• Supanich
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-08-29
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 67869
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน 2560
Posted by Supanich , ผู้อ่าน : 422 , 11:58:25 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

Artificial Intelligence (AI) หรือปัญญาประดิษฐ์ มาแรงมากในช่วงนี้ นับเป็นเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงโลกทั้งในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างเช่น ระบบแผนที่การเดินทาง ระบบยานยนต์ไร้คนขับ ระบบประหยัดพลังงานภายในบ้านและอาคาร ระบบรักษาความปลอดภัยจากการจดจำใบหน้า และอื่น ๆ อีกมากมาย

และทั้งพลิกโฉมธุรกิจในอนาคตอันใกล้ ตัวอย่างเช่น การจัดเก็บสต๊อกสินค้า การกระจายสินค้า การซื้อขายและนำเสนอสินค้าผ่านการตลาดสมัยใหม่ที่มีการวิเคราะห์และเรียนรู้พฤติกรรมของลูกค้า หรือแม้กระทั่งศาลยุติธรรมก็ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการตัดสินคดีความ

ถ้าติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เราจะเห็นความเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก นับตั้งแต่การพ่ายแพ้ของแชมป์โลกเกมส์ Go ต่อ AlphaGO ปัญญาประดิษฐ์แบบดีพเลิร์นนิ่งของบริษัทกูเกิล การออกมาเตือนโดยอีลอน มัสก์ (ผู้ก่อตั้งเพย์พาวเทสล่ามอเตอร์และสเปซเอ็กซ์) ถึงภัยคุกคามจากปัญญาประดิษฐ์ต่อมวลมนุษยชาติและอาจจะทำลายโลกได้ในอนาคต การออกมาพูดโดยประธานาธิบดี ปูติน ของรัสเซีย ว่าถ้าผู้ใดครอบครองเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ผู้นั้นจะสามารถครองโลก



ข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ www.timeshighereducation.com ปรากฏว่าประเทศจีนจดสิทธิบัตรด้านปัญญาประดิษฐ์มากที่สุดในโลกในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีสิทธิบัตรมากถึงเกือบ 4 หมื่นเรื่องและมากกว่าอเมริกาถึงเกือบเท่าตัว อีกทั้งมีข่าวน่าตื่นเต้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ ปัญญาประดิษฐ์สามารถระบุว่าผู้นั้นเป็นเกย์หรือไม่โดยเพียงดูจากรูปถ่าย

ผมว่าถึงจุดนี้ ปัญญาประดิษฐ์เริ่มเก่งกว่ามนุษย์และเก่งกว่าผมเสียอีก ตอนนี้หลาย ๆ บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างสนใจ และตั้งแผนกหรือแล็บด้านปัญญาประดิษฐ์กันยกใหญ่ ราวกับว่ากลัวจะตกขบวนรถไฟความเร็วสูง นับตั้งแต่ อินเทล ไมโครซอฟท์ ไป่ตู้ ซัมซุง ฮิตาชิ ฯลฯ

หลายมหาวิทยาลัยออกมาเปิดหลักสูตรด้านปัญญาประดิษฐ์ ทั้งมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือเอ็มไอที ก็เปิดให้ทุกคนสามารถเรียนฟรีผ่านอินเทอร์เน็ตด้วย Open Course Ware และอีกหลายสถาบัน

ล่าสุดข่าวที่ไอบีเอ็มร่วมมือกับเอ็มไอทีสร้างแล็บ MIT-IBM Watson AI lab โดยลงทุนสูงถึง 240 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 8,000 ล้านบาท ในอีก 10 ปีข้างหน้า ห้องแล็บนี้จะวิจัยองค์ความรู้พื้นฐานและองค์ความรู้ใหม่ด้านปัญญาประดิษฐ์ที่จะพัฒนาทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ รวมถึงอัลกอลิธึมที่ก้าวหน้าทันสมัย เพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไปสู่ธุรกิจ โดยเน้นธุรกิจด้านสุขภาพและสาธารณสุข และการรักษาความปลอดภัยจากไซเบอร์

นับว่าเป็นการลงทุนวิจัยระหว่างบริษัทเอกชนกับมหาวิทยาลัยในระยะยาวในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์

ประเทศไทยตื่นตัวในเรื่องนี้พอสมควรทั้งในแวดวงวิชาการและธุรกิจ แต่ยังขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องปัญญาประดิษฐ์อย่างแท้จริง ทั้งระดับอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเมื่อเทียบกับต่างประเทศทั้งเชิงคุณภาพและปริมาณของบุคลากร

ประเทศไทย 4.0 มีการวางแผนที่จะรับมือเทคโนโลยีนี้อย่างไร?

 

***************************

ที่มาเรื่อง: คอลัมน์เทคโนโลยีปริทรรศน์: AI เทคโนฯ เปลี่ยนโลก - กรุงเทพธุรกิจ
ภาพจากอินเทอร์เน็ต

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน