• subnaidin
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-08-08
  • จำนวนเรื่อง : 28
  • จำนวนผู้ชม : 50293
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11 คน
วันอาทิตย์ ที่ 11 ตุลาคม 2558
Posted by subnaidin , ผู้อ่าน : 1116 , 14:02:23 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน musachiza , ภาษาไทย โหวตเรื่องนี้

 

คลื่นซัดพาร่างซีดขาวของเขามาเหยียดยาวบนหาดทรายนุ่มละเอียด ตรงหาดทรายไกลออกไปเขาเห็นสิ่งปลูกสร้างบางอย่างของมนูษย์ ดูคล้ายๆ รูปปั้นงูตัวใหญ่สองตัวกอดรัดกัน อยู่กับเสารูปคบเพลิง ที่ปลายยอดของคบเพลิงมีธงชาติลายแถบสีๆ สามสีด้วยกัน ปลิวไสว เขาคงได้มาพบเมืองๆ หนี่งแล้วสินะ เขาเริ่มรู้สึกเหมือนหาดทรายและน้ำทะเลหมุนไปรอบๅ ภาพในตาเลือนจาง เสียงคลื่นซาซัดเบาบางลงไปทุกทีๆ แล้วสติสัมปชัญญะก็สิ้นสุดที่ตรงนั้น

อะไรบางอย่างฉุดกระชากเหมือนดึงตัวเขาขึ้นมาจากก้นสมุทร เขาสำลักลมหายใจอย่างแรง เมื่อลืมตาขึ้น ก็เห็นดวงตากลมโตบนใบหน้าที่ปิดปากและจมูกไว้ กำลังจ้องสำรวจตัวเขาอยู่ เธอวางเครื่องช็อตไฟฟ้าในมือลง ก่อนจะตรวจจับชีพจรและดูคลื่นไฟฟ้าบนจอภาพข้างๆ เตียง จากนั้นก็รับหลอดฉีดยาในถาดที่พยาบาลส่งให้ ฉีดเข้าที่ต้นแขนของเขาอย่างฉับไว

“ยูอาร์โอเค พักผ่อนสักครู่นะ” เธอบอกกับเขาเป็นภาษาอังกฤษ

หัวที่ปวดระบมทำให้เขาหลับง่ายดาย เมื่่อตื่นขึ้นอีกครั้ง เห็นใบหน้าเรียวมนกับตากลมโตคู่เดิม ร่างโปร่งบางในชุดขาวของเธอ กำลังถอดสายต่างๆ ตามตัวและข้อมือของเขา ครั้งนี้เขาสังเกตุเห็นรอยยิ้มของเธอบนริมฝีปากที่ค่อนข้างเล็กได้รูปรับกันกับคางและขากรรไกรเรียวมน

“ลองเคลื่อนไหวตัวและลุกนั่งตามสบายค่ะ ร่างกายคุณฟื้นเกือบเป็นปกติทีเดียว รอยช้ำที่หัวยุบลงมาก” เตียงนอนของสถานพยาบาลถูกปรับให้ยกลำตัวเขาขึ้นเป็นท่านั่ง

เขามองดูเจ้าหน้าที่สามสี่คนรอบๆ ตัว ต่างใส่ชุดคลุมสีขาว ทั้งชายและหญิง ก่อนถามว่า

“ช่วยบอกผมทีว่า ผมอยู่ที่ไหน มาจากไหน และใครช่วยผมไว้ครับ”

คุณหมออาวุโส ที่กำลังอ่านแฟ้มกระดานที่ถืออยู่ ถอดแว่นสายตาออก แล้วจ้องเขม็งมา

“ยูอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อนไทยครับ หรือ ไทยเฟลโลว์ฮอสปิทัล ส่วนที่ว่ามาจากไหนน่ะ ไอกำลังจะถามยูอยู่ทีเดียว เป็นไปได้ว่า การกระแทกบริเวณศรีษะ อาจทำให้คุณเสียความจำไปบ้างชั่วคราว บอกซิว่ายูชื่ออะไร ส่วนไอชื่อ ด็อกเตอร์ปรีชา”

เขานึกอยู่นานแต่ก็ไม่ได้ตอบ หมอใหญ่ปรีชาหันไปสั่งงานและเซ็นเอกสารกับเจ้าหน้าที่ข้างๆ แล้วหันมา

“ไม่มีอะไรต้องกังวล มิสเตอร์ ... อ่า.. อาดัม มิสเตอร์อาดัมละกัน หมอตั้งให้ก่อน นักท่องเที่ยวที่หาดแสนสำราญ เขาพบยูนอนสลบอยู่ ก่อนจะส่งตัวมาที่โรงพยาบาลในสภาพไม่หายใจ แทบจะใกล้ตายหรืออาจตายไปแล้วไม่นาน นั่นไงด็อกเตอร์อี๊ดที่ช่วยยูไว้ ว่าแต่ว่า ทางเราได้เอ็กซเรย์อวัยวะสำคัญดูแล้ว เป็นปกติดี และตรวจสอบดีเอนเอ และรูปพรรณสัณฐานของยูกับกระทรวงต่างประเทศ ไม่พบว่าตรงกับบุคคลแจ้งหายหรือผู้ต้องสงสัยใด เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ยูเป็นชาวอาหรับ ย้ายถิ่นฐานมาทางเรือ แล้วถูกทำร้าย”

หมออึ็ด ก้มตัวมาใกล้ แจ้งว่า “คุณพอจำใครได้บ้าง มีญาติพี่น้องที่เราจะติดต่อได้ไหมคะ”

อาดัมเบือนสายตาจากตากลมสวยคู่นั้นไปอีกทาง เหม่อลอยอยู่เป็นครู่ เขารู้สึกว่างเปล่าโหวงเหวงบอกไม่ถูก 

"เอาเถอะค่ะ ระหว่างนี้ คุณเป็นคนไข้ฟี้นฟูอยู่ในความดูแลของดิฉัน จนกว่าความจำคุณจะดีขึ้น”

อาดัมกล่าวขอบคุณทุกคน จากนั้นเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยสาวอีกสองคน พาเขาลองเดิน ให้น้ำดื่ม เขาดื่มทีละน้อย และดึ่มอีกนานกว่าจะสิ้นกระหาย  เขาถูกตรวจวัดความดันและอีกหลายอย่าง  ทั้งสองพาเขาไปชำระล้างร่างกายและโกนหนวดเครา  สองสาวไทยแม้ร่างเล็กอรชร แต่ปฎิบัติหน้าที่คล่องแคล่วและนุ่มนวลมาก ดูอย่างกับจะแย่งกันทำงานด้วยซ้ำ คนหนึ่งคว้ากระจกมาให้เขาลองส่องหน้า  เขาดูงงๆ ไม่น่าเชื่อว่าเขาไม่รู้จักหน้านั้น คนหนี่งหัวเราะกับอีกคน ว่า “น่าจะเรียกมิสเตอร์เมสซี นะ แหม่มว่าไม๊”

อาดัมเห็นพวกเธอ ท่าทางเป็นมิตร เลยรีบถามคนที่เขาเข้าใจว่าชื่อแหม่ม “คุณแหม่มจะบอกผมได้ไหมว่า ผมติดค้างโรงพยาบาลจำนวนเท่าไร ผมไม่คิดว่าผมมีเงินติดตัวเลย”

แหม่มจัดเสื้อผ้าใหม่เอี่ยมพอดีตัวให้เขา แล้วว่า “โนพรอบเบล็มจ้ะอาดัม สำหรับคนไทย และคน  เอ่อ..อนาถา หรือขาดแคลน เราจัดให้เธอร์ตี้บาท ฟอร์ เอฟวรี่ธิงค่ะ”

อาดัมยังไม่ค่อยเข้าใจว่าเขาได้รับการรักษาพยาบาลด้วยราคาแทบจะฟรีเช่นนี้ได้อย่างไร ดูทีสาวไทยทั้งคู่จะติดตลกเกินไป  ที่นี่แม้เป็นเพียงโรงพยาบาลนอกตัวเมือง ไม่ใช่ที่แบงค็อคเมืองหลวงของไทยแลนด์ แต่การทำงานและโรงพยาบาลเป็นแบบที่เขาไม่เคยคิดว่าจะสะดวกราบรี่นและให้บริการดีเยี่ยมเช่นนี้ เขาคิดไว้ว่าจะลองถามหมออี้ดดูอีกที

เย็นแล้ว ฝนตกพรำๆ เขาคิดในใจว่า นี่หรือคือเมืองไทย ช่างชุ่มฉ่ำมีชึวิตชีวาเสียจริง และแล้ว ก็ให้รู้สึกวังเวงชอบกล ...นี่เราหนีใครมากัน ครอบครัวญาติมิตรอยู่ที่ไหน เป็นตายร้ายดีอย่างไร...

หมออี๊ดบอกเขาให้นั่งรอหน้าห้องทำงาน เขาเห็นเธอคราวนี้ดูวุ่นวาย กดโทรศัพท์ แล้วพึมพำ เข้าๆ ออกๆ ห้อง เลยถาม “มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับคุณหมอ”

“อาดัมรออีกหน่อยนะ คือรถยนต์ของดิฉันเกิดสตาร์ทไม่ติด กำลังติดต่อศูนย์แท๊กซี่ให้มารับ แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่มี ที่บอกว่ามีก็ไม่มาเสียที”

อาดัมนึกขึ้นได้เลยบอกหมอว่า “หมอลองเรียก แกร็บแท้กซี่ดูสิครับ พอเรากดเรียก แท็กซี่ที่จดทะเบียนไว้ และอยู่ใกล้ ก็จะจับสํญญาณตำแหน่งเรา และมาได้ทันที”

คุณหมออี๊ดยื่นมือถือมาให้ “เชิญคุณอาดัมลองเรียกดูนะคะ ทำเป็นหรือ ดิฉันเคยได้ยินมา แต่ไม่เคยลองดูสักที”

จากนั้นอาดัมก็จัดการกดโทรศัพท์มือถือตามที่เรียกและที่หมาย ไม่ถึงห้านาทีแท็กซี่ก็มาถึงหน้าโรงพยาบาล พร้อมส่งเลขทะเบียนรถยนต์และผู้ขับมาที่ตัวเครื่องโทรศัพท์  ทั้งสองนั่งรถไปด้วยกัน ผ่านถนนหนทาง ตึกรามบ้านช่อง เพียงครู่เดียวก็ถึงบ้านของหมออี๊ด

“ดีนะคะที่คุณรู้การใช้แอพพลิเคชั่นเรียกแท็กซี่โทรศัพท์มือถือ อึ็ดพอรู้บ้างไม่กี่อย่างเลย” หมออี๊ดยิ้มอายๆ แล้ว พาอาดัมเข้าที่พักใกล้กันกับบริเวณบ้านของหมอ ทึ่ดูไปคล้ายกับรีสอร๋ท อุปกรณ์ใช้สอยครบครัน ตกแต่งอย่างมีศิลปะ สะอาดสะอ้านน่าอยู่อาศัย

หมออี๊ดยื่นอาหารอุ่นด้วยไมโครเวฟ มาที่เขา แล้วบอกว่า

“กินซะค่ะ ทำใจให้สบาย คุณอยู่ในช่วงพักฟื้น ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ โรงพยาบาลเราดูแลคุณเอง”

อาดัมรับอาหารร้อนๆ มา กลิ่นต้มยำกุ้งนี่นา น่ากินจริงๆ แต่เขายังไม่ปักใจเชื่ออะไรง่ายนัก เขาอาจถูกลวงหรือตุ๋นโดยหมอหรือรัฐบาลไทย หรือใครก็ตามที่อาจกำลังไล่ล่าเขา  หมออึ้ดชงน้ำชากลิ่นหอมมาสองถ้วยแลัวนั่งลงที่โต็ะ

“อาดัมอย่าห่วงเลย คุณอาจไม่ทราบข่าวหรือจำไม่ได้ว่า ตั้งแต่ประเทศไทยมีรัฐบาลลุงตู่มาหลายปี เราได้เปลี่ยนนโยบายสนามรบเป็นสนามสุขภาพ หรือวอร์แฟร์ทูเวลแฟร์โพลิซี เราเลิกซื้อเรือดำน้ำ และรถถัง แต่นำงบประมาณมาเป็นการศึกษา โดยเฉพาะด้านการผลิตบุคคลากรด้านการแพทย์ และสถานบริการทางการแพทย์แบบครบวงจร”

อาดัมนึกทบทวนเกี่ยวกับประเทศไทย ก็ยังนึกไม่ออกว่าประเทศไทยที่อยู่แถวๆ เซาท์อีสเอเซีย มีความเป็นมาและเป็นไปอย่างไร

“แต่ก่อนเราทำงานกันอย่างอื่น มีหมอและโรงพยาบาลไม่มากนักหรอกค่ะ ในที่สุดก็เจ็บป่วย ไม่มีหมอรักษาอย่างเพียงพอและทั่วถึง  รัฐบาลรุ่นใหม่ทราบถึงปัญหา และมีความจริงใจที่จะแก้ลงไปถึงต้นตอ แทนที่จะทุ่มงบไปพัฒนาสิ่งอื่นๆ ลุงตู่แกพัฒนาการแพทย์เพียงอย่างเดียว  อาดัมรู้ไหมคะ รายได้เราเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เพราะต่างชาติบินมารักษาตัวเมืองไทย มากไปกว่านั้น เราเป็นผู้ผลิตและส่งออกยาและวัคซีนที่มีคุณภาพรายใหญ่ จะว่าเป็นเมืองแพทย์ของโลกก็ว่าได้”

อาดัมดื่มน้ำชา แก้เผ็ดรสชาติต้มยำที่เข้มข้น

“ดีครับ แต่ถ้าการแพทย์ดีอย่างเดียว ความเจริญก้าวหน้าทางด้านปกป้องประเทศ และอื่นๆ จะน้อยลงไปไหม”

หมออี๊ดตอบว่า “เรื่องอื่นไม่เป็นปัญหาหรอกค่ะ ผู้คนทั้งเมืองหลวงและทั่วประเทศ เป็นหมอ พยาบาล หรือเป็นผู้ทำงานทางการแพทย์กันหมด หรืออาจศึกษาเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางก็แล้วแต่ความถนัด งานรักษาพยาบาลคนเจ็บทั้งในประเทศและต่างประเทศมีต่อเนี่องไม่เคยว่างเว้น

ทุกคนอยู่สุขสบาย มีรายได้มาก ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เราสามารถนำเข้าสินค้าทุกอย่าง มาอุปโภคบริโภคได้เพียงพอเท่าที่ต้องการ ส่วนเรี่องความมั่นคงของประเทศเรามีจีทูจีกับชาติมหาอำนาจทุกชาติที่ส่งคนมารักษาหรือรับวัคซีนจากเราค่ะ”

อาดัมถามไปตรงๆ ว่า “คนต่างด้าวหรือคนอพยพอย่างผมล่ะ หมอคิดอย่างไร”

“อ๋อ เราจดทะเบียนพวกเขาอย่างถูกกฏหมาย มีงานบริการให้พวกเขาทำ ทุกคนมีรายได้ดี โดยเฉพาะพวกมีทักษะและความรู้  เป็นการได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งคนไทยเจ้าของประเทศ และผู้ใช้แรงงานต่างชาติ เราไม่กังวลภัยร้ายจากอาชญากรรม เพราะกำหนดโทษไว้สูงมาก ถึงอย่างไร เมื่อคนมีรายได้มาก ผู้ร้ายก็แทบไม่มี” หลังจากที่หมออี๊ดกลับออกไป อาดัมใช้เวลาในค่ำคืนนั้นกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เพื่อค้นหาร่องรอยเกี่ยวกับตัวเอง หรือสถานที่ที่เคยอยู่อาศัย แต่ก็ไม่พบรายละเอียดใด

เมื่อจนปัญญา เขาก็ลองเข้าไปดูเรื่องราวของประเทศไทยที่เขาเคยได้ยินมาและมาพบด้วยตนเองว่า ผู้คนช่างมีสเน่ห์และน้ำใจงาม ยิ่งลองอ่านรายละเอียด ก็ชวนให้เขาสนใจและพิศวงมากขึ้น ประเทศที่เคยทำกสิกรรมเพื่อส่งออก และเป็นฐานการผลิตให้โรงงานต่างชาติ ต้องประสบพิษการเงินฟองสบู่ ผู้คนถึงแม้จะมีค่าแรงสูงขึ้น ต่างก็มีค่าใช้จ่ายและหนี้สินพะรุงพะรัง กับการศึกษาเล่าเรียนของบุตรหลานแบบสูญเปล่า ในสาขาวิชาที่ล้าสมัย เยาวชนเสพติดยา ประชาชนเจ็บป่วยจากการทำงานหนัก และมลพิษในสิ่งแวดล้อม การรักษาพยาบาลไม่ครอบคลุมทั่วถึง  เว็บไซต์ได้กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระยะหลัง ตรงกับที่หมออี๊ดเล่ามาทีเดียว ว่าการศึกษาและการพัฒนาของไทยได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ถนนทุกสายมุ่งสู่การแพทย์ ตามคำขวัญของผู้นำ เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามสุขภาพนั่นเอง”

อาดัมใช้เวลาในค่ำคืนนั้น ศึกษาลู่ทางในการหางานและดำรงชีวิตที่นี่ เขาค้นพบว่า ซอยนานาที่กรุงเทพ มีชาวต่างชาติอยู่มาก เขาคิดว่าจะลองไปบริเวณนั้น เผื่อจะได้พบใครที่อาจจำเขา หรือเขาจำได้ หรือใครก็ตามที่จะทำให้เขารู้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศของเขาได้มากขึ้น”

หมออี๊ดเรียกรถแท็กซี่ด้วยบริการแกร็บแท็กซี่ ไปทำงานแต่เช้า อาดัมขอติดรถไปด้วย เขาอาสาจะช่วยดูรถที่สตาร์ทไม่ติด เผื่ออาจแก้ไขหรือช่วยติดตามช่างซ่อมได้

วันนี้หมออี้ดท่าทางเร่งรีบกว่าเคย เธอสวมเสื้อคลุมสีเขียวเตรียมเข้าห้องผ่าตัด เปิดกระเป๋าหาของอยู่เป็นนานแล้วทำหน้าตื่น ตาโตเบิกโพลง

“โอ... ดิฉันลืมไอโฟนไว้ที่บ้านแน่เลย” เธอเรียกน้องแหม่มผู้ช่วยสาวให้ช่วยแจ้งเลื่อนเวลาผ่าตัดกับทางฝ่ายอำนวยการโรงพยาบาลออกไปอีกหนึ่งชั่วโมง และทำท่าจะเรียกรถกลับไปเอาโทรศัพท์ที่บ้าน เธอว่าในนั้นมีข้อมูลสำคัญของผู้ป่วย ที่จำเป็นต้องตรวจสอบกับทีมหมอก่อนเริ่มผ่าตัด เป็นข้อมูลสแกนร่างกายที่ส่งต่อมาจากเพื่อนหมอของเธอที่โรงพยาบาลอีกแห่งหนี่ง

อาดัมคิดว่าเธอไม่น่าต้องวุ่นวายขนาดนั้น เขาชี้ไปที่ เครื่องคอมที่ห้องทำงานที่เปิดอยู่

“หมออี๊ดลองต่ออินเตอร์เนตสิครับ” อาดัมให้เธอพิมพ์รหัสเข้าเครื่องไอโฟนที่หน้าจอ

ไม่ช้าเขาก็ดึงไฟล์ข้อมูลของผู้ป่วย จากเครื่องไอโฟนที่บ้านหมออี๊ด มาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ครบทุกรายการ

หมออี๊ดเซฟไฟล์ในตัวไดรฟขนาดจิ๋ว ขอบคุณอาดัมด้วยยิ้มละไม ก่อนรีบเดินเข้าห้องประชุมของทีมผ่าตัดในทันที

เช้าวันอาทิตย์ที่สดใส ผู้คนทั้งชาวไทยและชาวเทศต่างพร้อมใจกันไม่เจ็บไข้ได้ป่วย ชาวบ้านร้านหมอ และพยาบาลพักงานวันหยุด ต่างพากันพักผ่อน ท่องเที่ยวไปตามอัธยาสัย

หมออี๊ดชวนอาดัมท่องเที่ยวและออกกำลังด้วยการปั่นจักรยานเลียบไปตามแนวชายหาด บรรยากาศดูสดชื่น เขาเห็นต้นไม้สูงเสียดฟ้าเรียงกันเป็นทิวไปทั้งสองฝั่ง แต่สิ่งก่อสร้างซึ่งมีทั้งบ้าน และรีสอร์ทตกแต่งทันสมัย ต่างก็มีขนาดไม่สูงนัก  กระจายตัวอยู่เป็นระยะตามแนวถนน เขาขับผ่านโรงพยาบาล และศูนย์วิจัยสองสามแห่งของรัฐ ที่มีเครื่องหมายหรือไม่ก็สัญลักษณ์งูกับคบเพลิง โน่น เด็กน้อยพากันส่งเสียงเจี้ยวจ๊าว เล่นวอลเลย์บอลริมหาด เล่นกีฬาสีเสียด้วย เสื้อยืดทั้งสองทีมมีรูปกากบาทสีแดงตรงกลาง อาดัมทึ่งเมื่อคิดว่า นักเรียนหมอน้อยเหล่านี้แหละ จะเป็นอนาคตของประเทศไทย

หมออี๊ดและเขาแวะนั่งพักกันที่ร้านกาแฟ  พากันสั่งน้ำตาลสดปั่นมาดื่มกันคนละถ้วย ตามโปรโมชั่นของร้านนี้ ที่ลงชื่อพร้อมรูปถ่ายใส่แว่นของเจ้าของร้านที่ท้ายเมนู เป็นคุณหมอเสียด้วยซี

หมออี๊ดบอกเขาว่า ทางสถาบันเทคโนโลยีแห่งชาติ กำลังขาดแคลนโปรแกรมเมอร์ และนักเทคนิคคอมพิวเตอร์อย่างมาก  อาจารย์หมอปรีชาส่งข้อมูลของอาดัมไปทางสถาบันแล้ว และได้รับพิจารณาเข้าทำงานสัปดาห์หน้า พร้อมออกบัตรทะเบียนแรงงานต่างด้าวให้

อาดัมยกมือทั้งสองขึ้นไหว้หมออี๊ดด้วยท่าทางแบบที่เขาเห็นคนไทยทำ

“ด้วยความยินดี และขอบคุณทุกคนครับ ผมรับรองว่า ทันทีที่มีรายได้ จะนำมาจ่าย เธอร์ตี้บาทที่โรงพยาบาล รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ค้างอยู่”

หมออี๊ดยิ้มละไม แล้วนั่งกดเล่นโทรศัพท์มือถือบนโต็ะ หัวเราะคิกคักกับรูปหรือข้อความในนั้น ในยามพักจากงานในหน้าที่ ดูไปเธอก็คล้ายเหมือนเด็กสาวขี้เล่นและน่ารักคนหนึ่ง

เขานั่งชมธรรมชาติและความงามไปไม่รู้เบื่อ จนหมออี้ดละสายตาจากโทรศัพท์ จะพาเขาไปปั่นเที่ยวต่อ

“อาดัม คุณเห็นไหม ไทยเรามีหมอและโรงพยาบาลมากพอสมควรแล้ว น่าจะเปลี่ยนเป็น ส่งเสริมให้คนเรียนออกแบบไอโฟนรุ่นใหม่ๆ เจ๋งๆ นะ อี้ดว่า”

ทั้งสองปั่นจักรยาน ตามกันไป จอดพักดูวิวเป็นระยะๆ ผลัดกันถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์ไอโฟน

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 12/10/2015 เวลา : 10.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

อ่านคร่าว ๆ น่าสนุกดีค่ะ ไว้จะกลับมาอ่านอีกรอบนึง
โหวตให้ก่อน กับความฝัน..

“อาดัมอย่าห่วงเลย คุณอาจไม่ทราบข่าวหรือจำไม่ได้ว่า ตั้งแต่ประเทศไทยมีรัฐบาลลุงตู่มาหลายปี เราได้เปลี่ยนนโยบายสนามรบเป็นสนามสุขภาพ หรือวอร์แฟร์ทูเวลแฟร์โพลิซี เราเลิกซื้อเรือดำน้ำ และรถถัง แต่นำงบประมาณมาเป็นการศึกษา โดยเฉพาะด้านการผลิตบุคคลากรด้านการแพทย์ และสถานบริการทางการแพทย์แบบครบวงจร”

อาดัมนึกทบทวนเกี่ยวกับประเทศไทย ก็ยังนึกไม่ออกว่าประเทศไทยที่อยู่แถวๆ เซาท์อีสเอเซีย มีความเป็นมาและเป็นไปอย่างไร
...
“แต่ก่อนเราทำงานกันอย่างอื่น มีหมอและโรงพยาบาลไม่มากนักหรอกค่ะ ในที่สุดก็เจ็บป่วย ไม่มีหมอรักษาอย่างเพียงพอและทั่วถึง รัฐบาลรุ่นใหม่ทราบถึงปัญหา และมีความจริงใจที่จะแก้ลงไปถึงต้นตอ แทนที่จะทุ่มงบไปพัฒนาสิ่งอื่นๆ ลุงตู่แกพัฒนาการแพทย์เพียงอย่างเดียว อาดัมรู้ไหมคะ รายได้เราเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เพราะต่างชาติบินมารักษาตัวเมืองไทย มากไปกว่านั้น เราเป็นผู้ผลิตและส่งออกยาและวัคซีนที่มีคุณภาพรายใหญ่ จะว่าเป็นเมืองแพทย์ของโลกก็ว่าได้” ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน