*/
  • แพทย์ฉันท์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sukitsi91@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-04-13
  • จำนวนเรื่อง : 36
  • จำนวนผู้ชม : 96749
  • จำนวนผู้โหวต : 17
  • ส่ง msg :
  • โหวต 17 คน
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 4 กันยายน 2553
Posted by แพทย์ฉันท์ , ผู้อ่าน : 1993 , 00:52:46 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การปลูกถ่ายอวัยวะและการบริจาคอวัยวะในประเทศไทย

 การปลูกถ่ายอวัยวะและการบริจาคอวัยวะในหลายประเทศได้กำหนดเป็นกฎหมายชัดเจน สำหรับประเทศไทยแม้ไม่มีกฎหมายกำหนดโดยตรงแต่ความก้าวหน้าทางการแพทย์ไม่อาจสะดุดหยุดได้ แพทยสภาในฐานะสภาวิชาชีพที่มีหน้าที่ควบคุมกำกับมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์ จึงได้กำหนดเรื่องนี้ไว้ในข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรมที่ถือเป็นกฎหมายระดับรองจากพระราชบัญญัติ ซึ่งผู้ปฏิบัติย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา80(2) การดำเนินการปลูกถ่ายอวัยวะในประเทศไทยจึงมีความก้าวหน้าได้ผลดีทัดเทียมประเทศที่มีความเจริญมากๆได้ โดยการดำเนินการจะกระทำภายใต้การกำกับของศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย การบริจาคอวัยวะสามารถกระทำได้ใน 2 กรณีคือ

1. การบริจาคอวัยวะโดยผู้ตายที่ได้รับการวินิจฉัยสมองตาย ซึ่งมีการกำหนดเกณฑ์การวินิจฉัยที่แพทย์จะต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด

2. การบริจาคอวัยวะโดยผู้ยังมีชีวิต ซึ่งปัจจุบันสามารถบริจาคไตข้างหนึ่ง หรือตับบางส่วนได้ ทั้งนี้การบริจาคโดยผู้ยังมีชีวิตนี้หากเปิดโดยเสรีให้ใครก็ได้บริจาคให้แก่กัน อาจเป็นเหตุให้มีการบังคับกับผู้ด้อยโอกาสกว่าให้บริจาคได้ จึงอนุญาตเฉพาะเครือญาติที่มีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม หรือสามีภรรยากันเท่านั้น

 เกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะโดยผู้ที่ยังมีชีวิตนี้ล่าสุดแพทยสภาได้ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับดังกล่าวโดยยกเลิกความในข้อ 52 แห่งข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2549 และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“ ข้อ 52 การปลูกถ่ายอวัยวะที่ผู้บริจาคประสงค์จะบริจาคอวัยวะขณะที่ยังมีชีวิต ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ทำการปลูกถ่ายอวัยวะ ต้องดำเนินการตามเกณฑ์ต่อไปนี้

(1) ผู้บริจาคต้องเป็นเครือญาติที่มีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม หรือ

(2) ผู้บริจาคต้องเป็นสามีภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย หรืออยู่กินฉันสามี ภรรยาโดยเปิดเผยกับผู้รับอวัยวะมาแล้วอย่างน้อยสามปี กรณีที่มีบุตรร่วมกันโดยสายโลหิตไม่ต้องใช้ระยะเวลาสามปีหากมีปัญหาในการพิสูจน์บุตรร่วมกันให้ใช้ DNAเป็นเครื่องพิสูจน์

(3) ผู้บริจาคต้องเป็นผู้ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะทดแทนแล้ว และประสงค์บริจาคอวัยวะของตนนั้นให้กับผู้อื่น

(4) กรณีที่มีปัญหาในการพิสูจน์ข้อ 52(1) (2) และ(3) ให้ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยเป็นผู้พิจารณา

(5) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ทำการปลูกถ่ายอวัยวะต้องทำการตรวจสอบ และรวบรวมหลักฐานที่แสดงว่า ผู้บริจาคเป็นญาติโดยสายเลือด สามีหรือภรรยากับผู้รับอวัยวะ โดยต้องเก็บหลักฐานดังกล่าวไว้ในรายงานผู้ป่วยของผู้รับอวัยวะ

(6) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ทำการปลูกถ่ายอวัยวะ ต้องอธิบายให้ผู้บริจาคเข้าใจถึงความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่างๆแก่ผู้บริจาคทั้งจากการผ่าตัด หรือหลังการผ่าตัดอวัยวะที่บริจาคออกแล้วเมื่อผู้บริจาคเข้าใจและเต็มใจที่จะบริจาคแล้ว จึงลงนามแสดงความยินยอมบริจาคอวัยวะไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

(7) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ทำการปลูกถ่ายอวัยวะต้องทำหลักฐานเป็นหนังสือเพื่อแสดงว่าไม่มีการจ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้บริจาคอวัยวะเป็นค่าอวัยวะ

(8) ผู้บริจาคต้องมีสุขภาพสมบูรณ์ เหมาะสมที่จะบริจาคอวัยวะได้ ”

ซึ่งข้อบังคับดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2553 จึงขออนุญาตประชาสัมพันธ์ให้ทราบครับ อย่างไรก็ตามการเปิดโอกาสให้ผู้ที่เสียชีวิตจากภาวะสมองตาย ได้บริจาคอวัยวะจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับ เพราะแทนที่จะเกิดแต่ความสูญเสียของผู้ที่จากไป กลับสร้างบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ในการได้ช่วยชีวิตผู้ที่สิ้นหวังได้หลายชีวิต ผลบุญจะได้แก่ผู้มีส่วนร่วมทุกคนไม่เฉพาะผู้บริจาคหรือญาติเท่านั้น ขอเชิญชวนท่านผู้อ่านแสดงความจำนงในการบริจาคอวัยวะได้ที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยหมายเลขโทรศัพท์ 1666

 ด้วยความปรารถนาดีจาก

   นายแพทย์สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์

 ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน