*/
  • สายลมลอย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-16
  • จำนวนเรื่อง : 142
  • จำนวนผู้ชม : 296019
  • จำนวนผู้โหวต : 204
  • ส่ง msg :
  • โหวต 204 คน
<< ธันวาคม 2013 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม 2556
Posted by สายลมลอย , ผู้อ่าน : 1053 , 21:34:42 น.  
หมวด : ต่างจังหวัด

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สายน้ำพระจันทร์ โหวตเรื่องนี้



1.แม้ว่าหนังสือจะสามารถเปิดโลกทัศน์ต่อโลกนี้ได้อย่างไม่รู้จบ แต่สำหรับชีวิตวัยหนุ่ม การเดินทางเป็นตัวจุดประกายอะไรบางอย่างในชีวิตได้ดีกว่า นัยว่าหนังสือคือทฤษฎีและการเดินทางออกไปในโลกกว้างเป็นการปฏิบัติ หลายคนอ้างอิงทฤษฎีหรือแนวทางในหน้าหนังสือเพื่อใช้ประกอบการเดินทาง อาจจะเหมือนหรือแตกต่างกันบ้างตามแต่โลกในยุคนั้นๆ หรือตามแต่เหตุการณ์เฉพาะหน้า

สองวันที่ผ่านมาได้นั่งคุยกับน้องชายในร้านกาแฟละแวกบ้าน  น้องชายเอ่ยถึงสถานที่ท่องเที่ยวไกลๆ ละแวกทิเบต จีน ไปไกลถึงเส้นทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียสู่รัสเซีย ถึงกับเอ่ยปากชวนผมว่า เราไปด้วยกันไหม..ซักครั้ง

เหมือนความหลังตีกลับขณะที่ผมเริ่มฉวยเป้ออกเดินทางสำรวจที่นั่นที่นี่ ที่มีคนเคยไปมาแล้ว เขียนถึง อ่านเจอ หรือค้นพบในแผนที่ว่าน่าไป ตอนนั้นน้องชายผมยังอยู่ในวัยเรียน เพิ่งย่างออกจากวัยเด็กเดียงสา จำได้ว่าผมเคยเอ่ยปากชวนน้องชายไปน้ำตกในและแวกอยู่หนเดียว ในยุคที่ผมเริ่มหัดเขียนสารคดีท่องเที่ยว นอกจากนั้นแล้วไม่เคยเอ่ยปากชวนออกไปไหนด้วยกันทั้งในเส้นทางเถื่อนหรือเมืองไกลที่ไหน กระทั่งเราย้ายเข้ามาอยู่ในห้องเช่าห้องเล็กๆ ละแวกสุทธิสารสะพานควายด้วยกัน

ผมทำงาน – น้องชายผมเรียนหนังสือและใกล้จะจบในระดับการศึกษาหนึ่ง

ตอนนั้นผมเดินทางเกือบทุกเดือนน กับเพื่อนๆ ที่อยู่ด้วยกันและเพื่อนที่นัดพบกันที่ปลายทาง  เห็นการจัดเป้ เห็นผมทำงานเขียนด้วยเครื่องพิมพ์ดีดและคอมพิวเตอร์จอไว้ทุกข์  เห็นภาพสไลด์ที่ถ่ายจากกล้องกลไกปรับด้วยมือ ใส่กรอบฉายขึ้นข้างฝาห้อง พร้อมเพื่อนร่วมก๊วนเฮฮาประสาพี่ๆ มากหน้าหลายตา

วันหนึ่งเราก็ได้เดินทางด้วยกัน ในจำนวนคนที่พอดี ในเส้นทางเถื่อนที่ไม่ได้มีการสำรวจมาก่อน เส้นทางที่เราหลายคนเกือบเอาชีวิตไปทิ้งกลางสายน้ำเชี่ยวในป่าลึกที่ยากระบุพิกัดชัดเจน

หลายปีต่อมาผมหยุดนิ่ง – น้องชายผมยังเดินทาง มีกลุ่มเพื่อนๆ รุ่นน้องๆ ของพวกเราหลายคนตั้งกลุ่มกันขึ้นมา ไปไหนต่อไหนด้วยกัน ไปในที่ที่ผมเคยไปมาแล้ว และในที่ที่ผมยังไม่เคยไปมาก่อน

เราอาจเป็นตัวจุดประกายอะไรบางอย่างของคนที่ตามมาหรือมองเห็น ไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกธรรมนองคลองธรรมหรือนอกรีตนอกรอยโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม – ไม่รู้ว่าผมไปอ่านเจออะไรทำนองนี้ที่ไหน แต่เป็นจริงอย่างที่สุด

2. จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องที่จะบอกว่า อยากหรือไม่อยากเดินทางในช่วงเวลานี้หรอกนะครับ แม้จะพร้อมด้วยปัจจัยเวลาหรือเงินทองก็ตาม(ซึ่งตอนนี้บอกได้เลยว่าไม่พร้อมด้วยประการทั้งปวง) แต่เรื่องของเรื่องก็คือ ความทะยานอยาก ความเย้ายวนที่เป็นเหมือนกำลังหลักในการฉุดตัวเองออกมาจากถิ่นเดิมที่คุ้นชินไปรับสิ่งใหม่ที่แปลกหูแปลกตาเหมือนในสมัยวัยหนุ่มมันหายไปแล้ว

ช่วงเวลานั้น ถ้าบอกว่าอยากไป หมายถึงต้องไปให้ได้ ต้องไปให้ถึง ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม วัยหนุ่มที่กระฉับกระเฉง เต็มไปด้วยไฟฝัน ส่วนจะได้อะไรมาหลังจากเดินทางครั้งนั้นๆ ก็อีกเรื่องหนึ่ง ทั้งประสบการณ์ ผิดหวัง สมหวัง ฯลฯ

แต่ห้วงยามนี้ด้วยวัยขนาดนี้ ความรู้สึกเกี่ยวกับการเดินทางกลับเฉยๆ นิ่งๆ ไม่เหลืออาการดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่งการเดินทางไปให้ถึงที่นั้นๆ หรือประเทศนั้นๆ ทวีปนั้นๆ อีกแล้ว อาจเรียกว่าหมดอารมณ์ หรือขี้เกียจก็ตามแต่จะนิยามให้  

ลึกๆ ในใจเหลือเพียงความรู้สึกในแต่ละที่ที่น่าสนใจเพียงว่า ชีวิตนี้ต้องได้ไปแน่นอน แต่จะด้วยวิธีการไหน – ไม่รู้ ,รู้เพียงว่าได้ไปแน่ๆ....แค่นั้น  ไม่เกี่ยวกับความลึกลับทางจิตอะไรนะครับ เป็นความรู้สึกล้วนๆ ไร้เหตุผลรองรับโดยสิ้นเชิง  
 
เมื่อได้ใช้ชีวิตนิ่งๆ ปล่อยเวลาไปรายวัน กลับค้นพบว่าการเดินทางอีกแบบหนึ่งน่าตื่นเต้นกว่า สนุกสนานและเต็มไปด้วยเรื่องราวรายละเอียดซับซ้อนมากกว่าหลายเท่าตัว นั่นคือการเดินทางเข้าหาชีวิตผู้คน

ระยะหลังๆ มานี้ผมกลายเป็นคนเงียบขรึม ไม่ค่อยพูด แม้จะมีถ้อยคำมากมาย แต่กลับปล่อยให้ความเงียบสื่อสารแทน  การอยู่กับตัวเองนานเกินไปอาจทำให้เสียงพูดในหัวหลุดออกมาจนกลายเป็นการพูดคนเดียว – วิกลจริต(ใกล้เคียง?) แต่การที่ผมได้พบผู้เฒ่าผู้แก่หลายคนที่ผ่านเวลามามาก มีเรื่องราวแอบอยู่ในเขาแต่ละคนนั้นมากมายล้นหลาม รอวันปลดปล่อยออกมา จะด้วยการพูดคุยด้วยสติสตังแบบคนธรรมดาหรืออยู่ในภาวะหลง หรือสมองเสื่อม หรือย้อนอดีตแบบคนแก่ทั่วไปก็แล้วแต่ มีรายละเอียดอันน่าตื่นเต้นพอๆ กับการเดินทางท่องโลกเลยทีเดียว

การพบคนเหล่านั้น ทำให้ผมกลายเป็นคนที่ต้องพูด พูดในสิ่งที่ผมอยากให้คนแก่เล่าเรื่อง เรื่องของคนแก่เป็นเรื่องของครูของโลกเป็นการเปิดอ่านหนังสือเสียงเล่มโตที่ไม่เคยซ้ำใครในแต่ละคน มากน้อยตามสภาพ,สุขภาพ

ที่น่าทึ่งคือหนังสือเสียงแต่ละเล่มมีบุคลิกลักษณะแตกต่างกันไปตามแต่ภูมิถิ่น การอ่านจึงต้องละเมียดละไมมากกว่าหนังสือที่เป็นกระดาษไร้ชีวิต



3. หลายวันก่อนได้ไปเจอคนแก่คนหนึ่งเชี่ยวชาญพิเศษเรื่องการซ่อมจักรเย็บผ้าได้อย่างเยี่ยมยอดในวัยอายุ 90 ปี ก่อนหน้านี้ไปเจอคนทำอาชีพอื่นๆ ซึ่งใช้เวลาในการดำรงชีวิตตามปกติ ไม่ได้วิเศษวิโสอะไร  แค่ใช่ชีวิตตามธรรมดามาก แต่ในสายตาของผมเป็นเรื่องที่แสนมหัศจรรย์ที่คนๆ หนึ่งเรียนรู้เรื่องราวหลายๆ เรื่องหรือเรื่องเดียว สั่งสมประสบการณ์จนเชี่ยวชาญชำนาญการ จะด้วยความหลงใหลหรือด้วยความจำเป็นก็ว่ากันไปนการเลี้ยงชพกตม    

นี่เป็นสิ่งที่น่าเดินทางเข้ามาหามากที่สุดในชีวิตของผมในช่วงอายุนี้ 

ด้วยความรู้สึกว่าเสียดายเรื่องราว,วิชาชีพของพวกเขา ถ้าหากมันจะหายไปพร้อมกับชีวิตแตกดับ อยากเข้าไปเรียนรู้ทุกเรื่องราวทุกผู้คนแต่ละคน ที่ได้พานพบเข้ามาในชีวิต   ไม่ได้อยากเอามาเป็นอาชีพหรืออะไร แค่เสียดายว่ามันเป็นเรื่องมหัศจรรย์มากที่คนๆ หนึ่งสามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่าง แค่นั้นเอง

ซึ่งอะไรหลายๆ อย่างหรืออย่างเดียวที่คนๆ หนึ่งทำนั้นสามารถขับเคลื่อนสังคมได้ในวงกว้างออกไป เป็นโซ่ที่เชื่อมร้อยต่อกันจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง จากคนหนึ่งไปสู่คนอีกหลายคนอย่างคาดไม่ถึง

เช่น คนซ่อมจักรเย็บผ้าคนหนึ่ง อาจทำให้ช่างเย็บผ้าได้ผลงาน ทำงานได้สวยงาม ได้ดั่งใจ หล่อเลี้ยงชีวิตได้ เพื่อส่งต่อผลงานให้กับอีกครอบครัวหนึ่งซึ่งได้เสื้อผ้าที่สวยงาม เป็นฟันเฟืองของสังคม ของชุมชน  เป็นอะไรบางอย่าง เกี่ยวเนื่องต่อสายเป็นหนึ่งเดียวกัน  ถ้าหากเราผูกเส้นด้าย ต่อๆ กันจากจุดไปยังอีกจุด เส้นด้ายพวกนี้อาจพันกันยุ่งเหยิง วุ่นวาย หรือกลับกันอาจจะเป็นระเบียบสวยงามอย่างน่ามหัศจรรย์ก็ได้ – ใครจะรู้  

ครับ...นี่คือเรื่องที่ผมอยากเดินทาง – คือจริงๆ แล้ว อยากเดินเข้าไปหาชีวิตของพวกเขาเหล่านั้น จะด้วยความฉาบฉวยหรือละเอียดละออ ก็ว่ากันไปตามจริต สำหรับคนบางคน ยิ่งเดินช้ายิ่งเก็บรายละเอียดได้มาก ใครบางคน เคยว่าไว้ ซึ่งแน่นอนมันเป็นจริงเสมอ

อย่างที่บอก, ถ้าจะถามว่าอยากเดินทางไหม? ก็ยังอยากอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้อง ไปให้ได้หรือไปให้ถึง ทุกวันนี้แค่ขับเคลื่อนที่ชีวิตจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง  จากวันหนึ่งไปยังอีกวันหรืออีกปี มองเห็นต้นไม้เติบโต ใบไม้ร่วงหล่นย่อยสลาย จับเจ่ามองเวลาที่เปลี่ยนไปแต่ละนาที –  นี่นับเป็นการเดินทางอย่างหนึ่งได้หรือเปล่า

หรือการมองแบบนี้ เป็นการมองในมุมที่หม่นเศร้าของคนไร้โอกาสในการเดินทางที่เป็นรูปธรรมจริงๆ  ทำนององุ่นเปรี้ยว ใช่ไหม?

– ไม่ใช่คำถาม ดังนั้น จึงไม่มีคำตอบ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สายลมลอย วันที่ : 26/12/2013 เวลา : 10.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suankikran

แหม..ขอบคุณมากครับ ปมเองก็ก็ไม่ค่อยได้เขียนเหมือนกัน

:P

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ดาวปลาตะเพียน วันที่ : 24/12/2013 เวลา : 23.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/daoplatapean
...พร่างพราวในเงาฝัน *

ขอบคุณค่ะ...ที่เปิดเส้นทางให้ได้เข้าไปเรียนรู้ในเรื่องราว
อ่านจบแล้ว ทำให้คิดถึงคำว่า งานเขียนที่ทรงคุณค่า
มากกว่าวรรณศิลป์ที่งามเหมาะ
หรืออารมณ์ที่เปี่ยมอยู่ในตัวอักษร
จิตวิญญาณ อีกอย่างที่ทอประกายอยู่ในนั้น
ทำให้เรารู้สึกอิ่ม และ นับถือในเรื่องเล่า
:)
นานแล้วนะ ไม่ได้มาลงชื่อในสมุดเยี่ยม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน