*/
  • สูนทอง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : swanwit@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2014-07-27
  • จำนวนเรื่อง : 392
  • จำนวนผู้ชม : 94686
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
วันจันทร์ ที่ 2 กันยายน 2562
Posted by สูนทอง , ผู้อ่าน : 195 , 02:35:34 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน แดนอีศาน โหวตเรื่องนี้

ผู้ไท หรือ ภูไท
บนเวทีสัมมนาวิชาการ เรื่อง “ผู้ไทโลก ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร?” ณ โรงละครเมืองเว วัดธาตุเรณู อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา แม้จะไม่สามารถกล่าวได้ว่าเป็น “ฉันทามติ” ของทั้งคณะวิทยากรผู้เสวนา และผู้เข้าฟังการเสวนา แต่น่าจะพอพูดได้ว่า “เสียงส่วนใหญ่” สนับสนุนให้ใช้ คำว่า “ผู้ไท” แทน “ผู้ไทย” และ “ภูไท” ที่สับสนกันมานาน เหตุผลคือ 1. คำว่า “ไทย” เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อ 73 ปีที่ผ่านมา เมื่อจอมพล ป.พิบูลสงคราม เปลี่ยนชื่อดินแดนที่เรียกว่า “สยาม” เป็น “ประเทศไทย” (Thailand) ในปี พ.ศ.2482 และเรียกคนที่อยู่ในประเทศนี้ว่า “คนไทย” (แม้ว่าในทางชาติพันธุ์จะมีเชื้อจีน มอญ ลาว หรือขะแมร์ก็ตาม) 2.มีหลักฐานมากมาย บ่งชี้ว่า มีกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่ง ตั้งถิ่นฐานอยู่ในดินแดนสุวรรณภูมิมานานเกินกว่า 1 ,000 ปี ซึ่งในทางวิชาการชาติพันธุ์วิทยา เรียกกลุ่มนี้อย่างเป็นทางการว่า “ไท” หรือ “ไต” ( Dai / Tai) ปัจจุบัน กลุ่มชาติพันธุ์นี้กระจายอยู่ในประเทศต่าง ๆ อาทิ ไทลื้อ ไทใต้คง ในจีนตอนใต้ ไทอาหม ไทคำตี่ ไทพ่าเก ในรัฐอัสสัมของอินเดีย ไทใหญ่ ไทขึน ไทมาว ไทเหนือ ในรัฐฉานของพม่า ไทพวนในประเทศลาว ไทดำ ไทขาว ไทแดง ในเวียดนามตอนเหนือ ฯลฯ 3.ในทางวิชาการ จัดกลุ่มชาว “ผู้ไท” ในภาคอีสานของประเทศไทย อยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์ไท หรือไต เช่นเดียวกัน 4. กล่าวเฉพาะชาว “ผู้ไทเรณูนคร” จะนิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ภูไทย” ซึ่งเคยเข้าใจกันว่า หมายถึงชาวผู้ไทที่มาตั้งถิ่นฐานใกล้ภูเขา แต่ในความเป็นจริง เรณูนครอยู่ใกล้แม่น้ำโขง ไกลจาก ภูพานน้อย ในเขต อ.นาแก ถึงกว่า 20 ก.ม. ดังนั้น การเขียนว่า “ภูไทย” น่าจะเกิดจากความเข้าใจผิด 5.ในกรณีที่ อนุสาร อสท. เป็นสื่อที่ใช้คำว่า “ภูไทยเรณูนคร” มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2503 ประเด็นนี้ คุณอภินันท์ บัวหภักดี บรรณาการภาพอนุสารอสท.คนปัจจุบัน แจ้งให้เวทีสัมมนาทราบว่า ได้รับจากชี้แจง (ทางวาจา) จากอดีตบรรณาธิการอสท.ปี 2503 ว่าการใช้คำว่า “ภูไทย” มีเหตุผลทางด้านความมั่นคงของชาติ ในยุคที่พรรคคอมมิวนิสต์ (พคท.) ทำสงครามแย่งชิงมวลชนกับรัฐบาลไทย 6.ดังนั้น ในยุคที่สงครามในภูมิภาคอาเซียนสงบลงแล้ว และทั้ง 10 ชาติอาเซียน กำลังจะก้าวสู่การเป็น “ประชาคมอาเซียน” ในปี 2558 ที่จะถึงนี้ จึงสมควรกำหนดใช้คำว่า “ผู้ไท” ให้เกิดความถูกต้องทางวิชาการ และไม่เป็นความสับสนสำหรับอนุชนรุ่นหลังสืบไป ซึ่งในกรณีนี้ ไม่เกี่ยวกับการรักชาติ หรือไม่รักชาติ(ไทย) และไม่ได้เกิดจากการมีอคติกับชื่อประเทศ “ไทย” แต่อย่างใดทั้งสิ้น 7.จึงเรียนมาเพื่อใคร่ขอเสนอให้ ดร.วิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภา สายเลือดผู้ไท จังหวัดนครพนม ประธานคณะกรรมการจัดงาน “วันผู้ไทโลก” 2555 พิจารณานำประเด็นนี้เสนอต่อ คณะกรรมการชำระพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิจารณาต่อไป # หมายเหตุ พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ระบุคำว่า “ผู้ไทย” น. ชนชาติไทยสาขาหนึ่ง แถวสิบสองจุไทย # ภาพ...ฟ้อนผู้ไทเรณูนคร ในงาน "วันผู้ไทโลก" 11 เมษายน 2555 ลานพระธาตุเรณู อ.เรณูนคร นครพนม

 

ความเป็นมาของชาวผู้ไทในสยาม

เมื่อ พ.ศ. 2369 (ก่อนสงครามเจ้าอนุวงศ์) ตรงกับในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่เมืองวังมีความวุ่นวาย เกิดขัดแย้งภายในของกลุ่มผู้ไท ที่มีเมืองวังเป็นเมืองหลัก ได้มีไทครัวผู้ไทกลุ่มหนึ่งอพยพมาตั้งบ้านเรือนในฝั่งขวาแม่น้ำโขง มีนายไพร่ รวม 2,648 คน ต่อมาได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านบุ่งหวาย ในปี พ.ศ. 2373 พระสุนทรราชวงษา เจ้าเมืองยโสธร ว่าราชการอยู่เมืองนครพนมได้มีใบบอกขอตั้งบ้านดงหวายเป็นเมือง "เรณูนคร" ต่อมา ร.3 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกบ้านบุ่งหวาย ขึ้นเป็นเมืองเรณูนคร และตั้งให้ ท้าวสาย หัวหน้าไทครัวผู้ไทเป็น "พระแก้วโกมล" เจ้าเมืองเรณูนคร คนแรก ขึ้นเมืองนครพนม(ในปี พ.ศ. 2387) ซึ่งคือท้องที่ อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนมในปัจจุบันนั่นเอง (จากเอกสาร ร.3 จ.ศ.1206 เลขที่ 58 หอสมุดแห่งชาติ) ชาวผู้ไทเรณูนคร จึงเป็นชาวผู้ไทกลุ่มแรกที่อพยพมาอยู่ในเขตฝั่งขวาแม่น้ำโขง(หมายถึงผู้ไทที่เป็นบรรพบุรุษของคนผู้ไทในอิสานปัจจุบัน)

ในปี พ.ศ. 2387 ผู้ไทจากเมืองวังอ่างคำและเมืองใกล้เคียง ก็อพยพตามมา เป็นกลุ่มที่ 2 แล้วไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองพรรณานิคม (จังหวัดสกลนคร) เมืองคำชะอี หนองสูง (จังหวัดมุกดาหาร) เมืองกุดสิมนารายณ์ (อำเภอเขาวงและอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์)ตามลำดับ โดยผู้ไทกลุ่มจากเมืองกะป๋องได้อพยพมาตั้งที่เมืองวาริชภูมิเป็นกลุ่มผู้ไทที่ข้ามมาฝั่งขวาแม่น้ำโขงกลุ่มล่าสุด (ในปี พ.ศ. 2420 ในสมัยรัชกาลที่ 5)

 
 
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แดนอีศาน วันที่ : 02/09/2019 เวลา : 06.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/FogSea

เคยไปดูดอุที่เรณู ไหละ ๑๘ บาท ดูดกันทั้งคืน(ดูดอุนะ) นั่งจีบสาวภูไทไปด้วย(ลุงชอบคำนี้และจะใช้คำนี้ตลอด จนกว่าจะสืบเสาะยืนยันรากเหง้าของภาษาที่แท้จริง !) ..ตอนนี้ถ้าเปิดเพลง"เรณูนคร -ร้องโดยศรคีรี ศรีประจวบ" ก็จะเข้าบรรยากาศ ได้อารมณ์ดีมาก ครับ..ขอบคุณ !

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน