*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2225
  • จำนวนผู้ชม : 6204393
  • จำนวนผู้โหวต : 11239
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11239 คน
<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 28 มิถุนายน 2550
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 5892 , 06:21:47 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

เต่ากับกระต่าย ยุค 2007

หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องเต่ากับกระต่ายมาแล้ว เวอร์ชั่นกล่อมเด็กนอน กระต่ายหลับปุ๋ยเจ้าเต่าแซงเข้าเส้น เย้จบ... แต่นี่เป็นตอนต่อของเรื่องดังกล่าวเวอร์ชั่นวัยทำงาน อยากให้เพื่อนๆได้อ่านกัน เพราะเป็นเรื่องที่ให้ข้อคิดที่ดี


The Tortoise and the Hare: Once upon a time a tortoise and a hare had an argument about who was faster. They decided to settle the argument with a race. They agreed on a route and started off the race.

กาลครั้งหนึ่งยังไม่นานัก เจ้าเต่ากับกระต่ายถกเถียงกันว่าใครสามารถเคลื่อนไหวได้เร็วกว่ากัน ทั้งคู่จึงตกลงที่จะวิ่งแข่ง มีการกำหนดเส้นทางวิ่งแล้วทั้งคู่ก็เริ่มการแข่งขัน

The hare shot ahead and ran briskly for some time. Then seeing that he was far ahead of the tortoise, he thought he'd sit under a tree for some time and relax before continuing the race.

เจ้ากระต่ายวิ่งนำโด่งมาไกลก็เลยชะล่าใจ คิดว่าพักผ่อนใต้ต้นไม้ซักกะแป๊บนึงก่อนแข่งต่อก็คงดี


He sat under the tree and soon fell asleep. The tortoise plodding on overtook him and soon finished the race, emerging as the undisputed champ.


ไปๆมาๆก็ง่วงสิ ตื่นมาอีกทีเจ้าเต่าก็คว้าแชมป์ไปแล้ว


The hare woke up and realized that he'd lost the race. The moral of the story is that slow and steady wins the race.


เจ้ากระต่ายตื่นขึ้นมาเพีงเพื่อพบว่าตัวเองแพ้การแข่งขันซะแล้ว นิทานตอนนี้สอนให้รู้ว่า ช้าๆแต่มั่นคงสามารถเอาชนะได้(เหมือนกัน)


This is the version of the story that we've all grown up with.

ต่อไปนี้เป็นเป็นเวอร์ชั่นสมัยใหม่ที่เราคุ้นเคย

But then recently, someone told me a more interesting version of this story. It continues.

มีคนเล่าเวอร์ชั่นใหม่ที่น่าสนใจให้ฟัง เล่าต่อเลยนะ....

The hare was disappointed at losing the race and he did some soul-searching. He realized that he'd lost the race only because he had been overconfident, careless and lax. If he had not taken things for granted, there's no way the tortoise could have beaten him. So he challenged the tortoise to another race. The tortoise agreed.


เจ้ากระต่ายสันหลังยาวผิดหวังมากที่แข่งแพ้ มันจึงค้นหาจุดอ่อนของตนเอง แล้วก็พบว่าความมั่นใจในตัวเองเกินไปบวกกับความขี้เกียจ ของมันนั่นแหละที่ทำให้แพ้ ถ้ามันไม่เผลอหลับซะอย่าง เต่าหน้าไหนจะเอาชนะมันได้ มันจึงขอแก้ตัวใหม่อีกครั้ง “เฮ้ย..เมื่อกี๊ฟลุ้คอ๊ะป่าว แน่จริง..ใหม่เด่ะ" เจ้าเต่าก็ตกลง “ย่อมได้ไอ้น้อง"....

This time, the hare went all out and ran without stopping from start to finish. He won by several miles.

คราวนี้พอออกสตาร์ท เจ้ากระต่ายวิ่งหน้าตั้งโดยไม่หยุด แน่นอนว่าครั้งนี้ เจ้าเต่าโดนทิ้งไม่เห็นฝุ่น กระต่ายชนะขาดลอย 

The moral of the story?

เราได้ข้อคิดอะไรบ้างล่ะ...

Fast and consistent will always beat the slow and steady. If you have two people in your organization, one slow, methodical and reliable, and the other fast and still reliable at what he does, the fast and reliable chap will consistently climb the organizational ladder faster than the slow, methodical chap.

ต่อให้ช้าแต่ชัวร์ ยังไงก็แพ้คนที่เร็วและสม่ำเสมอ ถ้าเราเปรียบเทียบคนสองคนในองค์กรของเรา คนนึงช้าจริง ทำอะไรมีระบบระเบียบแบบแผน แต่ทำอะไรๆไม่เคยพลาด ไว้ใจได้แน่นอนในผลงานของเขา เทียบกับอีกคนนึงที่เร็วและก็พอไว้ใจได้ในสิ่งที่เขาทำ คนที่เร็วกว่ามักจะประสบความสำเร็จมีความเจริญก้าวหน้าในองค์กรนั้นๆมากกว่า (ซิกแซกไม่เป็น อะไรลัดได้ เร็วได้ก็ไม่กล้าเสี่ยงไม่กล้าทำ ผลงานก็เลยน้อยมั้ง)

It's good to be slow and steady; but it's better to be fast and reliable.


ไอ้ช้าแต่ชัวร์น่ะมันก็ดีอยู่หรอก แต่ให้เร็วและพอใช้ได้นี่ดีกว่า
....


But the story doesn't end here.

เรื่องยังไม่จบแค่นี้

The tortoise did some thinking this time, and realized that there's no way he can beat the hare in a race the way it was currently formatted. He thought for a while, and then challenged the hare to another race, but on a slightly different route. The hare agreed. They started off. In keeping with his self-made commitment to be consistently fast, the hare took off and ran at top speed until he came to a broad river. The finishing line was a couple of kilometers on the other side of the river.

คราวนี้ถึงทีเจ้าเต่ามาหาจุดบกพร่องของตัวเองบ้าง และมันก็พบว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะชนะกระต่ายในเส้นทางการวิ่งแบบที่เป็นอยู่นี้ มันก็คิดอยู่ซักครู่หนึ่งก็ไปท้ากระต่ายแข่งใหม่

แต่ขอเปลี่ยนเส้นทางวิ่งซะหน่อย เจ้ากระต่ายก็ว่าย่อมได้อยู่แล้วเพ่ พอการแข่งเริ่มปุ๊บ เจ้ากระต่ายก็ใส่เกียร์ห้อออกไปเต็มสปีดเลย จนกระทั่งไปถึงระหว่างทาง "เฮ้ย!!!..เวรกรรม ต้องข้ามแม่น้ำ ทำไงล่ะตู..." เส้นชัยอยู่ไม่ห่างจากฝั่งตรงข้ามเท่าไหร่เลย


The hare sat there wondering what to do. In the meantime the tortoise trundled along, got into the river, swam to the opposite bank, continued walking and finished the race.


เจ้ากระต่ายมัวแต่เง็งว่าจะทำไงดี จนเจ้าเต่าคืบคลานมาทันแล้วก็จ๋อมลงน้ำว่ายข้ามฝั่งไปเข้าเส้นชัย

The moral of the story?

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า....

First identify your core competency and then change the playing field to suit your core competency.

พิจารณาความสามารถ จุดอ่อน จุดแข็งของตนให้ดีแล้วพยายามเปลี่ยนสนามการแข่งขันให้ ตนเองได้เปรียบมากที่สุด 



The story still hasn't ended.

ย๊างงง ยังไม่พอ มีต่อ....

The hare and the tortoise, by this time, had become pretty good friends and they did some thinking together. Both realized that the last race could have been run much better.

ด้วยน้ำใจนักกีฬา ครั้งนี้เจ้าเต่ากับกระต่ายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแล้ว ต่างคนต่างมาระดมสมองคิดด้วยกัน หากทั้งสองร่วมมือกัน การแข่งแบบเมื่อครั้งล่าสุดจะช่วยให้ทำเวลาได้ดีขึ้น

So they decided to do the last race again, but to run as a team this time.


ดังนั้น พวกมันจึงคิดจะแข่งอีกครั้ง แต่แข่งคราวนี้เป็นแบบทีมเวิร์ค ร่วมด้วยช่วยกัน

They started off, and this time the hare carried the tortoise till the riverbank. There, the tortoise took over and swam across with the hare on his back. On the opposite bank, the hare again carried the tortoise and they reached the finishing line together. They both felt a greater Sense of satisfaction than they'd felt earlier.


เริ่มต้นการแข่งขัน เจ้ากระต่ายก็แบกเต่าวิ่งไปด้วยความเร็วสูง จนถึงริมแม่น้ำ เจ้าเต่าก็ให้กระต่ายขี่หลังว่ายข้ามไป พอข้ามฝั่งเจ้ากระต่ายก็แบกเจ้าเต่าวิ่งต่อจนเข้าเส้นชัยด้วยกัน ผลการแข่งครั้งนี้สร้างความพึงพอใจให้กับทั้งสองฝ่าย(ตัว)มากกว่า การแข่งครั้งก่อนๆหน้านี้

The moral of the story?


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า....

It's good to be individually brilliant and to have strong core competencies; but unless you're able to work in a team and harness each other's core competencies, you'll always perform below par because there will always be situations at which you'll do poorly and someone else does well.


การมีจุดแข็งและความสามารถโดดเด่นเฉพาะตัวเป็นสิ่งที่ดี แต่หากไม่รู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น ยังไงก็ไปไม่รอดเพราะมันจะมีบางสถานการณ์ที่เราเจ๋งคนอื่นเจ๊ง ในขณะที่บางสถานการณ์เราเจ๊งแต่คนอื่นเจ๋ง

Teamwork is mainly about situational leadership, letting the person with the relevant core competency for a situation take leadership.


ทีมเวิร์คสำคัญตรงที่การกำหนดผู้นำให้เหมาะกับสถานการณ์ ให้ผู้ที่มีความถนัดกับสถานการณ์นั้นๆเป็นผู้นำกลุ่มในแต่ละช่วง สถานการณ์ที่เหมาะกับความสามารถของเขา


There are more lessons to be learnt from this story. Note that neither the hare nor the tortoise gave up after failures. The hare decided to work harder and put in more effort after his failure. The tortoise changed his strategy because he was already working as hard as he could. In life, when faced with failure, sometimes it is appropriate to work harder and put in more effort. Sometimes it is appropriate to change strategy and try something different. And sometimes it is appropriate to do both.


นอกจากนี้เรายังได้บทเรียนอีกอย่างหนึ่งด้วยว่า ไม่ว่าเต่าหรือกระต่าย ไม่มีใครที่คิดเลิกล้มหรือท้อแท้หลังจากความความล้มเหลวได้เกิดขึ้นกระต่ายแก้ไขจุดบกพร่องของตนเองโดยการทำงานที่หนักขึ้น และเพิ่มความมุมานะในงานของตนเองหลังจากพบความล้มเหลว


ส่วนเต่าได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของตนใหม่ เพราะตัวมันเองได้ทำงานหนักที่สุดเท่าที่มันจะสามารถทำได้แล้ว ในชีวิต เมื่อเราพบกับปัญหาหรือความล้มเหลว บางครั้งเราก็ควรจะทำงานให้หนักขึ้นและมีความเอาใจใส่ในงานมากกว่าเดิม บางครั้งก็ควรเปลี่ยนแผนการทำงานและทดลองในสิ่งใหม่ๆที่แตกต่างออกไป และในบางครั้งก็จำเป็นต้องทำทั้งสองอย่างเลย


The hare and the tortoise also learnt another vital lesson. When we stop competing against a rival and instead start competing against the situation, we perform far better.

นอกจากนั้น กระต่ายกับเต่าก็ได้บทเรียนที่สำคัญอีกอย่างคือ เมื่อเราหยุดการแข่งขันกับตัวบุคคล แล้วหันมาแข่งขันกับสถานการณ์แทน พวกมันจะทำงานได้ดีขึ้นมาก

When Roberto Goizueta took over as CEO of Coca-Cola in the 1980s, he was faced with intense competition from Pepsi that was eating into Coke's growth. His executives were Pepsi-focused and intent on increasing market share 0.1 per cent a time. Goizueta decided to stop competing against Pepsi and instead compete against the situation of 0.1 per cent growth. He asked his executives what was the average fluid intake of an American per day? The answer was 14 ounces. What was Coke's share of that? Two ounces. Goizueta said Coke needed a larger share of that market. The competition wasn't Pepsi. It was the water, tea, coffee, milk and fruit juices that went into the remaining 12 ounces. The public should reach for a Coke whenever they felt like drinking something.

ลองมาดูเรื่องจริงกันบ้าง เมื่อ Roberto Goizueta มาเป็น CEO ของโค้ก ในยุคปี ‘80  ก็เจอปัญหาคู่แข่งคือเป๊ปซี่มากินส่วนแบ่งในตลาด ใครๆก็สนใจแต่ว่าเป็ปซี่เป็นคู่แข่ง ในขณะที่หมอนี่แกไม่ได้คิดว่าจะแข่งกับเป๊ปซี่ แต่จะแข่งกับสถานการณ์การบริโภคน้ำดื่มของคนอเมริกัน คือถ้าแข่งกันเรื่องขายน้ำสีดำซ่าๆนั่นอย่างเดียว เป๊ปซี่เป็นคู่แข่ง แต่เขาพุ่งจุดสนใจไปในการขายเครื่องดื่มประเภทอื่นๆด้วย คือไม่ว่าคนอเมริกันจะอยากทานน้ำอะไรก็จะมีขายให้หมดว่างั้นเหอะ เขาแข่งกับสถานการณ์การดื่มเครื่องดื่มทั้งหมดของคนอเมริกัน

To this end, Coke put up vending machines at every street corner. Sales took a Quantum jump and Pepsi has never quite caught up since.

ผลสุดท้าย โค้กก็เลยติดตั้งตู้ขายมันทุกหัวมุมถนน ปริมาณการขายก็เพิ่มขึ้น และหลังจากนั้นเป๊ปซี่ก็ไม่ใช่คู่แข่งไปเลย

To sum up, the story of the hare and tortoise teaches us many things. Chief among them are that fast and consistent will always beat slow and steady; work to your competencies; pooling resources and working as a team will always beat individual performers; never give up when faced with failure; and finally, compete against the situation -- not against a rival.

สรุปแล้ว นิทานกระต่ายกับเต่าสอนเราในหลายๆอย่าง ความรวดเร็วเสมอต้นเสมอปลายชนะความอืดอาดแต่แน่นอนเสมอ เลือกทำงานให้เหมาะกับความสามารถของตนเอง การทำงานเป็นทีมย่อมชนะคนที่เจ๋งแต่ลุยเดี่ยว อย่ารีบยอมแพ้เมื่อพบกับความล้มเหลว และท้ายสุดคือ จงแข่งกับสถานการณ์ ไม่ใช่ตัวบุคคล 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
alchemist วันที่ : 28/06/2007 เวลา : 17.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/alchemist
" ชีวิตก็เพียงระลอกคลื่น ในมหาสมุทรแห่งกาลเวลา "

@@@... ยอดเยี่ยมครับ อ่านแล้วได้ อะไรบางอย่างไปเพิ่มรอยหยักในสมองน้อยๆของผมเต็มๆเลย...@@@

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
9ton วันที่ : 28/06/2007 เวลา : 15.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/IsAmR
(เงินทอง ของมายา ข้าวปลา คือ ของจริง)ขอทำหน้าที่ผู้ชม(อ่าน) ก็พอนะ..............

นำเสนอได้ยอดเยี่ยมมากครับ...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 28/06/2007 เวลา : 11.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vihokpludtin
..'AVihok's Family@Mafia War

แวะมาเยี่ยม คุณศุภวรรณ นะคะ ได้อ่านเรื่องเต่ากับกระต่าย นอกจากจะ ได้แง่คิด ยังได้ภาษาอังกฤษอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลมากค่ะ

..เรียนเชิญทัศนา.ไวรัสแถกกก..ตัวที่ 3 ...มาในตอน....
"ถ้าเหลือเวลาอีก 5 วัน คุณจะทำอะไร" (ฝันว่าคอยต้อย หมวกแดงคร้าๆๆ)
http://www.oknation.net/blog/vihokpludtin/2007/06/28/entry-1

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Doremy วันที่ : 28/06/2007 เวลา : 09.16 น.
Nontan

ขอบคุณค่ะ

(ตา....ไม่เคยเห็นความรัก แต่รู้....จักด้วยใจ อบอุ่นจัง)

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ทราย วันที่ : 28/06/2007 เวลา : 07.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/coolnews

มิน่าล่ะ ถึงได้ออก Coke zero
ดีค่ะ
ไม่มี win- lose
จะมีแต่ win-win

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
มิตรภาพงดงามเสมอ วันที่ : 28/06/2007 เวลา : 06.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jenny

ตอนเด็กชอบนิทานเรื่องนี้เต่ากะกระต่ายฟังแล้วได้แง่คิดน่ารักดีด้วยค่ะ ดีจังที่นำเสนอ ..... +1ชอบค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน