*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2262
  • จำนวนผู้ชม : 6311111
  • จำนวนผู้โหวต : 11295
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11295 คน
<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 6789 , 03:39:29 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

February 09, 2009

ไหว้พระในวันมาฆะบูชา ณ วัดที่มีภาพจิตรกรรมไทยบนฝาผนังที่สวยที่สุดในโลก

"วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร" หรือชื่อเดิมว่า "วัดทอง" เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ที่แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เป็นวัดสำคัญอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ที่ 33 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 32 แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอก น้อย กรุงเทพฯ 

วัดสุวรรณาราม เป็นวัดที่เก่าแก่นับอายุไปได้ถึงปลายสมัยอยุธยา อยุธยา ปรากฏในพระราชพงศาวดาร สมัยกรุงธนบุรีว่า คราวพม่ายกกองทัพมาตีเมืองพิษณุโลก พระเจ้าตากสินมหาราชจะยกกองทัพไปช่วย จึงโปรดให้ถามเชลยศึกพม่าที่จับมาได้จากค่ายบางนางแก้ว ว่าจะสมัครใจไปช่วยรบพม่าด้วยหรือไม่ แต่เชลยศึกพม่าตอบปฎิเสธ ในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาเล่มที่ 2 บันทึกถึงเหตุการณ์ตอนนี้ว่า
“มันไม่ภักดีเราโดยแท้ ยังนับถือเจ้านายมันอยู่และเราจะยกไปทำสงคราม ผู้คนอยู่รักษาบ้านเมืองน้อยพวกมันมาก จะแหกคุกออกไปทำแก่จลาจลข้างหลังจะเอาไว้มิได้ จึงดำรัสให้เอาไปประหารชีวิตเสีย ณ วัดทอง คลองบางกอกน้อย ทั้งสิ้น” 
สมเด็จพระเจ้าตากสินก็ได้ทรงใช้บริเวณวัดแห่งนี้เป็นลานประหารชีวิตเชลยพม่า 

วัดสุวรรณารามเดิมชื่อวัดทอง เข้าใจว่ามีมาแต่ครั้งกรุงศรี แต่ในสมัยรัตนโกสินทร์เป็นสมัยที่วัดทองได้เปลี่ยนรูปโฉมไปมาก เพราะพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดขึ้นใหม่แทบทั้งหมด ได้ทรงสร้างพระอุโบสถ พระวิหาร กำแพงแก้ว มีเก๋งข้างหน้า 2 เก๋ง พร้อมทั้งเสนาสนะขึ้นมาใหม่ ครั้นสถาปนาเสร็จแล้วจึงพระราชทานนามใหม่ว่า พระราชทานนามให้ใหม่ว่า "วัดสุวรรณาราม" 

นอกจากนี้สมเด็จพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ทรงพระราชศรัทธาสร้างเครื่องป่าช้าขึ้น คือ เมรุ สำสร้างหอสวด หอทิ้งทาน โรงโขน โรงหุ่น ระทาและพลับพลา โรงครัว พร้อมทุกอย่างถวายเป็นสมบัติในพระบรมมหาราชวังสำหรับเป็นที่พระราชทานเพลิงศพอีกส่วนหนึ่ง

วัดทองหรือวัดสุวรรณารามแห่งนี้ จึงเป็นวัดที่ใช้ประกอบพิธีปลงศพเป็นสำคัญทั้งพระศพเจ้านายและขุนนางผู้ใหญ่ เพราะเมื่อมีการพระราชพิธีหรือต้องนำศพออกไป พระราชทานเพลิง ณ วัดนอกกำแพงพระนครแล้ว ยังคงต้องคำนึงถึงวัดที่มีคมนาคมสะดวกด้วย สมัยแรกสร้างกรุงเทพฯ นั้นปรากฏว่ามีเมรุที่โปรดให้สร้างขึ้นที่วัดสุวรรณารามนี้ แห่งหนึ่ง

ในหมายรับสั่งครั้งรัชกาลที่ 1 จ.ศ. 1164 (พ.ศ.2345) กล่าวถึงการพระราชทานเพลิงศพเจ้าฟ้าภิม ที่เมรุวัดสุวรรณาราม ณ วังอังคาร ขึ้นสิบเอ็ดค่ำ เดือนสามปีจอ จัตวาศก จ.ศ. 1164 เจ้าฟ้าภิม ในหมายรับสั่งฉบับนี้สันนิษฐานว่าเป็นองค์เดียวกับเจ้าฟ้าพินทวดี พระราชธิดาในพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย นอกจากนี้ยังปรากฏในหมายรับสั่ง เรื่องการพระราชทานเพลิงศพเจ้านาย ขุนนาง มาแต่ครั้งรัชกาลที่ 1 จนรัชกาลต่อมาอยู่เนื่อง ๆ

สุนทรภู่ เคยเขียนถึงวัดสุวรรณาราม ในนิราศพระประธมเมื่อ ปี พ.ศ. 2385 รำพันถึงบุคคลอันเป็นที่รัก ที่จากไปคือ ฉิมและนิ่ม น้องสาวต่างบิดา ซึ่งเป็นแม่นมของพระธิดาในกรมพระราชวังหลัง ศพของแม่นมทั้งสองโปรดให้นำมาปลงที่วัดสุวรรณารามด้วย

“ถึงวัดทองหมองเศร้าให้เหงาเงียบ
เย็นยะเยียบหย่อมหญ้าป่าช้าผี
สงสารฉิมนิ่มน้องสองนารี
มาปลงที่เมรุทองทั้งสองคน”

ต่อมารัชกาลที่ 3 ทรงปฏิสังขรณ์เพิ่มเติม ขยายเขตให้กว้างขวางออกไปกว่าของเดิม พร้อมทั้งหอระฆัง หอพระไตรปิฏก หอฉัน กุฏิตึก กุฏิฝากระดาน ศาลาการเปรียญ ฯลฯ นับว่ายุคนี้พระอารามเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น … อนึ่งในรัชกาลที่ 3 ได้โปรดเกล้า ฯ ให้มีงานฉลองวัดสุวรรณาราม เมื่อปีเถาะ ตรีศกจุลศักราช 1193 พ.ศ. 2374

พระอุโบสถ มีระเบียงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ช่อฟ้าใบระกาประดับกระจก หน้าบันจำหลักลายรูปเทพนมและรูปนารายณ์ทรงครุฑปิดทอง

พระวิหาร สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นวิหารหลังใหญ่ มีมุขขวางอยู่ 2 ข้าง ช่อฟ้าและใบระกาประดับกระจกหน้าบันจำหลักลายรูปเทพนม หมู่กุฏิสงฆ์ เป็นหมู่ตึก 6 หลัง มีหอฉันอยู่กลางและมีหอเล็กติดกำแพง 2 หอพร้อมทั้งหอระฆังและหอไตร

การบูรณะปฏิสังขรณ์ในยุคปัจจุบันนี้ มีพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันได้ดำเนินการร่วมกับสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย ร่วมกันซ่อมหน้าบันพระอุโบสถ ปูหินอ่อน ซ่อมบานประตูหน้าต่าง เปลี่ยนกระเบื้องหลังคา และช่อฟ้าใบระกาพระอุโบสถ ซ่อมพระวิหาร ศาลาการเปรียญ ศาลาท่าน้ำ เก๋งหน้าพระอุโบสถ สร้างฌาปนสถานพร้อมทั้งศาลา 5 หลัง และ สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ

พระอุโบสถ เป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 1 สร้างแบบฐานโค้งปากสำเภา เป็นศิลปสมัยอยุธยาตอนปลาย ผสมผสานระเบียบแบบแผนที่เป็นพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ 1 โดยโครงสร้างพระอุโบสถคล้ายวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ต่างกันตรงที่อุโบสถวัดสุวรรณารามไม่มีเฉลียงรอบพระอุโบสถ ฐานเป็นลวดบัวฐานปัทม์ทรงอ่อนโค้งปากสำเภา

ด้านในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อศาสดา" พระพุทธรูปหล่อสมัยสุโขทัยปางมารวิชัย พระประธานของพระอุโบสถที่ชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธากันมาก โดยมักมีคนมากราบไหว้ขอพร หรือบนบานศาลกล่าว โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับทหาร ซึ่งการบนนั้นก็นิยมแก้บนด้วยการวิ่งม้า แต่ไม่ได้ใช้ม้าจริงๆ เพียงแค่ใช้คนวิ่งและมีผ้าขาวม้าเป็นสัญลักษณ์แทนม้าเท่านั้น โดยประเพณีนี้ก็ยังคงมีสืบทอดมาจนปัจจุบัน

การสร้างหลวงพ่อศาสดา พระประธานในพระอุโบสถวัดสุวรรณาราม มีปรากฏเรื่องเกี่ยวกับการสร้างเป็น 2 นัย คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานไว้ว่า พระ พุทธรูปองค์นี้ไม่ปรากฏเรื่องราว แต่พิจารณาจากลักษณะแล้วเห็นว่าเป็นฝีมือเดียวกับช่างที่หล่อพระศรีศากยมุนี ซึ่งอัญเชิญมาจากเมืองสุโขทัยครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหา ราช จึงทรงเห็นว่าคงจะเชิญพระศาสดามาในคราวเดียวกัน

ส่วนหนังสือประวัติวัดสุวรรณาราม กล่าวว่า พระศาสดาองค์นี้ไม่ปรากฏนามผู้สร้าง และสร้างในสมัยใด สันนิษฐานว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช คงจะทรงหล่อขึ้น เพื่อเป็นพระประธานในพระอุโบสถ เมื่อคราวทรงปฏิ สังขรณ์วัดสุวรรณารามขึ้นใหม่ โดยพระพุทธรูปองค์นี้ไม่ปรากฏนามเฉพาะ มีเพียงชื่อที่ชาวบ้านเรียกกันทั่วไปว่า "พระศาสดา"

มีเรื่องเล่าขานกันว่า "หลวงพ่อศาสดา" โปรดการวิ่งม้าเป็นอย่างยิ่ง มีคนมาบนบานศาลกล่าวเรื่องของการงานและการค้าขาย เมื่อสำเร็จผล ได้ฝันว่า มีพราหมณ์ท่านหนึ่งมาบอกว่าให้แก้บนด้วยการวิ่งม้า กลายเป็นที่มาของการวิ่งม้าแก้บนที่วัดแห่งนี้

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเล่าอีกว่า มีคนมาวิ่งม้าแก้บน แต่แกล้งวิ่งม้าหลอกๆ ไม่ยอมวิ่งจริงๆ แต่ดำเนินไปได้เพียงสักครู่เท่านั้น ทันใดนั้น ได้มีมือขนาดยักษ์มาเขกหัว ทั้งๆ ที่บริเวณนั้นไม่มีใครเลย  … นับแต่นั้นมา ทำให้หลายคนไม่กล้าวิ่งม้าหลอกๆ แก้บนที่วัดแห่งนี้อีก

วิ่งม้าแก้บน เป็นคติความเชื่อที่สืบทอดกันมาของชาวบ้านบุ ชุมชนในบริเวณวัดสุวรรณาราม อันเกิดจากความเคารพศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่อศาสดา ในอดีตการแก้บนวิ่งด้วยม้าก้านกล้วย แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้ผ้าขาวม้าแทน

การบนวิ่งม้าที่วัดแห่งนี้ ส่วนใหญ่เป็นการบนบาน เพื่อไม่ให้ถูกเกณฑ์ทหาร ตลอดจนบนให้ประสบความสำเร็จในด้านอื่นๆ โดยมีข้อห้ามมิให้พูดคำว่า "ขอ" เป็นอันขาด การแก้บนจะทำที่ใบเสมาแรกทางด้านหน้าของพระอุโบสถ เพราะตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกับหลวงพ่อศาสดาพอดี

ก่อนที่จะทำการวิ่งม้าแก้บน จะต้องนำผ้าขาว ม้ามาวางหน้าใบเสมาและต้องขมวดปมให้เรียบ ร้อย ผ้าขาวม้าผืนเล็ก-ใหญ่ ตามขนาดตัว … ในการวิ่งม้าแก้บน จะต้องวิ่ง 3 รอบขึ้นไป และต้องร้องเสียงม้าไปพร้อมกันด้วย เมื่อวิ่งเสร็จนำผ้าขาวม้ามาวางกับพื้นตรงหน้าใบเสมาใบแรกแล้วกราบลา เป็นอันเสร็จพิธี … ปัจจุบัน วัดสุวรรณาราม มีการบริการให้เยาวชนในชุมชนวิ่งม้าแก้บนแทนผู้บนบานด้วย

ภายในพระอุโบสถของวัดสุวรรณารามยังมีสิ่งที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งที่ นั่นก็คือภาพจิตรกรรมฝาผนังด้านใน ที่ถือว่าโดดเด่นและสมบูรณ์ที่สุดในยุคต้นรัตนโกสินทร์ ภาพจิตรกรรมเหล่านี้ถูกเขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3

จิตรกรรมฝาผนังด้านประตูทางเข้า : เหนือประตูเป็นภาพพุทธประวัติตอนมารผจญ ด้านขวามือเป็นกองทัพของพญามาร ที่เรียกร้องให้พระพุทธองค์ลงจากบัลลัง แต่พระพุทธเจ้าปฏิเสธ กล่าวว่าพระองค์ท่านนั่งมาตั้งแต่อสงไขยแล้ว และทรงใช้พระหัตถ์แตะพื้นให้พระแม่ธรณีเป็นพยาน ตรงกลางของภาพจึงเป็นภาพพระแม่ธรณีบีบมวยผมเป็นพยาน และด้านซ้ายมือเป็นภาพที่กองทัพพญามารถูกน้ำเลยท่วม พลพรรคพญามารล้มตาย แตกพ่ายไป .. จะเห็นว่าภาพเพียงภาพเดียวแต่สามารถเล่าเรื่องอย่างต่อเนื่องได้ทั้งหมด

เป็นที่น่าสังเกตว่าในสมัยต้นรัตนโกสินทร์มีชาวต่างชาติเข้ามาในกรุงมากมายหลายเชื้อชาติ จิตรกรจึงวาดภาพผู้คนชาติอื่นให้เป็นสมุนของพญามารซะเลย … น่าสนใจ และน่าคิดมากค่ะ

ด้านข้างเหนือกรอบหน้าต่าง : เป็นภาพเทพชุมนุม เทพทุกองค์นั่งพนมมือ หันหน้าไปยังพระประธาน โดยมีตาละปัดคั่นระหว่างเทพแต่ละองค์

ด้านหลังพระประธานเป็นภาพวาดพุทธภูมิ พระพุทธองค์เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึง .. ด้านล่างของภาพ จิตรกรได้วาดภาพแสดงถึงวิถีชีวิต บ้านเรือน ความเป็นมาในประวัติศาสตร์ เช่น ภาพของสตรีชาววัง มีภาพนางสนมกำนัล นอกจากนี้ยังมีภาพชีวิตชาวบ้านนอกวัง เช่นภาพหญิงที่ออกไปช่วยสามีหาปลา

ภาพวาดนายทวารบาลบนบานประตูทางเข้าก็งดงามมาก นายทวานบาลแต่ละองค์สวมใส่เสื้อผ้าที่แตกต่าง ไม่ซ้ำกัน นอกจากนี้ๆรอบๆพระอุโบสถยังมีภาพวาดชาดกตอนสำคัญๆ เช่น พระมหาชนก สุวรรณสาม พระเวสสันดรชาดก เป็นต้น

ทีนี้มาเข้าเรื่องของภาพจิตรกรรมไทยบนฝาผนังที่สวยที่สุดในโลกกันค่ะ … เมื่อคราวที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิสังขรณ์วัด ก็โปรดเกล้าฯ ให้ช่างมาเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถด้วย โดยช่างที่มาเขียนภาพนั้นก็เป็นสองสุดยอดช่างในสมัยนั้น ซึ่งก็คือหลวงวิจิตรเจษฎา (ครูทองอยู่) เขียนประชันกับหลวงเสนีย์บริรักษ์ (ครูคงแป๊ะ) โดยขณะที่เขียนภาพประชันกันนั้นใช้ม่านกั้นระหว่างสุดยอดจิตรกรเอกทั้งสองท่าน ไม่ให้มองเห็นผลงานซึ่งกันและกัน
       

ภาพเขียนทศชาติตอนมโหสถชาดกของครูคงแป๊ะจะเน้นรายละเอียดของผู้คน ทั้งคนไทย จีน ฝรั่ง และใช้สีสดใสในภาพ ครูคงแป๊ะได้ดัดแปลงเทคนิคแบบจีนมาใช้ โดยเฉพาะการใช้พู่กันปลายเรียวแหลมที่เรียกว่าหนวดหนู ตัดเส้น การใช้สีอ่อนแก่ รวมทั้งการเขียนแรเงาบาง ๆ ทำให้ภาพแสดงการเคลื่อนไหว และมีสีที่สดใส

ภาพจิตรกรรมของทั้งสองท่านนั้นก็มีเอกลักษณ์ต่างกันไป ภาพเขียนเรื่องทศชาติตอนเนมีราชชาดกของครูทองอยู่จะเป็นแบบไทยๆ มีการตัดเส้น ที่เมื่อมองครั้งแรกก็รู้ได้ทันทีว่าสวย ..

ภาพเนมีราชของครูทองอยู่ ความงามเกิดจากการจัดองค์ประกอบของภาพที่โดดเด่นแปลกตา ต่างกับภาพในยุคสมัยเดียวกัน เน้นความสมดุลย์เท่าเทียมกันระหว่างซ้ายและขวา รายละเอียดต่างๆเขียนอย่างถี่ถ้วน วิจิตรบรรจง มีระเบียบ ดูโล่งสะอาดตา

จิตรกรรมฝาผนังของไทย ส่วนใหญ่มักจะเน้นการจัดภาพที่แน่นไปด้วยรายละเอียด จนแทบจไม่มีที่ว่าง บ่อยครั้งเมื่อดุรวมๆภาพจะดูเท่าเทียมกันหมด ไม่มีจุดที่เด่นน่าสนใจลอยออกมาจากภาพ

ภาพเนมีราชของครูทองอยู่ หลุดพ้นปัญหนี้ ด้วยวิธีแบ่งภาพออกเป็น 3 ส่วน คือ ล่าง กลาง บน … บริเวณกึ่งกลาง ซึ่งจับคงวามตอนพระเนมีกำลังแสดงธรรมต่อเหล่าเทวดา คือ ส่วนที่สำคัญที่สุด ส่วนตอนล่างเป็นช่วงที่เด่นรองลงมา วาดเรื่องราวช่วงที่เสด็จเยือนนรก ซึ่งส่วนนี้ชำรุดเสียหายจนจับเค้าค่อนข้างลำบาก กระนั้นส่วนที่เหลือ ก็เห็นชัดว่าวาดราชรถได้ประณีตอลังการมาก รวมทั้งม้าคู่เทียมรถ ซึ่งท่านครู น. ณ ปากน้ำ เขียนยกย่องชมเชยไว้ว่ายอดเยี่ยมเหลือเกิน

ตอนบน เป็นภาพที่เหล่าเทวดา นางฟ้า เหาะมาเฝ้าพระเนมี เล่าเรื่องแต่น้อย ทว่าเป็นส่วนเสริมเติมความเด่นให้แก่บริเวณหลักในภาพได้อย่างลงตัว และที่น่าประทับใจคือ การใช้  “ลายฮ่อ”  (ลายฮ่อ เป็นวิธีการเขียนแบบหนึ่ง หยิบยืมมาจากภาพแบบจีน ทำหน้าที่เทียบเคียงได้กันแถบเส้น “สินเทา” หรือ “เส้นแผลง” ซึ่งมีลักษณะเป็นแถบหยักฟันปลา ใช้สำหรับแบ่งฉากตอนในเรื่องเดียว ให้แยกกันเป็นสัดส่วน แต่ไม่ตัดขาดจากกันโยสิ้นเชิง) ซึ่งเป็นแถบโค้งริ้วๆ ทำหน้าที่แบ่งกั้นเรื่องราวแต่ละส่วน ภาพเนมีราชของครูทองอยู่ ใช้ลายฮ่อได้สวยงามที่สุดในภาพจิตรกรรมไทย

ภาพเนมีราช ครูทองอยู่ใช้สีได้อย่างกลมกลืน ตอนล่างสุดใช้สีดินแดงเป็นพื้น ในขณะที่ตอนบนเป็นสีแดงชาด ส่วนตรงกลางภาพบริเวณปราสาทเน้นสีแดงชาด ตัดด้วยพื้นหลังเป็นสีขาบ (สีน้ำเงิน) ข้างซ้ายขวาวาดต้นไม้แบบปิดทอง ใช้ทองคำเปลวเป็นแผ่นๆปิดลงไปบนรูป แล้วเขียนเส้นตัด

“สมเด็จครู” เจ้าฟ้ากรรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ทรงยกย่องชมเชยเอาไว้มากว่า เขียนลายกนกได้ล้ำเลิศ ทั้งละเอียดและประณีต

อีกจุดหนึ่งที่ทำให้ภาพเนมีราชชาดกของครูทองอยู่ “เหนือชั้น” กว่าจิตรกรรมไทยภาพอื่นๆ คือ ฝีมือการเขียนใบหน้าของตัวพระ ตัวนาง หรือเทวดา นางฟ้า ซึ่งว่ากันว่า หากไม่เก่งจริง เขียนออกมาแล้วจะดูแบน แข็งเหมือนสวมหน้ากาก แต่ภาพของครูทองอยู่นั้น เหล่าเทวดาและนางฟ้า เข้าขั้น “หล่อ” และ “สวย” มีชีวิตชีวา โดยเฉพาะท่วงท่ามือไม้และนิ้วมือที่อ่อนช้อย หวาน สวยงามมาก

การวาดภาพตัวพระตัวนางในจิตรกรรมไทยนั้น เส้นทุกเส้นจะต้องอ่อนโค้ง สอดคล้อง ขานรับกันตลอด จนดูเหมือนเคลื่อนไหวร่ายรำได้ หากเขียนวาดคลาดหลุดไปนิดเดียว จะทำให้ภาพรวมทั้งหมด “เละ” และ “รวน” ไม่สวยได้ง่ายดาย … จากภาพที่เห็น มือไม้สายตาของครูทองอยู่นั้น แม่นยำ เข้าขั้นวิเศษ ยิ่งเมื่อคิดถึงว่าสมัยนั้นยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องอาศัยเพียงแสงตะเกียงหรือเทียนไข อีกทั้งต้องกางฉากกั้นระหว่างบริเวณวาดภาพของครูทองอยู่และครูทองแป๊ะด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ทึ่งในฝีมือของครูทองอยู่ขึ้นอีกมากมายค่ะ

ภาพที่พระเนมีแสดงธรรม ค่อนข้างจะเคร่งขรึมสำรวม บรรยากาศจึงออกมาทางโอ่อ่า สง่างาม และสงบนิ่ง ตาครูทองอยู่ได้เพิ่มความีชีวิตชีวา ไม่ให้ภาพแห้งแล้งขาดอารมณ์ ด้วยการวาดเทวดานางฟ้า 4 คู่ หยอกล้อโรแมนติกกันอยู่บริเวณต้นไม้นอกกำแพงแก้ว

ภาพเทวดานางฟ้าเหล่านี้ โดยพฤติกรรมการแสดงออกแล้ว ควรจะขัดแย้งกับองค์รวมของทั้งหมด แต่ฝีมือวาดที่ถ่ายทอดลีลาแบบนาฏศิลป์อย่างประณีต ก็ทำให้เกิดความกลมกลืนได้อย่างน่าอัศจรรย์

อีกจุดหนึ่งที่เยี่ยมมมาก คือ ภาพจัดองค์ประกอบเอาไว้ค่อนข้างโปร่งตา พื้นที่ว่างจึงมีมากพอสมควร เช่นบริเวณตอนบนพื้นแดง ครูทองอยู่แก้ปัญหาไม่ให้โล่งเกินไป ด้วยการเขียนลายดอกไม้ถมพื้น (ศัพท์ช่างเรียกว่า “ล้วงลลาย” ) ซึ่งเป็นวิธีที่พบเห็นได้บ่อยๆในจิตรกรรมฝาผนังทั่วๆไป จึงต้องวัดกันที่ฝีมือการวาดลายดอกไม้ว่า ใครจะวาดอ่อนช้อย ผูกลายได้ประณีตกว่ากัน

โจทย์ที่ยากอีกอันหนึ่ง คือ รอบๆกำแพงแก้วที่ขาวโพลน ซึ่งจะวาดลวดลายอะไรลงไปไม่ได้ ครูทองอยู่หาทางออกด้วยการใส่กระถางบัว และไม้ดัดแบบจีน ให้กิ่งก้านแผ่เหยียดสู่ที่ว่างบริเวณของกำแพงแก้วได้อย่างเหมาะเจาะสวนงาม กลายเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งในภาพ

ว่ากันว่า ครูทองอยู่เป็นช่างเขียนที่เคร่งครัดในขนบโบราณ (โยพิจารณาจากใบไม้ ซึ่งตัดเส้นทีละพุ่ม ทีละใบอย่างละเอียด) แต่ภาพใบบัว ไม้ดัด ก็สะท้อนให้เห็นว่า ครูทองอยู่ไม่ได้ยึดติดกับอดีตจนสุดขั้ว ถึงกับไม่ยอมรับลีลาใหม่ๆอย่างสิ้นเชิง ตรงกันข้าม ท่านสามารถเลือกนำเอาวิธีการวาดแบบจีน เข้ามาผสมกับภาพไทยได้อย่างกลมกลืน และไม่เสียบุคคลิกดั้งเดิม

ดังนั้น คงจะไม่เกินเลยหากจะพูดว่า “ภาพเนมีราชชาดก” ฝีมือครูทองอยู่ เป็นจิตรกรรมฝาผนังที่สวยที่สุดของประเทศไทย แม้จะมีภาพ “มโหสถชาดก” ของครูคงแป๊ะคอยเทียบเคียงอยู่ข้างๆ

 

ขอบคุณ : เนื้อหาบางส่วนจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และ

http://www.tumsrivichai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538619011&Ntype=40

http://www.bkkinside.com/place-watsuwan

 

http://203.155.220.217/bangkoknoi/travel/watsuwanaram.htm

http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/2006/04/O4266842/O4266842.html





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 52 (0)
เพลงกระบี่ฯ วันที่ : 11/02/2009 เวลา : 02.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plaengkrabi
http://www.oknation.net/blog/krabinoi   **BE GENTLE WITH THE EARTH**

เห็นแล้วคิดถึงบ้านค่ะ
อยากพาลูกสาวไปวัด แต่ไหนแต่ไรไม่ค่อยได้เข้าวัด
เดี๋ยวนี้มีลูกสาวคอยชวน "แม่ค่ะหนูเป็นหวัด..อยากไปวัดจัง"
ไม่รู้ว่าเกี่ยวกันตรงไหน

ความคิดเห็นที่ 51 (0)
market วันที่ : 10/02/2009 เวลา : 22.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

ตอนเล็กๆเคยวิ่งเล่นในวัดนี้นะคะ ไม่เคยทราบเลยว่ามีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามเช่นนี้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
ครูไทยใจเกินร้อย วันที่ : 10/02/2009 เวลา : 05.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krusak

ขอขอพระคุณครับ
วัดสุวรณาราม อ.บางกอกน้อย จ.ธนบุรี มากมายคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไทยจริงๆครับ
อยากให้คนไทยทุกคนแสดงความจงรักภักดีแด่ในหลวงด้วยการทำความดีและกตัญญูกตเวทีต่อผืนแผ่นดินเกิดครับ

ความคิดเห็นที่ 49 (0)
sansaifc วันที่ : 10/02/2009 เวลา : 01.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sansaifc
    ฟุตบอล...เพื่อน....และมิตรภาพ...แวดวงฟุตบอลอาวุโส เชียงใหม่   


ความคิดเห็นที่ 48 (0)
รักพงษ์ วันที่ : 10/02/2009 เวลา : 00.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukpong

อยู่ใกล้ๆบ้าน ผ่านไปผ่านมาก็บ่อย ไม่เคยรู้ว่าความเป็นมาเช่นนี้ ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
ลุงตั้ม วันที่ : 10/02/2009 เวลา : 00.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jummoo
คืนเดือนหงาย...คนมุมมืด 

วันนี้มีรอยยิ้มและอิ่มบุญมาฝาก

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
ChaiManU วันที่ : 10/02/2009 เวลา : 00.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

เพิ่งกลับจากวัด ก็มาเข้าวัดที่บ้านนี้ต่อครับ

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
ทิวสน วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 23.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

ตามมาชมศิลปกรรมอันทรงคุณค่าครับ

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 22.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ภาพจิตรกรรมฝาผนังของวัดนี้ที่ชำรุดอยู่จะมีการซ่อมกันหรือไม่หนอ น่าเสียดายเสียจริงเลย
หลวงพ่อพระศาสดาก็ทั้งงามทั้งสง่าจับใจยิ่งเชียวครับ ถ้าคุณ Supawan ไม่นำมาเผยแพร่ก็ไม่ได้ชมจนตายไปเสียก่อนก็ไม่รู้.

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
numouse วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 21.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numouse
ถ้าเราลดความ "เห็นแก่ตัว" ให้น้อยลงบ้าง อะไรๆ มันคงจะดีกว่านี้ และถ้ายิ่งจัก "ยอม" บ้างคงจะดี


มาตามไปวัดด้วยคนค่ะ สาธุ

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
กระดานดำออนไลน์ วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 20.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kradandum
เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน :: ระหว่างเลวกับดีไม่มีกลาง

ใจตรงกันวันมาฆะ นะครับพี่ เพิ่งกลับมาจากเวียนเทียนที่วัดบูรพาราม คนเยอะมาก น่ีาชื่นใจ วันนี้วันดีจริงๆ

เข้ากรุงหลังจบ ม.ปลาย ก็อาศัยอยู่ย่านจรัญสนิทวงศ์นั่นละครับ แต่ไม่เคยไปดูเลย ดูจาก blog ก็แล้วกันครับ

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
joeyman วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 19.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/inmind

ต้องหาเวลาไปชมของจริงๆครับ ...

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 18.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

เข้าบล๊อกพี่สุภาวรรณ แล้วไม่ผิดหวังจริง ๆ นะครับ ทั้งภาพ ทั้งข้อมูล แต่เสียงนี่ต้องส่งมาทางหลังไมค์ใช่ไหมครับ
ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
นายมาลี วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 16.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mr-malee
 ๐...ผู้ชายตาบอดสี...๐            ...ไม่มีดอกไม้

งาม ล้ำค่านัก นะ เจ้าเอย

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
Cat@ วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 16.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


สวยมากเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
พันธกานท์ วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 14.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panthakant
สวนอักษร : ธารคำท่ามกลางยุคสมัยฯ  "พันธกานท์ ตฤณราษฎร์" 

งดงามเปี่ยมล้ำค่าครับ-ท่าน

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
พันธกานท์ วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 14.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panthakant
สวนอักษร : ธารคำท่ามกลางยุคสมัยฯ  "พันธกานท์ ตฤณราษฎร์" 

งดงามเปี่ยมล้ำค่าครับ-ท่าน

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
น้องนางบ้านนา วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 13.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nongnangbaanna

สวัสดีวันดีๆ ค่ะ

ภาพสวยงามมากๆ ค่ะ

เก็บเกี่ยวสิ่งที่ไม่รู้เยอะมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
รัฐศิริ วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rutdy

จิตกรรมในโบสถ์สวยงามดูเก่าแก่มากเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 12.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

งดงามจริงๆครับ
ขอบพระคุณสำหรับความงดงามในวันพระครับ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
หน่อผุด วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 12.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

รูปถ่ายยังสวยงามขนาดนี้ อยากได้ไปพิจารณาของจริงจังเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
ซันญ่า วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 12.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

มาเก็บเกี่ยวกำไร

ให้ตัวเองค่ะ คุณพี่ขอบคุณมากนะคะ

ทุกอย่างดีมาก ........

โหวตทุกที่เลยค่ะ........

.

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
Rosefinchy วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 11.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Rosefinchy
::: Live EveryDay as if It wereYour LasT :::


อ่านประวัติพร้อมดูภาพประกอบ ช่างงดงามจริงๆ ค่ะ

น่าเสียดายที่ภาพวาดจะทรุดโทรมขาดการบูรณะ
ถ้าได้เห็นภาพเต็มๆ ตอนที่ยังไม่เสียหาย คงเป็นบุญตานะคะ เพราะแม้ว่าจะเสียหาย แต่ก็ยังสวยงามจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
wansuk วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

วันนี้มีเวลานั่งอ่าน entry ย้อนหลังของพี่สุตั้งแต่โบกรถเที่ยวลาว และปีใหม่ชาวเมี่ยน ครบทุกตอน สนุกกับเรื่องราวและสาระความรู้ ประทับใจกับภาพชีวิต...ขอบคุณค่ะ

"วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร" ยังไม่เคยไปค่ะ จิตรกรรมฝาผนังสวยงามทรงคุณค่ามาก ต้องไปให้เห็นกับตาบ้างแล้ว

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
chompoopookha วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 11.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chompoopookha

อ่านประวัติความเป็นมา แล้วขนลุก
ไม่ใช่กลัวนะคะ เป็นความศรัทธาน่ะค่ะ...

วันนี้ ชมพูภูคา ไปใส่บาตรมา เอาบุญมาฝากค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
เอื้อยนาง วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ouynang

มาไหว้พระด้วยคนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 10.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

สวัสดีครับพี่
ในวันดีๆ
เช่นนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
นกฮูกคลับ วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 09.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nokhookclub

ยังไม่ได้ไปดเลย แหะๆ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
aumboon วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 09.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aumboon

แวะมาทักทาย และชวนไปเที่ยววัดพระธาตุผาเงาครับ
http://www.oknation.net/blog/aumboon/2009/02/09/entry-1

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
คนบ้านใหม่ วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 09.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krunoppol
ครูบ้านทุ่งชายทะเล

แวะมาเที่ยวแล้วครับ...เห็นภาพเขียน..และคลอง
เชื่อมโยงกันครับ..ในอดีตเพชรบุรีมาบางกอกใช้
เรือกระแชงเดินทางมาสองวัน...ตำบลที่ผมอยู่ชื่อ
คลองกระแชง...ว่าง ๆ จะสืบค้นเขียนถึงคลองกระแชง
มาฝากชาวโอเคกันครับ

เมืองเพชรเป็นบ้านของขรัวอินโข่ง..ผู้บุกเบิกการวาดภาพ
สามมิติในงานจิตรกรรมไทย...มีภาพเขียนของท่านและ
ลูกศิษย์ที่วัดเขาวัง...วัดที่มีลิงซน ๆ ว่างเชิญนะครับ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ครูติ๋ว วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 09.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/romrawin
 รักความไทย ใส่ใจคนรอบข้าง


ขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองตลอดไปนะคะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
indexthai วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 09.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


ได้รู้รายละเอียดเพิ่มขึ้น

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ดินเดินทาง วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 08.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/din-travel

สวัสดีคะ

วัดนี้อยู่ไม่ไกลจากบ้านลเยค่ะ เก็บข้อมูลเอาไว้ไปเที่ยว

ขอบคุณากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
dekkid วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 08.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/reading

สวัสดีค่ะ ภาพจิตรกรรมไทยสวยงามมากค่ะ

เช้านี้จะไปทำบุญวันมาฆะบูชาเช่นกัน

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ting วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 08.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

สวัสดีคะพี่อยู่ใน กทม ยังไม่เคยไปเลย
สวยงามจริงๆ คะ คราวหน้าจะไปชมของจริงนะคะ
ขออ่านก่อน

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ครูทิพย์ วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 08.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Tip2
Every minute is precious if every minute I have you. ทุกนาทีจะมีค่า หากทุกเวลาฉันมีเธอ 

ธรรมสวัสดีค่ะพี่สุ...ไปวัดแต่เช้าขนาดนั้นเลยหรือคะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
nilsamai วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 08.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nilsamai
.

ขอบคุณสำหรับบทความนี้ค่ะ+1

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
รพีศานติ วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 08.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Roongrut

สวัสดีคะ่
แวะมาเยี่ยมชมจิตกรรมฝาผนังค่ะสวยงามจริงๆ
ถ้ามีโอกาสคงจะแวะไปชมเพราะนี่ดูในภาพยังสวยขนาดนี้
เลยถือโอกาสไถลแวะไปเยี่ยมblogอื่นของพี่ด้วยคะ่
เป็นสมาชิกใหม่ค่ะขอคำแนะนำด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
CanisMajor วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 07.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canismajor

เคยผ่านหน้าวัดก็หลายรอบแต่ไม่เคยเข้าไปเลย..
ขอบคุณนะครับ จะได้หาเวลาไปเที่ยวบ้าง

ได้ยินชื่อวัดสุวรรณฯทีไรนึกถึงนายระเด่นทุกที ผมคุ้นๆว่าตัวละครเอกในเรื่องระเด่นลันไดนี้อาศัยอยู่แถวๆวัดสุวรรณ ส่วนนางประแดะนี่จำไม่ได้เสียแล้วว่าอยู่แถวไหน

สำหรับคนที่ไม่รู้จักนิยายเรื่องนี้ผมขอยกมาสักท่อนตอยชมโฉมนางประแดะ แบบว่ามันยังติดอยู่ในหัวครับ

"สูงระหงทรงเพรียวเรียวลูด
งามละม้ายคล้ายอฐกะหลาป๋า
พิศแต่หัวจรดเท้าขาวแต่ตา
สองแก้มกัลยาดังลูกยอ
คิ้วโก่งเหมือนกงเขาดีดฝ้าย
จมูกละม้ิายคล้ายพร้าขอ
หูกลวงดวงพักตร์หักงอ
ลำคอโตตันสั้นกลม
สองเต้าห้อยตุงดังถุงตะเคียว
โคนเหี่ยวแห้งรวบเหมือนบวบต้ม...

นึกไม่ออกแล้วยังไม่จบบทเลย หากผมสะกดคำหรืออักขระไม่เหมือนต้นฉบับต้องขออภัยเพราะมันนานมาแล้ว

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ทวิน วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 07.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/twin

สวัสดีวันมาฆบูชาครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
คันนากิ่ว วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 07.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vigos

เห็นอย่างนี้แล้วแทนที่ใจจะเป็นกุศล กลับเกิดกิเลสซะนี่ เฮ้อ(อยากไปอ่ะ)

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
saleman วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 07.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saleman

สวัสดีครับพี่
มาเที่ยววัด อิ่มบุญด้วยคนครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
feng_shui วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 07.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ครูคงแป๊ะ บรมครูจริงๆๆๆค่ะพี่


.

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
mr_taweesak วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 07.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mrtaweesak
http://www.taweesak.in.th        บล๊อกของฉัน

ตามมาไหว้พระ และชมภาพจิตรกรรมฝาผนังสวยมากๆ ครับ มีวัดหลายๆ แห่งที่ผมเคยไปย่านฝั่งธนฯ มีจิตรกรรมฝาผนังอยู่หลายๆ วัด พยายามบันทึกภาพเก็บไว้ ยังเคยนึกเลยว่า มีใครที่บันทึกไว้ทุกวัด เพื่อเก็บไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานรุ่นเหลน ไว้ดูบ้างหรือไม่ เพราะนับวันจะดูจางลง ด้วยมลภาวะ และให้ซ่อมแซมอย่างไร ก็คงไม่เหมือนของดั้งเดิมครับ ... ขอบคุณครับ พี่สุ และมีความสุข อิ่มบุญ ในวันมาฆบูชานะครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
drpichai วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 07.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/drpichai

ได้เข้าวัดแต่เช้าในวันมาฆบูชาก็ดีใจแล้ว ภาพบนฝาผนังสวยครับ เสียดายที่ไม่ได้ซ่อมแซมให้ดีดังเดิมนะครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เปียแก้ว วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 07.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krupia


ได้อ่านเรื่องราว...ได้ชมภาพสวยงามตามคำบอกกล่าว..ก็เหมือนกับได้ไปกราบนมัสการ ณ สถานที่จริง

แต่ถ้ามีโอกาสก็จะไปค่ะ..วัดทอง วัดสุวรรณาราม

ถ้าว่างๆก็แวะมาชมจิตรกรรมฝาผนังของวัดต่างๆในเพชรบุรีบ้างนะคะ...เพชรบุรีก็ถือว่าเป็นจังหวัดหนึ่งในประเทศไทยที่มีวัดมากมาย เช่น วัดมหาธาตุวรวิหาร วัดคงคาราม วัดเขาตะเครา (งานประเพณีน่าจะ 8-17 มี.ค. นี้) วัดพระนอน วัดใหญ่สุวรรณาราม (สมเด็จเจ้าแตงโม) วัดเขาวัง..วัดเขาบันอิฐ(แถวบ้านครูเปีย) วัดบันไดทอง ฯลฯ

ขอบพระคุณนะคะที่แวะไปเยี่ยมชมและให้กำลังใจ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สอนสุพรรณ วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 06.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phaen


ห้องเรียนของนักศึกษาศิลปะไทยทุกคนครับพี่สุ...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
นางราตรี วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 04.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/midnight
http://www.oknation.net/blog/fangcows http://www.oknation.net/blog/atnoonแม้เพียงสายลมพัดโชยอ่อนตะวันรอนทำให้ใจหวั่นก้าวเดินใต้แสงแห่งพระจันทร์ไล่ตามฝันหมายไขว่คว้าดาว 

ฝั่งธนมันอยู่ตรงไหนค่ะ
ฮิฮิฮิ เด็กบ้านนอกไปไม่ถูกค่ะ
เป็นแต่นั่งเรือเมล์ไปท่าช้าง
แล้วก็ดูแต่วัดแถวนั้นค่ะ ไม่เคยไปที่อื่น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สายธาร วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 03.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cyberfrogy
 http://www.facebook.com/groups/dhammayatrahttps://www.facebook.com/BAAN.RAI.SAITHARN http://www.oknation.net/blog/DigitalTour

ธรรมสวัสดีครับ คุณสุภาวัลย์

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Supawan วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 03.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีวันมาฆะบูชาค่ะ ...

วันนี้เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา จึงมาชวนทุกท่านไปทำบุญที่วัดใกล้บ้าน ...

ขอให้มีความสุข สงบ จิตใจผ่องใสนะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ก้อนหินสีน้ำเงิน วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 03.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/marinestone
สองมือ  สองเท้า  หนึ่งสมอง  หนึ่งหัวใจ  รวมร้อยเป็นหนึ่งก้อนหินสีน้ำเงิน

มาไหว้พระด้วยคนนะคะ

ก้อนหินจะขอพรให้คุณพ่อค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ครูเก๋ วันที่ : 09/02/2009 เวลา : 03.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/clear
www.facebook.com/callmeclear

มายิ้มก่อนนอนค่ะ
พรุ่งนี้ค่อยอ่าน ตื่นเช้าจังนะคะพี่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน