเสือเต้นเพื่อรักษาป่าแม่ยมและสิทธิชุมชน  ชาวสะเอียบยึดถือกฎที่ร่วมกันจัดตั้งขึ้นอย่างเคร่งครัดจนทุกวันนี้" นักวิจัยทรัพยากรไม้แก่งเสือเต้น กล่าวในท้ายที่สุด

 

แม้จะเป็นงานวิจัยชาวบ้านเล่มเล็กๆ  ที่อาจจะไม่สามารถหยุดโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้นที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนได้  แต่อย่างน้อยที่สุดงานวิจัยนี้ได้สร้างโอกาสให้ชาวบ้าน ได้นำเอาความรู้ของตัวเองมาต่อสู้  ชาวบ้านที่นี่ไม่ได้คัดค้านอย่างไร้เหตุผล แต่ร่วมแรงร่วมใจทำวิจัยนำเหตุและผลออกมายืนยัน   และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือสังคมได้มองเห็นความจริงอีกหลายด้าน  โดยความจริงนั้นชาวบ้านได้อธิบายด้วยตนเอง.

 


เรื่องที่มีผู้อ่านสูงสุด จาก NationTV


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
narunta วันที่ : 04/11/2008 เวลา : 16.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narunta

เป็นนักวิจัย หรือเป็น NGO น้าคนนี้

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 06/11/2007 เวลา : 14.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO

รับทราบข้อมูลครับ

ในฐานะที่เคยไปสำรวจที่นั่น..เรื่องแผ่นดินไหว

ผมก็ยังโน้มเอียงสู่แง่อนุรักษ์มากกว่าครับ...

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
virayuthniyomchat วันที่ : 05/09/2007 เวลา : 13.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/virayuth
virayuth

ต้องหยุดความคิดว่าจะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นเพียงอย่างเดียว เท่านั้นแหละครับ
ทุกอย่างก็จบ
ชาวบ้านก็จะอยู่อย่างสงบสุข

และจะได้ร่วมมือร่วมใจกันรักษาผืนป่าของเมืองไทยไว้ให้คนร่วมโลกได้สูดอากาศบริสุทธิ์ สะอาด ต่อไปดังที่หลาย ๆ คนกำลังห่วงเรื่องโลกร้อนและสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรม

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ประชาชน2535 วันที่ : 04/09/2007 เวลา : 06.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prachachon

พี่น้องทางนู้น คงอยู่กันด้วยความหวาดผวา

นอนกันไม่ค่อยหลับ

เพราะมักถูกปลุกให้ตื่นด้วยกระแสรื้อฟื้นโครงการสร้าง

เขื่อนแก่งเสือเต้น

โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน เวลาน้ำท่วม

งานวิจัยโดยชาวบ้าน ของชาวบ้าน เพื่อชาวบ้าน

จะมีคุณค่าเป็นอย่างยิ่งในสถานการณ์เช่นนี้

เป็นกำลังใจให้พี่น้อย และชาวบ้านสะเอียบ

ถ้ามีโอกาสจะแวะไปเยี่ยม อยากไปมานาน

ตั้งแต่เข้าไปช่วยงานมูลนิธิสืบเมื่อ 10 ปีที่แล้วแล้ว

แต่ไม่ได้ไปเสียที

แวะไปอ่านเรื่องรุ่นพี่เรา พี่สืบ ได้ที่บ้านนะคะ

http://www.oknation.net/blog/prachachon

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
tunot วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 17.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bandit

ได้เห็นมิติใหม่ ที่ให้ผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในผืนป่า
เป็นผู้หาทางออกและคิดค้นหาเหตุแห่งปัญหาเอง
คนภายนอก เป็นเพียงผู้เอื้อและอำนวยให้เกิด
ได้เห็น "เห็ดถอบ / เห็ดดิน / ปลาค้าว /ตุ่น (หรือป่าว)"
ดีใจเป็นที่สุด ที่เห็นความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้
เป็นกำลังใจให้เสมอ
เชื่อมั่นและศรัทธา

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 18.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee


ว่างๆ ไปเที่ยวที่ล็อคผมบ้างนะพี่ หมี

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 01/09/2007 เวลา : 09.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

สู้ค่ะ...สู้ต่อไป อย่าได้ถอย..ปกป้องทรัพยากรและปกป้องแผ่นดินเราอย่างถึงที่สุด.....รัฐบาลควรไปคิดหาวิธีแก้ปัญหาที่ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติสิไม่ใช่มาใช้วิธีนี้

ทางระยองเองก็เจอกับการรุกรานที่เอารัดเอาเปรียบเรามาตลอด20 กว่าปีเหมือนกัน พอกันทีกับการพัฒนาที่ทำลายสิ่งแวดล้อม เบียดเบียนธรรมชาติ ไม่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน....มองภาพใหญ่แต่ละเลยความรู้สึกของประชาชน...มันใช้ไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
walkrally วันที่ : 01/09/2007 เวลา : 01.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/walkrally
::  www.WalkRally.net  ::

เป็นอีกหนึ่งแรงใจครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 20.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

เรื่องเขื่อนนี่น่าเห็นใจ ไม่รู้จะเข้าข้างไหนดี

อย่างที่จีนสร้างเขื่อนสามแก่ง ทางการคอมมิวนิสต์สั่งทำเป็นทำ ทำลายสภาพแวดล้อมและโบราณสถานมหาศาล เพื่อแลกกับน้ไม่ท่วมฮวงโหอีกต่อไป อะไรดีกว่ากันก็ยากที่จะพูด แต่ในฐานะที่ผมเป็นคนชอบศิลปวัฒนธรรม ผมก็เสียใจ

กรณีแก่งเสือเต้นหรือที่จะนะ ก็เช่นกัน ถ้าผมเป็นชาวบ้าน ผมก็ต้องคิดอย่างหนึ่ง แต่เป็นหากฝ่ายรัฐก็ต้องอยู่อีกฟากหนึ่ง


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กู่ วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 18.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

ร่วมรับรู้ค่ะ ขอเป็นแรงใจให้กับชาวบ้านและทีมวิจัย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน