*/
  • sunsmile
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 396
  • จำนวนผู้ชม : 1387863
  • จำนวนผู้โหวต : 773
  • ส่ง msg :
  • โหวต 773 คน
<< ธันวาคม 2012 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 19 ธันวาคม 2555
Posted by sunsmile , ผู้อ่าน : 18667 , 16:42:57 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน mookie , ยามเสาร์ และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

ประโยชน์ของสตรอเบอรี่
สตรอเบอรี่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผลไม้ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง เพราะ.....
๑. มีสารต้นอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซี วิตามินเอ โฟเลต และแอนโธไซยานินส์ ที่มีอยู่มากมายในสตรอเบอร์รี่ที่ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง ซึ่งผลจากการศึกษาพบว่า เมื่อเทียบน้ำหนักที่เท่ากับผลไม้ชนิดอื่น ๆ แล้ว พลังในการต้านอนุมูลอิสระของสตรอเบอรี่จะสูงกว่าส้มถึงหนึ่งเท่าครึ่ง สูงกว่าองุ่นแดง ๒ เท่า สูงกว่ากีวี ๓ เท่า สูงกว่ากล้วยหอมกับมะเขือเทศ ๗ เท่าและสูงกว่าลูกแพรถึง ๑๕ เท่า
นอกจากนี้ผลสตรอเบอรี่ยังอุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนอีกหลายชนิด เช่น เคอซิติน (quercetin)  แอนโทไซยานิน (anthocyanin) เคมเพอรอล (kaempferol) รวมถึงวิตามินซีดังที่กล่าวมา ซึ่งพบว่า  มีอยู่ในอัตรที่สูงมาก (สตรอเบอรี่ฝานบาง ๆ ๑ ถ้วยจะมีวิตามินซี ประมาณ ๙๔ กรัม) โดยมีผลงานวิจัยมากมายยืนยันว่า สารดังกล่าวได้ไปช่วยยับยั้งการสร้างสารคาร์ซิโนเจน (carcinogens) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการก่อโรคมะเร็ง รวมทั้งไปบล็อกกลไกหรือกระบวนการ (ตั้งแต่เริ่มแรก) ไม่ให้เกิดโรคขึ้น และถ้าเกิดโรคขึ้นแล้ว ก็จะไปยับยั้งเนื้องอก (tumors) ไม่ให้เจริญอีกต่อไป
๒. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน
๓. อุดมด้วยวิตามินซี และธาตุเหล็ก มีคุณประโยชน์ต่อระบบเลือดและหัวใจ
๔. ในวิตามินซีนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่ามีกรดอินทรีย์สำคัญที่เรียกว่า “กรดแอสคอร์บิก” (ascorbic acid) ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ทั้งยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกายต่อโรคภัยต่าง ๆ เช่น      โรคภูมิแพ้ และโรคหวัด เป็นต้น ที่สำคัญคือ ยังช่วยชะลอความชรา และการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร  อีกด้วย
๕. ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้สะดวก มีสรรพคุณเป็นยาระบายอย่างอ่อน ยาขับปัสสาวะ  
    รับประทานผลสตรอเบอร์รี่สดครั้งละ ๕-๖ ผล เพราะสตรอเบอรี่นั้นอุดมไปด้วยวิตามินซีและธาตุเหล็ก
๖. สามารถยับยั้งสารก่อมะเร็งกลุ่มไนโตรซามีนได้(สารกลุ่มนี้กระตุ้นการเกิดมะเร็งในลำไส้) เนื่องจากมีโพลีฟินอลปริมาณสูง
๗. มีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอย เพราะอุดมด้วยวิตามินซี
๘. อุดมด้วยซุปเปอร์ไฟเบอร์เพคติน ซึงสามารถช่วยลดปริมาณโคเลสเตอรอลได้ระดับหนึ่ง
๙. ดูแลสายตา ปัญหาเกี่ยวกับดวงตาส่วนใหญ่จะเกิดจากอนุมูลอิสระ และการขาดสารอาหารบางชนิด และเมื่อเราอายุมากขึ้น
ดวงตาของเรายิ่งถูกทำร้ายได้ง่าย ซ้ำร้ายความแก่ชราจะทำให้กล้ามเนื้อดวงตาเสื่อมสภาพ แต่สตรอเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างวิตามินซี ฟลาโวนอยด์ กรดฟิโนลิกและกรดเอลลาจิก ซึ่งช่วยชะลอกระบวนการดังกล่าว แถมยังมีโพแทสเซียมซึ่งช่วยปรับความดันในตาให้เป็นปกติอีกด้วย
ผลไม้ตระกูล เบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อุดมไปด้วยวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน ลูทีน ซิแซนทิน โอฟลาวโวนอยด์ และสารแอนต้าแซนธิน ช่วยบำรุงดวงตา ช่วยให้ผิวบุนัยน์ตา รวมทั้งเยื่อบุของอวัยวะต่าง ๆ    แข็งแรง โพแทสเซียมซึ่งช่วยปรับความดันในตาให้เป็นปกติและสตรอเบอร์รี่ยังช่วยป้องกันโรคตา เช่น      ต้อกระจก โรคตาบอดกลางคืน การรับประทานสตรอเบอร์รี่เป็นประจำทุกวัน ช่วยลดความเสื่อมของจอประสาทตาได้ถึง ๕๐%
๑๐. ป้องกันโรคข้ออักเสบและโรคเกาต์ เมื่อกล้ามเนื้อถูกใช้งานมากๆ เข้า กล้ามเนื้อของเราก็มีแต่จะ     ถดถอย ของเหลวบริเวณข้อต่อกระดูกจะเหือดแห้งไปเรื่อย ๆ และร่างกายก็สะสมสารพิษอย่างกรดยูริก เอาไว้มากขึ้น ๆ ทำให้โรคข้ออักเสบและโรคเกาต์ถามหา แต่เราสามารถขับไล่โรคทั้งสองได้ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และสรรพคุณล้างพิษของสตรอเบอร์รี่
๑๑. ส่งเสริมการทำงานของสมอง คนเราทั่ว ๆ ไปยิ่งแก่จะยิ่งขี้หลงขี้ลืม เพราะเนื้อเยื่อและเส้นประสาท  ในสมองเสื่อมสภาพจากอนุมูลอิสระตัวร้าย ซึ่งสตรอเบอร์รี่ช่วยได้เพราะมีวิตามินซี และไฟโตนิวเทรียนต์ ที่ทำให้อนุมูลอิสระหมดฤทธิ์ และคืนความอ่อนเยาว์ให้แก่ระบบประสาท แถมยังมีไอโอดีนที่ทำให้สมองและระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
๑๒. ลดความดันโลหิต หากโซเดียมเป็นตัวการทำให้เกิดความดันโลหิตสูง สตรอเบอร์รี่ก็มีโพแทสเซียมและแมกนีเซียมที่ช่วยปรับความดันให้เป็นปกติ
๑๓. ช่วยปราบโรคหัวใจได้อย่างดี อีกทั้งสตรอเบอร์รี่ยังมีใยอาหาร โฟเลต และสารต้านอนุมูลอิสระมากมายซึ่งจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย แถมวิตามินซีบางชนิดที่พบในสตรอเบอร์รี่จะเสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรงอีกด้วย
๑๔. มีแคลเซียม และฟอสฟอรัส ช่วยในการสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
๑๕. มีคุณสมบัติในการรักษาโรคนิ่วในไตได้อีกด้วย
๑๖. นำใบเสตอเบอร์รี่สดมาแช่น้ำทิ้งไว้ค้างคืน แล้วนำมาอมบ้วนปาก จะใช้เป็นยาแก้กลิ่นปากได้อย่างดี ทำให้ลมหายใจสดชื่น
ใช้กลั้วคอ แก้อาการเจ็บคอ ทำให้สุขภาพเหงือกและฟันแข็งแรง รักษาแผลในปากได้อีกด้วย
๑๗. สรรพคุณทางสมุนไพรของสตรอเบอร์รี่ ผลสด ช่วยบรรเทาโรคตับอักเสบ ท้องร่วง และโรคเหน็บชา
๑๘. ใบสดของสตรอเบอร์รี่ นำมาโขลก แล้วไปประคบตามร่างกายจะช่วยลดอาการอักเสบและบวมช้ำได้เป็นอย่างดี
๑๙. มีกรดฟอลิค เป็นประโยชน์สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ช่วยป้องกันไม่ให้ทารกในครรภ์สมองพิการได้
๒๐. ช่วยดีท็อกซ์ขับสารพิษออกจากร่างกาย ทำให้ร่างกายสดชื่นผ่อนคลาย
๒๑. ใช้ทำความสะอาดผิวหน้า โดยให้ผสมสตรอเบอร์รี่ ๒-๓ ผลกับน้ำมะนาว นำมานวดให้ทั่วใบหน้า แล้วจึงล้างออก
สตรอเบอร์รี่อุดมด้วยวิตามินและกรดเอเอซเอธรรมชาติ ซึ่งสามารถช่วยปรับสภาพผิวและลดการอุดตันของรูขุมขนได้เป็นอย่างดี
๒๒. ช่วยบำรุงผิวให้สวยใสไร้ริ้วรอย โดยให้นำผลสตรอเบอร์รี่สดฝานบาง ๆ วางให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้     ๑๐-๑๕นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ใช้บำรุงผิวหน้าก่อนนอนเป็นประจำ จะช่วยลบริ้วรอยจาก           แสงแดดได้
๒๓. มีพลังงานต่ำ จึงเหมาะสำหรับลดความอ้วน
๒๔. มีวิตามินซีสูง จึงสามารถป้องกันโรคหวัดได้เมื่อทานเป็นประจำ
๒๕. ชะลอความชรา เพราะมีสารช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้ ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก และช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกได้
๒๖. ใบและรากสตรอเบอร์รี่ตากจนแห้ง ใช้ชงกับน้ำเดือด ดื่มแทนน้ำชา ใช้ใบ และรากสตรอเบอร์รี่ ๒ ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำเดือด ๑ กาขนาดกลาง สำหรับสตรีที่มีประจำเดือนไม่ปกติ มาไม่สม่ำเสมอจะหายเป็นปกติ
๒๗. ใช้เหล้าไวน์ ๑ ถ้วยตวง ใส่รากและใบสตรอเบอร์รี่ที่ตากแห้ง ๑/๒ ถ้วยตวง ต้มให้เดือดแล้วกรองเอาแต่น้ำ ให้คนที่เป็นโรคตับอักเสบ โรคเลือดออกตามไรฟัน โรคท้องร่วง โรคทางเดินปัสสาวะ ดื่มก่อนอาหารทุกมื้อ อาการป่วยจะทุเลาลงได้
๒๘. บำรุงร่างกายหลังฟื้นไข้ โดยรับประทานน้ำคั้นจากผลสตรอเบอร์รี่สดวันละ ๑ แก้ว
๒๙. ใช้ใบสตรอเบอร์รี่ซ้อนกันหลาย ๆ ใบ นำมาประคบแก้รอยช้ำบวมบนร่างกาย
๓๐.  นำใบสตรอเบอร์รี่และรากที่ตากแห้งแล้ว มาใส่โถปั่น ปั่นจนเป็นผงใช้แทนยาสีฟัน ทำให้ฟันขาวเป็นเงางาม
๓๑. มีวิตามิน บี ๙ (โฟลิค) ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอลในเลือด และช่วยสร้างเม็ดเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง ช่วยทำให้หลอดเลือดสะอาดปราศจากคราบไขมันเกาะจับ ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
 ขอบคุณ ผู้เฒ่า เล่าเรื่อง
 
 
ประโยชน์ของมะนาว
1. แก้ไอออกเลือด (ไอมีเลือดปน)
- ใช้น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา มะนาว 4 ลูก เกลือ 1 ช้อน หรือประมาณ 3-4 เม็ด ผสมให้เข้ากันดี ให้มีรสเปรี้ยวเค็มหวาน ใช้จิบทุกครั้งที่ไอ
-ใช้มะนาว 108 ใบ เบี้ยจั๊กจั่น 11 ตัว   ปูนขาวหนักประมาณ 4 บาท
วิธีทำ คั้นน้ำมะนาว ใส่เบี้ยจั๊กจั่นและปูนขาวปนกัน ดองประมาณ 3 คืน รับประทานครั้งละจอกชา        แก้ไอออกเลือดดี
2. ต่อมทอนซิลอักเสบ เอาน้ำมะนาว น้ำผึ้งและปูนขาวผสมดื่ม แก้ทอมซิลอักเสบ
3. แก้ซาง,ตุ่มในคอเด็ก,เสมหะ
- เมล็ดมะนาวขับเสมหะแก้โรคซางของเด็ก แก้เม็ดยอดในปากโดยเอาเมล็ดมะนาวเผาไฟ บดให้ละเอียด ใช้น้ำมะนาวหรือรากของมะนาวฝนกับน้ำเป็นกระสาย ผสมเข้าด้วยกัน แล้วกวาดซางเด็ก
- ให้เอาน้ำมะนาว 1 ช้อนชา แล้วเอารากมะนาวฝนให้ข้นดี แล้วจึงเอาไปล้วงคอเด็กสัก 2-3 ครั้งก็หาย
- ใช้เม็ดมะนาวเคี้ยวกิน ขับเสมหะ ใช้ติดต่อกัน 7 วัน ได้ผลดี
4. แก้เสียงแหบแห้ง - มะนาวทำให้เสียงไม่แหบแห้ง ตื่นตอนตอนเช้าทุกครั้งให้ผ่ามะนาวครึ่งหนึ่ง        จิ้มเกลือบีบน้ำลงคอกลืนกิน ทำทุกเช้าทุกวัน ทำให้เสียงไม่แหบแห้ง
5. ก้างติดคอ
- เมื่อก้างปลาติดคอ เอามะนาว 1 ลูกคั้น เอาแต่น้ำ เติมเกลือ น้ำตาลนิดหน่อยกรอกลงไปให้ตรงก้างที่ติดคอ อมไว้สักครู่ แล้วจึงค่อยกลืน ก้างจะอ่อนตัวหลุดลงไปในกระเพาะ
- ก้างปลาติดคอซึ่งเป็นชิ้นเล็กๆ เมื่อกลืนน้ำลายจะทำให้รำคาญเท่านั้น ให้ผ่ามะนาวแล้วนำมาอมไว้ในปาก อมจนรู้สึกรสเปรี้ยวของมะนาวเจือจางสัก 2-3 หน จะทำให้ก้างหลุดออกไปได้
6. แก้ไข้
- นำใบมะนาวมาหั่นฝอยๆ ชงด้วยน้ำเดือด ดื่มแบบน้ำชาจะช่วยลดไข้และใช้อมกลั้วคอฆ่าเชื้อโรคได้อีกด้วย
- ประเทศในทวีปอาฟริกาตะวันตกนิยมใช้เปลือกรากมะนาวต้มเป็นยาแก้ไข้อย่างดี และใช้ใบทำเป็นยาชงกินแก้ไข้ที่มีอาการตัวเหลืองเล็กน้อย นอกจากนี้ยังใช้น้ำมะนาวดื่มแก้กระหายน้ำ แก้ไข้อีกด้วย - ที่ประเทศอินเดีย ถ้าเป็นไข้หวัดใหญ่ นิยมรักษาโดยดื่มน้ำมะนาวแล้วพักผ่อน ถ้าเป็นไข้หวัดธรรมดา จะรับประทานผลอินทผลัมและดื่มน้ำมะนาวรักษา
7. แก้ไข้ทับระดู เอาใบมะนาว 100 ใบ มาต้มกินแล้วหาย (108 ใบ แก้ไข้เพ้อคลั่ง)
8. แก้ปวดศีรษะ
- เอามะนาวมาฝานเป็นซีกบางๆ แล้วเอาปูนที่กินกับหมาก ละเลงด้านหน้าของซีกมะนาวนั้นบางๆ แล้วปิดตรงขมับ ทำอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ อาการปวดก็ค่อยหายดีขึ้นทุกวัน
- ใช้น้ำมะนาวผสมกับน้ำตาลสัก 1 แก้ว ดื่มตอนเช้า ช่วยให้หายจากโรควิงเวียนและปวดหัว
- ชาวมาเลเซีย ใช้ใบมะนาวผสมกับน้ำมะนาว บดทำเป็นยาใส่ผมแก้ปวดศีรษะ
- ประเทศในทวีปอาฟริกาตะวันตก ใช้ใบมะนาวตำให้ละเอียดถูศีรษะหรือเคี้ยวรากมะนาวแก้ปวดศีรษะ
9. แก้เลือดออกตามไรฟัน
- เกิดจากการขาดวิตามินซี ทำให้เหงือกบวมและมีเลือดออกตามไรฟันเป็นประจำ หรือมีเลือดออกได้ง่าย เช่น มีเลือดกำเดาไหล มีจุดพรายย้ำขึ้นตามผิวหนัง อาจมีเลือดออกจนซีดได้ ถ้าอาการรุนแรง จะมีอาการปวดน่อง ข้อเท้าบวม การรักษาให้กินมะนาวหรือผลไม้เปรี้ยวๆ เช่น ส้ม จะแก้ได้
- แก้โรคลักปิดลักเปิดหรือเลือดออกตามไรฟัน ใช้มะนาวถูฟันสักพักเลือดก็จะหยุด
ขอบคุณต่อ..ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง ข้อมูลเพื่อนส่งมาให้ขอบคุณ คุณ Kriangsak Chaichanakijgpong
 

ปลาแซลมอน...อันตรายที่น่าตกใจ
...............จนกระทั่ง ๔-๕ ปีให้หลัง ผมสังเกตเห็นว่ามีการนำเนื้อปลาแซลมอนเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรามากขึ้น ราคาก็ไม่แพงเหมือนในอดีต สมัยก่อนอาจมีจำหน่ายตามซูเปอร์มาร์เกตชั้นนำไม่กี่แห่ง แต่ตอนนี้ตลาดติดแอร์แทบทุกแห่งจะมีเนื้อปลาแซลมอนวางขาย เคียงคู่กับเนื้อปลากะพง ปลาเก๋า ในราคาไม่แตกต่างกัน และดูเหมือนว่าจะถูกกว่าเนื้อปลาจะละเม็ดเสียอีก
กล่าวคือเนื้อปลาแซลมอนที่เคยขายกันกิโลกรัมละ ๗๐๐-๘๐๐ บาท บัดนี้เหลือเพียงกิโลกรัมละ ๓๐๐-๔๐๐ บาท ขณะที่เนื้อปลาจะละเม็ดขนาดใหญ่ยังคงยืนราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ ๔๐๐-๕๐๐ บาทขึ้นไป
เมื่อเห็นว่าปลาแซลมอนส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศทางยุโรป ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก วันไหนพอมีเวลาก็แวะซูเปอร์มาร์เกตซื้อปลาแซลมอนมากินเล่น พลางดูรายการสารคดีชีวิตปลาแซลมอนที่ต้องว่ายน้ำข้ามทะเลหลายพันไมล์เพื่อขึ้นมาวางไข่ออกลูกหลาน ที่ต้นลำธาร
ดูแล้วก็นึกเอาเองว่าปลาแซลมอนที่เรากินคงต้องเป็นปลาที่พลานามัยแข็งแรงแน่ แถมยังอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมกา-๓ ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันโรคหัวใจ
 อย่างนี้จะไม่ให้หลงใหลแซลมอนอย่างไรไหว
จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมเหลือบไปเห็นบทความเกี่ยวกับปลาแซลมอนในวารสาร ecologist ฉบับเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก็ตาสว่างขึ้นทันที
ปลาแซลมอนที่เรากินก็คงไม่ต่างจากกุ้งกุลาดำในฟาร์มเลี้ยง ที่เราส่งไปขายเมืองนอกจนติดอันดับโลก คือถูกเลี้ยงให้เติบโตมาด้วยการใช้สารเคมีและอัดยาเยอะ ๆ
ปลาแซลมอนที่ส่งมาขายบ้านเราส่วนใหญ่มาจากฟาร์มเลี้ยงปลาในยุโรป ปลาแซลมอนเหล่านี้อุดมไปด้วยเชื้อโรค เจ้าของฟาร์มจึงต้องใส่สารเคมีและยาปฏิชีวนะลงในบ่อปลา เพื่อกำจัดแมลงรบกวนและเชื้อโรคหลายอย่าง
ปลาแซลมอนในธรรมชาติมีเนื้อเป็นสีชมพู เพราะมันกินพวกกุ้งตัวเล็ก ๆ และพืชทะเล ปลาแซลมอนในฟาร์มก็มีเนื้อสีชมพูน่ากินเช่นกัน แต่เป็นเพราะมันกินอาหารปลาที่มีสารให้สีจำพวก astaxanthin และ canthaxanthin ชนิดเข้มข้น ซึ่งหากมนุษย์ได้รับสารเหล่านี้มากเกินไป อาจจะมีผลต่อระบบประสาทตา
นอกจากนี้ เนื้อของปลาแซลมอนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังยังอุดมไปด้วยกรดไขมันอิ่มตัว ซึ่งมีผลต่อการ  อุดตันของเส้นเลือด แถมยังมีกรดไขมันโอเมกา-๓ น้อยกว่าปลาแซลมอนในธรรมชาติถึง ๓ เท่า          ดังนั้นหากบริโภคแซลมอนจากฟาร์มเหล่านี้มากเกินไปก็อาจส่งผลให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดได้
ในสหรัฐอเมริกายังมีการวิจัยพบว่า เนื้อปลาแซลมอนจากฟาร์มเลี้ยงมีสารก่อมะเร็งที่มาจากอาหารปลาในระดับที่สูงกว่าปลาแซลมอนจากธรรมชาติถึง ๑๖ เท่า มากกว่าเนื้อวัว ๔ เท่า ไม่นับรวมว่าปลาแซลมอนบางตัวมีพยาธิทะเลอาศัยอยู่ด้วย
ทุกวันนี้การเลี้ยงปลาแซลมอนกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพราะมีความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลก
เมื่อไทยส่งกุ้งกุลาดำตีตลาดยุโรป ฝรั่งก็ส่งปลาแซลมอนมาเป็นบรรณาการบ้าง
ทั้งสองล้วนเป็นอาหารยอดฮิต และอุดมไปด้วยสารเคมีชนิดต่าง ๆ
ปีใหม่นี้คงต้องบอกตัวเองให้รักปลาแซลมอนน้อย ๆ ครั้นจะเหลียวมามองปลาจะละเม็ด           ก็อุดมไปด้วยฟอร์มาลีน
กลับมาหาปลาทูเพื่อนยากกันดีกว่า
> วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ > บรรณาธิการบริหาร
> ( vanchaitan@yahoo.com)
จาก....Pakkamon Rojanajarukorn
ขอขอบคุณ
ผู้เฒ่า เล่าเรื่อง 
หาเรื่องดีดีมาเล่าทุกวัน
 
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 mookie ถูกใจสิ่งนี้ (1)
sunsmile วันที่ : 09/01/2013 เวลา : 17.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

กินปลาแซลมอนคงไม่มีผลเท่าไรเพราะนานนานกินที...พิษไม่สะสม (มันแพง)

ขอบคุณที่คอมเม้นท์ให้ความรู้สึกดีดีครับ

ความคิดเห็นที่ 6 sunsmile ถูกใจสิ่งนี้ (1)
mookie วันที่ : 09/01/2013 เวลา : 14.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก


สิ้นปีที่ผ่านมาได้กินสตอเบอร์รี่สดๆ คลุกพริกเกลือที่ อ.ปาย อร่อยมากค่ะ ส่วนมะนาวชอบกันกับเมี่ยงคำ ได้กินที่หน้าวัดพระธาตุลำปางหลวง เค้าห่อเป็นคำๆ เสียบไม้ กินง่าย ชอบมาก

เดือนก่อนได้ดู Salmon Fishing in the Yemen ถึงได้มีความรู้เรื่อง Salmon ขึ้นมานิดหน่อย ว่า Salmon ที่วางขายอยู่ใน Tesco เป็นปลาชนิดที่พี่ซันเล่ามาในเรื่องนี้...

ในฐานะที่เป็นคนอยู่ในวงการอาหารสัตว์ และยาสัตว์ อยากจะบอกให้ดีใจ เอ๊ยย! ทำใจว่า อุตสาหกรรมอาหารทั้งหลายในโลกนี้ ไว้เว้นแม้แต่พืชหรือสัตว์ มันเดินในแนวทางเดียวกันมานานมาก เพื่อตอบสนองความต้องการบริโภคอันไม่มีขีดจำกัดของเหล่ามวลมนุษยชาติ

คนนอกวงการ อยากเข้าใจให้ถ่องแท้มากยิ่งขึ้น แนะนำให้ดูภาพยนต์เรื่อง FOOD, INC. ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 sunsmile ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามเสาร์ วันที่ : 20/12/2012 เวลา : 07.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

ผลไม้ ใบไม้ ใบหญ้า ถ้าปลูกหรือขึ้นตามธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีใดๆ ปนเปื้อน
มีประโยชน์ทั้งนั้น แต่ต้องรู้จักมันรู้จักใช้ รู้จักบริโภค จึงเป็นประโยชน์
ตำราหม้อพื้นบ้าน แพทย์แผนไทย ทำอย่างไรให้ประชาชนได้เข้าถึงเรียนรู้เองได้...
...ปลาแซลมอนมีการเลี้ยงในกะชังมาตั้งนานแล้วครับ...
ผมเคยไปที่ฟินแลนด์เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เพื่อนชาวฟินแลนด์พานั่งเรือไปดูตามเกาะต่างๆ
แล้วแวะไปนั่งทานซุปปลาแซลมอนกับมันฝรั่งกับแซนวิช รอบๆ ที่ร้านขายซุปก็มีกะชังเลี้ยงปลาแซลมอนเต็มไปหมดเหมือนกะชังเลี้ยงปลาต่างๆ ในบ้านเราเลย
เดี๋ยวนี้ตามร้านก๋วยเตี๋ยวดังๆ ก็มีขายหนังปลาแซลมอนที่ส่งตรงจากยุโรปไม่ใช่หรือ...

ความคิดเห็นที่ 4 sunsmile ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 19/12/2012 เวลา : 22.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

ชอบกินแซลม่อนซะด้วยเวลาไปร้านอาหารญี่ปุ่น อย่างนั้นผมต้องขอเปลี่ยนเมนูเป็น "ปลาทู" ดีกว่านะครับพี่ซัน

ความคิดเห็นที่ 3 sunsmile ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 19/12/2012 เวลา : 18.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ที่นี่มีให้เลือกค่ะ แซลม่อนที่อยู่ในแหล่งน้ำตามธรรมชาติกับแซลม่อนเลี้ยง
แต่เป็นเรื่องจริงที่ว่าคนชอบกินแซลม่อนเลี้ยงมากกว่าเพราะมันอร่อยกว่า (คือมีไขมันมากกว่า)
อ่านบทความนี้แล้วคงต้องเลือกซื้อเฉพาะปลาที่มาจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติ
แต่ปลาทูนี่ ก็ได้ยินว่ามีสารฟอร์มาลีนเหมือนกัน
จริงไหมคะ
(แล้วเราจะกินอะไรกันล่ะ ทีนี้ )

ความคิดเห็นที่ 2 sunsmile ถูกใจสิ่งนี้ (1)
hayyana วันที่ : 19/12/2012 เวลา : 17.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

โถ่ แซลม่อนที่รัก

ความคิดเห็นที่ 1 sunsmile , ตุ๊กแก่ และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ชบาตานี วันที่ : 19/12/2012 เวลา : 17.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ชีวิตของชบาตานีคงไม่ค่อยจะมีโอกาสกินปลาแซลมอนแน่ๆ เลยรอดตัวไป อิอิ
ชบาตานีกินแต่ปลาหลังเขียวค่ะ กับน้ำพริก ผักสด
ส่วนวิตามินซี ได้จากเสาวรสบ้าง มะขามบ้าง มะยมบ้าง คงจะพอทดแทนสตรอเบอรี่ได้นะคะ(ก็อยู่ซะเกือบใต้สุดประเทศไทย จะหาสตรอเบอรี่ที่ไหนเน๊อะ...จะมีบ้างก็สะตอนี่แหละ อิอิ)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน