*/
  • sunsmile
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 396
  • จำนวนผู้ชม : 1387847
  • จำนวนผู้โหวต : 773
  • ส่ง msg :
  • โหวต 773 คน
<< มีนาคม 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 12 มีนาคม 2556
Posted by sunsmile , ผู้อ่าน : 4674 , 20:10:34 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 15 คน Surakant , ลุงชาติ และอีก 13 คนโหวตเรื่องนี้

หลังจากหลวงพ่ออุตตมะละสังขาร 

สะพานไม้ที่เชื่่อมสายใยพี่น้องไทยมอญสองฟากฝั่ง

ยังคงมั่นในศรัทธาแห่งบุญบารมีที่หลวงพ่อเพียรพยายามสร้างไว้หรือไม่??? 

 

ในวันนี้วิถีชีวิตของชาวมอญชาวไทย

ยังคงอาศัยใบบุญสะพานไม้แห่งนี้ในการสัญจรข้ามไปมา

 

ภิกษุยังคงภิกขาจารตามเส้นทางตามคำสั่งของหลวงพ่อไม่เปลี่ยนแปลง

เลี้ยวขวาก่อนถึงสะพานไม้ซอย ๕ หนึ่งซอยอย่างยั่งยืน

ใครขืนไปรออยู่ใกล้สะพานอย่าหวังจะได้ใส่บาตร

อุทิศส่วนบุญ...ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่มาจากที่ใด

ถ้าจะใส่บาตรพระผู้เป็นศิษย์ของหลวงพ่อต้องมารอตามเส้นทางที่กำหนด

 

ภาพแห่งความนอบน้อมแด่พระสงฆ์ระหว่างคนพื้นที่

กับผู้มาเยือนแตกต่างกันตามศรัทธา

 

 

ผู้มาเยือนซ้ำแล้วซ้ำอีกย่อมซึมซับความนอบน้อมแด่พระสงฆ์

ศิษย์ของหลวงพ่ออุตตมะ

สาวกของพระพุทธเจ้า

 

ข้าวของข้าพเจ้าขาวดังดอกบัว

ยกขึ้นเหนือหัว น้อมถวายแด่พระสงฆ์

จิตใจจำนงค์มุ่งตรงต่อนิพพาน

 

 

 

ริมถนนด้านนอกชาวมอญปูเสื่ออยู่ริมทางนั่งรอใส่บาตร

อย่างสงบ เสียดายว่าความชุลมุนของผู้คน

ในวันใกล้มาฆะบูชา สับสนจนไม่สามารถเก็บรูปมาได้

 

 

อนุโมทนาบุญแด่ผู้มีจิตเป็นกุศล

ผลบุญดลบันดาลให้ความสุขจงมีแก่ทุกผู้คน

 

เณรน้อยปลายแถวมักไม่ได้อาหารใส่บาตรนัก

ในวิกฤตนั้นคือโอกาสที่เณรน้อยมักได้รับปัจจัย

ไว้เป็นทุนการศึกษาแทน

สาวน้อยผู้ช่างเจรจา

ผู้ศรัทธาจากหลากหลายแหล่งแห่งหนยืนรออยู่อีกซอยหนึ่ง

หลังใส่บาตรเสร็จ สะพานไม้คือที่นัดพบ

เก็บภาพ พักผ่อน 

ที่เดิม ๆ มาซ้ำ ๆ 

แต่คงได้มาอีกหลายครั้งครา

สองสามปีก่อนยังนอนรถเข็น

ยังต้องอุ้มเด็กน้อย

มาปีนี้สี่ขวบปี

รอยยิ้มระรื่นของย่าหลาน สำราญใจ

 

มหัศจรรย์แห่งสายน้ำ

อัศจรรย์แห่งแสงไฟ

และความเป็นไปของผู้คนบนลำเรือ

แหวกว่ายสายน้ำยามคลื่นกระจายในสายแสงแห่งตะวัน

ผู้ร่วมทางแต่ละครั้งไม่คงเดิมสลับสับเปลี่ยน

แต่วิถึการเดินทางวนเวียนอยู่กับวัฒนธรรมแห่งญาติพี่น้อง

บุญแห่งพระ แม่ชี รวมทั้งเด็กน้อย แห่งพระพุทธศาสนา

 

ภิกษุรูปนี้ไม่ต้องถามไม่ต้องบอกก็คงเป็นความจริงว่า...

มิใช่พระภิกษุจากวัดของหลวงพ่ออุตตมะอย่างแน่นอน

 

 

เธอคนนี้ยิ้มละมัยให้ความสุขทางสายตาแก่ลูกค้าผู้ซื้อดอกไม้

แม้คนท่องเที่ยวที่ขอถ่ายรูป มิได้ซื้อมิได้ให้

เธอก็เต็มใจถ่ายรูปด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ

หลายปีผ่านมา และปีต่อ ๆ ไป เราคงพบกัน ณ ที่แห่งนี้อีกนานแสนนาน

ตราบเท่าอายุขัยของคนไปเยือนและผู้่คอยต้อนรับ

 

ประวัติหลวงพ่ออุตตมะ

หลวงพ่ออุตตมะเกิดเมื่อวันอาทิตย์ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 4 ปีจอ จุลศักราช 1272 (พ.ศ. 2453)

ที่หมู่บ้านโมกกะเนียง ตำบลเกลาสะ อำเภอเย จังหวัดมะละแหม่ง เป็นบุตรของนายโงและนางทองสุข

อาชีพทำนา มีพี่น้องรวม 12 คน เนื่องจากเป็นทารกเพศชายเกิดในวันอาทิตย์จึงมีชื่อว่า “เอหม่อง” 


ปี พ.ศ. 2462 ขณะเด็กชายเอหม่องมีอายุได้ 9 ขวบ เกิดอหิวาตกโรคระบาดขึ้นในหมู่บ้าน

บิดามารดาจึงพาเด็กชายเอหม่องไปฝากกับพระอาจารย์นันสาโรแห่งวัดโมกกะเนียงผู้เป็นลุง

เพื่อให้ปรนนิบัติรับใช้และศึกษาพระธรรมเป็นเครื่องคุ้มครองจากโรคภัย

เด็กชายเอหม่องเป็นผู้ใฝ่ใจในการศึกษาอย่างยิ่ง จนสามารถสอบได้ชนะเด็กในวัยเดียวกันเป็นประจำทุก ๆ ปี 

ปี พ.ศ. 2467 เด็กชายเอหม่องอายุได้ 14 ปี เกิดอหิวาตกโรคระบาดครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

ส่งผลให้ต้องสูญเสียน้องชายถึง 5 คน เด็กชายเอหม่องจึงขอออกจากวัดโนกกะเนียง

เพื่อมาช่วยเหลือทางบ้านด้วยความขยันขันแข็ง จนกระทั่งอายุ 18 ปี

เจ้าอาวาสวัดเกลาสะได้ไปขอกับบิดามารดาให้เด็กชายเอหม่องไปบรรพชาเป็นสามเณร 

หลวงพ่ออุตตมะบรรพาเป็นสามเณร ณ วัดเกลาสะ ตำบลเกลาสะ อำเภอเย จังหวัดมะละแหม่ง

เมื่อจุลศักราช 1291 (พ.ศ. 2472) โดยมีพระเกตุมาลาเป็นพระอุปัชฌาย์

ปีนั้นเองหลวงพ่อศึกษาภาษาบาลี และพระปริยัติธรรมจนสอบได้นักธรรมตรี

อีกปีหนึ่งต่อมาสอบได้นักธรรมโท

แต่ไม่นานหลวงพ่อก็ตัดสินใจสึกออกมาเพราะเห็นว่าไม่มีใครช่วยบิดามารดาทำนา 

จนกระทั่งหม่องเอ ซึ่งเป็นลูกของพี่สาวของบิดา ได้มาอาศัยอยู่ด้วย
หลังจากที่บิดามารดาของหม่องเอเสียชีวิตจนหมดสิ้น

ซึ่งเท่ากับว่ามีคนมาช่วยแบ่งเบาภาระในการทำนา และมีญาติซึ่งไว้วางใจได้มาคอยดูแลบิดามารดา

หลวงพ่ออุตตมะจึงตัดสินใจอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดเกลาสะ โดยมีพระเกตุมาลา วัดเกลาสะ เป็นพระอุปัชฌาย์

พระนันทสาโร วัดโมกกะเนียง เป็นพระกรรมวาจารย์ พระวิสารทะ วัดเจ้าคะเล เป็นพระอนุสาวนาจารย์

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2476

ได้รับฉายาว่า “อุตตมรัมโภ” แปลว่า ผู้มีความพากเพียรอันสูงสุด”

โดยหลวงพ่ออุตตมะได้ตั้งเจตจำนงที่จะบวชไม่สึกจนตลอดชีวิต 


ด้วยความพากเพียรและใฝ่ใจในการศึกษาพระธรรม ในปี พ.ศ. 2474 หลวงพ่ออุตตมะสามารถสอบได้ นักธรรมชั้นเอก

ณ สำนักเรียนวัดปราสาททอง อำเภอเย จังหวัดมะละแหม่ง

ต่อมาในปี พ.ศ. 2484 สอบได้เปรียญธรรม 8 ประโยค ที่สำนักเรียนวัดสุขการี อำเภอสะเทิม จังหวัดสะเทิม

ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของคณะสงฆ์ในประเทศพม่า

ขณะนั้นบ้านเมืองกำลังเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 หลวงพ่อจึงเดินทางกลับวัดเกลาสะ

และได้รับมอบหมายให้เป็นอาจารย์สอนภาษาบาลีแก่ภิกษุสามเณร 

ต่อมาท่านก็ลาพระอุปัชฌาย์เดินทางไปศึกษาวิปัสนากรรมฐานที่วัดตองจอย จังหวัดมะละแหม่ง

และวัดป่าเลไลย์ จังหวัดมัณฑะเลย์ จนมีความรู้ความสามารถในเรื่องวิปัสนากรรมฐาน

ตลอดจนวิชาไสยศาสตร์และพุทธคมเป็นอย่างดี ปี พ.ศ. 2486 หลวงพ่อจึงเริ่มออกธุดงค์เพื่อหาประสบการณ์ 

หลวงพ่ออุตตมะออกธุดงค์ไปตามที่ต่าง ๆ ในประเทศพม่า และเข้ามาประเทศไทยครั้งแรกทางจังหวัดเชียงใหม่

ต่อมาทราบข่าวว่าพระเกตุมาลา พระอุปัชฌาย์กำลังอาพาธ จึงรีบเดินทางกลับพม่า

จนกระทั่งพระเกตุมาลามรณภาพ ท่านก็ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง

โดยครั้งนี้ หลวงพ่อเดินทางเข้ามาทางตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ประมาณปี พ.ศ. 2492 

และใน ปี พ.ศ. 2492 อันเป็นพรรษาที่ 16 ของพระมหาอุตตมะรัมโภ พายุไต้ฝุ่นพัดจากทะเลอันดามัน

สร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะบ้านโมกกะเนียง และเกลาสะ มีผู้เสียชีวิตมากกว่าร้อยคน

บ้านเรือนเหลือเพียงไม่กี่หลังคาเรือน ชาวบ้านลำบากยากแค้นแสนสาหัส ข้าวของอาหารการกินขาดแคลนกันทั่วหน้า 

นอกจากภัยธรรมชาติแล้ว ชาวบ้านยังต้องประสบเคราะห์กรรมจากปัญาความขัดแย้งในทางการเมืองอีกด้วย

เนื่องจากการปะทะและต่อสู้ระหว่าง กองทหารของรัฐบาลพม่า กับกองกำลังติดอาวุธกู้ชาติ

อีกทั้งกองกำลังกู้ชาติบางกลุ่มแปรตัวเองไปเป็นโจรปล้นสดมภ์ชาวบ้าน 

ด้วยความเบื่อหน่ายเรื่องการรบราฆ่าฟันกัน ระหว่างชนเผ่า หลวงพ่ออุตตมะจึงตัดสินใจจากบ้านเกิด

มุ่งหน้าสู่ดินแดนประเทศไทย เป้าหมายที่แท้จริงของท่านในเวลานั้น คือเขาพระวิหาร

ปรากฏว่าเมื่อชาวบ้านรู้ข่าวต่างเสียใจ ไม่อยากให้ท่านจากไปพากันร้องไห้ระงมด้วยความอาลัย

ซึ่งท่านได้ชี้แจงการออกเดินทางของท่านว่า “การไปของเราจะเป็นปรหิต เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น”


สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.palungdham.com/t955.html

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
toondee วันที่ : 14/03/2013 เวลา : 14.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

คงต้องหาโอกาสไปเที่ยวอีกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
Ae^ วันที่ : 14/03/2013 เวลา : 10.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

ขอชมด้วยคนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
หนุ่ม_แสงหิ่งห้อย วันที่ : 13/03/2013 เวลา : 22.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/noomfirefly

ภาพสวยครับ อยากไปเที่ยวสังขละ มีแพลนวางไว้ เดือนมิถุนาครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ลุงชาติ วันที่ : 13/03/2013 เวลา : 15.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongchat
http://www.facebook.com/lungchati

สะพานนี้เชื่อมความสัมพันธ์มายาวนาน
ไปเยือนเมื่อไร ก็มีความสุข

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 13/03/2013 เวลา : 14.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

ยังรำลึกถึงสะพานแห่งนี้ สะพานที่เคยเดินในตอนเช้าเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมาครับคุณsunsmile

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
นรพัลลภ_ประณุทนรพาล วันที่ : 13/03/2013 เวลา : 13.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/norapallop

ผมกำลังท่องว่า ต้อง ไป ให้ ได้

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
wansuk วันที่ : 13/03/2013 เวลา : 12.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

สะพาน สัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ เชื่อมความศรัทธาที่ยั่งยืน

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Fuyu-Chan วันที่ : 13/03/2013 เวลา : 12.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fuyu-chan
Fuyu Chan

เคยไปเมื่อหลายปีที่แล้วค่ะ ชอบที่นี่มากๆ ผู้คนใจดี สงบ เต็มไปด้วยศรัทธาหลวงพ่ออุตตมะค่ะ ว่าแล้วต้องไปอีกให้ได้ ^^

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
veerin วันที่ : 13/03/2013 เวลา : 11.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veerin

ชอบทั้งภาพและเรื่องราว ที่บอกกล่าวความงดงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมได้อย่างดีเยี่ยมเลยค่ะ

เหมือนได้ไปเยือนด้วยตนเอง

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
veerin วันที่ : 13/03/2013 เวลา : 11.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veerin

ชอบทั้งภาพและเรื่องราว ที่บอกกล่าวความงดงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมได้อย่างดีเยี่ยมเลยค่ะ

เหมือนได้ไปเยือนด้วยตนเอง

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เขียดขาคำ วันที่ : 13/03/2013 เวลา : 10.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kiadkakam

ยังคงงดงามเสมอ
ผมพึ่งไปเยือนมา เมื่อไม่นานมานี้เช่นกันครับ
นึกถึงทีไรก็ชุ่มฉ่ำหัวใจครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
khunphai วันที่ : 13/03/2013 เวลา : 10.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

อย่างไรซะความศรัทธา
ก็ยังอยู่ละคะ
ดูสงบดีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 6 sunsmile ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชายสามหยด วันที่ : 12/03/2013 เวลา : 23.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chartsiam
เรื่องเล่าธรรมด๊า...ธรรมดา ของผู้ชายธรรมดา

เป็นประเพณีตักบาตร ที่น่าประทับใจ หลวงพ่ออุตมะ ท่านมีคุณูปการต่อชาวมอญและพม่าที่นั้นจริงๆครัีบ เคยไปนานมากแล้วครับสังขละ อยากไปอีกสวยมากครับ

ความคิดเห็นที่ 5 sunsmile ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 12/03/2013 เวลา : 22.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

วิถีชีวิตของชาวมอญที่นี่ ดูเรียบง่ายและมีความสุขจริงๆ นะครับพี่ซัน

ความคิดเห็นที่ 4 sunsmile ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 12/03/2013 เวลา : 22.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

สวยงามทั้งวิวทิวทัศน์ สะพานที่ทอดยาว...

ผู้คนที่ศรัทธาในศาสนา งดงาม....จับใจ

ความคิดเห็นที่ 3 sunsmile ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามเสาร์ วันที่ : 12/03/2013 เวลา : 21.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

โอ้...ขอบพระคุณมากมายครับ ที่เอ็นทรี่นี้ช่วยเตือนให้ผมได้ระลึกถึงหลวงพ่ออุตตมะอีกครั้ง...
ได้มีโอกาสไปกราบนมัสการหลวงพ่ออุตตมะที่อาศรมแห่งหนึ่งเมื่อครั้งที่ท่านมาพักรักษาตัว
ก่อนเวลาที่ท่านจะละสังขารประมาณ 4 ปี ...

ความคิดเห็นที่ 2 sunsmile ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นักเดินทางตัวเขื่อง วันที่ : 12/03/2013 เวลา : 21.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navigaty

ชอบทั้งหมดที่เป็น..สังขละบุรี..
แสง..สวยทาบผ่าน..สะพานไม้..สวยมากเลยค่ะคุณ smile
หากได้มีโอกาส รัตก้อคงจาไปแล้ว..ไปอีกเช่นกัน..ค่ะ..

ความคิดเห็นที่ 1 sunsmile ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พาจรดอทคอม วันที่ : 12/03/2013 เวลา : 20.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

ตามมาเที่ยวครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน