*/
  • สูนทอง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : swanwit@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2014-07-27
  • จำนวนเรื่อง : 399
  • จำนวนผู้ชม : 95276
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
วันจันทร์ ที่ 26 สิงหาคม 2562
Posted by สูนทอง , ผู้อ่าน : 257 , 06:45:36 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

กำลังโหลด...

 
 
 
 
  • อุดร ไตรวงค์ย้อย
    ยศ วรรณรักษ์
    Chansak Jindasri
    ຂ້ອຍ ຄົນສະຫວັນນະເຂດ
    ยาย วารินทร์ คนเดิมจ้า
    ป้อ กุลธน นามบุตร
    หล้า ตงวงคํา
    นาดิน ตระกูลจันทร์สมุทร์
    ภูวดล อยู่ปาน
 
 
 
  1.  
    ลากลิงก์/รูปภาพ/วิดีโอที่นี่วางลิงก์วางรูปภาพ/วิดีโอวางรูปภาพ
    คุณกำลังคิดอะไรอยู่
     
     
     
     
     
     
     
    • รูปภาพ/วิดีโอ
    • แท็กเพื่อน
    • ความรู้สึก/กิจกรรม
    •  
 
 
 

ประวัติความเป็นมาของโปงลาง
โปงลางมีประวัติโดยย่อดังนี้
โปงลาง นั้น ก่อนที่จะเรียกว่าโปงลาง มีชื่อเรียกว่า เกราะลอ ซึ่ง เกราะลอ มีประวัติโดยย่อ คือ ท้าวพรหมโคตร ซึ่งเคยอยู่ประเทศลาวมาก่อนเป็นผู้คิดทำเกราะลอขึ้น โดยเลียนแบบเกราะ ที่ใช้ในหมู่บ้านสมัยนั้น เกราะลอทำด้วยไม้หมากเลื่อม (ไม้เนื้ออ่อน สีขาว มีเสียงกังวาล )ใช้เถาวัลย์มัดร้อยเรียงกัน ใช้ตีไล่ฝูงนกกา ที่มากินข้าวในไร่นา ต่อมาท้าวพรหมโคตร ได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านกลางเหมือน อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ แล...

อ่านต่อ
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และสถานที่กลางแจ้ง
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ในภาพอาจจะมี ข้อความ
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
 
เขียนความคิดเห็น...
 

ลำผู้ไทบ้านกุดหว้า

 
เกี่ยวกับเว็บไซต์นี้
 
youtube.com
 
ลำผู้ไทกุดหว้า เป่าปี่โดย นายเมฆ ศรีกำพล ศิลปินมรดกอีสาน…
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
 
เขียนความคิดเห็น...
 

ปี่ผู้ไท
สมัยเด็กๆ พ่อผมเคยทำปี่ผู้ไทจากฟางข้าว เสียงไพเราะพอใช้ทีเดียว วิธีทำก็ง่ายมาก เพราะพ่อทำเสร็จภายในไม่กี่นาที ลิ้นของปี่ก็ทำจากฟางอันเดียวกันนั่นแหละ แต่เดี๋ยวนี้ ลิ้นปี่ผู้ไททำด้วยโลหะเช่น เงิน หรือ ทองแดง ส่วนมาก ช่างทำแคนเขาจะทำปี้ผู้ไทคีย์เดียวกันกับแคนขายด้วย
ปี่ภูไท หรือ ปี่ลูกแคน เป็นเครื่องดนตรีของชนเผ่าภูไทจังหวัดกาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม อุดรธานี มุกดาหาร ในภาคอีสานของประเทศไทย และในแขวงสุวรรณเขต แขวงเชียงขวาง และแขวงคำม่วนในประเทศลาว ส่วนใหญ่ปี่ชนิดนี้เริ่มจ...ะหายไปแล้ว เพราะไม้ไผ่ลูกแคนหรือไม้ไผ่เฮี้ยเริ่มหายาก เพราะมีไม่มากเหมือนสมัยก่อน ปี่ภูไทมีลักษณะคล้ายปี่จุมของภาคเหนือ เพราะมีลิ้นที่ทำจากโลหะจำพวก ทอง ทองแดง เงิน และมีเสียง วิธีการเป่าที่คล้ายกัน ปี่ภูไท ใช้บรรเลงกับเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆได้ เช่น แคน พิณ ซอ ปัจจุบันมีปราชญ์ชาวบ้านผู้เชี่ยวชาญ 1 ท่าน อยู่ที่บ้านกุดหว้า ตำบลกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ คือ คุณพ่อเมฆ ศรีกำพล ศิลปินมรดกอีสาน สาขาปี่ภูไท มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ปี่ภูไททำจากไม้เฮี้ยหรือไม้กู่แคน โดยเอาไม้กู่แคนหนึ่งปล้องมาตัดเปิดปลายข้างหนึ่ง ตรงปลายด้านที่มีข้อปิดเจาะช่องสำหรับใส่ลิ้นที่ทำด้วยทองเหลือง (เรียกว่าลิ้นทองเหลือง) หรือทำด้วยเงินผสมทองแดง (เรียกว่าลิ้นเงิน) อย่างเดียวกับการทำแคน เจาะรูเยื้อ 1 รู และรูนับ 5 รู ปรับเสียงให้เข้ากับเสียงแคน มีโน้ตเสียงที่ใช้บรรเลงคือ ซอล(G) ลา(A) ที(B) โด(C) เร(D) มีวิธีการบรรเลงดั่งนี้ การวางนิ้วใช้ทั้ง 2 มือในการจับ มือซ้ายใช้ 3 นิ้ว ในการปิดรู นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนางมีนิ้วโป้งจับประคอง นิ้วชี้ปิดรูที่ 1 นับจากด้านบน นิ้วกลางรูที่ 2 นิ้วนางรูที่ 3 มือขวาใช้ 2 นิ้วในการปิดรู นิ้วชี้และนิ้วกลาง มีนิ้วโป้งจับประคอง นิ้วชี้ปิดรูที่ 4 นิ้วกลางปิดรูที่ 5 เพลงที่เล่นเป็นเพลงภูไทที่ใช้สำหรับบรรเลงเดี่ยวหรือรวมวงประกอบการลำภูไท มีอยู่ทำนองเดียวเหมือนกันหมด โดยเทียบกับระดับเสียงหรือทางของแคนที่เรียกว่า “ทางภูไทใหญ่” หรือ “ลายภูไทใหญ่” และ “ทางภูไทน้อย” หรือ“ลายภูไทน้อย” แนวทางการสืบทอดปี่ภูไทของหมู่บ้านท่าเรือเป็นการสืบทอดภายในครอบครัวก่อน และผู้ที่สนใจมาเรียนการทำปี่ภูไทและวิธีบรรเลงปี่ภูไทกันแบบลูกศิษย์กับครู และผู้วิจัยได้ทำการพัฒนาการทำปี่ภูไทโดยการนำท่อ PVC มาประกอบเข้ากับเลาปี่ภูไทตัวเดิม ทำให้เกิดปี่ภูไทที่พัฒนาในเรื่องของความทนทาน เสียงที่หนา และที่เก็บลิ้นปี่เพื่อรักษาลิ้นปี่

ดูเพิ่มเติม
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ในภาพอาจจะมี 3 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน
ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังรับประทาน, กำลังนั่ง และกำลังยืน
ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังยืน และสถานที่กลางแจ้ง
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

หาบ้านไว้เป่าแคนสักหลังถ้าจะดี
ลูกสาวบอก ซื้อ 2 หลังเลยพ่อ เดี๋ยวนี้หลานเยอะ หลานชาย 1 หลานสาว 6 เจอกันครบ 7 คนทีไร วิ่งกัน เจี๊ยว จ๊าว

ประวัติความเป็นมาของแคน
แคน เป็นชื่อเครื่องดนตรีพื้นเมืองภาคอีสานที่เก่าแก่มีมาแต่โบราณ แคนเป็น เครื่องดนตรีที่ใช้ปากเป่าให้เป็นเพลง ใครเป็นผู้คิดประดิษฐ์เครื่องดนตรีที่เรียกว่า "แคน" เป็น คนแรก และทำไมจึงเรียกว่า "แคน" นั้น ยังไม่มีหลักฐานที่แน่นอนยืนยันได้ แต่ก็มีประวัติที่เล่า เป็นนิยายปรัมปราสืบต่อกันมา ดังต่อไปนี้ ...

อ่านต่อ
ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี 3 คน, ผู้คนกำลังนั่ง และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และผู้คนกำลังยืน
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และผู้คนกำลังยืน
+7
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

ชาติพันธุ์ไทดำในอเมริกา

ผมมีเพื่อนไทดำที่อเมริกา มณรัฐ ไอ โอ วา อพยพมาจาก บริเวณ เดียนเบียนฟู พูดกันพอรู้เรื่อง เพราะผมพูดลาวเวียงจันทร์ ญ้อ และ สำเนียงเชียงใหม่(ยวน) ได้พอสมควร
รัฐ ไอ โอ วา เป็นรัฐที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ ส่วนมากจะทำเกษตร เช่นปลูกอ้อย ข้าว และ ฯลฯ เมื่อชาวไทดำ อพยพหนีสงคราม รัฐ ไอ โอ วา จึงยินดีต้อนรับ refugee จาก เวียตนามเหล่านี้
ผมเคยได้รับ เสนองานที่ไอ โอ วา ถึงขนาด บินไปดู สถานที่ แต่เมีย ไม่ชอบ เลยไป เท๊กซัส แทน

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

ไทดำใน สปป ลาว

….. ไทดำ ไทแดง และไทขาว เมื่อฝรั่งเศสเข้ามาปกครองเวียดนาม ได้เรียกชนเผ่าที่อาศัยอยู่ลุ่มแม่น้ำดำว่า ไทดำ ที่ เรียกว่าไทดำ เพราะชนดังกล่าวนิยมสวมเสื้อผ้าสีดำซึ่งย้อมด้วยต้นหอมหรือคราม แตกต่างกับชนเผ่าที่อยู่ใกล้เคียง เช่น ไทขาวที่นิยมแต่งกายด้วยผ้าสีขาวและไทแดงที่ชอบใช้ผ้าสีแดงขลิบแดงตกแต่งชาย เสื้อ
ใน สปป.ลาว ไทดำได้อพยพเข้าสู่หลวงน้ำทาในปี พ.ศ. ๒๔๓๘ เพราะเกิดศึกสงครามแย่งชิงอำนาจกันระหว่างบรรดาหัวหน้าของไทดำกลุ่มต่าง ๆ ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานครั้งแรกในหลวงน้ำทาที...่บ้านปุ่ง บ้านทุ่งดี บ้านน้ำเงิน และบ้านทุ่งใจใต้ ต่อมาเกิดความไม่สงบในสิบสองจุไทขึ้นอีก เนื่องจากศึกฮ่อซึ่งเป็นพวกกบฏใต้เผงที่ถูกทางการจีนปราบปรามแตกหนีเข้ามา ปล้นสะดมและก่อกวนอยู่ในเขตสิบสองจุไททำให้ชนเผ่าถิ่นฐานอยู่ที่บ้านปุ่ง บ้านนาลือ และบ้านใหม่ ในปี พ.ศ. ๒๔๓๙ เมื่อมีประชากรเพิ่มมากขึ้น จึงได้กระจายกันออกไปตั้งหมู่บ้านอยู่ทั่วเขตทุ่งราบหลวงน้ำทา ได้แก่ บ้านทุ่งใจเหนือ ทุ่งใจใต้ ป่าปวก ทุ่งดีเก่า ทุ่งดีใหม่ นาน้อย บ้านแป บ้านใหม่ บ้านปุ่ง ป่าสัก ดอนแล นาลือ น้ำแง้น ทุ่งอ้ม หัวขัวและทุ่งก๋าง ในช่วงเกิดสงครามเดียนเบียนฟูระหว่าง ปี พ.ศ. 2596 -2497 ไทดำส่วนหนึ่งได้อพยพหลบหนีการเกณฑ์ทหารของฝรั่งเศสจากเดียนเบียนฟูเข้ามา อยู่บ้านน้ำแม้นเมืองกลวงน้ำทาและบ้านหนองบัวคำ ในเขตเมืองสิง นอกจากนี้มีบางส่วนตั้งบ้านเรือนอยู่ในเขตเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว แขวงอุดมไซ และแขวงอื่น ๆ ในเขตภาคเหนือของ สปป.ลาว

ดูเพิ่มเติม
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ในภาพอาจจะมี 4 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังยืน และสถานที่กลางแจ้ง
+3
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

แซบหลาย

 
เกี่ยวกับเว็บไซต์นี้
 
youtube.com
 
แกงหน่อไม้ เมนูบ้านๆ ฝีมือแม่ แซ่บเกือบตาย [ฝากติดตามผลงานด้วยนะครับ]
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
 
 
 
 
มีคนกดถูกใจโพสต์ของ Soontong 8,000 ครั้ง
 
  • 'ไม่ใช่ที่บ้านนากะแด้ง แต่เป็นบ้านน้ำมะฮี

ลุงทองซ้ายสุด ดร. เสนอ ขวาสุด (ผมยืนข้างดร. เสนอ เถาว์ชาลี)'
     
    41
  • 'เจอกิมหวาที่อเมริกา

ผมไปเรียนที่อังกฤษทางวิศวไฟฟ้ากำลัง ผมประท้วงกับผู้เชี่ยวชาญ สหประชาชาติโดยผมประท้วงว่ากูจบปริญญาตรีวิศวไฟฟ้าสื่อสาร ไอ้โย่งที่ปรึกษา ยูเนสโก ของสหประชาชาติ มันบอกกูไม่สนใจว่ามึงจบทางไหน แต่โรงเรียนเขาต้องการวิศวไฟฟ้ากำลัง แล้วก็ตบท้ายว่า มึงไม่ไปก็ได้ มีคนอยากไปเยอะแยะ กูอยากให้มึงไปเพราะภาษาอังกฤษของมึงดีกว่าคนอิ่น กูให้เวลาคิด 24ชั่วโมง ผมคิดแค่ 1 ชั่วโมง วันรุ่งขึ้นก็มาบอกมันเสียงอ่อยๆ ว่า เออ กูไปก็ได้วะ ความจริงก็คือผมต้องส่งน้องๆเรียนหนังสือ 3 คนพร้อมๆกัน ลำพังเงินเดือนครูติดลบทุกเดือน ดังนั้น ไปก็ไปวะ ก็แก้ปัญหาไปหลายอย่าง ไอ้โย่ง (Mr Pickens) วิ่งเข้ามากอด (ตัวมันเหม็นหึ่ง เพราะอาบน้ำเดือนละครั้ง) แล้วก็บอกว่า สักวันหนึ่ง ยูจะขอบใจฉัน ไอ้เหี้ยมันอ่านผมออกทะลุถึงกึ๋น ผมบินไปลงลอนดอน แล้วผมก็ไปเรียนภาษาอังกฤษที่ไบรตัน (อยู่ใต้สุด) และสอบผ่านภาษาอังกฤาเป็นคนแรก (ต้องขอขอบคุณก้านมะยมของครูทองแดง) แล้วก็ขึ้นเหนือไปเรียน วิศวไฟฟ้ากำลัง ที่มหาวิทยาลัย นิวคาสเซิ่ล ซึ่งอยู่ติดกับ สก๊อตแลนด์ พูดจาสำเนียงหมาไม่แดก ผมต้องเดาเอาว่ามันพูดอะไร (ไม้เรียวครูทองแดงก็ช่วยไม่ได้)  ผมเรียนอย่างล้มลุกคลุกคลาน รู้สึกว่าได้มาแต่ ข่างเชื่อม  ระบบกราวดิ้ง ของ power distribution ที่ยังใข้หากินได้ จนทุกวันนี้ ไอ้โย่ง ซึ่งผมเรียกมันว่าไอ้ Chickens มันก็จัดการส่งผมไปเรียน วิชา Solid State Physics (เรียนวิชา ดีไซน์ IC) ที่ ไอร์แลนด์ หลังจากนั้นมหาวิทยาลัยที่ อเมริกา ก็ให้ทุนผมไปเรียน Communication Theory ที่ Chicago ตกลงผมเป็นคนเรียนโรงเรียนมากที่สุดคนหนึ่ง ผมเรียน โรงเรียนวัด 3 แห่ง โรงเรียนมัธยม 4 แห่ง มหาวิทยาลัยอีก 5 แห่ง แต่เวลาเขาจ้างทำงาน เขาไม่นับจำนวนโรงเรียน เขาดูว่า ทำงานให้เขาได้หรือไม่ ที่ชิคาโกนี่แหละ วันหนึ่งก็มีคนโทรมาว่าอยากเจอ ผมนึกไม่ออกว่าใคร เสียงตามสายบอกว่า ธวัช ไง ที่ต่อยกันที่หลังโรงอาหาร แล้วท่านเอาผมเสียหมอบ เอ กูไม่เคยต่อยกับคนชื่อ ธวัช อีกอย่างหลังจากโดนไม้เรียวครูจรูญแล้วก็ไม่เคยต่อยใครอีก พอเจอหน้าก็คุณธวัช ก็ถึงบางอ้อ ไอ้กิมหวา ลูกเจ๊กกิมเฮง (ฮกเกี้ยน)ร้านขายกาแฟ หน้าบ้านผู้ว่าราชการจังหวัด หรือจวนข้าหลวง ไอ้กิมหวา ไปเรียนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน วิชากสิกรรม ได้ทุนไปเรียนต่อที่รัฐอลาบามา สมัยนั้นทุนเยอะ พอเจอหน้าปุ๊บถามเลย เฮ้ย บักไทภู(ภูไท) มึงมาถึงนี่ได้อย่างไร ผมประชดมันว่า กูเดินมา มันพยายาม อธิบายว่า ก็ได้ข่าว่าอยู่ไอร์แลนด์ ไหงมาเจอที่อเมริกา ผมถามมันอีกว่า ตะกี้ี้เรียกกูว่าไงนะ มันรีบยกมือไหว้ ท่านผู้ไทผู้ทรงเกียรติ ขะน่อยถามว่า...เออค่อยยังชั่ว เรียก ไทภู(ภูไท) อีกคำเคียว จมูกหัก 2 ท่อนเลยมึง ดร ธวัช เรียนจบแล้วก็ไปทำงานที่สำนักงานเกษตรกาฬสินธุ์ แต่งงานกับนางงาม (มันชอบคนสวยเหมือนกัน) หลังจากมีเมียไม่ถึงปี ดร ธวัช ก็เสียชีวิต ข่าวลือว่าถูกฆ่า เพราะสาวพยาบาลแค้นที่โดนหลอก อุตส่าห์เดินทางกลับเมืองไทย ไปเจอเขามีเมียสาวซะแล้ว ใครจะไม่แค้น บางคนก็บอกว่า ไม่มีใครฆ่าหรอก มันทฎการทกลองเกี่ยวกัยแกส แล้วเผลอหลับ ความจริงเป็นอย่างไร ผมไม่รู้ แต่ก็เสียดายคนดีคนหนึ่งของกาฬสินธุ์'
     
    40
  • 'eBook
ผมเขียนหนังสือเกี่ยวกับผู้ไท พิมพ์เสร็จวางตลาด แต่ค่าส่งแพงเหลือเกิน จะบริจาคห้องสมุด 20 เล่ม ค่าส่งเกือบ 200 เหรียญ เลยตัดสินใจทำ eBook ผู้อ่านที่มี computer จะได้โหลด และอ่านได้ทันที โดยไม่ต้องเสียค่าส่งแม้แต่บาทเดียว ทีนี้ปัญหาก็คือว่า ทำ eBook ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ต้อง Format สำหรับ Kindle (Amazon) หรือ iBooks (Apple) โดยใช้ ภาษา HTML (HyperText Markup Languate)ซึ่งผมลืมเกือบหมดแล้ว เช่นเดียวกับ ภาษาเยอรมัน และภาษา Spanish (แต่ยังไม่ลืมภาษาผู้ไท) ผมซื้อ softwares มาสองสามอัน ปรากฏว่าจะคืนก็ไม่ได้ ก็คงต้องกัดฟันสู้ๆ 
ดังนั้น ดูรูปไปพลางๆก่อนก็แล้วกัน กำลัง design หน้าปกอยู่และนางแบบหน้าปกเป็น หลานแท้ๆของพี่สาว ก็เลยไม่ต้องจ้างมันซักบาท 555'
     
    38
  • 'ทำไงได้ ก็มันเกิดมาหล่อ

ผมไปจีบสาวบ้านนาโกกับเพื่อนซี้ เหลิมคนหล่อ ไปวันแรก สาวไม่พูดกับผมเลย พูดแต่กับเหลิม เพราะมันหน้าตาดีกว่าผมนิดหน่อย พูดก็เก่ง สาวชอบ ผมหาวิธีว่า เอ๊ กูจะทำอย่างไรดี ได้ความคิดขึ้นมา ว่าต้องเอาแคนไปด้วย ผมเป่าแคนเก่งกว่าเหลิม พอถึงบ้านสาว ปรากฏว่า สาวไม่พูดกับ เหลิมเลย จะพูดกับผมท่าเดียว ผมก็มัวแต่เป่าแคน นึกว่า สาวหลงเสียงแคนกูแน่ๆ พอวางแคนลง สาวก็ทำตาชะม้อย ชะม้ายมาทางผม ไม่พูดกับเหลิมคนหล่อซะแล้ว จะพูดกับหมอแคนเท่านั้น ผมนึกในใจ ตายห่าละกู สาวเอาจริง โทษตัวเองว่าไม่ควรเอาแคนมาเลย เกิดเรื่องกลับตาละปัด ทีหลังมาทราบว่า สาวคนนี้ ขุดทอง ไปสืบจนรู้ว่า เหลิมเรียนสาธารณะสุข หมอแคนเรียนวิศวะฯ ผมตอนนั้นอยู่วัดสุทัศน์ กับหลวงพ่อ มีรุ่นพี่คนหนึ่งเป็นร้อยตรีทหาร อีกคนเป็นร้อยตำรวจตรึ จากสามพราน แต่ละวันสาวมาหาไม่เว้นเลย หลวงพ่อจะคอยขวางทางอยู่ที่ประตู เรา 3 คน อยู่ข้างใน ผมกำลังนุ่งผ้าขาวม้าทำการบ้าน สาวแฟนร้อยตรีก็มาแล้ว ร้อยตรีก็กระโดดหน้าต่างหนี สาวแฟน ร้อยตำรวจตรีก็มาแล้ว ร้อตำรวจตรีก็กระโดหน้ต่าง พอสาวบ้านนาโกมา หลวงพ่อถามว่า โยมมาหาใคร พอได้ยินชื่อตัวเองเท่านั้นแหละ โดด หน้าต่าง ทั้งผ้าขาวม้า แวะมาดูหลังจาก 2-3 ชั่วโมง รองเท้าสาวก็ยังอยู่ที่เดิม ตายละวา กูหิวข้าว กระเป๋าตังค์ก็ไม่ได้เอามา รอจนร้านปิดหมด สาวถึงไป ก็เลยต้องมากินข้าวบูดก้นบาดของหลวงพ่อ นึกในใจว่า สมน้ำหน้ามัน ผมสมน้ำหน้าตัวเอง อย่าเข้าใจผิดว่าผมสมน้ำหน้า สาวบ้านนาโก หลวงพ่อก็ได้แต่บ่น มันช่างเหมือนกันทั้ง 3 ตัวนั่นแหละ'
     
    33
  • 'ทำงานร่วมกับ นาซ่า
หลังจากเทียวไล้เทียวขื่อไปฮ่องกงอยู่ประมาณ 2-3 ปี ก็เบื่อนั่งเครื่องบิน บางทีผมอยู่บนเรือบินมากกว่าอยู่บนพื้นดิน ลูกเมียไม่ต้องพูดถึง ไม่ค่อยได้เจอกันเลย เคยดีไซน์เพื่อผลิดเป็นล้านชิ้น แล้วก็อยากลองดีไซน์ power system ที่ super reliable ดูบ้าง การทำ components สำหรับใช้ในอวกาศนั้นจะต้อง มีตัวตายตัวแทนแบบที่เขาเรียกว่า triple redundancy กลาวคือ ถ้าตัวหนึ่งเจ๊ง ตัวที่สองก็ทำงานแทน ถ้าตัวที่สอง เจ๊งอีก ตัวที่สามก็ทำหน้าที่แทน เพราะไม่มีใครอยากขึ้นไปซ่อมในอวกาศหรอก ผมทำงานร่วมกับ นาซ่า ทั้ง Hubble Space Telescope และ International Space Station ชิ้นส่วนทุกตัวเลี่ยมทองทั้งนั้น ราคาไม่อั้น เพื่อนๆ คงจะเคยได้ยิน โถส้วมทองคำ มีจริงๆครับ ผมไม่ได้ลองขี้ดูหรอก แต่เห็น Astronaut มันใช้ ไอ้บ้า ขี้ออกได้อย่างไร ผมเป็นคนขี้เบื่อ พอทำงานร่วมกับ นาซ่า สิบปี ก็ดิ้นรนหาทางไป ผมกลับไปดีไซน์ เพื่อผลิต ครึ่งล้านชิ้นอีก มันก็สนุกอยู่สักพัก พอดีมีบริษัทญี่ปุ่นมาจ้าง ให้เป็นที่ปรึกษา ไอ้ระยำนี่ ชาตินิยมจัด เราแนะนำอะไร มันไม่ทำตามหรอก พอมีปัญหา มันก็โทษเรา ภาษาอังกฤษมันหมาไม่แดก พอลูกค้าฟังไม่ออก มันก็โกรธ ลูกค้าขอให้ผมแปล จะแปลได้อย่างไร กูก็ฟังมันไม่ออก ในที่สุดเลย ซาโยนาระรับ'
     
    29
 
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

Who is this girl?

 
 
 
-0:30
 
 
 
-0:30
 
 
คลิกเพื่อรับชมเพิ่มเติม
 
ดูเหมือนว่าคุณอาจจะมีปัญหาในการเล่นวิดีโอนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้น โปรดลองรีสตาร์ทเบราว์เซอร์
ปิด
โพสต์โดย Sirion Skulpone
 
 
 
 
 
 
 
 
Sirion Skulpone

She put me through the wringer this morning but I can't stay mad at this one.

เธอให้ฉันผ่านยวเมื่อเช้านี้แต่ฉันไม่สามารถโกรธสิ่งนี้ได้

 
 
ความคิดเห็น
 
  • Soontong Na Ponesawaang
    Soontong Na Ponesawaang Put me through the wringer แปลเป็นไทยว่า ทำให้ปวดหัวอย่างหนัก (stress) สมัยก่อน เวลาซักผ้า เราบิดผ้าก่อนเอาไปตากให้แห้ง ต่อมาเขาประดิษฐ์เครื่อง squeez อย่างในรูป ก็เลยมี idiom ว่า put me through the wringer
    ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
     
     
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
 
 
Prasite Jenchol
ระหว่างแจกเงินให้ใช้ กับ ลดค่าครองชีพ,สร้างงานสร้างรายได้ให้ประชาชน อย่างไหนดีกว่ากันระหว่างแจกเงินให้ใช้ กับ ลดค่าครองชีพ,สร้างงานสร้างรายได้ให้ประชาชน อย่างไหนดีกว่ากัน
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

ไวน์ผมก็ชอบ
ผมกินแม่โขงกับข้าวมันไก่ตั้งแต่เรียนชั้นมัธยม พอมาเรียนวิศวจุฬาฯ โดนรุ่นพี่มอมเหล้าซะอ่วม เลยตั้งปณิธานว่า กูจะต้องไม่ถูกมอมเหล้าอีก พอไปเรียนที่ยุโรปก็กินเบียร์ดำๆขมๆ กับเพื่อนไอริช พอมาอเมริกา ก็กินทั้ง สาเก ทั้ง เหล้าเม๊กซิกัน (Tequila) ทั้งเบียร์พื้นเมืองอเมริกา เกือบทุกยี่ห้อ ไปลาวก็กินเบียร์ลาว อยู่เมืองนนท์ก็กิน เบียร์ลีโอ ตอนนี้ กินไวน์ขาวกับปลานิล หรือปลา แซลมอน กินไวน์แดงกับ ลาบ หรือ steak ถ้าถามว่าเคยเมาไหม ก็ขอตอบว่า ไม่เคย (นอกจากเมาดิบหลอกสาว) ไม่ให้...เสียชื่อลูกศิษย์ครูทองแดง 555
บ้านผมอยู่ไม่ไกลจากบริเวณที่เขาเรียกว่า Wine Country เมื่อก่อน เคยขับรถไปซื้อถึงโรงกลั่นได้ราคาพิเศษ เดี๋ยวนี ลูกสาวไม่ยอมให้ไป เพราะใบขับขี่ ล่าสุด เขาห้ามขับรถกลางคืน ไม่อย่างนั้นเขาบอกจะต้องผ่าตัดตาซ้ายตามที่หมอแนะนำ ผมขี้ขลาดมาก เรื่องเกี่ยวกับผ่าตัดนี่ สาเหตุที่ผมไม่เรียนแพทย์ก็เพราะผมไม่สมพงษ์กับห้องผ่าตัด ผมเห็นเลือดไม่ได้ แต่กินลาบเลือดได้สบาย ยิ่งซกเล็กยิ่งชอบ 555
ซกเล็กคือ การนำเนื้อวัวดิบสด และเครื่องในเช่น ตับ ผ้าขี้ริ้ว มาหั่นเป็นท่อนชิ้นหยาบ ๆ กว้างประมาณหัวแม่มือหนาสักครึ่ง ซม.
มาหมักกับเลือดวัวหรือเลือดควายสดๆใส่ค่อนข้างเยอะจนซดน้ำเลือดได้เลยนะ ผสมกับดีวัวแท้ๆ หมักไว้สัก15นาที เนื้อจะแข็งกรอบ
กำลังดี แล้วนำมาปรุงรสโดยการใส่เกลือสักนิดอย่าเน้นน้ำปลานะ เกลือเป็นหลักรสชาติจะนัวกว่า ผงชูรสสักหน่อย เติมข้าวคั่วที่คั่วเอง
กลิ่นจะหอมดีมาก (ใช้ข้าวสารข้าวเหนียวนะ) แล้วตักพริกป่นที่คั่วเองตำเองเติมลงไปตามใจชอบ โรยหน้าด้วยต้นหอมซอย ใบมะกรูดหั่นฝอย
รึจะหั่นข่าแล้วสับละเอียดเติมลงด้วยสักนิดเพื่อดับคาวด้วยก้อดี แล้วคนๆๆๆให้เข้ากันชิมดู แซ่บแล้วตักใส่จาน โรยหน้าด้วยผักชี
กระเทียมสดกลีบเล็ก และพริกสดสักเล็กน้อย ....
ลาบ...แตกต่างแค่สับเนื้อให้ละเอียดครับ และทำดิบหรือสุกก็ได้ครับ
ส่วนก้อยนั้นหั่นเป็นท่อนเหมือนกันแตกต่างกันเพียงจะใส่เลือดรึไม่ใส่ก็ได้ครับ นอกนั้นเหมือนกันครับ
หลู้ ใช้เลือดสดนำมาขยำกับใบตะไคร้ปรุงด้วยน้ำกระเทียมแล้วใส่พริกลาบทางเหนือกินพร้อมกับเส้นหมี่ขาวทอดและเครื่องในที่ลวกสุกแล้ว เวลากินดูเหมือนว่าจะคาวเลือดแต่ไม่เลยครับ เพราะดับคาวด้วยตะไคร้และพริกลาบที่มีพวกเครื่องเทศอยู่

ก้อย ใช้เนื้อดิบปรุงแบบลาบอีสานครับ

ก้อย จะออกแนวแห้งๆ ครับ ดิบหรือสุกก็ได้
สำหรับไวน์เดี๋ยวนี้ผม order on line ก็ได้ เขาส่งถึงบ้านเลย แต่ต้องแอบเมียหน่อย เวลาได้รับต้องรีบเอาไปซ่อนใน Garage ผมชอบเขียนหนังสือ แต่เขียนไม่ลื่นถ้าไม่ได้จิบไวน์

ดูเพิ่มเติม
ในภาพอาจจะมี เมฆ, ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง, ธรรมชาติ และข้อความ
ในภาพอาจจะมี อาหาร
ในภาพอาจจะมี อาหาร
ในภาพอาจจะมี ต้นพืช และอาหาร
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
เพิ่มปุ่มบริจาคเพิ่มปุ่มบริจาคลงในโพสต์ของคุณเพื่อระดมเงินสำหรับองค์กรไม่แสวงผลกำไร เราจะดูแลขั้นตอนการบริจาคโดยไม่คิดค่าธรรมเนียม เพื่อระดมทุนสำหรับโครงการส่วนตัว สร้างโครงการระดมทุนส่วนตัว
Don, Nikki และเพื่อนคนอื่นๆ อีก 8 คนได้บริจาคผ่าน Facebook

ภูมิศาสตร์ ของ เมือง ลอ เมือง พวน และ เมืองวังเวียง

เมือง ลอ ในเวียตนาม เมืองพวน ที่ทุ่งไหหิน และเมืองวังเวียงในลาว

Thon Kon Tai Dam ดีเจานัมปีน้องไทดำเมืองลอเวียดนามเอ็ดนาได้ข้าวดีหลาย...
ทอน คนไทดำ ที่ผมคุยด้วยมาหลายปี เป็นไทดำอพยพจากบริเวณเดียนเบียนฟูไปอยู่อเมริกา ที่รัฐ ไอ โอ วา แกเป็นคนที่สองที่พูดถึงเมืองน้ำน้อยอ้อยหนูใกล้ๆเมือง ลอ คนแรกที่พูดถึง เป็นนายพล ที่เป็นผู้รักษา พระนครเวียงจันทร์ ต่อจากนายพลกองแล ท่านนายพลชอบเสียงแคนมาก เลยสนิทกับผมเป็นพิเศษ ผมถามท่านว่า ท่านรู้จัก เมืองน้ำน้อยอ้อยหนูไหม ท่านบอกว่ารู้จักสิ สมัยเป็นร้อยเอก ในกองทัพปลดแอก เคยตั้งฐานทัพใกล้ๆ เมืองน้ำน้อยอ้อยหนู ผมหูผึ่งเลย ถามท่านว่า ใกล้ๆ เดียนเบียนฟูหรือไม่ ท่านบอกว่า บ่ แล้วก็ไม่บอกไปมากกว่านั้น เรื่องความมั่นคงนี่เวียงจันทรืเขาเคร่งครัดมาก จนมาถถาม อ้าย ทอน คน ไทดำ จึงถึงบางอ้อ

ดูเพิ่มเติม
ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, ภูเขา, เมฆ, พื้นหญ้า, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ในภาพอาจจะมี ต้นพืช, พื้นหญ้า, ดอกไม้, ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

เมืองบกเมืองวังอยู่ที่ไหน

From Oral History, National University of Laos
คำให้การของพ่อเซียงแก่น อายุ 69 ปี ในความเป็นมาของบ้านปาเค็ม ( ปัจจุบัน อยู่เมืองวีละบุลี แขวงสะหวันนะเขต)

...

เมืองวัง ประกอบด้วย บ้านเมืองหลวง บ้านนายม บ้านนาเมืองแสน มีเจ้าก่า ปกครอง

เมืองบก ( เมืองอ่างคำ) ประกอบไปด้วย บ้านนาหอย บ้านน้ำเซิ้ง ขึ้นกับ เจ้าโทน

Fom Anthony Kirch English version ( หนองสูง)
เจ้าก่ำ ซึ่งเป็นพี่ ปกครองเมืองวัง
เจ้าก่า ผู้เป็นน้อง ปกครองเมือง บก ( เมืองอ่างคำ)

ดูเพิ่มเติม
ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, ต้นไม้, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ในภาพอาจจะมี ต้นไม้, ท้องฟ้า และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, เมฆ และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า และสถานที่กลางแจ้ง
+2
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

กลุ่มชาติพันธุ์คืออะไร

กลุ่มชาติพันธุ์คืออะไร
กลุ่มชาติพันธุ์ไม่ใช่กลุ่มที่สายเลือดมีอิทธิพลเหนือสิ่งอื่นใด หากแต่สร้างมาจากเอกลักษ์ทางสังคมที่ ค่อยๆปรากฎขึ้น ตามกาลเวลา
Ethnic groups are not blood-denominated groups...
but constructed social identities which evolve
over time.
ดังนั้น การที่จะพูดว่า ผู้ไท และไทดำ เป็นชาติพันธุ์เดียวกัน ก็จะฟังไม่ขึ้น จริงอยู่ ผู้ไท และไทดำ สืบสายมาจาก ไท หรือ ไต เมื่อ เวลาผ่านไป เอกลักษ์ทางสังคมก็จะเปลี่ยนไป แม้แต่ ผู้ไท กับ ไทพวน ถึงแม้ภาษาจะใกล้เคียงกันมาก แต่ ข้อมูลล่าสุด แสดงว่า Tai ผสมกับ Khamu ก็กลายเป็น ไทพวน ในขณะที่ ไท กับ ข่า ผสมกันเป็น ผู้ไท

ดูเพิ่มเติม
ในภาพอาจจะมี 4 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี 2 คน, ผู้คนกำลังยืน, ต้นพืช, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ
ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังยิ้ม, กำลังยืน
 
 
ความคิดเห็น
 
  • El Gringro
    El Gringro สองคำที่คนแยกไม่ออก คือ "ชาติพันธุ์ และ "ชนเผ่า"
    Soontong Na PonesawaangSoontong Na Ponesawaang ได้ตอบกลับ
      ·  การตอบกลับ 1 รายการ
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
เพิ่มปุ่มบริจาคเพิ่มปุ่มบริจาคลงในโพสต์ของคุณเพื่อระดมเงินสำหรับองค์กรไม่แสวงผลกำไร เราจะดูแลขั้นตอนการบริจาคโดยไม่คิดค่าธรรมเนียม เพื่อระดมทุนสำหรับโครงการส่วนตัว สร้างโครงการระดมทุนส่วนตัว
Don, Nikki และเพื่อนคนอื่นๆ อีก 8 คนได้บริจาคผ่าน Facebook

น้ำน้อยอ้อยหนูมีหลายแห่ง

ในประเทศเวียตนาม ใกล้ๆเมืองเดียนเบียนฟูมีเมืองน้ำน้อยอ้อยหนู 2 แห่ง ห่างจากเมือง ลอ ประมาณ 10 กิโลเมตร ก็มีเมืองน้ำน้อยอ้อยหนูอีกแห่ง(เมือง ลอ อยู่ห่างจากเดียนเบียนฟูไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 100 กิลเมตร) ก็รวมเป็น 3 แห่งเข้าไป แล้วก็มีการสันนิษฐานว่า ไทพวนก็มี เมืองน้ำน้อยอ้อยหนู บริเวณทุ่งไหหิน และบริเวฌ เกาบังของเวียตนามก็มีเมืองน้ำน้อยอ้อยหนู ล่าสุด ในมณฑลยูนานก็มีเมืองน้ำน้อยอ้อยหนู ตกลงก็มีเมืองน้ำน้อยอ้อยหนู 7 แห่ง ดังนั้น ผู้ไทที่มาอยู่บริเวณเมื...องบกเมืองวังมาจากน้ำน้อยอ้อยหนูอันไหน ก็คงต้องถกเถียงกันไปอีกนาน

…... ขุนบรม แห่งเมืองแถน ขุนบรมเป็นตำนานซึ่งอาจจะมีความจริงปนอยู่บ้าง เท่าที่ผมค้นคว้าจากข้อมูลของจีนและฝรั่ง ไม่น่าเป็นไปได้ว่า ผู้ไท เราเคยอยู่ที่เมืองแถน บรรพบุรุษของผู้ไท น่าจะอพยพมาจาก มณทลกวางสี และกุ้ยโจว ของจีน แล้วผ่าน เกาบังของเวียตนาม มาอยู่แถบ เมืองน้ำน้อยอ้อยหนูอันที่อยู่แถบเมืองลอ หรือ เมืองเกาบัง ของเวียตนาม ( มีคนสันนิษฐานว่า เมืองน้ำน้อยอ้อยหนูมีถึง 5 แห่ง) ก่อนที่จะอพยพลงใต้มาอยู่แถบเมืองบก เมืองวัง และท้ายที่สุดถูกกวาดต้อนมาอยู่ฝั่งขวาแม่น้ำโขง เมื่อเกือบ 200 ปีที่แล้ว ส่วนไทดำนั้นน่าจะอพยพมาทางมณทล ยูนนานของจีน แล้วก็มาอยู่แถบเมืองแถน เป็นเวลานานทีเดียว แล้วก็มาอยู่แถบเมืองน้ำน้อยอ้อยหนู จนทุกวันนี้
……. ถ้าอย่างนั้น ผมก็จะขอพูดถึง อาณาจักร อ้ายลาว สักนิดหนึ่ง จากข้อมูลของจีน และ ลาว พอจะจับความได้ว่า อาณาจักร อ้ายลาว เกิดขึ้นเมื่อ ประมาณปี พศ. 400 (143 BC) ในสมัยราชวงค์ฮั่นของจีน อาณาจักร อ้ายลาวมีเมือง เพงายเป็นนครหลวง ( อยู่ในเขตมณทลเสฉวน ของ People Republic of China ปัจจุบัน) อาณาจักร อ้ายลาวขยายเขตแดนมาถึง ชนชาติลาวแห่ง หนองแส ซึ่งประกอบด้วย เมืองสำคัญได้แก่ เมืองซุย เมืองเอ้เซีย เมืองล้านกง เมืองท่งซ้าง เมืองสี่ล้าน เมื่อ พศ. 763 ขงเบ้งเข้ายึดบางส่วนของหนองแส ชนชาติลาวปกครองกันมาแบบนครรัฐหลายศตวรรษ จาก พศ. 843 ถึง พศ. 1163 อาณาจักรหนองแส รุ่งเรืองสุดขีด สมัย ขุนบรม และเสื่อมถึงจุดจบในสมัย กุ๊บไลข่าน เมื่อ พศ. 1812 ส่วนรายละเอียด ผมกำลังค้นคว้าอยู่ครับ
เวียดนาม (เวียดนาม: Việt Nam [viət˨ nam˧] เหฺวียดนาม) มีชื่ออย่างเป็นทางการคือ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (เวียดนาม: Cộng hòa xã hội chủ nghĩa Việt Nam, ก่ง ฮหว่า สา โห่ย จู๋ เหงีย เหวียต นาม) เป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกสุดของคาบสมุทรอินโดจีน มีประชากรประมาณ 94.6 ล้านคนใน พ.ศ. 2559 ทำให้มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 13 ของโลกและมากเป็นอันดับ 9 ของเอเชีย มีพรมแดนติดกับประเทศจีน ทางทิศเหนือ ประเทศลาว และประเทศกัมพูชา ทางทิศตะวันตก และอ่าวตังเกี๋ย ทะเลจีนใต้ อ่าวไทย ทางทิศตะวันออกและใต้ [a] มีเมืองหลวงชื่อฮานอยตั้งแต่เวียดนามเหนือและใต้รวมกันใน พ.ศ. 2519 เมืองใหญ่สุดในประเทศคือนครโฮจิมินห์

ดูเพิ่มเติม
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
 
ดูเหมือนว่าคุณอาจจะมีปัญหาในการเล่นวิดีโอนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้น โปรดลองรีสตาร์ทเบราว์เซอร์
ปิด
 
 
 
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

ผู้ไท หรือ ภูไท
บนเวทีสัมมนาวิชาการ เรื่อง “ผู้ไทโลก ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร?” ณ โรงละครเมืองเว วัดธาตุเรณู อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา แม้จะไม่สามารถกล่าวได้ว่าเป็น “ฉันทามติ” ของทั้งคณะวิทยากรผู้เสวนา และผู้เข้าฟังการเสวนา แต่น่าจะพอพูดได้ว่า “เสียงส่วนใหญ่” สนับสนุนให้ใช้ คำว่า “ผู้ไท” แทน “ผู้ไทย” และ “ภูไท” ที่สับสนกันมานาน เหตุผลคือ 1. คำว่า “ไทย” เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อ 73 ปีที่ผ่านมา เมื่อจอมพล ป.พิบูลสงคราม เปลี่ยนชื่อดินแดนที่...เรียกว่า “สยาม” เป็น “ประเทศไทย” (Thailand) ในปี พ.ศ.2482 และเรียกคนที่อยู่ในประเทศนี้ว่า “คนไทย” (แม้ว่าในทางชาติพันธุ์จะมีเชื้อจีน มอญ ลาว หรือขะแมร์ก็ตาม) 2.มีหลักฐานมากมาย บ่งชี้ว่า มีกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่ง ตั้งถิ่นฐานอยู่ในดินแดนสุวรรณภูมิมานานเกินกว่า 1 ,000 ปี ซึ่งในทางวิชาการชาติพันธุ์วิทยา เรียกกลุ่มนี้อย่างเป็นทางการว่า “ไท” หรือ “ไต” ( Dai / Tai) ปัจจุบัน กลุ่มชาติพันธุ์นี้กระจายอยู่ในประเทศต่าง ๆ อาทิ ไทลื้อ ไทใต้คง ในจีนตอนใต้ ไทอาหม ไทคำตี่ ไทพ่าเก ในรัฐอัสสัมของอินเดีย ไทใหญ่ ไทขึน ไทมาว ไทเหนือ ในรัฐฉานของพม่า ไทพวนในประเทศลาว ไทดำ ไทขาว ไทแดง ในเวียดนามตอนเหนือ ฯลฯ 3.ในทางวิชาการ จัดกลุ่มชาว “ผู้ไท” ในภาคอีสานของประเทศไทย อยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์ไท หรือไต เช่นเดียวกัน 4. กล่าวเฉพาะชาว “ผู้ไทเรณูนคร” จะนิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ภูไทย” ซึ่งเคยเข้าใจกันว่า หมายถึงชาวผู้ไทที่มาตั้งถิ่นฐานใกล้ภูเขา แต่ในความเป็นจริง เรณูนครอยู่ใกล้แม่น้ำโขง ไกลจาก ภูพานน้อย ในเขต อ.นาแก ถึงกว่า 20 ก.ม. ดังนั้น การเขียนว่า “ภูไทย” น่าจะเกิดจากความเข้าใจผิด 5.ในกรณีที่ อนุสาร อสท. เป็นสื่อที่ใช้คำว่า “ภูไทยเรณูนคร” มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2503 ประเด็นนี้ คุณอภินันท์ บัวหภักดี บรรณาการภาพอนุสารอสท.คนปัจจุบัน แจ้งให้เวทีสัมมนาทราบว่า ได้รับจากชี้แจง (ทางวาจา) จากอดีตบรรณาธิการอสท.ปี 2503 ว่าการใช้คำว่า “ภูไทย” มีเหตุผลทางด้านความมั่นคงของชาติ ในยุคที่พรรคคอมมิวนิสต์ (พคท.) ทำสงครามแย่งชิงมวลชนกับรัฐบาลไทย 6.ดังนั้น ในยุคที่สงครามในภูมิภาคอาเซียนสงบลงแล้ว และทั้ง 10 ชาติอาเซียน กำลังจะก้าวสู่การเป็น “ประชาคมอาเซียน” ในปี 2558 ที่จะถึงนี้ จึงสมควรกำหนดใช้คำว่า “ผู้ไท” ให้เกิดความถูกต้องทางวิชาการ และไม่เป็นความสับสนสำหรับอนุชนรุ่นหลังสืบไป ซึ่งในกรณีนี้ ไม่เกี่ยวกับการรักชาติ หรือไม่รักชาติ(ไทย) และไม่ได้เกิดจากการมีอคติกับชื่อประเทศ “ไทย” แต่อย่างใดทั้งสิ้น 7.จึงเรียนมาเพื่อใคร่ขอเสนอให้ ดร.วิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภา สายเลือดผู้ไท จังหวัดนครพนม ประธานคณะกรรมการจัดงาน “วันผู้ไทโลก” 2555 พิจารณานำประเด็นนี้เสนอต่อ คณะกรรมการชำระพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิจารณาต่อไป # หมายเหตุ พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ระบุคำว่า “ผู้ไทย” น. ชนชาติไทยสาขาหนึ่ง แถวสิบสองจุไทย # ภาพ...ฟ้อนผู้ไทเรณูนคร ในงาน "วันผู้ไทโลก" 11 เมษายน 2555 ลานพระธาตุเรณู อ.เรณูนคร นครพนม

ดูเพิ่มเติม
 
 
 

ประวัติผู้ไทย

พระราชรัตนมงคล (ดร.มนตรี อภิมนฺติโก)
- ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ ผู้ไทบ้านห้วยยาง ต.เหล่าโพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร
เขียนหนังสือ "ประวัติผู้ไทย" พิมพ์ พศ.2556 ...
บริษัท อัพ ทู ยู เซอร์วิส์ จำกัด
เขต สาทร กทม 10120
บทที่ 1 บทนำ
บทที่ 2 อัตตลักษณ์ ของชาวผู้ไทย
บทที่ 3 ผู้ไทยจังหวัดสกลนคร
บทที่ 4 ผู้ไทจังหวัดนครพนม
บทที่ 5 ผู้ไทจังหวัดกาฬสินธุ์
บทที่ 6 ผู้ไทจังหวัดมุกดาหาร
บทที่ 7 ผู้ไทยนานาชาติ
บทที่ 8 สรุปและอภิปรายข้อเสนอแนะ

ดูเพิ่มเติม
ในภาพอาจจะมี Montri Yangthisan, กำลังยืน, ท้องฟ้า และสถานที่กลางแจ้ง
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

ไทดำ ไทแดง ไทขาว

ไทดำ ไทแดง ไทขาว ไม่มีคำว่า "ผู้" นำหน้า เพราะ ไทดำ ไทแดง ไทขาว เป็นชื่อชาติพันธุ์ เมื่อเติมคำว่าผู้เข้าไป มันก็ไม่มีความหมาย เรื่องนี้อย่างที่ผมบอก ต้องโทษ ม ปาวี (AD 1879-1895)
โอกุสต์ ปาวี มีชื่อเต็มว่า ฌ็อง มารี โอกุสต์ ปาวี (ฝรั่งเศส: Jean Marie August Pavie; 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1847 – 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1925) นักสำรวจชาวฝรั่งเศส ผู้สำรวจดินแดนบริเวณฝั่งแม่น้ำโขง เคยเป็นกงสุลฝรั่งเศสประจำกรุงเทพมหานครเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1892
ปาวีเป็นผู้ยื่นคำขาดต่อพระบาทสมเ...ด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในกรณีวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ให้สยามยกดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขงที่กำลังมีเรื่องพิพาทให้ฝรั่งเศสทั้งหมด แต่เมื่อสยามให้คำตอบไม่เป็นที่พอใจ ปาวีจึงเดินทางออกจากราชอาณาจักรสยามทันที ถือเป็นการตัดความสัมพันธ์ทางการทูต จากนั้นกองทัพเรือฝรั่งเศสได้ยกเรือรบ ประกอบด้วยเรือแอ็งกงสต็อง เรือกอแม็ต และเรือฌ็อง บาติสต์ แซ เข้ามาปิดอ่าวไทย ทำให้สยามยอมปฏิบัติตามข้อเรียกร้องและยกดินแดนลาวทั้งหมดให้แก่ฝรั่งเศส เป็นพื้นที่ประมาณ 143,800 ตารางกิโลเมตร
ต่อมา เขาดำรงตำแหน่งข้าหลวงใหญ่ของดินแดนใหม่ ทางฝรั่งเศสได้สร้างอนุสาวรีย์ของปาวีกำลังได้รับการกราบไหว้จากชาย-หญิงลาว ตั้งอยู่ในกรุงเวียงจันทน์ ซึ่งหลังจากประเทศลาวได้รับเอกราช อนุสาวรีย์ของปาวีได้ถูกแยกชิ้นส่วนนำไปทิ้งแม่น้ำโขง ต่อมาสถานทูตฝรั่งเศสประจำกรุงเวียงจันทน์ได้กู้นำไปเก็บรักษาไว้ที่สถานทูต ส่วนรูปหล่อชาย-หญิงลาว นำไปเก็บรักษาที่สนามหน้าหอพระแก้ว กรุงเวียงจันทน์

ดูเพิ่มเติม
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ในภาพอาจจะมี ข้อความ
ในภาพอาจจะมี Sunthorn Skulpone และ Piyanuch S NaturalOrganic, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังนั่ง และสถานที่ในร่ม
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
+7
 
 
ความคิดเห็น
ดูความคิดเห็นอีก 1 รายการ
  • Chaibodin Saleepun
    Chaibodin Saleepun ผมไปมาหมดแล้วครับทางใครทางมันเด้อ5555
    Chaibodin SaleepunChaibodin Saleepun ได้ตอบกลับ
      ·  การตอบกลับ 3 รายการ
  • Outhaythong Sphabmixay
    Outhaythong Sphabmixay 1) ที่ปาวีต้องการนี่ ดินแดนฝั่งขวา หรือ ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง กันแน่ครับ?
    2) ปาวีได้รับแต่งตั้งเป็นรองกงศุลประจำหลวงพระบาง ซึ่งไม่มีคนฝรั่งเศสสักคน กว่าเขาจะได้รับอนุญาตให้เดินทางไปประการได้ก็เกือบปี พระวิภาคภูวดลกับคณะขออาศัยเรือเขาไปด้วย แต่ไปแยกกันที่เช
    ...ดูเพิ่มเติม
     
  • Korviset Phaxaisombath
    Korviset Phaxaisombath สนธิสัญญาเส้นเขตแดนสยาม-อินโดจีน
    ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
     
     
  • Sapa Gafae
    Sapa Gafae พวกฝรั่งเศษ ตอนนี้ทำตัวเป็นนักบุญ สมัยก่อนๆ เข่าเรียก ฝรั่งเศษ ว่า โจรปล้นฮวงซุ้ย
    เพราะ ปล้นสุสาน ป่าช้า กูโบร์ หมดทั่วโลก
     
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

ม ปาวี ไปสำรวจบริเวณ สิบสองจุไท ระหว่างปี คศ. 1879-1895

 
เกี่ยวกับเว็บไซต์นี้
 
mgronline.com
 
ตอนสงครามอินโดจีนไทย-ฝรั่งเศสในปี ๒๔๘๓ ไม่ว่างานไหนงานนั้น จะมีป้ายติดไว้ที่หม้อหรือปี๊บด้วยว่า “หัว ม.ป.....
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

หนังสือเล่มนี้ท่าจะเกินงบประมาณเสียแล้ว เพื่อนๆต้องรับผิดชอบด้วย ต้องขายนา ซะแล้ว เป็นค่าทนาย คนที่จ้องจะฟ้อง ก็มี ทั้งคนที่หาว่า ดูถูกบรรพบุรุษ มีทั้งคนที่โกรธว่า เอารูป เขาไปลง แล้วไม่ขออนุญาต ปรึกษาทนายแล้ว มันบอกว่า พี่ไปหาทนายใหม่เถอะ ผมขอถอนตัว 555
ทำไงได้ ผมเป็นคนเว้าซื่อๆ อย่างที่เขาว่า น้ำใสไม่มีปลา คนพูดจาตรงๆก็ไม่มีเพื่อน แต่เอ ทำไมเพื่อนผมใน เฟซบุ๊คมีตั้ง 5,000 ล่ะ
ข้อสำคัญมีคนอ่านหรือเปล่า เขียนแล้วไม่มีคนอ่านก็เสียเวลาซ้อมเป่าแคนเปล่าๆ
ตกลงเขียนขนาดนี้แล้วอย่างน...้อยก็ต้องทำ eBook จะขายเล่มละ 99 บาท น่าจะมีคนซื้อไปเก็บไว้ให้ ลูกหลานอ่าน ถ้าอยากอ่านฟรี ก็มาอ่านใน เฟซบุ๊ค ไม่สงวนลิกขสิทธิ์ จะอ่านกี่เที่ยวก็ไม่ว่ากัน ข้อสำคัญเวลาผ่านไปก็จะหาไม่เจอ ถ้าพิมพ์แบบปกอ่อน ราคามันก็ 299 บาท เก็บไว้บนตู้หนังสือ อยากอ่านเมื่อไร ก็หยิบได้เลย eBook มันถูกกว่า แต่ค่อนข้างยุ่งยากตอนซื้อ แล้วแต่เราใช้โทรศัพท์มือถือระบบอะไร iPhone หรือ Android ถ้าจะให้ดีที่สุด ก็ต้องเป็น Personal Computer จะแบบตั้งโต๊ะ หรือ Laptop ก็ได้ แล้วก็แล้วแต่ ระบบ Windows หรือ Mac ปวดหัว
ตกลงซื้อเป็นหนังสือปกอ่อนดีกว่า ง่ายดี
ถ้าสนใจหนังสือตามรูป โปรดติดต่อ เอเย่นต์ (มร) ณัชชา ฟึ้งกลิ่น 097 232 1352 โอนเงินเข้าธนาคาร แล้วเขาจะส่งหนังสือให้ ราคา 300 บาท รวมค่ส่ง

ดูเพิ่มเติม
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

ผู้ไท กับ ไทดำ ไม่ใช่ ชาติพันธุ์ เดียวกัน

Sunthorn Skulpone =>ผมไม่เห็นด้วยกับข้อความที่ว่า ผู้ไทแตกหน่อมาจากไทดำ เพราะผมมีความเห็นว่า ไทดำ กับผู้ไท ไม่ใช่กลุ่มชาติพันธุ์เดียวกัน=> ".....นอกจากนี้ รศ.ดร.บุญยงค์ เกศเทศ นักมนุษยวิทยาผู้มีอดีดที่ผูกพันกับไทดำแถบจังหวัดเพชรบุรีอันเป็นถิ่นฐาน เดิมของท่าน เป็นหนึ่งในนักมนุษยวิทยาผู้ที่ลงงานภาคสนามมาตลอดชีวิต ทำให้เข้าใจชีวิต จิตใจและความเป็นอยู่ของผู้คนในกลุ่มชาติพันธุ์ที่ตนศึกษาเป็นอย่างดี สำหรับเรื่องไทดำในเพชรบุรีบ้านท่าน และไทด...ำในเวียดนามแล้ว ท่านเป็นผู้หนึ่งที่ตลุยงานสนามในเวียดนามมานับครั้งไม่ถ้วน ท่าน ยืนยันว่าในระดับหมู่บ้านห่างไกล ยังคงเรียกตัวเองว่าผู้ไทครับ และท่านยังได้กล่าวถึง ไทดำ และผู้ไท ในหนังสือ "ไทดำ"เมืองแถน "ทรงดำ"ถิ่นสยาม
ตอนหนึ่งว่า

ผู้ไท หรือไทดำจากถิ่นฐานดั้งเดิมในเมืองแถนนั้น ถือได้ว่าเป็นกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกัน แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในในราชอาณาจักรสยาม ถูกเรียกชื่อแตกต่างกันไป เป็นต่างกลุ่มต่างชื่อ แต่ "สำนึก" ของ "ทุกชื่อ"ที่ได้รับ การขนานนาม ต่างรับรู้ตรงกันว่า คือ "ผู้ไท"(บุญยงค์ เกศเทศ ; 2554,45)......".
ดูจาก ไดอาแกรมของนักภาษาศาสตร์ เชมเบอร์เลน จะเห็นว่า ผู้ไท (Phu Tai) กับ ไทดำ (Black Tai) อยู่คนละสาย

ดูเพิ่มเติม
ในภาพอาจจะมี ข้อความ
 
 
ความคิดเห็น
ดูอีก 2 ความคิดเห็น
  • Chaibodin Saleepun
    Chaibodin Saleepun อย่าค้นแต่ในห้องสมุดฝรั่งต้มหรือเข้าใจผิดมากมาย เช่นหนังสือของ ดร.มาเชียนดัสเช คำว่า ยูถางยู. ยู ถางกิน. เขาก็แปลว่า. ต่างยู ต่างกิน. ความหมายที่เขาแปลคือต่างคนต่างหากินใครมัน. แต่ความเป็นจริงนั้นยูถ่างยูถางกินหมายถึงอยู่กินกันอย่างสบายครับ
    Outhaythong SphabmixayOuthaythong Sphabmixay ได้ตอบกลับ
      ·  การตอบกลับ 6 รายการ
  • Sunthorn Skulpone
    Sunthorn Skulpone ผมไปคุยกับชาวบ้านที่บ้านนาสาง โดย ใช้ภาษาลาว ซึ่งผมถนัด เขาอธิบาย ตรงกันกับเพื่อนผม ซึ่งเป็นไทดำอพยพ ว่า ชาวบ้านเขาเป็นPhu Thay เพื่อจะเน้นว่า เขาเป็นคนไท ไม่ใช่แกว เขาหมายความว่าอะไร ก็สำคัญ ไม่น้อย ฝรั่งเขาชอบพูดกับผมว่า lost in translation หรือเปล่า ม. ปาวีร์ เจอปัญหานี้มาก่อน ดร. บุญยงค์
     
  • Phutai Sriring
    Phutai Sriring ขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ข้อมูลครับ
     
  • Phutai Sriring
     
     
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
 
 
 

บ๊ะ คักๆๆๆๆ

 
เกี่ยวกับเว็บไซต์นี้
 
 
soundcloud.com
 
Listen to CK Sea / ออสโล | Explore the largest…
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
 
 
Sunthorn Skulpone ถึง GroupPootai

น่าสนใจ

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, ภูเขา, เมฆ, พื้นหญ้า, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ
Thon Kon Tai Dam

โตงนาข้าวเมืองลอเวียดนาม Tông Na khàu Muong Lo Việt Nam

 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
 
 
Sunthorn Skulpone ถึง GroupPootai

น่าสนใจมาก

Sunthorn Skulpone ถึง Pootai Studies

เมื่อนักภาษาศาสตร์สันนิฐานว่า ไทดำกับผู้ไท อพพยบแยกจากกัน( ผ้ไทไม่ไดแตกหน่อมาจากไทดำ อย่างที่บางคนเข้าใจ) มากว่า1500ปีแล้ว และผมสันนิฐานว่า ผู้ไท วอพพยพลงมาอยู่...แถบลาวภาคกลางเมื่อประมาณ 800 กว่าปีมานี้ ผมก็เลยสงสัยว่าช่องว่างประมาณ700ปี จะอธิบายได้อย่างไร ผมก็ขอสันนิฐานว่าไทดำกับผู้ไทอพพยพแยกจากกันในจีนตอนใต้ เชื่อกันว่าชาวจ้วงเป็นบรรพบุรุษของไทดำและผู้ไท ถ้าเป็นเช่นนั้นผู้ไทก็อพพยพลงมาจากมณทลกวางสีของจีนและไม่เคยอยู่ที่เมืองแถน ส่วนไทดำอพพยพลงมาจากมณทลยูนานของจีนแล้วก็อพพยพต่อไปทางทิศตะวันออกมาอยู่บริเวณเมืองแถน ชาวจ้วงบางพวกก็อพพยพลงมาทางใต้เป็นพวกโยนก ซึ่งอธบายว่าทำไมภาษาไทดำจึงใกล้เคียงภาษาโยนกมากกว่าภาษาผู้ไท

ดูเพิ่มเติม
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
 
 
 

จ้วง กับ ไท

bangkokbiznews.com
 
ไม่เฉพาะภาษา ที่ชนเผ่าเรียกตัวเองว่า ไต-ผู้ไทที่ใช้ภาษาร่วมกันในตอนใต้ของจีน…
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
 
 
Sunthorn Skulpone ถึง GroupPootai

แนวนี้แหม๊ะ จั่งคือ

ในภาพอาจจะมี 5 คน, คนที่ยิ้ม
Lao08

ການຟ້ອນລຳຜູ້ໄທ ແມ່ນບົ່ງບອກເຖິງວັດທະນະທໍາ ແລະ ຮີດຄອງປະເພນີອັນດີງາມ ຂອງຊົນເຜົ່າຜູ້ໄທ.ການຟ້ອນລຳຜູ້ໄທຂອງຊາວບ້ານບຶງເຊ ເມືອງໄຊບູລີ ແຂວງສະຫວັນນະເຂດ.
ຖ່າຍພາບໂດຍ:ນັກຄົ້ນຄ້ວາຊາວບ້ານບຶງເຊ

 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
 
 
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
Sunthorn Skulpone ถึง GroupPootai

ภูไท หรือ ผู้ไท

ภูไทปึ๊กปานปาบ๊กน้ำของ ผู้ไทป่องกะแหงนมองแต่เมิงแถน ลางคนกะเว้า " กูเป็นภูไท" กูเสอะเว้า " ข้อยเป็นผู้ไท"
ก็จงเลือกเอาว่าจะเป็น ภูไท หรือ ผู้ไท...
ทำไมเขาจึงว่าปลาบึกน้ำโขง โง่ เพราะว่า การจับปลาบึกน้ำโขงนั้นทำได้สารพัด ใช้เบ็ด ใช้อวน ใช้แห ใช้จะลุ่ง(ยอ ) หรือจับด้วยมือเปล่าก็ยังได้
ส่วนผู้ไทนั้นมาจากเมืองแถนแดนเมืองฟ้า ผู้ไทไก่สอน ตื่นนอนแต่เช้า ใช้สมองตลอดเวลา แก้ปัญหาเป็น ใช้หลัก กาลามสูตรเสมอ

ดูเพิ่มเติม
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang ถึง GroupPootai

หมอสูน รพ เขาวง

ในภาพอาจจะมี ข้อความ
ตามฮอยอีสาน

เข้าใจล่ะบ้อบ่านนี่ 555

 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
 
 
Sunthorn Skulpone ถึง GroupPootai

ตลกดีแท้
แก้ว ๑ หัวใจเต้นตึ๊กตั๊กๆ
แก้ว๒ ดีกว่าเดิม
แก้ว๓ มีเงินเยอะแยะ
แก้ว๔ พูดไม่หยุด น้ำลายไหลเป็นฟอง...
แก้ว๕ ร้องไห้ว่าตัวเองทุกข์
แก้ว๖ ขี้มูกไหล
แก้ว๗ กะเถิบไปกินกับคนโน้นคนนี้
แก้ว๘ ขอให้ผู้หลักผู้ใหญ่มาผูกแขนให้
แก้ว๙ เปิดกางเกงเยี่ยวหน้าปะรำ
แก้ว๑๐ ลูกหลานหาม
แก้ว๑๑ ไม่สนใจกับเสื้อผ้าที่ใส่
แก้ว๑๒ นอนหงายให้หมูหมาเลียปาก

ดูเพิ่มเติม
 
 
-5:10
 
คลิกเพื่อรับชมเพิ่มเติม
 
ดูเหมือนว่าคุณอาจจะมีปัญหาในการเล่นวิดีโอนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้น โปรดลองรีสตาร์ทเบราว์เซอร์
ปิด
 
 
 
 
 
 
 
รับชม 51,535 ครั้ง
 
ซุม ข้าน้อยเป็นซาว ภูไท ຜູ້ໄທ Phú Tài

ฝากแชร์สนับสนุนเพลงผู้ไทเฮา ม่วนคัก

สำหรับ.คอเหล้า.ฟังให้จบ หละมิยอมฟังผู้เดียว
เพลง โสกเล้า
..จากการตั้งวงดนตรี "วารีรมย์" ของข้าราชการในอำเภอวาริชภูมิ สก...ลนคร เมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว คุณตาปาน แก้วคำแสน ก็เลยแต่งเพลงภาษาภูไท เอาไว้ให้เป็๋นมรดกทางภาษาให้ลูกหลาน ได้เรียนรู้ผ่านเพลงภูไท สำเนียงภูไทวาริชภูมิ......สกลนคร..

คุณตาปาน แก้วคำแสน

ติดตามได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=bbUYyn3FGEA

ดูเพิ่มเติม
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

อาหารผู้ไท ไม่ใช่มีแต่ เม๊าะหน่อไม้
มีเพื่อนฝรั่งถามผมว่า อาหารผู้ไท ที่ชนเผ่าอื่นไม่มีคืออะไร ผมตอบทันทีว่า คือ "เม๊าะหน่อไม้" ปรากฏว่ามีอย่างอื่นอีกหลายอย่าง

สุจริต สุระเสียง =>แกงมะมี้ ซุบมะแปบ มะเขือเสอกบ เขียด ปลา แกงยอดผักมะบวม ยอดมะอี แกงหน่อไม้เสอผักสะแงงนา ผักสะแงะโคก ซุบเห็นบด อ่อมบอนเสอมะกอกหอยจูบ แกงผักขี้เหล็กเสอหนังควายแห้ง(เผาไฟ แล้วทุบเอาหนมันออก) ลาบเทา ฯ บ๊ะแซบคัก อาหารพื้นบ้านตามวิถีชีวิต(life style)ชาวผู้ไทเฮาในอดีต ออนซอน(จะอ๋อน)หลายเนาะ

...

สุจริต สุระเสียง => เดี๋ยวนี้ผมก็ยังอนุรักษ์อาหารพื้นเมืองที่ญาอ้ายพูดถึง มาโดยตลอดไม่เคยเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะแกงหน่อไม้ ผู้ไทเฮาจะขาดไม่ได้คือผักซะแงะ ซึ่งปลูกไว้ตามสวน(ในโคก) ถ้าแกงแบบลาว แบบญ้อ จะใส่ผักสะแงง (เกิดขึ้นตามนาโนน) รู้สึกว่าผักทั้งสองนี้จะบ่งบอกถึงอัตตลักษณ์พงษ์เผ่าลาวผู้ไท โดดเด่ดอย่างนี้ ซึ่งหายากในเผ่าไทอื่นๆ (มันมิหูจักของแซบเนาะอ้าย)นี้คือภูมิปัญญาที่เราได้รับการถ่ายทอดทวดผู้ไทเรารุ่นสู่รุ่น ผมภูมิเจอนะที่ได้เกิดเป็นหน่อเนื้อเชื้อผุไทครับผ

Soontong Na Ponesawaang => แม่ผมเอาเม็ดผักสะแงะไปปลูกที่แคลิฟอร์เนียก็ได้กินอยู่หลายปี พอ แม่กลับเมืองไทยรักษาไม่เป็น ตายเกลี้ยง ธรรมดา ที่แคลิฟอร์เนียเขาเคร่งตรัดมากเรื่องนำเจ้าเมล็ดพืช ตอนนั้นผมอยู่ฮ่องกง พอเจอแม่แกงหน่อไม้ใส่ผักสะแงะให้กินก็ดีใจจนน้ำตาไหล ถามแม่ว่าทำไมเอาเข้าประเทศได้ แม่ก็บอกว่า มันถามแม่ก็ตอบเป็นภาษาผู้ไท เจ้าหน้าที่หมดปัญญา บอกว่า ไป๊ๆๆๆๆ บางทีพูดไม่รู้เรื่องนี่ก็มีข้อดี 555

ดูเพิ่มเติม
 
 
 
ความคิดเห็น
 
  • Sartsil Lamaisri
    Sartsil Lamaisri ของแซ่บทั้งนั้น ครับ
    Soontong Na PonesawaangSoontong Na Ponesawaang ได้ตอบกลับ
      ·  การตอบกลับ 2 รายการ
  • สุจริต สุระเสียง
    สุจริต สุระเสียง เดี๋ยวนี้ผมก็ยังอนุรักษ์อาหารพื้นเมืองที่ญาอ้ายพูดถึง มาโดยตลอดไม่เคยเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะแกงหน่อไม้ ผู้ไทเฮาจะขาดไม่ได้คือผักซะแงะ ซึ่งปลูกไว้ตามสวน(ในโคก) ถ้าแกงแบบลาว แบบญ้อ จะใส่ผักสะแงง (เกิดขึ้นตามนาโนน) รู้สึกว่าผักทั้งสองนี้จะบ่งบอกถึงอัตตลักษณ์...ดูเพิ่มเติม
    Soontong Na PonesawaangSoontong Na Ponesawaang ได้ตอบกลับ
      ·  การตอบกลับ 1 รายการ
  • บ่าวผู้ไทเซโปน กุดแข้ด่อน
     
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
 
 
 

หามานานแล้ว พึ่งเจอ ลำผู้ไท โดยลาวร้อยเอ็ด

 
เกี่ยวกับเว็บไซต์นี้
 
youtube.com
 
ลำภูไท [Lam Phu Thai] โดย หมอลำฉวีวรรณ ดำเนิน[Mor Lam:…
 
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

Who is this girl?

 
 
 
-0:28
 
 
 
-0:28
 
 
คลิกเพื่อรับชมเพิ่มเติม
 
ดูเหมือนว่าคุณอาจจะมีปัญหาในการเล่นวิดีโอนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้น โปรดลองรีสตาร์ทเบราว์เซอร์
ปิด
โพสต์โดย Sirion Skulpone
 
 
 
 
 
 
 
 
Sirion Skulpone

She put me through the wringer this morning but I can't stay mad at this one.

เธอให้ฉันผ่านยวเมื่อเช้านี้แต่ฉันไม่สามารถโกรธสิ่งนี้ได้

 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

ปกิณะกะเกี่ยวกับตำนานผู้ไท
".......ผู้ไทยตำบลกุดหว้า.............................
ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อการสร้างบ้านแปงเมืองใหม่นั้น เจ้าเมืองกุดสิมนารายณ์ มีการประกาศหานายพรานว่า ถ้าใครจับกวางเขาห้าง่ามได้ จะประทานให้เกียรติเป็นแสน นายพรานทั้งหลายก็ไม่มีใครจับได้ บ่าวโฮ้งพี่ชายใหญ่จึงปรึกษากับน้องชายทั้งสองว่าเราควรนำกวางเขาห้าง่ามนี้ไปถวาย คงจะมีชื่อเสียง แล้วเขาสามพี่น้องก็ออกพเนจรสกดรอยหากวางตัวนั้น เมื่อพบแล้วก็เฝ้าดูว่ากวางตัวนั้นว่า เหตุใดนายพรานทั้งหลายจึงยิงด้วยลูกธนู...ไม่ถูก เมื่อทราบว่าเป็นเพราะนกทำรังอยู่ที่ง่ามเขากวางนั้นบินขวางเอาลูกธนู มิให้ถูกตัวของกวาง....เมื่อรู้ดังนั้นแล้ว เขาทั้งสามก็ออกมาจากป่า หาจับตั๊กแตนใส่ข้อง ได้เป็นจำนวนมาก เตรียมธนูที่มีคันแขงแรง แล้วก็ออกเดินทางในวันต่อมา พอไปถึงที่อยู่ของกวางก็เอาลูกธนูชุบยางน่อง แล้วก็ปล่อยตั๊กแตนออกจากข้อง ตั๊กแตนกบินออกจากข้องเป็นฝูงๆ นกเห็นก็บินออกจากรังทั้งผัวเมีย บินไล่ตั๊กแตนเป็นพัลวัน....บ่าวโต้น( แสนพาล?)ก็กำโก่งคันธนูเต็มแรง แล้วปล่อยลูกธนูไปถูกกวางตัวนั้นดั่งหมาย พิษน่องอีทกก็ซึมทราบ( ซาบ)ไปตามสายเลือดอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้ากวางก็ตาย.....พระธิเบศร์วงศา ( กอ) ที่เมืองกุดสิมนารายณ์ท่านมีความยินดีนัก ประทานรางวัลให้คนละตำลึงเงิน แต่งนามให้เป็น แสนโฮ้ง แสนพาล และแสนโพธิ์ และสั่งให้แสนโฮ้ง มาทำงานทำการประจำที่เมืองกุดสิม ( นารายณ์) ส่วนแสนพาลนั้นให้นำเหตุการณืที่เกิดขึ้นในบ้านคำหว้า มารายงานทุกเดือน แสนโพธิ์นั้นให้เป็นกวานบ้านส่งส่วยเมืองกุดสิม ( นารายณ์) นำเกียรติที่ได้นั้นมาสู่บ้านคำหว้าต่อไป...." ......ผมว่าเมืองกุดสิมไม่มี จะมีก็แต่ "บ้านกุดสิม" และ "เมืองกุดสิมนารายณ์" ชาวบ้านอาจจะเรียกสั้นๆว่า เมิงกุดสิม แต่เขาหมายความว่า เมืองกุดสิมนารายณ์ เช่นเดียวกัน ชาวบ้านก็จะพูดว่า เมืองบัวขาว ซึ่งเขาหมายถึง เมืองกุฉินารายณ์ ซึ่งก็คือ บ้านบัวขาว ไม่ใช่ เมืองบัวขาว อีกอย่างที่สำคัญ ตามความเห็นของผม "ผู้ไทย" ไม่มี จะมีก็แต่ " ผู้ไท" ผู้ไทย เริ่มมีสมัยคลั่งชาติ อะไรๆ ก็ ไทย ทั้งนั้น เชื้อชาติ ไทย
( Thai Race) ซึ่งมันไม่มีตัวตน
เครดิต: ดร.มนตรี อภิมนติโก
พระราชรัตนมงคล (ดร.มนตรี อภิมนฺติโก)
- ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ ผู้ไทบ้านห้วยยาง ต.เหล่าโพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร

ดูเพิ่มเติม
 
 
 

ภูไท หรือ ผู้ไท
เรื่องนี้ผมเขียนไว้นานแล้ว กลัวจะสูญหาย ก็เลยนำมาลงไว้ในหนังสือเล่มนี้
อันเนื่องมาจาก “ภูไท” ..หรือ ”ผู้ไท” ผมว่าเรา ใช้อารมณ์ไม่ได้
ผู้ไทมีข้อมูลสนับสนุนดังนี้คือ
1 คนผู้ไทบ้านผมจากการตรวจสอบด้วยการวิจัยโดยฝรั่ง 30% |เรียกตัวเอง ภูไท 70% เรัยกตัวเองว้า ผู้ไท...
2 คนลาวในสะหวันนะเขตและคำม้วง เรัยกตัวเองว่า ผู้ไท
3 จากการประชุมเสวนาเรื่องนี้ที่เรณูนคร ลงความเห็นว้า ผู้เข้าประชุมส่วนมากมีความเห็นว่า ควรใช้คำเรัยกว้า ผู้ไท
สัวนข้อมูลสนับสนุนภูไทมี
1 คนภูไทชอบอยู่บนภูเขา ซึ่งไม่จริง พวกบรูต่างหากที่ชอบอยู่บนภูเขา ส่วนผู้ไท ชอบอยู่ตีนเขา โดยเฉพาะบริเวณที่มีภูเขาล้อมรอบ(เขาวง)
2 บางคนอ้างว่าควรเรียกว่า ภูไท เพราะมันกินใจ (มันโม้น)กว่าคำว่า ผู้ไท ซึ่งผมมองว่า มันไม่เข้าท่า ไม่สมเหตุสมผล ดังนั้นผู้อ่านก็เลือกเอาว่าจะใช้คำไหน

ดูเพิ่มเติม
 
 
 
ความคิดเห็น
ดูอีก 17 ความคิดเห็น
  • Sommai Chantra
    Sommai Chantra ผมแนะนำให้พวกเขาประชุมกันหาข้อสรุป โต้เถียงกันจนบัดนี้ต่างคนต่างเรียก
    Sunthorn SkulponeSunthorn Skulpone ได้ตอบกลับ
      ·  การตอบกลับ 1 รายการ
  • Korviset Phaxaisombath
    Korviset Phaxaisombath ติดตามงานผู้ไทนานาชาติครั้งที่ 1 เห็นอาจารย์ชัย Chaibodin Saleepun บอกว่ามีผู้ไทในเวียดนามเคยไปมาแล้ว บอกว่าเข้าใจกันรู้เรื่อง เป็นพี่น้องกัน แต่ต่อมาอาจจะมีข้อมูลใหม่บอกว่า มิได้ ผู้ไทอยู่เวียดนาม ก็เลยยังสับสนนำอาจารย์ชัยเท่าเดวนี้ เป็นแนวเลอเว้าเห้อฟังแหน่
     
  • Charoen Phona จะเขียนแนวเล่อกะถึหมด ผู้ไท. ผู้ไทย ผุไท ผู้ไต ภูไท แม่นถืกหมด อักษรเหล่านี้บ่แม่นตัวปัญหาดอก สำหรับเชื้อชาติเผ่าพันธุ์พี่น้องเฮา
    Soontong Na PonesawaangSoontong Na Ponesawaang ได้ตอบกลับ
      ·  การตอบกลับ 1 รายการ
  • El Gringro
    El Gringro บ้านผมอยู่สุพรรณบุรี มีหมู่บ้านลาวโซ่งแต่งชุดดำ โพกหัว
     
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

ผู้ไทวังคืออะไร

ผู้ไทวังมาจากเมิงบกเมิงวัง ผู้ไทกะป๋องมาจากเมิงกะป๋อง ผู้ไทกะตะมาจากเมิงกะตะ ผู้ไทดำ ไม่มีตัวตน เพราะเมิงดำ มัน บ่ มี บ่ มี ...ไทดำมาจากเมิงแถงหรือ เดียนเบียนฟู ผู้ไทมาจาก เหงะห์อาน ไทพวน มาจากเซียงขวาง หรือทุ่งไหหิน
เท่าที่ผมค้นคว้ามา บ้านอ่างคำซึ่งผมเชื่อว่าเป็นศูนย์ปกครอง ของเมิงบก อยู่ใกล้เขตแดนเวียตนามที่สุด คืออยู่ห่างจาก ด่าน แดนสะหวัน ประมาณ 50 กิโลเมตร ทางสาย 9 จะวิ่งจากด่านแดนสะหวัน (เขตแดนเวียตนาม กับ สปป ลาว)ไปถึงฝั่งทะเล ที่เมืองกวางจี (Quang Tri)...
ผู้ไทจากเมิงบกเมิงวังส่วนมากถูกกวาดต้อนมาอยู่บริเวณ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ และ ฯลฯ เมื่อ พศ. 2387 สำหรับจังหวัดกาฬสินธุ์ ส่วนมากมาอยู่อำเภอเขาวง
ในปีเดียวกัน คือ พศ.2387 ผู้ไทกะป๋องถูกกวาดต้อนมาอยู่บริเวณ อำเภอวาริชภูมิ
และในปีเดียวกัน (พศ.2387)ผู้ไทกะตะ ถูกกวาดต้อนมาอยู่ บริเวณอำเภอโนนหอม จังหวัดสกลนคร

ดูเพิ่มเติม
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ในภาพอาจจะมี ต้นไม้, ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ
ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ
+2
 
 
ความคิดเห็น
 
  • Sineha Wangkahart
    Sineha Wangkahart อยากรู้ว่า ผู้ไทวัง ผู้ไทกะป๋อง ผู้ไทกะตะ สำเนียงภาษามีความเหมือนกัน หรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ทั้งสระ พยัญชนะ และวรรณยุกต์
    Soontong Na PonesawaangSoontong Na Ponesawaang ได้ตอบกลับ
      ·  การตอบกลับ 11 รายการ   8 ชม.
  • Sineha Wangkahart
    Sineha Wangkahart คือใครครับ
     
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

งานผู้ไทนานาชาติครั้งที่หนึ่ง ที่อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์
(The First Phutai International Festival)

ผมเสียดายติดธุระ ไปงานไม่ได้ แต่ก็ได้ติดตามความคืบหน้า อย่างใกล้ชิด เพราะผมรู้สถานที่เป็นอย่างดี และพอจะรู้ประวัติของเมืองกุดสิมนารายน์ค่อนข้างแจ่มแจ้ง โดยเคยเรียนหนังสือที่บ้านกุดสิม รู้จักกับลูกหลานของครูน้อม(นรเก) โทธิเบศ์วงษา หลายคน ที่เคยเล่นฟุตบอลด้วยกันก็มีไพรัช ซึ่งเรียนธรรมศาสตร์ และต่อมาเป็นนายพันตำรวจ ที่เป็นนักวิ่งทีมเดียวกันก็มีบัญญัติ ซึ่งต่อมาทำงานด้านพัฒนาชุม...ชน และอีกหลายคน เป็น พันตำรวจเอกก็มี เป็น ศาสตราจารย์ด้านการศึกษาก็มี เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนเอกชนก็มี เป็นพยาบาลสายสะพายก็มี(แฟนเก่า) บอกแล้วไงว่าเป่าแคนทีไรต้องว่ายน้ำทุกที
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเปิดงานผู้ไทนานาชาติ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2555 ซึ่งเทศบาลตำบลกุดสิม อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ จัดขึ้นเพื่อร่วมอนุรักษ์ สืบสาน ประเพณีวัฒนธรรมผู้ไท โดยมีชาวผู้ไทยจากประเทศลาว เวียดนาม และไทย นับหมื่นคนร่วมงาน

สำหรับการจัดงานผู้ไทนานาชาติ ครั้งที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟู สืบสาน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันเป็นอัตลักษณ์ของชาวผู้ไทให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เป็นการยกระดับการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมรูปแบบใหม่ จากระดับท้องถิ่น สู่ระดับสากล โดยมีชาวผู้ไทจากประเทศลาว เวียดนาม และไทย นับหมื่นคนร่วมงานจากนั้นชาวผู้ไทย จำนวน 3,500 คน ได้ร่วมกันฟ้อนภูไท เพื่อเป็นการต้อนรับนายกรัฐมนตรีที่มาเยือนอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์

ดูเพิ่มเติม
ในภาพอาจจะมี 3 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังยืน, ฝูงชน และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนอยู่บนเวที, ฝูงชน และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังยิ้ม, ภาพระยะใกล้
 
 
ความคิดเห็น
 
  • Outhaythong Sphabmixay
    Outhaythong Sphabmixay เศรษฐกิจดี เงินสะพัดดีขนาด ส่งเสริมธุรกิจหลายอย่างหลายสาขา ควรจัดอย่างน้อยปีละครั้ง แต่อย่าจริงจังกับชื่อ จะ ผู้ไท หรือ ภูไท ก็ช่างเถิดนะ จริงไหม
    Soontong Na PonesawaangSoontong Na Ponesawaang ได้ตอบกลับ
      ·  การตอบกลับ 8 รายการ
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

บ้านผู้ไท

บ้านผู้ไทจะมี main house ซึ่งประกอบไปด้วยห้องนอน และที่กินข้าว จะมีครัวแยกจาก main house เล็กน้อย ส่วนมาก ใต้ main house จะเป็นคอกควาย บันไดขึ้นบ้านจะอยู่ตรงกลาง ระหว่าง ครัว และ บ้านใหญ่ ขึ้นบันไดไปจะเห็นตุ่มน้ำ ซึ่งมีหลังคาเล็กๆ ตุ่มจะทำด้วยดินหนียว น้ำจะระเหยตลอด ทำให้น้ำเย็น (สมัยก่อนไม่มีตู้เย็น)ระหว่างครัวกับบ้านใหญ่จะเป็นนอกชาน บางทีเด็กๆจะกินข้าวบริเวณนอกชาน ซึ่งไม่มีหลังคา ส่วนผู้ใญ่โดยเฉพาะแขกผู้มีเกียติ จะกินข้าว หรือก๊งกันที่ระเบียงใหญ่ ผู้ไทจะนั่งกินกับพื้น (ไม่มีโตะกินข้าว) โดยปูสาด(เสื่อที่สานจากเยื่อไม้) ส่วนที่นอนสำหรับพ่อ และลูกชายคนโต จะเป็น สะนะ ซึ่งทำด้วยผ้ายัดในด้วยนุ่น ผมซึ่งเป็นลูกชายคนโตก็เสียนิสสัย นอนเสื่อไม่ได้ ตอนมาอยู่วัดสุทัศน์ นอนพื้น(นึกในใจว่าถูกทำโทษที่นอนสะนะมาหลายปี) แม่และลูกสาว จะไม่นอน สะนะ เป็นอันขาด
หนังสือนี้เห็นจะต้องขอจบแค่นี้ (ความจริงมีข้อมูลตั้งแต่ 5-6 ขวบ สนุกกว่านี้)

ในภาพอาจจะมี ข้อความ
ในภาพอาจจะมี บ้าน, ท้องฟ้า, ต้นไม้, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ
ในภาพอาจจะมี อาหาร
ในภาพอาจจะมี อาหาร
ในภาพอาจจะมี อาหาร
+3
 
 

กินอยู่แบบผู้ไท
ผู้ไทกินข้าวเหนียว ไม่ใช้ช้อนกลาง ส่วนมากกินอยู่ง่ายๆ นอกจากเวลาเทศกาล เช่นบุญผะเหวด หรืองานแต่งงาน

 
เกี่ยวกับเว็บไซต์นี้
 
thairath.co.th
 
เที่ยววันผู้ไทโลก เฮินพู่ไทกะตะไทยรัฐฉบับพิมพ์7 ม.ค. 2559 05:01…
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

กินอยู่อย่างผู้ไท

greenery.org
 
รู้จัก 'อาหารชั้นสูง' ในฤดูร้อนของชาวภูไทบ้านโคกโก่ง กาฬสินธุ์ ดินแดนที่ไม่แห้งแล้ง ทั้งยังรุ่มรวยไปด้วย.....
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

สมาคมผู้ไทโลก
ความจริงผมตั้งใจจะจบเรื่องราวแห่งชีวิตหลังจากไปมณฑลกวางสีจ้วง แต่อดที่จะพูดถึง สมาคมผู้ไทโลก ไม่ได้ คำถามของผมในฐานะผู้ไทคนหนึ่งก็คือ
1) สมาคมผู้ไทโลกมีสมาชิกกี่คน
2) มีคณะผู้บริหารกี่คน ใครบ้าง
3) ใครเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุด...
4) จดทะเบียนถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่
5) ผลงานตั้งแต่วันก่อตั้ง จนถึงวันนี้ มีอะไรบ้าง
6) ทำไมจึงกีดกันผู้ไทอย่าง ชัยบดินทร์ สาลีพันธุ์ ไม่ให้เป็นสมาชิก
7) ทำไมจึงกีดกัน ฝรั่งที่แต่งงานกับ สาวผู้ไท และเขียนหนังสือเกี่ยวกับ ผู้ไท อย่าง Asger Mollerup
8) เอาเงินจากไหนมาบริหารจัดการ สมาคม
ตามความเห็นของผม สมาคมผู้ไท ควรยินดี ต้อนรับคนทุกคน ไม่ว่า ชนเผ่าไหน ฝรั่งบางคน กระตือรือร้น สนใจเรื่องชาติพันธุ์ผู้ไท มากกว่า ผู้ไทหลายคน
อ้ว... ว่าจะจบแค่มณฑลกวางสีจ้วง สงสัยยังจบไม่ได้ มีข้อมูลอีกเยอะ ดีเหมือนกัน คนที่ออกเงินให้พิมพ์ จะได้ ดีใจ

ดูเพิ่มเติม
ในภาพอาจจะมี 6 คน, ผู้คนกำลังยืน และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี 5 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังนั่ง, เด็ก และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังยืน, ฝูงชน และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, บ้าน และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี ต้นพืช และอาหาร
+7
 
 
ความคิดเห็น
ดูอีก 4 ความคิดเห็น
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
 
 
Prasite Jenchol
แค่ผู้แทนคางคกยกนั่งห้าง
ทำเป็นกร่างวางท่าหมาdoorใหญ่
เที่ยวเห่าหอนต้อนขู่อยู่ร่ำไป
แท้แค่หมาเลียไข่เผด็จการ
แค่ผู้แทนคางคกยกนั่งห้าง
ทำเป็นกร่างวางท่าหมาdoorใหญ่
เที่ยวเห่าหอนต้อนขู่อยู่ร่ำไป
แท้แค่หมาเลียไข่เผด็จการ
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

ผมไปมณฑลกวางสีจ้วง
เหวินชานที่คนไทยชอบไปเที่ยว อยู่ในมณฑลยูนาน แต่หมู่บ้านที่มีคนอ้างว่าพูดผู้ไทสนทะนาวิสาสะรู้เรื่องนั้นมันอยู่ที่มณฑลกวางสีจ้วง คือเป็นเขตปกครองตนเเอง ที่โจว เอ็น ไล จัดตั้งขึ้นอย่างชาญฉลาด เพราะเมื่อเหมา เจ๋อ ตุง เอาชนะ เจียงไคเช็คนั้น ประเทศจีนมันกว้างใหญ่ไพศาล ปกครองยากอยู่แล้ว ถ้าจะต้องจัดการปกครองชนกลุ่มน้อย เช่น ม้ง และจ้วง โจว เอ็น ไล ปวดหัวตายแน่ ดังนั้นแกจึงคิดได้ว่า ก็ให้เขาปกครองตนเองสิ แกรวมเอา ม้งเข้าไปกับ จ้วง(ไท) เรียกเป็น เขตปกครองตนเอง กวางสีจ้วง (Gwangxi Zhuang Autonomous Region) มันก็ไปได้ดีจนกระทั่งทุกวันนี้ ม้งก็ไม่เดือดร้อนที่จะขอเอาชื่อม้งเข้าไปรวมด้วย คนม้งเป็นคนรักอิสระภาพ ประเภท มึงจะเรียกกูอะไรก็ได้ เวลากินข้าว อย่าลืมเรียกกูด้วยก็แล้วกัน

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
เพิ่มปุ่มบริจาคเพิ่มปุ่มบริจาคลงในโพสต์ของคุณเพื่อระดมเงินสำหรับองค์กรไม่แสวงผลกำไร เราจะดูแลขั้นตอนการบริจาคโดยไม่คิดค่าธรรมเนียม เพื่อระดมทุนสำหรับโครงการส่วนตัว สร้างโครงการระดมทุนส่วนตัว
Don, Nikki และเพื่อนคนอื่นๆ อีก 8 คนได้บริจาคผ่าน Facebook

ผมไปเหวินชาน
ผมบินไปที่ฮานอยอีกครั้งเพื่อจะไปเหวินชาน เพราะ สะดวกที่สุด และ

มีเพื่อนๆในเฟซบุ๊ค เล่าให้ฟังว่าที่ หมู่บ้านใกล้ๆเหวินชาน มณฑลยูนาน มีหมู่บ้านคนไท(ไต) ที่สนทนาวิสาสะภาษาผู้ไทรู้เรื่อง (ความจริงหมู่บ้านนี้อยู่ในมณฑลกวางสี) ผมนั่งเรือบินจากฮานอยไปลงที่เหวิน๙านแล้วก็นั่งรถทัวร์ต่อไปยังหมู่บ้านที่อ้างถึง ตลอดทางผมก็ได้แต่นึกในใจว่า มาอีกแล้ว คนเมืองแถงก็พูดจาวิสาสะภาษาผู้ไทรู้เรื่อง จนเรียกเขาว่า "ผู้ไทดำ" (ตามความเป็นจริง ผู้ไทดำ ไม่มีตัวตน จะมีก็แต่ ไทดำ ซึ่งเป็นชื่...อของชาติพันธุ์ของเขา) อันนี้ต้องโทษ ม ปาวี ที่ใช้ล่ามเขมร และคนสัมภาษณ์เป็นคนลาว แปลกันไป แปลกันมาสับสนไปหมด ม ปาวี แกก็เขียนลงในสมุดจดหมายเหตุแกว่า คนบริเวณบ้านนาสาง สิบสองจุไท เป็นคน ผู้ไท ความจริงเมื่อผมไปสัมภาษณ์ชาวบ้านที่บ้านนาสาง เขาอธิบายเป็นภาษาลาวซึ่งผมถนัดว่า เขาเป็น คนไท ไม่ใช่แกว สมุดบันทึกแกอยู่ที่หอพระสมุดแห่งชาติ มีคนสยามขี้เท่อไปอ่านเข้าก็เข้าใจผิดว่า คนบริเวณสิบสองจุไท เป็นชาติพันธุ์ผู้ไท ซึ่งผิดถนัด เขาเป็นชาติพันธุ์ ไทดำ ต่างหาก
เมื่อผมเดินทางไปถึงหมู่บ้านที่เพื่อนเล่าให้ฟังว่าพูดจาวิสาสะภาษาผู้ไท รู้เรื่อง ผมพบว่า ไม่จริง เขาพูดได้ บางคำ เช่น พ่อ แม่ หมู และอะไรๆขั้นพื้นฐาน พอผมพูดผู้ไท เขางงเป็นไก่ตาแตก ผมต้องใช้ภาษาลาวอธิบาย จึงพอเข้าใจกันบ้าง อันนี้เขาเรียกว่า ผู้ไท ต้ม ผู้ไท นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าพึ่งเชื่อ จงใช้ กาลามสูตรของพระพุทธเจ้า

เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง[1] หรือ กวางสี หรือ กวางไซ[2] (จีนตัวย่อ: 广西壮族自治区; จีนตัวเต็ม: 廣西壯族自治區; พินอิน: Guǎngxī Zhuàngzú Zìzhìqū; จ้วง: Gvangjsih Bouxcuengh Swcigih) หรือชื่อย่อว่า กุ้ย (อักษรจีน: 桂; จ้วง: Gvei) เป็นเขตปกครองตนเองระดับจังหวัดตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศจีน มีเมืองเอกคือหนานหนิง

Outhaythong Sphabmixay คนเขมรคนนั้นไม่เพียงเป็นล่ามอย่างเดียวเท่านั้น ยังเป็นคนสนิทของนายปาวีอีกด้วย ลูกชายเขา(แม่เป็นคนบ้านป่าขาม หลวงพระบาง) เก่งภาษาลาวมาจากไหนไม่รู้แต่ได้รับมอบหมายให้ดูแลด้านภาษาและวรรณคดีลาวจนภาษาเขียนลาวเป็นง่อยตลอดมาจนถึงทุกวันนี้

ดูเพิ่มเติม
 
ดูเหมือนว่าคุณอาจจะมีปัญหาในการเล่นวิดีโอนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้น โปรดลองรีสตาร์ทเบราว์เซอร์
ปิด
 
 
 
 
ในภาพอาจจะมี ต้นไม้, ท้องฟ้า, ต้นพืช, สถานที่กลางแจ้ง, ธรรมชาติ และน้ำ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
 
 
ความคิดเห็น
 
  • Outhaythong Sphabmixay
    Outhaythong Sphabmixay คนเขมรคนนั้นไม่เพียงเป็นล่ามอย่างเดียวเท่านั้น ยังเป็นคนสนิทของนายปาวีอีกด้วย ลูกชายเขา(แม่เป็นคนบ้านป่าขาม หลวงพระบาง) เก่งภาษาลาวมาจากไหนไม่รู้แต่ได้รับมอบหมายให้ดูแลด้านภาษาและวรรณคดีลาวจนภาษาเขียนลาวเป็นง่อยตลอดมาจนถึงทุกวันนี้
    Soontong Na PonesawaangSoontong Na Ponesawaang ได้ตอบกลับ
      ·  การตอบกลับ 1 รายการ
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

ผมไปเมืองบกเมืองวัง

สำหรับท่านที่ไม่เคยชินกับ สปป ลาว ถ้าจะไปเมืองบกเมืองวัง ผมขอแนะนำให้ไปทางมุกดาหาร ข้ามแม่น้ำโขง ก็จะถึงเมืองไกสอน พมวิหาน หรือเมืองคัณฑะบุลีเก่า พึ่งเปลี่ยนชื่อเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อเป็นเกียรติแก่ ประธานประเทศ สปป ลาว คนแรก ท่านเกิดที่เมืองนี้ มีแม่เป็นผู้ไท และพ่อเป็น เวียต ควรจะไปซื้อ SIM ดทรศัพท์มือถือที่ตลาด ไม่อย่างนั้นจะติดต่อกิ๊กที่ประเทศไทยไม่ได้ ติดต่อเมียไม่ได้ ไม่เป็นไร 555
ขับรถไปตาม Highway 9 ไปทางทิศตะวันออก ไปกินข้าวกลางวันที่เมืองพิน (ระยะ...ทาง ประมาณ 150 กิโลเมตร จากเมืองพิน ก็ขับต่อไป พักที่โรงแรมที่เมืองวีละบุลี บอกเจ้าของโรงแรมว่า ผมส่งมา แต่คิดให้ดีนะ ใช้ชื่อผมอาจต้องจ่ายแพงขึ้น อาหารที่ วีละบุลี อร่อยไม่แพ้มุกดาหาร และถูกกว่า เขารับเงินบาทด้วย
ผมชอบพักที่เมืองวีละบุลี เพราะมันอยู่กึ่งกลางระหว่าง บ้านนาย(เมืองวัง) และบ้านอ่างคำ (เมืองบก) ทางโรงแรมเขาจะขอยึดพาสปอร์ต โดยเขาอธิบายว่า เพื่อความปลอดภัย แต่ผมไม่เชื่อหรอก เขายึดไว้เป็นหลักประกันมากกว่า
ขับรถไปบ้านนายม ทางสะดวก แต่ไปบ้านอ่างคำ ทางค่อนข้างขึ้นเนิน ลงห้วย อย่าขับออกนอกทางเป็นอันขาด เพราะยังมีระเบิดตกค้างอยู่เยอะ จากสงครามอินโดจีน แม้เวลาจะผ่านมา 40 ปีแล้ว
ผมต้องการผจญภัยคนเดียว เลยบอกเพื่อนฝูงที่ไปด้วยกันว่า จะกลับรถโดยสาร มันก็เกิดเรื่องจนได้สิน่ะ พอขึ้นรถก็ถามคุณป้าว่า เจ้าสิไปไส ป้าตอบว่า สิไป สะหวันนะเขต อ้าว กูขึ้นรถผิดหรือนี่ แต่ก็ทำใจเย็นสู้เสือ ไม่ว่าจะไปไหน กูก็ว่ายข้ามน้ำโขงได้เสมอ เหมือนเพลงเขาว่า เป่าแคนทีไร ต้องว่ายน้ำ กลับทุกที...ซึ่งสาวลาวเขาก็จะตอบว่า สิว่ายเฮ็ดหยังสะพานเขาก็มี...ในที่สุดรถก็ถึงสถานี บขส มองไปมองมา เจอรถไปมุกดาหาร เรื่องมันมากระจ่างทีหลังว่า คนผู้ไทแถวนั้นเขาเรียกเมืองไกสอน พมวิหาน ว่า เมิงสะหวัน อยู่ในแขวงสะหวันนะเขต แต่ก่อนไป หัดว่ายน้ำให้แขงแรงอย่างผมก็จะดี 555
เมิงไกสอน พมวิหาน...
ไกสอน พมวิหาน (อังกฤษ: Kaysone Phomvihane, ลาว: ໄກສອນ ພົມວິຫານ; 13 ธันวาคม พ.ศ. 2463 — 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535) เลขาธิการใหญ่คณะบริหารงานศูนย์กลางพรรคปฏิวัติประชาชนลาวคนแรก และนายกรัฐมนตรีคนแรกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และต่อมาในปี พ.ศ. 2534 ได้เป็นประธานประเทศจนกระทั่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ พ.ศ. 2535 ปัจจุบันมีอนุสรณ์สถานของท่านอยู่ทุกแขวงทุกเมืองทั่วประเทศ และมีรูปของท่านปรากฏบนธนบัตรสกุลเงินกีบของลาวด้วย
ประวัติ
ไกสอน พมวิหาน มีชื่อภาษาเวียดนามว่า เหงียน ไก ซอง (เวียดนาม: Nguyen Cai Song) หรืออีกชื่อหนึ่งว่า เหงียน จี๊ มืว (เวียดนาม: Nguyễn Trí Mưu) เป็นบุตรของนายล้วน หรือ เหงียน จี๊ ลวน (เวียดนาม: Nguyễn Trí Loan) เป็นชาวลาวเชื้อสายเวียดนาม ข้าราชการแปลภาษาที่สำนักงานผู้สำเร็จรัฐการฝรั่งเศสประจำแขวงสุวรรณเขต กับนางดก มารดาชาวลาว เกิดที่บ้านนาแซง เมืองคันธบุรี (ปัจจุบันคือเมืองไกสอน พมวิหาน) แขวงสุวรรณเขต ประเทศลาว มีน้องสาวสองคน คือ นางสุวรรณทอง อาศัยอยู่ในประเทศไทย และนางกองมณี อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา

ดูเพิ่มเติม
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ในภาพอาจจะมี 1 คน, ภาพระยะใกล้
ในภาพอาจจะมี รถประจำทาง และสถานที่กลางแจ้ง
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

ผมไปเหงะห์อาน

ผมบินไปฮานอย แล้วก็นั่งรถทัวร์ไปอีก 2-3 ชั่วโมง เพราะมีคนบอกว่ามีหมู่บ้านผู้ไท ผมไปคุยกับชาวบ้านที่นั่น และมารู้ทหลังว่า เขาเป็นไทเม้ย ไม่ใช่ผู้ไท
ข้อมูลล่าสุดคือ พวนและผู้ไทอพยพลงมาจากมณฑลกวางสีด้วยกัน ผ่าน เกาบัง ของเวียตนาม เมื่อประมาณ 1500 ปีมาแล้ว ไทดำอพยพไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ผ่านเมืองแถง กลายเป็นไทดำ ส่วนพวนนั้นผสมระหว่าง ข่า กับ ไท และผู้ไท นั้นมาจาก Bru ผสมกับ Tai พวนไปอยู่ที่เซีงขวาง ส่วนผู้ไทอพยพลงใตัมาอยู่บริเวณเมืองบกเมืองวัง ก่อนถูกกวาดต้อนข้ามโข...งมาอยู่บริเวณสกลนคร กาฬสินธุ์ นครพนม และฯลฯเมื่อ พศ. 2387
ผมเชื่อว่า บ้านเกิดโฮจิมินทร์อยู่บริเณนี้ Ho Chi Mihn Born: May 19, 1890, Kim Lien, Vietnam
Died: September 2, 1969, Hanoi, Vietnam

ดูเพิ่มเติม
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังยืน และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังยิ้ม, กำลังยืน และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี 1 คน, เครา
+2
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

สิบสองพันนา

 
เกี่ยวกับเว็บไซต์นี้
 
youtube.com
 
12 ปันนา สีสันโลก แผ่นที่ 1 ชมแล้วคุณจะทราบว่า ไทลื้อ,ไตลื้อ,ชาวลื้อ…
 
 
 
ความคิดเห็น
 
  • Soontong Na Ponesawaang
    Soontong Na Ponesawaang สิบสองพันคือ 12,000 คือนาเยอะ ต่อมาก็เพี้ยนเป็น สิบสองปันนา ทำให้นึกถึง เมืองกุดสิมนาหลาย เพราะมีนาเยอะ ต่อมาก็เพี้ยนเป็น เมืองกุดสิมนารายน์ ผู้ไท ไม่มีและไม่รู้ด้วยซ้ำว่า นารายน์แปลว่าอะไร ต่อมา ผู้ไทก็พยายามต้มผู้ไทอีก ผมไปต่างประเทศไม่ได้กลับบ้านเลย...ดูเพิ่มเติม
     
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

ชาติพันธุ์ไทดำ

 
เกี่ยวกับเว็บไซต์นี้
 
youtube.com
 
สารคดี ไตดำ ที่เมืองเเถงหรือเดียนเบียนฟู ประเทศเวียดนามในปัจจุบัน ภาพเก่าๆ หาดูได้ยาก ขอบคุณสารคดีดีๆ หา.....
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

ทุ่งไหหิน

 
เกี่ยวกับเว็บไซต์นี้
 
youtube.com
 
ขอขอบคุณสารคดีที่มีคุณค่า จาก Pacific Inspiration Channel : PIC มา ณ…
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

เพลงโปรดอีกเพลงของผม

 
เกี่ยวกับเว็บไซต์นี้
 
youtube.com
 
Music: Simon And Garfunkel – The Sound Of Silence
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

ภาษาไท-กะได
The Kra–Dai languages are a language family of tonal languages found in southern China, Northeast India and Southeast Asia. They include Thai and Lao, the national languages of Thailand and Laos respectively. Around 93 million people speak Kra–Dai languages, 60% of whom speak Thai.
แปลได้สั้นๆว่า ภาษา ไท-กะได ก็คือภาษาที่มีเสียงสูงเสียงต่ำ ซึ่งฝรั่งไม่มี ดังนั้นจึงจำเป็นต้องประดิษฐ์ Tone Box ขึ้นมาใช้ ถ้าให้ฝรั่งพูดว่า ใคร ขาย ไข่ ไก่ มันจะพูดว่า Kai Kai Kai Kai ...555
อาณาจักรน่านเจ้า ไม่ใช่เป็นอาณาจักรของชนเผ่าไท หรือ ไต แต่เป็นของชนเผ่า พม่-ธิเบต สังเกตดูจาก การตั้งชื่อลูก โดยการเอาพยาค์ท้ายของชื่อพ่อ มาเป็นพยาค์ต้นของชื่อลูก เช่น พี ล่อ โก๊ะ เป็นพ่อของ โก๊ะ ล่อ ฝง มีไหมว่า บาลเมืองเป็นพ่อ ของ เมืองคำแหง จะมีก็แต่ รามคำแหง
เมืองแถง ไม่ใช่เมืองของ ชาติพันธุ์ ผู้ไท แต่เป็นของชาติพันธุ์ ไทดำ ไทพวน กับ ผู้ไท ไปไม่ถึงเมืองแถง แต่อยู่ที่เมือง เหงะอาน ของเวียตนาม ก่อนที่ผู้ไทจะอพยพลงใต้มาอยู่บริเวณเมืองบกเมืองวังของลาว ในขณะที่พวน อพยพจาก เหงะอานไปอยู่ที่เมืองเซียงขวาง บริเวณทุ่งไหหิน

ดูเพิ่มเติม
 
ดูเหมือนว่าคุณอาจจะมีปัญหาในการเล่นวิดีโอนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้น โปรดลองรีสตาร์ทเบราว์เซอร์
ปิด
 
 
 
 
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
+2
 
 

อาณาจักรน่านเจ้า(Dali Kingdom)

อาณาจักรน่านเจ้า หรือเจ้าทางใต้ (อักษรจีน: 南詔) หรือจีนเรียกว่า สานสานโกวะ ตั้งขึ้นประมาณ พ.ศ. 1192 โดยพระเจ้าสีนุโล แห่งเหม่งแซ ต่อมาพระเจ้าพีล่อโก๊ะได้รวบรวมเมืองต่าง ๆ ที่แยกกันตั้งอยู่เป็นอิสระ 6 แคว้นคือ เหม่งแซ (Mengshe;蒙舍) ม่งซุย (Mengsui;蒙嶲) ลางเซียง (Langqiong;浪穹) เต็งตัน (Dengtan;邆賧) ซีล่าง (Shilang;施浪) และ ยู่ซี (Yuexi;越析) เข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเหม่งแซได้สำเร็จ ตั้งเป็นอาณาจักรใหม่ขึ้น เรียกว่า อาณาจักรน่านเจ้า ในยุคแรก ๆ นั้น ...น่านเจ้าก็มีสัมพันธ์กับรัฐรอบ ๆ ทั้งราชวงศ์ฝ่ายใต้ของจีน และแคว้นเล็กๆในสุวรรณภูมิ
ในรัชกาลของจักรพรรดิถังเสวียนจง (พ.ศ. 1255–1299) ราชสำนักถังพยายามขยายอำนาจลงใต้ และมีการส่งกองทัพมาพิชิตอาณาจักรน่านเจ้า 2 ครั้งใหญ่ ๆ แต่กองทัพถังก็พ่ายแพ้ยับเยินกลับไป
พ.ศ. 1291 พระเจ้าโก๊ะล่อฝง ก็ทรงส่งกองทัพไปโจมตีราชวงศ์ถังบ้าง เพื่อขยายอำนาจ กองทัพน่านเจ้าประสบชัยชนะใหญ่ ๆ หลายครั้ง เพราะราชสำนักถังเริ่มอ่อนแอลง จวบจนเมื่อเกิดกบฏอันลู่ซานในช่วงปลายรัชสมัยของจักรพรรดิถังเสวียนจง กองทัพถังก็ต้องเจรจาและยอมรับอำนาจของพระเจ้าโก๊ะล่อฝงในแดนใต้
พ.ศ. 1372 กองทัพน่านเจ้าสามารถบุกลึกเข้าไปถึงใจกลางมณฑลเสฉวน และยึดเอาเฉิงตูเมืองเอกของมณฑลมาได้ สร้างความพรั่นพรึงให้ราชสำนักถังมาก ภายหลังจากรัชสมัยของพระเจ้าโก๊ะล่อฝง น่านเจ้าก็ค่อย ๆ อ่อนแอลง แต่ก็ยังมีกษัตริย์ปกครองสืบต่อกันมาอีกหลายพระองค์ ทว่ากษัตริย์พระองค์ต่อ ๆ มามักตกอยู่ในวังวนของการชิงอำนาจระหว่างชนเผ่าต่าง ๆ ในอาณาจักร รวมถึงการแย่งชิงอำนาจของตระกูลขุนนาง จวบจนถึงปี พ.ศ. 1445 อาณาจักรน่านเจ้าก็ล่มสลายลง จากการก่อกบฏของชนเผ่าต่าง ๆ ในอาณาจักร ดินแดนยูนนานจึงกลายเป็นสุญญากาศทางอำนาจไปอีกหลายปี ก่อนที่ ต้วนซีผิง จะนำชาวเผ่าไป๋และเผ่าพันธมิตรลุกขึ้นรวบรวมดินแดนในยูนนานเป็นปึกแผ่นอีกครั้ง และก่อตั้งอาณาจักรใหม่ที่ชื่อว่า อาณาจักรต้าหลี่ ขึ้นมาแทนในปี พ.ศ. 1480
ในยุครุ่งเรืองนั้นอาณาจักรน่านเจ้า มีอาณาเขตกว้างขวาง คือเขตมณฑลยูนนานทั้งหมด รวมแคว้นสิบสองปันนาด้วย กล่าวคือ ทิศเหนือจดมณฑลเสฉวน ทิศใต้ จดพม่า ญวน ทิศตะวันออกจดดินแดนไกวเจา กวางสี ตังเกี๋ย ทิศตะวันตก จดพม่า ทิเบต มีกษัตริย์ปกครองอย่างเป็นอิสระไม่ขึ้นกับแคว้นใดได้ยาวนานหลายร้อยปี

ดูเพิ่มเติม
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
 
 

Universal Power supply
เป็นเพราะ Voltage จาก plug มัน vary จาก 110 Vac (USA) ถึง 220 Vac (ประเทศไทย) สมัยก่อนเราใช้วิธี ดีไซน์ ต่างกันเล็กน้อย แล้วก็ set up ที่ factory 110 Vac หรือ 220 Vac วันหนึ่ง ไอ บี เอม มันบอกผมว่า ไม่ได้ ให้รวมที่งสองโมเดลเข้าเป็นอันเดียวกัน ผมสะดุ้งเฮือก กูจะทำอย่างไรล่ะทีนี้ เผอิญมีเพื่อนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทาง ด๊ไซน์ มันบอกผมว่า สแตนลี่ ไม่ต้องห่วง กูดีไซน์ให้มึงได้
มันทำได้จริงๆ และเป็น idea ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ คือแทนที่จะใช้ Jumper wire มันก็ใช้ triac switch Basic idea ของมันคือ มีcircuit คอยวัด voltage เมื่อ voltage สูงกว่าระดับหนั่ง ก็สวิทซ์ trac ผมเข้าใจว่ามัน apply patent แล้วก็ขาย patent เพื่อแลกกับ หุ้นบริษัท 3 ล้านหุ้น สบายไปเลย นืทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าตั้งใจจริง ทำได้ทั้งนั้น

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

Technical Issues
ผมต้องขออภัยท่านผู้อ่านที่เรื่องราเกี่ยวกับชีวิตผม หรือ MyLifeStory เต้มไปด้วย technical issues ชีวิตผมมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เรืองที่ผมอยากเล่าให้ฟังเรื่องต่อไปก็คือเรื่อง power plugs เวลาผมเดินทางไปทำงานประเทศต่างๆ มันต้องใช้ computer ปัญหาก็คือ computer มันต้องใช้ไฟฟ้าข้างฝา เรื่องนีรู้สึก Steve Jobs แก้ปัญหาได้ดีที่สุด

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
+7
 
 
ความคิดเห็น
ดูความคิดเห็นอีก 1 รายการ
  • Chieanchuang Audi Kalayanamitr
    Chieanchuang Audi Kalayanamitr SINCE YOUR IBM. PC HAVE HAD PROOF ITS SUCCESS THEN, THE COPY OF ITS DESIGN AND QUICK CHARGE NEED TO BE ADDED.
     
  • Soontong Na Ponesawaang
    Soontong Na Ponesawaang ลืมเล่าให้ฟังว่า ทำไมจึงต้องมี switching power supply เมื่อก่อน power supply ใช้ ความถึ่ 60 Hz น้ำหนักมันเยอะ ค่าส่งไปอวกาศ ounce ละ 16 USD จึงจำเป็นต้อง operate ในความถึ่ที่สูงกว่า เข่น ความถี่ในระดับ kilo Hz หรือ Mega Hz เพราะ voltage จาก Solar Panel...ดูเพิ่มเติม
     
  • Sunthorn Skulpone
    Sunthorn Skulpone รูปบนซ้ายสุดของ สตีฟ จอบส์ เขาละ ผมล่ะทึ่งจริงๆ
     
  • Sunthorn Skulpone
    Sunthorn Skulpone ปลั๊ก 3 ตาคือsolution ที่ดี ที่สุด เพราะมันปลอดภัยที่สุด ไม่ต้องกลัว ถูกไฟดูด แต่บางประเทศ ข้างฝา มันมีแค่ 2 รู
     
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

Technical Marketing
เพื่อนคงสงสัยว่าผมเคยเป็นที่ปรึกษาบริษัทในประเทศไทยไหม คำตอบก็คือ เคย และเต็มไปด้วยความเจ็บปวด อย่าให้ผมบอกชื่อบริษัทเลย เขาอาจะฟ้องผมได้ เรื่องมันมีว่า บริษัทของไทยบริษัทนี้ต้องการซื้ communication system แต่วิศวกรไร้เดียงสา เซ้นสัยยาซื้อ 60 ล้านบาท ทั้งๆที่ไม่เคยเห็นโรงงานของผู้ผลิตเลย ซึ่งเขาไม่ทำกัน ในสัญญาจะต้องมีวิศวกรไทยเป็นตัวเชื่อม ผมซวยเกิดจับพลัดจับผลูเป็นวิศวกรคนนั้น พอผมไปคุยกับหัวหน้าใหญ่ก็รู้ทันทีว่า ไอ้นี่ วางแผนต้มตั้งแต่แรก วิศวกรไทยอายุ 33 เดินทางไปอเริกา เพื่อดูว่าโปรเจ็คมีทางเป็นไปได้ไหม ปรากฏว่า บริษัทฝรั่งที่ว่านี้ มันมีวิศวกรอยู่ 9 คน ไม่มีทางจะทำให้ product ทำงานได้ ผมเชิญทั้งทีมไปที่บ้านผม แต่ไม่กล้าบอกความจริงว่า มึงโดนฝรั่งต้มจนเปื่อยแล้ว ไอ้หนูเอ๋ย ตกลงคนไทยถูกต้ม 60 ล้านบาท ซึ่งผมช่วยอะไรไม่ได้ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ก่อนจะควักกระเป๋า ต้องเห็นโรงงานเสียก่อน

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า และสถานที่กลางแจ้ง
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง
 
 
ความคิดเห็น
 
  • El Gringro
    El Gringro วิศวกรเก้าคนที่เชิญไปบ้าน เป็นวิศวกรของบริษัทผู้ซื้อหรือผู้ขายครับ ทีมงานของใครครับ ช่วยอธิบายขยายความสักหน่อย
    ทำไมถึงไม่กล้าบอกความจริงว่าถูกต้มล่ะครับ ในเมื่อเขาจ้างเรามา
    ถ้าบอกความจริงแล้วอะไรจะเกิดขึ้นครับ
    Soontong Na PonesawaangSoontong Na Ponesawaang ได้ตอบกลับ
      ·  การตอบกลับ 1 รายการ
  • Dang Ooppapan
    Dang Ooppapan 😲 เงินตั้งเยาะไม่น่าจะสะเพร่าเล้ย!
    Soontong Na PonesawaangSoontong Na Ponesawaang ได้ตอบกลับ
      ·  การตอบกลับ 1 รายการ
  • Sapa Gafae
    Sapa Gafae บริษัทเมืองไทย จะจดทะเบียนยังไงก็แล้วแต่
    ไม่ว่า ค้าขาย สื่อ นสพ จะต้องมี พี่ืน้องชาย น้องสาว พ่อ น้องชายกิ๊กพ่อ เข้ามา
    เป็น นาย กันทุกคน
     
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
 
 
ในภาพอาจจะมี 2 คน, ผู้คนกำลังยืน, ต้นพืช, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ
ในภาพอาจจะมี 4 คน, ผู้คนกำลังยืน และสถานที่กลางแจ้ง
สหพร ทิพย์จำนงค์

ถือเป็นสิ่งที่ดีและควรทำในฐานะ"นักการเมือง"

ลงพื้นที่ถี่ยิบเพื่อรับฟัง ศึกษาปัญหาและรับข้อเสนอแนะจากชาวบ้านตรงๆ

ฝ่ายค้านครับไม่ใช่รัฐบาล เราอยู่ในยุคที่คนหวังกั...บฝ่ายค้านที่หัวหน้าพรรคยังเข้าสภาไม่ได้55ประเทศกู

ไม่กร่าง สัมมาคารวะต่างจากสิ่งที่โดนโจมตีหลังเท้าเป็นหน้ามือ คุยแบบเน้นเหตุผลไม่สร้างความหวังลมๆแล้งๆ

รับฟังทุกเรื่อง เก็บเรื่องไว้แล้วราวๆ300เรื่อง และต้องรับฟังต่อไปเพื่อเก็บเข้าศูนย์ข้อมูลและตั้งคณะทำงาน

ผมชอบตรงที่เขาบอกว่าปัญหาประเทศไทยหมักหมมและเยอะเกินไปจนมีนายกพร้อมกัน10คนก็แก้ไม่ได้ เพราะโครงสร้างหน่วยงานราชการถูกออกแบบให้รวมศูนย์ที่นายกฯ แต่มีคณะกรรมการสารพัดเรื่องเต็มไปหมด แค่เรื่องสิทธิชาติพันธุ์เรื่องเดียวก็ปาเข้าไป6กระทรวง มันแยกส่วนทุกเรื่อง แล้วส่งให้นายกฯ ฉะนั้นการแก้ปัญหาที่แท้จริงคือปัญหาจังหวัดใหนต้องจบที่ตัวจังหวัดนั้น หมายความว่าอำนาจการตัดสินในพื้นที่เป็นเรื่องของพื้นที่ ไม่ใช่ส่วนกลางที่กทม.(จังหวัดจัดการตนเอง) ฉะนั้นพี่น้องต้องร่วมแก้ปัญหา ไม่ใช่ไปหวังที่รัฐบาลอย่างเดียว แต่รัฐบาลจะจัดโครงสร้างราชการใหม่และกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจัดการตนเอง

สำหรับสหพร ใครว่าอย่างไรผมไม่รู้ ผมไม่ได้บังคับใครคิดตาม แต่ผมเห็นด้วยกับแนวทางนั้น และพร้อมร่วมสู้ให้ได้มา

ดูเพิ่มเติม
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
 
 
 
Charoen และ Soontong กำลังฉลอง 1 ปีแห่งมิตรภาพบน Facebook!
ดูความทรงจำของคุณchevron-right
 
 
 
-0:07
 
คลิกเพื่อรับชมเพิ่มเติม
 
ดูเหมือนว่าคุณอาจจะมีปัญหาในการเล่นวิดีโอนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้น โปรดลองรีสตาร์ทเบราว์เซอร์
ปิด
 
 
 
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
 
 
Charoen และ Soontong กำลังฉลอง 1 ปีแห่งมิตรภาพบน Facebook!
ดูความทรงจำของคุณchevron-right
 
 
 
-0:10
 
คลิกเพื่อรับชมเพิ่มเติม
 
ดูเหมือนว่าคุณอาจจะมีปัญหาในการเล่นวิดีโอนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้น โปรดลองรีสตาร์ทเบราว์เซอร์
ปิด
 
 
 
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
 

Thank you Charnvit Kasetsiri

 

Thai derived from Khmer/Mon/India/Lanka
เลขไทย ไทยเอามาจากขแมร์/ขอม
ขแมร์/ขอม เอามาจากแขก

อักษรไทย ไทยแปลงมาจากอักษรขแมร์/ขอม...
ขแมร์/ขอม เอามาจากแขก

พุทธไทย ไทยเอามาจากมอญ/ขแมร์/ขอม
มอญขแมร์/ขอม เอามาจากแขกสิงหล

ทั้งหมดเป็น วัฒนธรรมร่วม shared cultures
หยิบยืม ดัดแปลง ลอกเลียนมาทั้งสิ้น

แต่ตำราเรียน ครูสอน ถูกสอนมา เพี้ยนๆ
ก็เชื่อและสอน เพี้ยน สืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้
ถ้าไม่ปฏิรูป ก็จมอยู่ในโลกไทย ๆ และ แคบ ๆ อย่างนี้ ครับ
cK@ FromKyotoLove&Reform

ดูเพิ่มเติม
ในภาพอาจจะมี ข้อความ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

Six feet deep hole for sewage big pipe

 
เกี่ยวกับเว็บไซต์นี้
 
youtube.com
 
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

สนามบินเกาหลีที่ อินชอน
ผมเดินทางรอบโลกหลายรอบ ผมชอบสนามบินอินชอนมากที่สุด ห้องน้ำมีเยอะ ป้ายบอกชัดเจนเห็นแต่ไกล ไม่เหมือนที่สุวรรณภูมิ ผมกินส้มตำใส่ปลาแดกมากไปหน่อย เดินหาห้องน้ำ ไม่เจอ ปรากฏว่า ต้องทิ้งกางเกงในไป หนึ่งตัว ก่อนผมเริ่มทำงานที่ Lockheed ผมทำงานกับวิศวกรเกาหลี ซึ่งผมนับถือความกระตือรือล้นของมัน ทั้งๆที่ภาษาอังกฤษมันอยู่ในระดับหมาไม่แดก มันลงทุนซื้อ IBM Personal computer กลับบ้าน แล้วก็ลอกอย่างละเอียด เดี๋ยวนี้ดูซิ SAMSUNG มันขายแข่งกับบริษัทอเมริกัน และชนะขาด ท...ั้ง TV computer และโทรศัพท์มือถือ คนเกาหลี มันทำงานหนัก และชั่วโมงไม่จำกัด แล้วมันก็ไม่กลัวใคร แม้แต่ขายผัก ก็ไม่มีใคร สู้มันได้ วิศวกรที่ผมทำงานด้วย ยิงปืนเก่งทุกคน เพราะมันเป็นทหารหลังจากเรียนจบ
ตอนที่ไอ้มืดเผา ลอสแองเจลิส มันไม่กล้าเข้าไปขโมยของร้านเกาหลีหรอก เพราะคนเกาหลี มันถือปืนขึ้นไปสอดแนมอยู่บนหลังคาฝั่งตรงกันข้ามกับร้านมัน พวกนี้ยิงปืนแม่นเป็นจับวาง ดังนั้นเวลามันขออะไร ผมรีบให้ทันที นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เรื่องขยันยกให้คนเกาหลี

ดูเพิ่มเติม
ในภาพอาจจะมี ภูเขา, ท้องฟ้า, เมฆ, สถานที่กลางแจ้ง, ข้อความ และธรรมชาติ
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังเดิน, ฝูงชน และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี อาหาร
ในภาพอาจจะมี อาหาร และสถานที่ในร่ม
ในภาพอาจจะมี 1 คน, ท้องฟ้า และสถานที่กลางแจ้ง
+2
 
 
ความคิดเห็น
 
  • Dome Ratanawong เพราะเขากินกิมจี่ บ่อ จึงฮึดหลาย
    Soontong Na PonesawaangSoontong Na Ponesawaang ได้ตอบกลับ
      ·  การตอบกลับ 1 รายการ
  • น้าหมู ผจญไพร หัวใจเสรี
    น้าหมู ผจญไพร หัวใจเสรี หลายประเทศที่เริ่มพัฒนาอุตสาหกรรมมักเริ่มต้นด้วยการก็อปสินค้าของชาติอื่นก่อน เมื่อสะสมความสามารถจนถึงระดับหนึ่งแล้วจึงพัฒนาสินค้าที่เป็นของตัวเอง เช่น ญี่ปุ่น
    ปัจจุบันจีนก็กำลังเดินตามรอยญี่ปุ่นเช่นกัน
    Soontong Na PonesawaangSoontong Na Ponesawaang ได้ตอบกลับ
      ·  การตอบกลับ 1 รายการ
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

ใต้หวันมันแน่
ผมเกลียดจริงๆที่เวลาฝรั่งถามว่า where are you from แล้วผมตอบว่า Thailand มันก็จะทำเป็นรู้ดีว่า Oh Taiwan ฉันเคยไป คนรวยเยอะ มันจะไม่รวยได้อย่างไร มันแย่งตลาดอเมริกาไปจากญี่ปุ่น เพราะคนมันฉลาด และขยัน ส่วนคนญี่ปุ่น ชาตินิยมจัด ลอกเก่ง ทำอะไรที่เล็กๆเก่ง ไต้หวัน มีโรงงานแบบโชห่วย หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Mom and Pop factory มันราคาถูกเป็นขี้ เพราะใช้พลังงานไม่มาก ไฟสลัวๆ มันก็ทำ Products ขายแข่งกับ ญี่ปุ่น มันชนะขาดเลย เสียอย่างเดียว ค่อนข้างอ่อนหัดทางดีไซน์ อย่าง Swi...tch-mode power supply นี่ ดูง่ายๆ แต่ดีไซนืยาก เพราะมันเป็น Close loop system ซึ่งมี feedback loop ที่จะต้องพอดีๆ เมื่อดีไซน์ตอนแรก ความพอดีๆ ก็ทำได้ง่าย แต่เมื่อเวลาผ่านไป components characteristics ก็เปลี่ยนไป ดังนั้นการทำ system Analysis ด้วย computer จึงจำเป็นและสำคัญมาก ฝรั่งเรียกว่า computer simulation ซึ่งใช้ advanced mathematics
บริษัทไต้หวันที่จ้างผมรอนานเกินไปที่จะแก้ไขอะไรได้ ตอนผมก้าวเท้าเข้าไปที่ Sales office ก็เจอ power supply ที่ลูกค้าคืน (Recall) เป็นร้อยๆ units ซะแล้ว เทวดาก็ช่วยแก้ไม่ได้ อย่าว่าแต่ผมเลย มันไล่คนที่ไม่ใช่ชาวไต้หวันออกทั้งหมด รวมผมด้วย มีฝรั่งซึ่งอยู่แผนก ขาย ชวนผมฟ้องบริษัท ผมไม่เอาด้วย เพราะรู้ว่าถึงชนะก็ไม่คุ้มเหนื่อย ล่าสุดผมได้ข่าวว่า บริษัทเจ๊งแล้ว นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เจ๊กไต้หวันคบไม่ได้

ดูเพิ่มเติม
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และสถานที่ในร่ม
ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, เมฆ, สถานที่กลางแจ้ง และข้อความ
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และผู้คนกำลังนั่ง
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

Facebook freez

fonepaw.com
 
Facebook, as a common-used app, has some issues too. It may keep not responding or keep freezing. This article tries to troubleshoot and resolve the issues.
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

Lockheed Space System Division
พอดี Lockheed มีโปรแกรมใหญ่ ต้องจ้าง specialist ทาง power system analysis มันให้เงินเดือนดี แถมส่งเรียนต่อทาง software ซึ่งผมไม่มี background เลย สมัยเรียนปริญญาโท ก็เรียน FORTRAN ที่ใช้การ์ดเป็นมัดๆ เดินข้ามถนน ลื่นล้ม ต้องพิมพ์ใหม่ทั้งคืน พอ Lockheed จะส่งไปเรียน C++ ก็ไม่ได้สนใจว่ามันคืออะไร Lockheed มันกระเป๋าหนัก เงินภาษาประชาชนทั้งนั้น แต่หลอกเอาเงินนายพลนี่ Lockheed ถนัด
ผมทำ system analysis ทั้ง Space Telescope และ Space Station จ้าวนายข...ู่ว่า ถ้ามีปัญหา กูจะส่งมึงขึ้นไปแก้ พูดหมาๆ Astronout ก็มี ผมอยู่ Lockheed ประมาณ 10 ปี เบื่อเต็มที ทำแต่ของเดิมๆ พอดี มีบริษัทญี่ปุ่น อยากได้ผู้เชี่ยวชาญไปช่วย ขาย power supply ให้ Hewlett Packard (HP)
แต่ก็อย่างที่เล่าให้ฟัง มันไม่ทำตามที่เราแนะนำหรอก หาเรื่องแต่จะไล่เราออก เพราะเงินเดือนมากกว่ามัน
รูปขวามือสุด คนกลางคือผู้เชี่ยวชาญทางยน power system ที่ Cal Tech แกเรียกผม Mr. Stan ตลอด โดยให้เหตุผลว่า เรียก Stanley แล้วทำตัวสนิทสนมเกินไป ว่าเข้าไปโน่น อันที่จริงผมไม่ถือหรอก จะเรียกอะไรก็ได้ ถึงเวลาก๊งอย่าลืมเรียกก็แล้วกัน นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าจะคบญี่ปุ่น ระวังหลังให้ดี
ผมกับเพื่อนๆคนไทยจากอเมริกา เดินทางมาประเทศไทยเพื่อจะดูลู่ทางว่าจะทำอะไรให้บ้านเมืองได้บ้าง สำหรับผมตั้งใจจะดูหนทางที่จะประดิษฐ์ IBM Computer power supply เพื่อขายแข่งกับญี่ปุ่น ใต้หวัน ฮ่องกง และฯลฯ แต่หลังจากค้นหาหนทางความเป็นไปได้ แล้วผิดหวัง วิศวกรไทยที่ผมเจอ ต้องการจะลอกของใต้หวัน แทนที่จะคิดริเริ่มว่า ประเทศไทยมีอะไรที่จะแข่งกับเขาได้ ประสบการดี"ซน์ไม่มีเลย ความกระตือรือร้นที่จะมี อย่างทีฝรั่งเรียกว่า hands on ไม่มีเลย ผมเดินทางกลับอเมริกาด้วยความผิดหวัง นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผลักเกวียนขึ้นภูเขานั้นเป็นไปไม่ได้ ถ้าล้อเกวียนมันเป็นสี่เหลี่ยม

ดูเพิ่มเติม
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และท้องฟ้า
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, รองเท้า และข้อความ
ในภาพอาจจะมี 3 คน, ผู้คนกำลังยืน, งานแต่งงาน, ฝูงชน และสถานที่กลางแจ้ง
+2
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
 
 
 

About Zhaung

Souphapxon Lao => Ai-Lao/Tai/Dai/Thai-Zhuang-Shan-etc are the same people by theory. But the country name was Ai-Lao, so all ethnic Zhuang, Dai, Sh...an, etc have to got Ai-Lao nationality/race. Similar as nowaday, All people/ethnics in Thailand and Laos, got Thai and Lao nationality/race, no matter what ethnic they are. So the langauge Ai-Lao/Lao-Tai-Thai are actually the same language. But the Ai-Lao language used to be the officiall language of past Ai-lao state. Now the Ai-Lao country was developed to be Laos and Thailand. So the language family should be Lao-Tai/Thai language family (not Tai-Kadai). But the foreign historian do not understand this point and try to establish only Tai-Kadai group. By political view of the nation state all current Tai Ban tai Muang (Xao Ban Xao Muang) who live outside Laos and Thailand are all past Ai-Lao population/Nationality/race. But they established new minor Tai-states and did not link to Ai-Lao/Laos state anymore. This is a big problem that the Foreigners can not understand the whole overall views of Ai-Lao/Tai/Thai history. Ai-Lao was the name of the whole country, all Tai-states were provinces of Ai-Lao empire and were Ai-Lao population/Nationality/race. So, Ai-Lao=Tai=Thai are the same people. That's why the Lao historian always write that Ai-Lao country was generated to be Laos and Siam/Thailand. But this is the information from the Ai-Lao/Laos state, maybe it is not 100% true

ดูเพิ่มเติม
 
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

IBM PC
พอดีเป็นวันครบรอบการประกาศศักดาของ IBM ที่ตัดสินใจเข้ามาแข่งขันในตลาด Personal Computer ซึ่ง สตีฟ จอบส์ ริเริ่มเปิดตลาดนี้ อย่างอหังการ์ ผมเผอิญมีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งสองโปรแกมอย่างใกล้ชิด ทั้ง Apple Computer และ IBM PC ก็อยากจะเล่าสู่กันฟังดังนี้
อย่างที่เล่าให้ฟังว่าผมเคยเจอ สตีฟ จอบส์ตัวเหม็นๆมาแล้ว เนื่องจากบริษัทฮ่องกงซึ่งผมเป็นที่ปรึกษาส่งผมไปเกลี้ยกล่อมให้ Apple Computer ผ่อนผันเรื่องจำนวนที่จะต้องส่ง ครั้งต่อไป เพราะดีไซน์์มีปัญหา ผมเจอสตีฟใน elevator บ่นพึมพำ ......fuck UL...fuck UL...ผมถาม Apple engineer ที่ผมรู้จักว่า ไอ้ห่าคนเมื่อกี้ ใครวะ มันตอบเบาๆว่า จ้าวนายใหญ่ เกือบแล้วไหมละ ผมกำลังจะพูดเป็นภาษาอังกฤษว่า ไอ้ระยำนี่ควรจะไปอาบน้ำ ตกลงผมขายpower supply ให้ Apple ได้กำไรมหาศาล เพราะต้นทุนในฮ่องกงสมัยนั้นถูกเป็นขี้ ทั้ง ทรานซีสเตอร์(ผมจำได้ว่าทรานซีสเตอร์ที่อเริกา 21 cents ตัวเดียวกันราคา 7 cents ที่ฮ่องกง) และค่าแรง ก็ต่างกันมหาศาล เจ๊กมันกินข้าวต้ม ไอ้ฝรั่งมันกินสเต็คส์
IBM ได้ข่าวว่า ASTEC (บริษัทฮ่องกงที่ผมเป็นที่ปรึกษา) ดีไซน์ switching-power supply ราคาถูก ก็เป้นเหยื่อรายต่อไปของ ASTEC แต่เป็นเหยื่อเนื้อปนกระดูก กินมันยาก เพราะมันชอบถามว่า Can you do it Stanley (มันเรียกผมชื่อที่ไอ้ศรีลังกาตั้งให้)and don't give me a NO. ผมนึกในใจว่า ถ้าไม่ให้ตอบ NO แล้วถามหาห่าอะไร
ในที่สุดก็มีปัญหาใหญ่จนได้ ที่ปลั๊กไฟ ไอ บี เอ็ม มันบังคับว่าต้องใข้ Pop Rivet เพราะถ้าใช้น๊อตกับscrew มันบอกว่า ไม่ safe ก็จริงของมัน ถ้าดีไซน์เป็น ทีนี้ไอ้ วิศวกรออสเตรเลียอวดดี ไม่ฟังคำแนะนำจากผม พอดึงปลั๊ก มันหลุดออกมาทั้งแผง จำนวน เกือบแสนชิ้น จ้านายใหญ่ชอง ไอ บี เอม ชื่อ ไอ้ ดอน อีสริดจ์ มันหนัก 360 pond นั่งหัวโต๊ะข้างหนึ่ง ผมตอนนั้นหนักประมาณ 125 ponds นั่งหัวโตีะอีกข้าง นอกนั้น วิศวกร ไอ บี เอม ทั้งหมด ไอ้ ดอน ตะคอก มึงจะทำอย่างไร สแตนลี่ มึงรู้ไหม ไอ บี เอ็ม ไม่เคยมีประวัติ recall ผมนึกว่า มันเจี๋ยน ผมแน่ ตอบมันไปว่า กูจะ fix it ผมขึ้นเรือบินที่ไมอามี่ ลงพักที่ซานฟรานซีสโก บินต่อไปฮ่องกง ไปดีไวน์ใหม่ ไอ้วิศวกรออสเตรเลียถูกไล่ออกทันที จ้าวนายใหญ่มันหันมาทาง แล้วก็พูดว่า you are next แล้วมันก็หาเรื่องไล่ผมออกจริงๆ ผมเล่าให้เมียฟัง พร้อมกับน้ำตาไหลพราก กูไม่เคยถูกไล่ออกจากงาน มันเจ็บยิ่งกว่า สาวฝั่รงเศสทิ้งหลายเท่า นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ไม่ว่ามึงจะแน่แค่ไหน ถ้าทำงานไม่สำเร็จ ฝรั่งมันเตะออกทั้งนั้น

ดูเพิ่มเติม
ในภาพอาจจะมี หน้าจอ และสถานที่ในร่ม
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ในภาพอาจจะมี หน้าจอ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

ซ้ายมือคือ ภาพพระธาตุพนม
ขวามือ เป็นรูปรอยแกะสลักบนพัธสีมา
'ทวารวดีอีสาน' เมื่อพุทธศตวรรษที่14(ระหว่า พ.ศ.1300-1400)
.
ที่เอามาวางเทียบกันนี้ พุข้า แค่อยากบอกว่า พุข้ามองเห็นเค้าของรูปทรงพระธาตุพนมบนใบสีมานี้ ขะน่อย...
สองภาพนี้ ทำให้พุข้าเกิด 'จินตนาการ' ว่า เมืองมรุกขนคร ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการสร้างพระธาตุพนมครั้งแรกนั้น เข้าถึงพุทธเถรวาท และเชื่อมโยงบ่ทางใดก็ทางหนึ่งกับอาณาจักรทวารวดี ซึ่งมีการนับถือพุทธเถรวาทมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงถูกช่วง พศว.ที่15 ถูกเจนละเขมรทำลายลงราบคาบ
.
มีท่านผู้รู้ท่านใดจะเพิ่มเติมหรือแก้ไข'จินตนาการ' ของพุข้าได้บ้างหนอ

ดูเพิ่มเติม
ในภาพอาจจะมี กลางคืน, ท้องฟ้า และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี ข้อความ
 
 
ความคิดเห็น
ดูอีก 38 ความคิดเห็น
  • Chansak Jindasri
    Chansak Jindasri จารึกวัดโพธิ์ชัยเสมาราม ยุคทวารวดีอีสาน อักษรหลังปัลลวะ โดยในนี้ มีชื่อคนมอญโบราณ ชัดเจนครับ
    ในภาพอาจจะมี ข้อความ และสถานที่กลางแจ้ง
     
     
  • Chansak Jindasri
    Chansak Jindasri คำแปล จารึกวัดโพธิ์ชัยเสมาราม มีนามคนสร้างคือ เนี่ยะ มุ่น และ สมิงพระจักร ซึ่งชื่อพวกนี้ เป็นชื่อภาษามอญโบราณ ที่จารึกอักษรหลังปัลลวะ นำจารึกไปไว้ วัดโพธิ์ชัยเสมาราม ครับ
    ในภาพอาจจะมี ข้อความ
     
     
  • Ruangdej Phosri
    Ruangdej Phosri ต้องขอขอบคุณ... ຂອບໃຈ...​ท่านผู้ฮู้ต่างๆ.. ลูกหลายคือสิได้ศึกษา ເຮືອນຣູ້ ไว้พอสืบต่อลาวไท-อีสาน ไว้เล่าสู่ลูกหลานฟัง
    สุมินทร์ นารถเหนือสุมินทร์ นารถเหนือ ได้ตอบกลับ
      ·  การตอบกลับ 1 รายการ
  • Hongheun Khounphithak
    Hongheun Khounphithak ຢູ່ຝັ່ງຊ້າຍແມ່ນ້ຳຂອງໃບເສມາແບບນີ້ມີຢູີຫຼາຍແຫ່ງເຊັ່ນ ທີ່ພະທາດຫຼວງວຽງຈັນ. ຫຼາຍສຸດ ທັງໃຫຍ່ ທັງຍາວພົບຢູ່ທີ່ບ້ານກາງ ເມືອງໄຊບູລີ ແຂວງສະຫວັນນະເຂດ (ເຂດເມືອງເກົ່າສີໂຄດຕະບອງ) ທີ່ບ້ານພະບາງແຂວງສາລະວັນ ເປັນຕົ້ນ
     
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

เป็นตาแซบแถะ

 
เกี่ยวกับเว็บไซต์นี้
 
youtube.com
 
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชม กินจุ๊เนื้อสด ขมบีอ่ำหล่ำ แกล้มมะระขี้นก ลมเย็นๆ บรรยากาศยุนาน่านอนเว็น ฝากเ...
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

Quite interesting!

 
เกี่ยวกับเว็บไซต์นี้
 
youtube.com
 
How to trap wild boar, survive in tropical rainforest, episode 49 Tropical rainforest, one of the most brutal, dangerous and harsh places. Rain for a week, p...
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
 
 
Prasite Jenchol
นั่งคุยกับเพื่อน กปปส.แกบอกว่าสาเหตุหนึ่งที่คนรักและไม่ลืมทักษิณนอกจากผลงานแล้วก็คือประยุทธ์และพวกทำอะไรที่เห็นว่าผิด.แต่ไม่เคยผิดนั่งคุยกับเพื่อน กปปส.แกบอกว่าสาเหตุหนึ่งที่คนรักและไม่ลืมทักษิณนอกจากผลงานแล้วก็คือประยุทธ์และพวกทำอะไรที่เห็นว่าผิด.แต่ไม่เคยผิด
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
 
 
ในภาพอาจจะมี 7 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังยืน และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี 2 คน, ผู้คนกำลังยืน และสถานที่กลางแจ้ง
เรื่องเล่าชาวล้านนา

ไทใหญ่ หรือ ฉาน หรือ เงี้ยว (ซึ่งเป็นคำเรียกที่ไม่สุภาพ) คือกลุ่มชาติพันธุ์ในตระกูลภาษาไท-กะได ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ขนาดใหญ่อันดับสองของพม่า ส่วนมากอาศัยในรั...ฐฉาน ประเทศพม่า และบางส่วนอาศัยอยู่บริเวณดอยไตแลง ชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่าคนไทใหญ่ในประเทศพม่ามีประมาณ 3 หรือ 4 ล้านคน แต่มีไทใหญ่หลายแสนคนที่ได้อพยพเข้าสู่ประเทศไทย เพื่อหนีปัญหาทางการเมืองและการหางาน ตามภาษาของเขาเองจะเรียกตัวเอง ไต มีหลายกลุ่มเช่น ไตขืน ไตแหลง ไตคัมตี ไตลื้อ และไตมาว แต่กลุ่มใหญ่ที่สุดคือ ไตโหลง (ไต = ไท และ โหลง (หลวง) = ใหญ่) หรือที่คนไทยเรียกว่า ไทใหญ่ จะเห็นได้ว่าภาษาไตและภาษาไทยคล้ายกันบ้างแต่ไม่เหมือนกัน ชาวไทใหญ่ถือวันที่ 7 กุมภาพันธ์ เป็นวันชาติ เมืองหลวงของรัฐฉานคือ ตองยี มีประชากรประมาณ 150,000 คน ส่วนเมืองสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ สีป้อ ล่าเสี้ยว ยองห้วย(ยองชเว) เชียงตุง และท่าขี้เหล็ก

ส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนานิกายกึงจอง ส่วนน้อยนับถือนิกายกึงโยน

กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยในรัฐฉาน สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มดังนี้

@@ชาวไทใหญ่ หรือไทหลวง (ไตโหลง)
@@ชาวไทลื้อ มีถิ่นฐานอยู่ในแคว้นสิบสองปันนาของประเทศจีน และทางตะวันออกของรัฐฉาน
@@ชาวไทเขิน (ไตขึน) เป็นประชากรส่วนใหญ่ของเมืองเชียงตุง
@@ชาวไทเหนือ (ไตเหลอ) อาศัยอยู่ในแค้วนใต้คง (เต้อหง) ของประเทศจีน

ประวัติศาสตร์ไทใหญ่เต็มไปด้วยเรื่องราวของสงคราม จนการเรียนประวัติศาสตร์ของชาวไทใหญ่กลายเป็นวิชาต้องห้ามมาตั้งแต่สมัยอังกฤษปกครอง อิทธิพลทางวัฒนธรรมของพม่าในไทใหญ่จึงมีมาก ซึ่งเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์และการเมือง กล่าวคือเมื่อพม่ามีอิทธิพลทางการปกครองก็จะเกณฑ์ให้เจ้าฟ้าไทใหญ่ส่งลูกชายและลูกสาวไปเมืองหลวงพม่า เจ้าหญิงเจ้าชายเหล่านี้จึงได้รับวัฒนธรรมพม่ามา และนำกลับมาเผยแพร่แก่ประชาชนไทใหญ่ในรูปแบบของภาษา ดนตรี นาฏศิลป์ และขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ เช่น เกิดความนิยมว่า วรรณคดีที่ไพเราะซาบซึ้งควรมีคำพม่าผูกผสมผสานกับคำไท

ภาษาไทใหญ่เป็นวิชาเลือกหนึ่งภายในรัฐ เจ้าขุนสามซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายวัฒนธรรมรัฐฉานในอดีต เคยออกสำรวจคนไทใหญ่ในพม่า พบว่ามีคนไทใหญ่พูดภาษาไทใหญ่มากมายหลายแห่ง แต่ไม่มีจำนวนที่แน่นอน เพราะคนไทใหญ่เหล่านั้นจะเรียกตนเองว่าเป็นพม่า พูดภาษาพม่า แต่งกายเป็นพม่า
ชาวไทใหญ่ในอดีตตั้งถิ่นฐานเป็นกลุ่มใหญ่อยู่ในเขตรัฐฉาน ประเทศเมียนมาร์ ต่อมาในราวพุทธศตวรรษที่ ๒๔-๒๕ เกิดการแบ่งเขตแดนในช่วงล่าอาณานิคมโดยชาวตะวันตก ทำให้บ้านเมืองของชาวไทใหญ่ถูกแบ่งแยก ผู้คนอพยพ กระจัดกระจายไปหลายประเทศ โดยภาคเหนือของประเทศไทยนั้นมีการอพยพและการเคลื่อนย้ายของกลุ่มไทใหญ่สู่จังหวัดเชียงราย เช่น ชุมชนป่าก่อ และในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เช่น อำเภอขุนยวม และอาศัยกระจายอยู่ทั่วทุกอำเภอในพื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ศาสนาและความเชื่อ

ชาวไทใหญ่เป็นพุทธศาสนิกชนที่เคร่งครัดในพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่งดังความเชื่อในพุทธศาสนาที่ส่งอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตในความนิยมทำบุญของชาวไทใหญ่ปรากฏเป็นพิธีกรรมสำคัญ เช่น ประเพณีปอยส่างลอง ประเพณีจองพารา นอกจากนี้ยังพบความเชื่อร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์ไทอื่นๆ เช่น การสักรูปสัตว์ เช่น สิงห์ มอม และลวดลายอักขระ คาถาอาคมเพื่อความคงกระพันและยังพบการสักในผู้หญิงเพื่อป้องกันภัยอีกด้วย

การแต่งกาย

ผู้ชาย สวมเสื้อคอกลมแขนยาว ผ่าหน้า ติดกระดุมผ้าคล้ายไส้ไก่ขมวดเป็นปมพร้อมตกแต่งลวดลาย กางเกงขาก๊วยเป้าต่ำ

ผู้หญิง สวมเสื้อผ่าหน้าหรือเสื้อป้าย แขนกระบอก เอวสั้น ตกแต่งลวดลายสวยงามด้วยการปักหรือฉลุผ้าตามขอบ กระดุม ที่กลัดเสื้ออาจจะใช้กระดุมผ้าหรือพลอยกลัดกับหูกระดุม ซิ่นที่นุ่งนั้นมีการต่อหัวซิ่นด้วยผ้าเนื้อนิ่มสีดำพับทับแล้วเหน็บที่หัวซิ่น ใช้เข็มขัดเงินคาดทับการโผกหัวพันผ้าห้อยเป็นวัฒนธรรมของไทใหญ่ในชีวิตประจำวันชาวบ้านจะโผกหัวกันเป็นปกติ

ภาษา

ชาวไทใหญ่มีภาษาเป็นของตนเองทั้งภาษาพูดและภาษาเขียนอยู่ในตระกูลภาษากลุ่มไท-กระไดซึ่งใช้ในกลุ่มชาติพันธุ์ไทที่กระจายอยู่ในบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมไปถึงตอนใต้ของประเทศจีนภาษาพูดของไทใหญ่เรียกว่า “ความไท” หรือความไต ภาษาไทใหญ่มีเสียงวรรณยุกต์5 เสียง คำศัพท์ส่วนใหญ่แตกต่างไปจากภาษาไทในกลุ่มชาติพันธุ์ไทอื่น ๆ ในล้านนาค่อนข้างมาก นอกจากนั้นยังได้รับอิทธิพลจากพม่ามาด้วยเนื่องจากรัฐฉานอยู่ในเขตแดนของประเทศสหภาพเมียนมาร์ คำศัพท์หลายคำจึงเป็นคำศัพท์ของพม่าปนมาด้วย

อาหาร

ชาวไทใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เดียวในล้านนาที่นิยมทานข้าวเจ้าเป็นหลัก ใช้ผักเป็นวัตถุดิบหลักในการประกอบอาหาร โดยเครื่องปรุงได้มาจากพืชผักธรรมชาติ เช่น พริก เกลือ หอม กระเทียม เครื่องปรุงสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทใหญ่คือ “ถั่วเน่า” หรือถั่วเหลืองหมัก มีทั้งถั่วเน่าแผ่น เรียกว่า ถั่วเน่าแข็บ และถั่วเหลืองที่หมักและบดละเอียดโดยจะเก็บไว้ในลักษณะคล้ายการเก็บน้ำพริกตาแดงจะไม่ทำให้แห้ง ใช้แทนกะปิ เรียกว่าถั่วเน่าเมอะ อาหารที่ขึ้นชื่อของคนไทใหญ่ เช่น จิ๊นลุง อุ๊บไก่ ข้าวส้ม เป็นต้น

ประเพณีที่สำคัญของชาวไทใหญ่เป็นการทำบุญทำทานเป็นหลัก กำหนดการจัดงานประจำปีเรียกว่า “หย่าสี่” ซึ่งตรงกับคำว่า “ราศี” ทั้ง12เดือนหรือประเพณีสิบสองเดือน เช่น ประเพณีตานข้าวหย่ากู้ กองโหล ปอยห่างน้ำ ปอยสลาก ปอยเหลินสิบเอ็ด หรืองานจองพารา ปอยเหลิ่นสิบสอง โดยมีประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์และมีความสำคัญอย่างยิ่ง ได้แก่ ประเพณีปอยส่างลองเป็นการบรรพชาสามเณรตามแบบไทใหญ่ และประเพณีสิบสองล่องมนผ่องไตหรือประเพณีลอยกระทงใหญ่เป็นประเพณีเก่าแก่ที่จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และบูชาพระอุปคุต พระอรหันต์ตามความเชื่อ

เครือข่ายไทใหญ่ในแต่ละพื้นที่มีทั้งเครือข่ายวัด ชุมชน และเครือข่ายระหว่างบุคคล ประกอบด้วย เครือข่ายจังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งเป็นชุมชนใหญ่กระจายอยู่ในทุกอำเภอโดยเฉพาะอำเภอ เครือข่ายในจังหวัดเชียงราย เช่น ชุมชนใกล้วัดประตูหวาย วัดช้างมูบ วัดพระธาตุกาดำ วัดสามเต้า วัดป่าเหมือดรุ่งเรืองหรือบ้านป่าเหมือด วัดห้วยน้ำขุ่น วัดม่วงชุม วัดสันป่าก่อ วัดไม้ลุงขน เครือข่าย จังหวัดเชียงใหม่ เช่น วัดป่าเป้า อำเภอเมือง วัดเวียงพางคำ อำเภอเวียงแหง และบ้านลาน อำเภอฝาง เครือข่ายจังหวัดแม่ฮ่องสอน เครือข่ายวัดหนองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ อำเภอสอง และเครือข่ายจังหวัดพะเยา วัดนันตาราม อำเภอเชียงคำ เรียกไทใหญ่กลุ่มนี้ว่าชนเผ่า “ป่าโอ” มีการอพยพมาจากรัฐฉาน

ดูเพิ่มเติม
 
 
 
 
เกี่ยวกับเว็บไซต์นี้
 
thairath.co.th
 
เปิดคำพิพากษา คดีก่อการร้าย (ฉบับสมบูรณ์) ของ 24 แกนนำ นปช.เพราะอะไรศาลจึงพิจารณาตัดสินรอดจากโทษทั้งหมด
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
 
 
ในภาพอาจจะมี 1 คน
Nor Por Chor USA Foundation

:::กรณี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ล้วงกระเป๋าเสื้อหยิบเอา กระดาษ A4 ครึ่งแผ่น ที่เขียนข้อความ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ต่อ พระพักตร์ พระเจ้าอยู่หัว โดยไม่ได้ใส่ไว้ในแฟ้ม ตาม...ประเพณีปฏิบัติ ที่ถือว่าเป็นพิธีสำคัญของแผ่นดิน การกระทำดังกล่าวบ่งชี้ว่า ประยุทธ์ ไม่ให้ความสำคัญแก่พิธีการนี้ และ ตั้งใจหยามเกียรติ คือ จะทำอะไร อย่างไรก็ได้ เพราะกูเป็น หัวหน้า คสช. เคยล้มล้างรัฐธรรมนูญ ล้มล้างรัฐสภา ล้มล้างศาล มาแล้ว โดยมี ศาลฎีกา คอยพิพากษาว่า สามารถทำได้ไม่เป็นความผิด ใครจะทำไม /
#มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ

ดูเพิ่มเติม
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

น่าสนใจมาก

 
เกี่ยวกับเว็บไซต์นี้
 
youtube.com
 
การบรรยาย เรื่อง “ชาติพันธุ์ผู้ไทข้ามชาติ” บริบทใหม่ของการศึกษาอัตลักษณ์…
 
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 

ไปสิบสองจุไท
ผมเดินทางไปเดียนเบียนฟู เพราะมีเพื่อนไทดำที่เขาอพยพไปยู่อเมริกาหลังสงครามเวียตนามเขาแนะนำว่า ถ้าอยากจะไปเมืองน้ำน้อยอ้อยหนูก็ควรไปเริ่มต้นที่เดียนเบียนฟู เพื่อนคนลาวผมก็มีร้อยโทวิเสส ซึ่งเคยเป็น ทส ของนายพลอ้วน ราทิกุล ก็แนะนำว่า เมืองน้ำน้อยหนูที่ลาวก็มี ร้อยโวิเสส มาได้ยินเสียงแคน น้ำตาไหลพราก ผมถามว่าร้องไห้ทำไม เขาบอกว่าคึดฮอดเมืองลาว ผมก็ถามต่ออีกว่าทำไมไม่กลับไปเยี่ยมญาติพี่น้อง เขาบอกว่าเคยไปแล้วแต่ได้แต่ยืนร้องไห้ริมฝั่งโขง ขืนข้ามไปมันฆ่าข้อยแน่ๆ มันคือใ...ครเป็นอันว่าพอจะเดาได้ พอกลับมาจากหนองคายก็เจอผมที่ Lubbock Texas ผมทำลาบเนื้อให้กิน ชอบมาก พอสนิทกันเข้า มันก็บอกผมว่า มันตายแทนผมได้ ผมก็ไม่ได้เชื่อมันเท่าไรหรอก คนประสาทเสียอย่างนี้
อ้าว ว่าจะพูดเรืองสิบสองจุไท กลายเป็น เมืองลาวไปได้ ผมเดินทางไปบ้านนาสาง พยายามสัมภาษณ์ชาวบ้านด้วยภาษาผู้ไท ชาวบ้านไม่รู้เรื่องเลย ดังนั้นคนที่บอกว่าชาวบ้านบริเวณบ้านนาสางพูดจาวิสาสะกับผู้ไทได้ ก็โกหกชัดๆ เรื่องมันสับสนเพราะความเข้าใจผิด ของ ม ปาวี มาจนถึงคนสยามที่ไปอ่านจดหมายเหตุของแก แล้ว ก็เพิ่มความสับสนมากยิ่งขึ้น ผมพบว่าชาวบ้านบริเวณบ้านนาสางเป็นชาติพันธุ์ ไทดำ ไม่ใช่ชาติพันธุ์ผู้ไท ผมพบว่า เมืองน้ำน้อยอ้อยหนูมีใกล้ๆกับเมืองเดียนเบียนฟู 2 แห่ง ผมถามท่านนายพลที่ไปกินข้าวด้วยกันว่า ท่านรู้จักเมืองน้ำน้อยอ้อยหนูไหม ท่านบอกรู้จักสิ สมัยเป็นร้อยเอกเคยไปตั้งฐานทัพอยู่ใกล้ๆเมืองน้ำน้อยอ้อยหนู ผมถามว่าอยู่ใกล้ๆเมืองเดียนเบียนฟู ท่านตอบว่าห่างจากเดียนเบียนฟูมาทางทิศตะวันออกประมาณกว่า 100 กิโลเมตร ผมถามเพื่อนไทดำที่รู้จัก เขาบอกว่า เมืองน้ำน้อยอ้อยหนูอยู่ห่าจากเมอง ลอ ประมาณ 10 กิโเมตร

ดูเพิ่มเติม
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ในภาพอาจจะมี 12 คน, รวมถึง อัญชริดา มงคลรัตน์, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ
ในภาพอาจจะมี ภูเขา, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ
ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง
+3
 
 

ทำไมจึงอยู่บ้านนอกไม่ได้
ตื่นเช้าจะกินกาแฟก็ต้องขับรถกะบะไป 5 กิโเมตร จะกินข้าวกลางวันก็ต้องขับรถ 10 กิโลเมตร จะกินก๋วยเตี๋ยวก็ต้องขับรถ 12 กิโลเมตร แถมก๋วยเตี๋ยวอะไร เหมือนน้ำล้างชาม จะอาบน้ำร้อนก็ต้องขับรถ 80 กิโลเมตร ที่บ้านจะติดเครื่องทำน้ำร้อน ช่างก็มัวแต่ทำนา แล้วใครมันจะอยู่ได้ วะ ตอนหลังนี่ค่อยยังชั่ว หลานมาเปิดร้านอาหารที่ห่างจากบ้านผมไม่ถึง 100 เมตร เดินไปกินก็ได้ อาหารเขาอร่อยใช้ได้ แม้แต่นายอำเภอก็ไปกินเป็นประจำ ผมก็ฝากท้องกับร้านเขาแหละ ทำกันสองคนผัวเมีย มีหวังรว...ย เพราะบ้านไม่ต้องเช่า เสียค่าน้ำค่าไฟก็ถูกมาก บ้านก็อยู่ตรงกันข้ามกับร้าน นักเรียนก็มากินกันเป็นโขลง ผมชอบกินข้าวผัดกระเพราไข่ดาว ของเขารสไม่แพ้ ร้านที่ กทม แต่มันก็อยู่ไม่ได้นาน ผมมันเป็นคนในเมืองไปเสียแล้ว ปัญหาอีกอย่าง เมื่อก่อนไม่มี Wi-Fi ผมมันอยู่โดยไม่มี Wi-Fi Wi-Fi เดี๋ยวนี้ดีขึ้น บ้านผู้ใหญ่บ้าน มี ระบบ Wi-Fi ให้ชาวบ้านใช้ฟรี อีกอย่างโทรศัพท์ก็ไม่มี โทรศัพท์มือถือฏต้องเดินหา Hot Spot ผมเคยชวนลุงกำนันว่า เราย้ายไปอยู่หลังเขากันเถอะ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เอาคนบ้านนอกออกไปนานๆ มันก็เสียคนได้ 555

ดูเพิ่มเติม
ในภาพอาจจะมี 10 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน และสถานที่ในร่ม
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, พื้นหญ้า, ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ
ในภาพอาจจะมี 3 คน, คนที่ยิ้ม
ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, ต้นไม้, เมฆ, ต้นพืช, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ
 
 
ความคิดเห็น
 
 
 
Soontong Na Ponesawaang
เขียนความคิดเห็น...
 
 
 
 
Max Kittipong Thuthan ถึง ศรีสุวรรณภูมิปกรนัม

( ประวัติศาสตร์น่าสนใจ )

เชื่อหรือไม่? เจ้าชายสิทธัตถะ มิได้หนีออกบวชกลางคืนกับนายฉันนะ หากออกบวชกลางวัน ต่อหน้าพระราชบิดาและพระราชมารดา และเสด็จออกบวชเพราะเ...รื่องการเมือง ?

บทความพิเศษ โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก (มติชน)
----------------------------

ผมเคยพูดกับเพื่อนๆ หลายคนว่า คนที่ศึกษาพุทธศาสนา ถ้ามีภูมิหลังเป็นนักประวัติศาสตร์แล้วจะศึกษาได้ลึกซึ้งและกว้างขวางกว่าคนที่บวชเรียนนักธรรมบาลีโดยตรงอย่างผมแน่นอน

เหตุผลหรือครับ ศาสดาใดก็ตาม จะบัญญัติหลักคำสอนหรือคิดค้นเทคนิคการสอนไปแนวไหน อย่างไร แบ๊กกราวนด์ของศาสดานั้นมีส่วนในการกำหนดไม่น้อย

ยกตัวอย่างพระพุทธเจ้า เมื่อ เมื่อพระองค์ตั้งคณะสงฆ์ขึ้นแล้ว พระองค์มอบอำนาจทางการปกครองให้พระสงฆ์จัดการกันเอง การตัดสินปัญหาต่างๆ พระพุทธองค์มิได้เป็นผู้บงการหรือชี้นำ พระสงฆ์ตัดสินกันเอง โดยระบบ "ถือเสียงข้างมาก"

หรือที่ภาษาเทคนิคเขาเรียกว่า เยภุยยสิกา

สังฆกรรมของสงฆ์จึงดำเนินไปโดยระบบประชาธิปไตย ไม่มีอภิสิทธิ์ ไม่มีเผด็จการ

เช่น ใครจะเข้ามาบวช อุปัชฌาย์ จะใช้สิทธิ์รับเข้ามาเอง โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากพระสงฆ์ทั้งหมดไม่ได้

ผู้ที่ไม่สนใจประวัติศาสตร์อินเดียโบราณ ก็จะสรุปเอาง่ายๆ ว่า พระพุทธเจ้าทรงคิดค้นวิธีปกครองแบบประชาธิปไตยพระพุทธศาสนาเท่านั้นมีการปกครองแบบประชาธิปไตยก่อนใครทั้งหมด

แต่ถ้ามองจากสายตาของนักประวัติศาสตร์ เราก็จะทราบว่า ระบบเยภุยยสิกาของพระพุทธเจ้า พระองค์มิได้คิดค้นมาจากไหน พระองค์ก็เอามาจากภูมิหลังที่พระองค์เคยประสบพบเห็นอยู่ก่อนเสด็จออกบรรพชานั่นเอง

อินเดียสมัยนั้นกว้างใหญ่ไพศาล ภูมิภาคแถบเชิงเขาหิมาลัยมีกลุ่มหรือเผ่าชนที่มีระบบการปกครองไม่เหมือนเผ่าอื่นจำนวนหนึ่ง เท่าที่นักประวัติศาสตร์ยืนยันก็มี พวกลิจฉวีแห่งไพศาลี มัลละ แห่งปาวาและกุสินารา ศากยะแห่งกบิลพัสดุ์ โกลิยะแห่งเทวทหะ พวกนี้จะเลือกตั้งผู้ปกครองขึ้นมาโดยการลงคะแนนเสียงรัฐสภา ซึ่งเรียกกันสมัยนันว่า "สัณฐาคาร"

คนที่ได้รับเลือกตั้งโดยผ่านเสียงข้างมาก เรียกตามศัพท์เทคนิคว่า "กษัตริย์" กษัตริย์จะบริหารประเทศโดยทางรัฐสภา มีปัญหาอะไรจะต้องหารือวินิจฉัยในสภา เสียงข้างมากออกมาอย่างไร ก็เป็นไปตามนั้นและกษัตริย์มีเทอม (มากน้อยแล้วแต่กำหนด) หมดเทอมแล้วก็เลือกตั้งกษัตริย์องค์ใหม่ทำหน้าที่สืบต่อไป

ไม่ใช่ว่า กษัตริย์เป็นผู้มีอำนาจสิทธิ์ขาด ในความหมายที่เราเข้าใจกัน

กษัตริย์ปกครองศากยะสมัยนั้นชื่อ สุทโธทนะ

สุทโธทนะได้รับเลือกให้เป็นประมุขชาวศากยะ มีเทอมหรือกำหนดเวลาหมดเทอมคนอื่นก็ขึ้นมาแทน คนที่ขึ้นมาแทนอาจมิใช่เจ้าชายสิทธัตถะ พระโอรสของท่านก็ได้

เพราะเขามิได้ใช้ระบบสืบรัชทายาทอย่างที่เราเข้าใจกัน ที่เราเรียนพุทธประวัติตอนหนึ่งว่า พอเจ้าชายสิทธัตถะประสูติ โหรทำนายว่า ถ้าพระกุมารเสด็จออกบวชจะได้เป็นศาสดาเอกในโลก แต่ถ้าอยู่ครองเรือนจะได้เป็นพระจักรพรรดิมีแสนยานุภาพมากมายไพศาลนั้น ไม่แน่เสมอไป หรอกครับ เจ้าชายสิทธัตถะท่านอาจไม่ได้รับเลือกเป็นกษัตริย์ต่อจากสุทโธทนะเลยก็ได้

เพราะทั้งหมดขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุมรัฐสภา

เมื่อมองในแง่ประวัติศาสตร์แล้ว ก็ขอมองต่อไปอีกสาเหตุให้พระองค์ออกบวช ข้อมูลทางประวัติศาสตร์จะชี้ข้อเท็จจริงออกมาดังนี้ครับ

1. เจ้าชายสิทธัตถะ มิได้เสด็จหนีออกบวชเวลากลางคืนโดยที่ใครๆ ไม่รู้เห็นเหมือนดังที่พุทธประวัติเขียนกัน

2. เจ้าชายสิทธัตถะ เสด็จออกบวชเพราะแรงผลักดันทางการเมือง

ทั้งสองข้อนี้ออกจะกลับ "ตาลปัตร" กับที่เคยรู้เคยเรียนมา บางท่านคงจะรับไม่ได้ ไม่เป็นไรครับ รับไม่ได้ก็อย่ารับ

แต่ขอเรียนว่า ข้อสรุปข้างต้นนี้ผมมิได้นั่งเทียนเขียนเอาเองนะครับ มีหลักฐานอ้างอิงอย่างหนักแน่นเชียวแหละ (อ่านจบ จะรู้เอง ผมได้หลักฐานมาจากไหน)

พุทธประวัติเขียนไว้ เจ้าชายเสด็จหนีกลางคืนพร้อมนายฉันนะมหาดเล็กคนสนิท แต่พุทธประวัติก็ดี ปฐมสมโพธิก็ดี อาจารย์รุ่นหลังเขียนกันทั้งนั้น พระไตรปิฎก ซึ่งเป็นตำราชั้นต้นจริงๆ ไม่มีที่ไหนพูดว่าเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จหนีบวชตอนกลางคืน

ในพระสูตรสูตรหนึ่ง พระพุทธเจ้าตรัสถึงการออกบวชของพระองค์ว่า พระองค์ทรงคำนึงถึงความเกิด แก่ เจ็บ ตาย แล้วคิดหาทางหลุดพ้น จึงถือเพศบรรพชิตออกบวช ในขณะที่พระบิดามารดา มีน้ำตานองหน้า ร้องไห้คร่ำครวญอยู่

สังเกตคำที่เขียนนั้นไหมครับ ตัวท่านเองตรัสว่าท่านมิได้หนีพ่อแม่ไปบวช บวชทั้งๆ ที่พ่อแม่เห็นๆ อยู่ ร้องห่มร้องไห้อาลัยอาวรณ์

และสังเกตท่านพูดถึง "แม่" ท่านด้วย อาจหมายถึงว่าพระนางสิริมายา ยังไม่ทิวงคตหลังจากเจ้าชายสิทธัตถะประสูติได้เจ็ดวันดั่งที่เราเรียนมาก็ได้

หรือ "แม่" ในที่นี้อาจหมายถึงแม่เลี้ยงก็ได้

แต่ช่างเถิด เราละประเด็นนี้ไปก่อน ขอพูดถึงการหนีบวชไม่หนีบวชกันดีกว่า

ถ้าตามพระดำรัสนี้ แสดงว่าเจ้าชายสิทธัตถะมิได้เสด็จหนีบวชในเวลากลางคืนแน่ แต่บวชขณะที่พระราชบิดา (และ พระราชมารดา) รู้เห็นอยู่ แต่ไม่อยู่ในฐานะทัดทานได้

เรื่องนี้มีพระสูตรจากพระไตรปิฎก 8 แห่งข้อความตรงกันกับที่ขีดเส้นใต้ข้างบนคือ

1. ปราสิสูตร (พระไตรปิฎกเล่มที่ 12)

2. มหาสัจจกสูตร (พระไตรปิฎกเล่มที่ 12)

3. โพธิราชกุมารสูตร (พระไตรปิฎกเล่มที่ 13)

4. จังกีสูตร (พระไตรปิฎกเล่มที่ 13)

5. สังคารวสูตร (พระไตรปิฎกเล่มที่ 13)

6. โลณทัณฑสูตร (พระไตรปิฎกเล่มที่ 9)

7. กูฏทันตสูตร (พระไตรปิฎกเล่มที่ 9)

8. สารีปุตตนิทเทส (พระไตรปิฎกเล่มที่ 19)

("ในกาลต่อมา เราตถาคตยังหนุ่มแน่น แข็งแรง เกศาดำสนิท อยู่ในปฐมวัย เมื่อพระราชมารดา (พระมารดาเลี้ยง) และพระราชบิดาไม่ทรงปรารถนาให้ผนวช มีพระพักตร์นองด้วยน้ำพระเนตร ทรงกรรแสงอยู่ จึงโกนผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ออกจากวังบวชเป็นบรรพชิต")

ถ้าถามต่อไปว่า ทำไมจึงทัดทานไม่ได้ ทั้งๆ ที่ไม่อยากให้โอรสบวชก็ต้องตอบตามสมมุติฐานข้อสอง นั้นคือเจ้าชายสิทธัตถะถูกผลักดันให้ออกไปจากประเทศ พระเจ้าสุทโธทนะจึงจะเป็นกษัตริย์ประมุขชาวศากยะในขณะนั้น ก็ไม่อยู่ในฐานะช่วยโอรสตนเองได้ ในเมื่อเป็นมติของนภาตัดสินออกมา

ถามต่อไปว่า เรื่องอะไรล่ะ ที่ทำให้ชาวศากยะถึงต้องลงมติผลักดันให้เจ้าชายสิทธัตถะออกจากเมือง ก็ต้องโยงถึงเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของศากยวงศ์เรื่องหนึ่ง คือ "ศึกชิงน้ำ"

เชื้อสายของพระพุทธเจ้าแบ่งเป็นสองกลุ่มตั้งเมืองอยู่สองฟากฝั่งแม่น้ำเล็กๆ สายหนึ่งชื่อ "โรหิณี" ศากยะแห่งกบิลพัสดุ์อยู่ฟากหนึ่ง โกลิยะแห่งเทวทหะอยู่อีกฟากหนึ่ง ทั้งสองตระกูลเป็นพวกที่หยิ่งในสายเลือดของตัวเองมากจึงแต่งงานในระหว่างญาติพี่น้องกันเอง (ซึ่งผิดกฎเมนเดลเป็นอย่างมากอาจเพราะเหตุนี้ก็ได้ที่ทำให้ชาติพันธุ์ของพระพุทธเจ้าสูญไปจากหน้าประวัติศาสตร์เร็วกว่ากำหนด นอกเหนือไปจากทำสงครามล้างผลาญกันเอง ซึ่งจะกล่าวข้างหน้า)

ทั้งสองตระกูลนี้มีอาชีพหลักคือกสิกรรมอาศัยน้ำในแม่น้ำโรหิณีทำนามีการกระทบกระทั่งกันเกี่ยวกับการแย่งทดน้ำไปทำนาบ่อยครั้ง เป็นปัญหาเรื้อรังมานมนาน จนกระทั่งถึงสมัยที่เจ้าชายสิทธัตถะอยู่ในวัยฉกรรจ์ ความวิวาทบาดหมางได้ทวีความรุนแรงขึ้น ถึงขั้นศากยะแห่งกบิลพัสดุ์เรียกประชุมตัดสินชี้ขาดในสภา

เสียงส่วนมากในที่ประชุมเสนอว่า สมควรใช้มาตรการสุดท้ายคือยกทัพไปรบกับ โกลิยะแห่งเทวหะให้รู้แล้วรู้รอดกันเสียที

แต่เจ้าชายสิทธัตถะ (อาจมีสมาชิกอื่นด้วย) ไม่เห็นด้วยกับที่พี่น้องกันเองจะล้างผลาญกัน เมื่อโหวตเสียงปรากฏว่าแพ้มติที่ประชุม ทั้งๆ ที่แพ้มติที่ประชุมเจ้าชายไม่ยอมเลิกลา ยืนขึ้นคัดค้านกระต่ายขาเดียวอยู่นั่นแล้ว

นับว่าปฏิบัติผิดระเบียบข้อบังคับของสภาอย่างร้ายแรง จึงถูกขับออกไปในที่สุด

แต่การให้เจ้าชายสิทธัตถะออกจากเมืองมิใช่เรื่องเล็กน้อย พวกศากยะเป็นประเทศราชขึ้นอยู่กับพระเจ้าปเสนทิโกศล แห่งรัฐโกศลอีกต่อหนึ่ง (มิได้เป็นประเทศอิสระใหญ่โต อย่างที่ชาวพุทธไทยเราเชื่อกัน) พวกเขากลัวว่า ถ้าปเสนทิโกศลเจ้านายเหนือหัวทราบเรื่องเข้า อาจยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องได้ จึงตกลงกันให้ระงับศึกชิงน้ำไว้สักพักหนึ่งก่อน และขอคำมั่นจากเจ้าชายสิทธัตถะว่าจะต้องไม่ให้ปเสนทิโกศลรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด

สิทธัตถะรับปาก และเพื่อให้พวกศากยะวางใจยิ่งขึ้น จึงถือเพศบรรพชิตออกไปให้เห็นประจักษ์กับตาเลยทีเดียว

(ไม่ว่าสมัยนั้น หรือสมัยไหน เพศบรรพชิตถือว่าไม่มีพิษภัยกับใครในประวัติศาสตร์ไทย ผู้ที่หนีราชภัยออกบวช ย่อมไม่ได้รับการรบกวนจากกษัตริย์ผู้มีอำนาจ นี่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาแต่โบราณกาล)

ดูตามแผนที่เมืองกบิลพัสดุ์อยู่ไม่ไกลจากเมืองสาวัตถีเมืองหลวงของแคว้นโกศลเท่าไหร่ แต่เจ้าชายสิทธัตถะไม่เสด็จไปทางนั้น กลับมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกผ่านแคว้นมัลละของมัลลกษัตริย์ ข้ามแม่น้ำอโนมาเข้าไปยังเขตมคธรัฐซึ่งมีมหาราชชื่อพิมพิสารปกครองอยู่ ทรงบำเพ็ญเพียรที่นั่นตรัสรู้ที่นั่นและวางรากฐานพระพุทธศาสนาที่นั่นเช่นกัน

หลังจากนั้นหลายปี พระองค์จึงเหยียบย่างไปยังแคว้นโกศล ทั้งหมดนี้ อาจเพราะว่าพระองค์ทรงรักษาคำมั่นที่ให้ไว้กับพวกศากยะอย่างเคร่งครัดก็ได้

เมื่อพระพุทธองค์ทรงวางรากฐานพุทธศาสนาที่แคว้นมคธมั่นคงแล้ว พระเจ้าปเสนทิโกศลจึงเข้าไปหาพระพุทธเจ้า ได้ฟังธรรมจากพระองค์แล้วเกิดเลื่อมใส มอบตนเป็นสาวกคนหนึ่ง

พอถึงตอนนี้พวกศากยะซึ่งแต่เดิมดูถูกเหยียดหยามพระองค์ พลอยเห็นความสำคัญของพระพุทธเจ้าขึ้นมาบ้าง

ศึกแย่งน้ำปะทุขึ้นอีกครั้งหนึ่ง พระญาติทั้งสองฝ่ายยกพลมาหมายขยี้ให้แหลกไปข้างหนึ่ง พระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่องเสด็จมาห้ามทัพไว้ทัน เทศนาสอนให้พวกเขาเห็นโทษในการล้างผลาญสายเลือดเดียวกันจนยุติเลิกรากันได้ในที่สุด

การห้ามสงครามเลือดครั้งนี้เป็นเหตุสำคัญในประวัติศาสนา จึงมีการสร้างพระพุทธรูปขึ้นปางหนึ่งเป็นอนุสรณ์ เป็นรูปยืนยกพระหัตถ์ขวาขึ้นในท่าห้ามปราม เรียกว่า พระพุทธรูปปางห้ามญาติ

เข้าใจว่า เผ่าศากยะสมัยนั้น คงมีจำนวนไม่มากมายเท่าไรนัก ศึกล้างโคตรกันเอง โดยวิฑูฑภะครั้งนั้น คงไม่สามารถฆ่าได้หมดทุกคน ที่หลบหนีภัยครั้งนั้นก็คงมีไม่น้อย ได้แตกลูกแตกหลานสืบกันมาเป็นจำนวนมาก

แม้ปัจจุบันนี้ที่ประเทศเนปาล ถิ่นมาตุภูมิของพระพุทธเจ้า ก็ยังมีตระกูล "ซาเกีย" ซึ่งเป็นตระกูลที่ใหญ่มากตระกูลหนึ่ง เขาอ้างว่าสืบมาจาก ศากยะสมัยพุทธกาลนั่นเอง

ดูหน้าตาคนเนปาลแล้วอดแปลกใจไม่ได้ ไม่มีเค้า "อารยัน" หรือ "ฝรั่ง" เอาเสียเลย พวกนี้ผิวเหลือง (คล้ายคนไทย) เป็นเชื้อสายมองโกเลีย

ถ้าพระพุทธเจ้าเป็นบรรพบุรุษของคนเนปาลปัจจุบันนี้ พระองค์ก็ต้องเป็นมองโกเลีย

(แต่ฉบับหนังสือเล่มที่ผมเองมีอยู่ อ.เสถียรพงศ์ เขียนประโยคสุดท้ายต่อว่า "เผลอๆ เป็นคนไทยด้วยซ้ำ" )

28 กันยายน พ.ศ. 2554
----
หมายเหตุ : ทัศนะที่ว่าพระพุทธเจ้าเป็นชาวมองโกล อ่าน เดช ตุลวรรธนะ เรียนพระพุทธศาสนาอย่างปัญญาชน เล่ม 3 พุทธประวัติฉบับมองโกล, กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์กรมยุทธศึกษาทหารบก, 2525 และที่ว่าเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบวชด้วยเหตุผลทางการเมือง โปรดอ่าน B.R. Ambedkar. The Buddha and His Dhamma. Bombay: Siddharth College Publication I. 1957 และ เสฐียร พันธรังสี, พุทธประวัติมหายาน (พุทธประวัติฉบับค้นพบใหม่) กรุงเทพฯ : แพร่พิทยา, 2525 น่าสังเกตว่า ในพระสูตรกล่าวถึงมหาปุรสลักษณะ 32 ประการข้อหนึ่งว่า "สุวณฺณวณฺโณ" พระพุทธเจ้าทรงมีสีผิวดั่งทอง (ผิวเหลือง)

---------
บทความนี้ตีพิมพ์ในหนังสือ "พุทธศาสนา:ทรรศนะและวิจารณ์" โดย เสถียรพงษ์ วรรณปก สนพ.มติชน มีบทความที่น่าสนใจอื่นๆ อีกหลายเรื่องครับ ดูภาพปก คลิก www.facebook.com/photo.php?fbid=604232479622272&set=p.604232479622272&type=1&theater

ดูเพิ่มเติม
ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังนั่ง
ศาสนวิทยา dr.Sinchai Chaojaroenrat

เชื่อหรือไม่? เจ้าชายสิทธัตถะ มิได้หนีออกบวชกลางคืนกับนายฉันนะ หากออกบวชกลางวัน ต่อหน้าพระราชบิดาและพระราชมารดา และเสด็จออกบวชเพราะเรื่องการเมือง ?

บทความพ...ิเศษ โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก (มติชน)
----------------------------

ผมเคยพูดกับเพื่อนๆ หลายคนว่า คนที่ศึกษาพุทธศาสนา ถ้ามีภูมิหลังเป็นนักประวัติศาสตร์แล้วจะศึกษาได้ลึกซึ้งและกว้างขวางกว่าคนที่บวชเรียนนักธรรมบาลีโดยตรงอย่างผมแน่นอน

เหตุผลหรือครับ ศาสดาใดก็ตาม จะบัญญัติหลักคำสอนหรือคิดค้นเทคนิคการสอนไปแนวไหน อย่างไร แบ๊กกราวนด์ของศาสดานั้นมีส่วนในการกำหนดไม่น้อย

ยกตัวอย่างพระพุทธเจ้า เมื่อ เมื่อพระองค์ตั้งคณะสงฆ์ขึ้นแล้ว พระองค์มอบอำนาจทางการปกครองให้พระสงฆ์จัดการกันเอง การตัดสินปัญหาต่างๆ พระพุทธองค์มิได้เป็นผู้บงการหรือชี้นำ พระสงฆ์ตัดสินกันเอง โดยระบบ "ถือเสียงข้างมาก"

หรือที่ภาษาเทคนิคเขาเรียกว่า เยภุยยสิกา

สังฆกรรมของสงฆ์จึงดำเนินไปโดยระบบประชาธิปไตย ไม่มีอภิสิทธิ์ ไม่มีเผด็จการ

เช่น ใครจะเข้ามาบวช อุปัชฌาย์ จะใช้สิทธิ์รับเข้ามาเอง โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากพระสงฆ์ทั้งหมดไม่ได้

ผู้ที่ไม่สนใจประวัติศาสตร์อินเดียโบราณ ก็จะสรุปเอาง่ายๆ ว่า พระพุทธเจ้าทรงคิดค้นวิธีปกครองแบบประชาธิปไตยพระพุทธศาสนาเท่านั้นมีการปกครองแบบประชาธิปไตยก่อนใครทั้งหมด

แต่ถ้ามองจากสายตาของนักประวัติศาสตร์ เราก็จะทราบว่า ระบบเยภุยยสิกาของพระพุทธเจ้า พระองค์มิได้คิดค้นมาจากไหน พระองค์ก็เอามาจากภูมิหลังที่พระองค์เคยประสบพบเห็นอยู่ก่อนเสด็จออกบรรพชานั่นเอง

อินเดียสมัยนั้นกว้างใหญ่ไพศาล ภูมิภาคแถบเชิงเขาหิมาลัยมีกลุ่มหรือเผ่าชนที่มีระบบการปกครองไม่เหมือนเผ่าอื่นจำนวนหนึ่ง เท่าที่นักประวัติศาสตร์ยืนยันก็มี พวกลิจฉวีแห่งไพศาลี มัลละ แห่งปาวาและกุสินารา ศากยะแห่งกบิลพัสดุ์ โกลิยะแห่งเทวทหะ พวกนี้จะเลือกตั้งผู้ปกครองขึ้นมาโดยการลงคะแนนเสียงรัฐสภา ซึ่งเรียกกันสมัยนันว่า "สัณฐาคาร"

คนที่ได้รับเลือกตั้งโดยผ่านเสียงข้างมาก เรียกตามศัพท์เทคนิคว่า "กษัตริย์" กษัตริย์จะบริหารประเทศโดยทางรัฐสภา มีปัญหาอะไรจะต้องหารือวินิจฉัยในสภา เสียงข้างมากออกมาอย่างไร ก็เป็นไปตามนั้นและกษัตริย์มีเทอม (มากน้อยแล้วแต่กำหนด) หมดเทอมแล้วก็เลือกตั้งกษัตริย์องค์ใหม่ทำหน้าที่สืบต่อไป

ไม่ใช่ว่า กษัตริย์เป็นผู้มีอำนาจสิทธิ์ขาด ในความหมายที่เราเข้าใจกัน

กษัตริย์ปกครองศากยะสมัยนั้นชื่อ สุทโธทนะ

สุทโธทนะได้รับเลือกให้เป็นประมุขชาวศากยะ มีเทอมหรือกำหนดเวลาหมดเทอมคนอื่นก็ขึ้นมาแทน คนที่ขึ้นมาแทนอาจมิใช่เจ้าชายสิทธัตถะ พระโอรสของท่านก็ได้

เพราะเขามิได้ใช้ระบบสืบรัชทายาทอย่างที่เราเข้าใจกัน ที่เราเรียนพุทธประวัติตอนหนึ่งว่า พอเจ้าชายสิทธัตถะประสูติ โหรทำนายว่า ถ้าพระกุมารเสด็จออกบวชจะได้เป็นศาสดาเอกในโลก แต่ถ้าอยู่ครองเรือนจะได้เป็นพระจักรพรรดิมีแสนยานุภาพมากมายไพศาลนั้น ไม่แน่เสมอไป หรอกครับ เจ้าชายสิทธัตถะท่านอาจไม่ได้รับเลือกเป็นกษัตริย์ต่อจากสุทโธทนะเลยก็ได้

เพราะทั้งหมดขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุมรัฐสภา

เมื่อมองในแง่ประวัติศาสตร์แล้ว ก็ขอมองต่อไปอีกสาเหตุให้พระองค์ออกบวช ข้อมูลทางประวัติศาสตร์จะชี้ข้อเท็จจริงออกมาดังนี้ครับ

1. เจ้าชายสิทธัตถะ มิได้เสด็จหนีออกบวชเวลากลางคืนโดยที่ใครๆ ไม่รู้เห็นเหมือนดังที่พุทธประวัติเขียนกัน

2. เจ้าชายสิทธัตถะ เสด็จออกบวชเพราะแรงผลักดันทางการเมือง

ทั้งสองข้อนี้ออกจะกลับ "ตาลปัตร" กับที่เคยรู้เคยเรียนมา บางท่านคงจะรับไม่ได้ ไม่เป็นไรครับ รับไม่ได้ก็อย่ารับ

แต่ขอเรียนว่า ข้อสรุปข้างต้นนี้ผมมิได้นั่งเทียนเขียนเอาเองนะครับ มีหลักฐานอ้างอิงอย่างหนักแน่นเชียวแหละ (อ่านจบ จะรู้เอง ผมได้หลักฐานมาจากไหน)

พุทธประวัติเขียนไว้ เจ้าชายเสด็จหนีกลางคืนพร้อมนายฉันนะมหาดเล็กคนสนิท แต่พุทธประวัติก็ดี ปฐมสมโพธิก็ดี อาจารย์รุ่นหลังเขียนกันทั้งนั้น พระไตรปิฎก ซึ่งเป็นตำราชั้นต้นจริงๆ ไม่มีที่ไหนพูดว่าเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จหนีบวชตอนกลางคืน

ในพระสูตรสูตรหนึ่ง พระพุทธเจ้าตรัสถึงการออกบวชของพระองค์ว่า พระองค์ทรงคำนึงถึงความเกิด แก่ เจ็บ ตาย แล้วคิดหาทางหลุดพ้น จึงถือเพศบรรพชิตออกบวช ในขณะที่พระบิดามารดา มีน้ำตานองหน้า ร้องไห้คร่ำครวญอยู่

สังเกตคำที่เขียนนั้นไหมครับ ตัวท่านเองตรัสว่าท่านมิได้หนีพ่อแม่ไปบวช บวชทั้งๆ ที่พ่อแม่เห็นๆ อยู่ ร้องห่มร้องไห้อาลัยอาวรณ์

และสังเกตท่านพูดถึง "แม่" ท่านด้วย อาจหมายถึงว่าพระนางสิริมายา ยังไม่ทิวงคตหลังจากเจ้าชายสิทธัตถะประสูติได้เจ็ดวันดั่งที่เราเรียนมาก็ได้

หรือ "แม่" ในที่นี้อาจหมายถึงแม่เลี้ยงก็ได้

แต่ช่างเถิด เราละประเด็นนี้ไปก่อน ขอพูดถึงการหนีบวชไม่หนีบวชกันดีกว่า

ถ้าตามพระดำรัสนี้ แสดงว่าเจ้าชายสิทธัตถะมิได้เสด็จหนีบวชในเวลากลางคืนแน่ แต่บวชขณะที่พระราชบิดา (และ พระราชมารดา) รู้เห็นอยู่ แต่ไม่อยู่ในฐานะทัดทานได้

เรื่องนี้มีพระสูตรจากพระไตรปิฎก 8 แห่งข้อความตรงกันกับที่ขีดเส้นใต้ข้างบนคือ

1. ปราสิสูตร (พระไตรปิฎกเล่มที่ 12)

2. มหาสัจจกสูตร (พระไตรปิฎกเล่มที่ 12)

3. โพธิราชกุมารสูตร (พระไตรปิฎกเล่มที่ 13)

4. จังกีสูตร (พระไตรปิฎกเล่มที่ 13)

5. สังคารวสูตร (พระไตรปิฎกเล่มที่ 13)

6. โลณทัณฑสูตร (พระไตรปิฎกเล่มที่ 9)

7. กูฏทันตสูตร (พระไตรปิฎกเล่มที่ 9)

8. สารีปุตตนิทเทส (พระไตรปิฎกเล่มที่ 19)

("ในกาลต่อมา เราตถาคตยังหนุ่มแน่น แข็งแรง เกศาดำสนิท อยู่ในปฐมวัย เมื่อพระราชมารดา (พระมารดาเลี้ยง) และพระราชบิดาไม่ทรงปราร