*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2281
  • จำนวนผู้ชม : 6341493
  • จำนวนผู้โหวต : 11324
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11324 คน
<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม 2554
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 4613 , 18:31:08 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน BlueHill , ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

นคราโกต (Nagarkot) ในอ้อมกอดของหิมาลัย

ฉันเคยฝันในเยาว์วัยว่า วันหนึ่งฉันจะไปดูยอดเขาเอเวอร์เรส อันเป็นส่วนสูงสุดของโลก สถานที่สิงสถิตของเทพเจ้าทั้งหลาย … แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความฝันถูกตัดทอนลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียงแค่หากได้นั่งทอดอารมณ์ชมยอดเขาเอเวอเรสจากมุมใดมุมหนึ่ง เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆก็คงมีความสุขยิ่งแล้ว

ฉันได้ยินมาว่า … สถานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับชมความสวยงามของเทือกเขาหิมาลัยใกล้จากกรุงกาฐมาณฑุคือที่ “นากาก๊อต” (Nagarkot) ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกาฐมาณฑุไปทางตะวันออกเพียง 32 ก.ม. ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 2,175 เมตร

นากาก๊อต มีความสูงน้อยกว่า “เอเวอร์เรส” มาก … หากแต่เป็นจุดสูงสุดที่เมื่อมองสู่เทือกเขาหิมาลัยที่พุ่งยอดสูงขึ้นเสียดฟ้า แล้วจะได้เห็นทิวเขาเป็นแนวพาโนรามาพาดผ่านจากตะวันตกไปสุดทางตะวันออกโดยไม่มีอะไรมาปิดกั้น .. ในวันท้องฟ้าแจ่มใสตรงขอบฟ้าจะเห็นภาพของวิวเทือกเขาหิมาลัยสูงตระหง่านที่มองเห็นราวครึ่งหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยในเนปาลตั้งแต่ตอนกลางของประเทศถึงชายแดนอินเดียทางตะวันออก

เราเดินทางมุ่งสู่เมืองนากาโกต ดินแดนธรรมชาติที่เป็นจุดสูงสุดที่จะชมหิมาลัยด้านทิศตะวันออก รวมถึงจะสามารถมองเห็นยอดเอเวอร์เรส … หรือ “สกลมาตา” ตามชื่อที่ชาวเนปาลเรียกขานกัน .. พุ่งทะยานขึ้นเสียดฟ้า เป็นทิวแบบพาโนรามาจากตะวันตกไปสุดตะวันออกโดยไม่มีอะไรมาปิดบัง

Nagar หมายถึง “นคร” ส่วน Kot หมายถึง “ป้อมปราการ” ... นากาโกต จึงหมายความรวมๆว่าเป็น "เมืองที่เป็นป้อมปราการ" คือเป็นภูเขาที่กั้นเมืองกาฏมาณฑุซีกตะวันออกเอาไว้ ซึ่งอาจจะเป็นจากจีนหรือทิเบต ในสมัยของราชวงศ์ชาฮาห์

เส้นทางไปนากาโกต ต้องเดินทางไปบนถนนสายแคบ ขรุขระ และสูงชัน ขึ้นเขาสูง … ให้ความรู้สึกคล้ายๆกับการนั่งรถขึ้นไปยังดอยแม่สลอง ที่เชียงราย ความแตกต่างอยู่ที่ถนนที่แคบ วิ่งได้คันเดียว หากมีรถสวนมาก็ต้องใช้ความถ้อยที ถ้อยอาศัยหาที่หลบข้างทางหรือไหล่เขาให้อีกคันหนึ่งแล่นผ่านไปก่อน … ระยะทางแค่ 32 กิโลเมตรจึงต้องใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง

เรานั่งรถสู่จุดเหนือสุดโดยฝีมือการบังคับพวงมาลัยจากสุดยอดนักขับชาวเนปาล บางครั้งการสวนทางของรถเว้นระยะห่างกันเพียงแค่ไม่กี่นิ้ว

ลึกเข้าไปในหุบเขา มองเห็นวิวทุ่งหญ้า ธัญพืชเขียวขจีและข้าวสาลีที่ปลูกไล่ระดับแบบขั้นบันไดสวยมาก มองเห็นฝูงแพะและเล็มหญ้าอย่างอิสระ ชิล ชิล ทว่าลุ้นระทึก และอยากแอบหลับตาในบางครั้ง … แต่ในความเป็นจริง ฉันแทบจะไม่ยอมละสายตาจากอาคาร ท้องทุ่ง และทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในสายตา พร้อมกับแอบช่วยลุ้น ช่วยเบรกในบางครั้ง

บรรยากาศและแสงแดดยามเย็นสวยงาม รถวิ่งไปตามไหล่เขา มีเพลงฮิตของเนปาลที่คนขับรถเปิดให้ฟังไปตลอดทาง

อากาศเย็นดี … เสียดายที่ไม่สามารถลงจากรถไปเก็บภาพทิวทัศน์งดงามที่ปรากฏในสายตาได้ … ฉันชอบบ้านเรือนของชาวเนปาลสร้างด้วยอิฐเปลือยสีแดง บางบ้านก็ทาสีสดใสกระจายอยู่ทั่วไปในหุบเขา

เสียงเครื่องยนต์เงียบสนิทในยามเย็น ... เมื่อรถตู้ของเรามาจอดสงบนิ่งอยู่ที่หน้าโรงแรมห้าดาวหรูหราบนเทือกเขา นากาโกต "The Fort Hotel" … แต่เราไม่ได้พักที่โรงแรมหรูแห่งนี้หรอกค่ะ ที่พักของเราอยู่ติดกับที่นี่ ทว่าเราสามารถจะเดินผ่านประตูของ The Fort เข้ามาชมความอลังการของทิวทัศน์เบื้องหน้าโดยไม่มีการต่อว่าจากเจ้าของโรงแรมที่นี่

หลังเช็คอินเข้าห้องพัก ฉันรีบออกมาเก็บภาพยามเย็นของทิวทัศน์บนยอดเขาที่แปลกตา ... ชอบแสงมลังเมลืองของแสงไฟที่สะท้อนจากบางแห่งที่ห่างไกล เหมือนดาวบนดินที่ล้อกับแสงวิบๆวับๆของเหล่าดวงดาราบนท้องฟ้า

อาหารเนปาลบนร้านอาหารที่มีระเบียงมองผ่านกระจกออกไปด้านนอกได้ชัดเจน … ให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับขอบฟ้ามากยิ่งขึ้น … โรแมนติกไม่แพ้ดินเนอร์ใต้แสงจันทร์ริมทะเล ความมืดมิดรอบตัว ทำให้มองเห็นดาวได้แจ่มชัดเหมือนเพชรเม็ดเล็กๆที่เบียดตัวกันแน่นขนัด สวยมากทีเดียว … เชียร์สำหรับเอเวอร์เรสและหิมาลัย … เชียร์ สำหรับเนปาล

บรรยากาศหนาวบนเขาสูง แต่มีความอบอุ่นจากเตาผิงที่ใช้ไม้มาก่อไฟไล่ความหนาว โรแมนติกมากค่ะ ... จิตใจเตลิดไปบ้างจนหลายคนบอกว่ายังไม่อยากไปนอน และเลือกที่จะจิบชากลิ่นหอม รสกลมกล่อม ในขณะที่คุยกันถึงเรื่องราวของสิ่งต่างๆที่เราเจอะเจอในการเดินทางในหลายวันที่ผ่านมา จนง่วงเต็มที … และอีกหลายคนเลือกที่จะโกหกคนอื่นๆด้วยไพ่ในมืออย่างสนุกสนาน

คืนที่หนาวเหน็บใกล้ยอดเขาเอเวอร์เรสแค่เอื้อม … ทำให้ฉันนอนหลับๆตื่นๆ ไม่อยากลุกจากที่นอน … แต่อย่างไรก็ตาม การได้มองเห็นยอดเอเวอร์เรส และถ่ายรูปยามที่แสงแรกของพระอาทิตย์สาดส่องลงมาจับอยู่ที่ภูเขาที่สูงที่สุดในโลกก็ยังเป็นยอดปรารถนาของทุกคน … เราจึงสลัดผ้าห่มและดีดตัวออกจากที่นอน ล้างหน้าล้างตา แล้วเดินมุ่งหน้าขึ้นไปที่ดาดฟ้าของโรงแรม

โรงแรมที่เราพักอยู่บนยอดเขาที่สูงจริงๆ เมื่อยืนอยู่ที่ดาดฟ้าจึงมองเห็นได้รอบทิศ … แต่ก็ผวากับอากาศหนาวที่ผ่านเข้ามาปะทะกับร่างกายจนต้องกอดตัวเองไว้แน่นๆ พร้อมกระชับผ้าพันคอ และถุงมือปิดกั้นการรุกล้ำของสายลม

บนดาดฟ้ามีแขกของโรงแรมมารอดูเทือกเขาหิมาลัยกันมากมายดังที่เราคาดหมายมาตั้งแต่ต้น … ที่นี่อากาศเย็นกว่าในเมืองมากพอดู เช้ามืดของที่นี่ จึงมองเห็นหมอกปกคลุมอยู่ทั่วไป … แต่ก็ยังสามารถใช้กล้องที่มี ถ่ายรูปบรรยากาศยามเช้ามาให้ดูได้บ้างค่ะ

จากมุมที่เรายืน … เบื้องหน้าเป็นหุบเขาเวิ้งว้างหายไปในสายตา และที่ไกลออกไปคือทิวเขาหิมาลัยที่เราตั้งตารอ

เรารออยู่ไม่นานก็มีเสียงฮือฮาจากหมู่คนที่เฝ้ารอ ด้วยพระอาทิตย์เริ่มส่งแสงแรกออกมารางๆ ทุกคนจึงเริ่มที่จะส่งสายตาออกไปสังเกตว่ายอดเขาหลายยอดที่เห็น ยอดไหนจะเป็นยอดแรกที่โดนแสงโดดเด่นขึ้นมา … เพราะนั่นหมายความว่า ยอดนั้นคือ เอเวอร์เรสยังไงล่ะคะ

แสงเรืองๆทางทิศตะวันออกค่อยๆโผล่ขึ้นมาทีละนิด แสงดวงอาทิตย์ในตอนเช้าตัดกับแนวเขาเป็นทางยาว

กล้องถ่ายภาพทุกตัว … ทั้งกล้องระดับเทพ กล้องดิจิตอลธรรมดา หรือแม้แต่กล้องจากโทรศัพท์มือถือ ต่างก็ถูกยกเล็งให้ตรงกับหิมาลัย .. โดยเฉพาะสีทองจากยอดเอเวอร์เรส ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของหิมาลัยและที่สุดของโลกด้วย

ฉันเก็บภาพอรุณรุ่งอย่างจุใจ ก่อนที่จะมาเรียนรู้จากโปสการดที่มีขายหน้าโรงแรมว่า … ภาพเทือกหิมาลัยเขาที่ทอดตัวเป็นแนวกว้างจากตะวันตกสู่ตะวันออกที่มองเห็นจากบนนากาก๊อตนั้น ประกอบด้วย ยอดเขาเอเวอเรสต์ สูง 8,848 เมตร, ยอดเขาโชโฮยุ สูง 8,201 เมตร, ยอดเขามะกาลู สูง 8,463 เมตร, ยอดเขาโลโฮเช 8,516 เมตร และยอดเขาหิมาลัยอื่นๆ เวลาพระอาทิตย์ขึ้นยอดเขาหิมาลัยเปลี่ยนเป็นสีทองสวยงดงาม ตอนเช้าจะมองเห็นทะเลหมอกโดยมีเทือกเขาหิมาลัยอยู่เบื้องหลัง

ภาพทิวทัศน์ที่งดงามยามเช้าของพื้นที่รอบๆโรงแรมที่เราพักเมื่อมองจากที่สูง … แสงแดดอ่อนยามเช้าฉาบไล้ไปบนทิวเขา มองเห็นบ้านเรือนสีนุ่มตรากระจัดกระจายไปทั่งไหล่เขา ส่วนใหญ่สร้างด้วยอิฐสีแดงเปลือย ส่วนน้อยที่จะทาด้วยสีจัดจ้านให้แสบตาเล่น

ความร้อนแรงแห่งแสงอาทิตย์ค่อยๆไต่ระดับสูงขึ้น … ฉันถือโอกาสเก็บภาพพระอาทิตย์ยามเช้า และดวงสุริยัน ที่พำนักของเทพเจ้ามาฝากค่ะ

ประทับใจภาพวิว ทิวทัศน์ที่ปรากฏอยู่ในสายตาในมุมสูง ... ฉันจึงอ้อยอิ่งเก็บภาพสวยๆมาฝากทุกคนค่ะ

เนื่องจากในบริเวณนี้มีป่าไม้และต้นไม้ใหญ่อยู่มาก ในช่วงเช้าจึงมองเห็นนกน่ารักหลายชนิดออกมาหากินทั้งบนพื้นดินและบนกิ่งของต้นไม้สูง

ภาพ The Fort Hotel ติดกับที่พักของเราค่ะ … เป็นโรงแรมที่มองดูเหมือนเป็นสถาปัตยกรรมกึ่งๆจีนผสมเนปาลที่สวยมาก และดูจะให้ความสำคัญกับการตกแต่ง ดูแลให้บรรยากาศรอบๆโรงแรมสวยงามน่าทึ่ง ... เราจึงเห็นดอกไม้สีสวยในกระถางวางอยู่ทั่วบริเวณ

นอกจากอาคารโรงแรมที่เห็นด้านบน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญแล้ว ยังมีกลุ่มอาคารหลังเล็กๆแบบกระท่อมสัวนตัวเล่นระดับที่แอบหลบอยู่ในซอกหลืบของต้นสนและต้นไม้ชนิดต่างๆ ... ชอบมากๆค่ะ แต่น่าเสียดายที่รูปที่ถ่ายมาเสียไปหมด

ธรรมชาติมักให้ความมหัศจรรย์แก่มนุษย์เสมอ … คำกล่าวนี้ฉันประจักษ์แจ้งเมื่อมายืนอยู่ที่เทอเรสภายใน The Fort Hotel วิวของเทือกเขาหิมาลัยนั้นงามเกินจะบรรยายออกมาให้ใกล้เคียงความจริงด้วยตัวอักษร …

ตรงขอบฟ้าคือภาพพาโนรามาของทิวเขาสูงตระหง่าน ที่สามารถมองเห็นได้ตั้งแต่ยอดเขาอันนาปุระ เอส (Annapurna S : 7,273 เมตร) ไล่เรียงจากตะวันตกไปตะวันออกด้วยยอดเขา อันนาปุระหมายเลข 3 (Annapurna III : 7,757 เมตร) อันนาปุระหมายเลข 1 (Annapurna I : 8,090 เมตร) อันนาปุระหมายเลข 2 (Annapurna II : 7,937 เมตร) ตามด้วยยอดเขาสูงที่สุดในโลก คือ สักการะมาตา และ คันเชนจุงก้า ยอดเขาสูงอันดับสามของโลก

แสงแดดอ่อนยามเช้าฉายฉาบไปบนภูเขา อากาศปรอดโปร่ง ลมเย็นโชยมาเบาๆปะทะใบหน้า ขณะที่ฉันนั่งประชันหน้ากับเทือกเขาหิมาลัย … ท้องฟ้าแจ่มใสพอที่จะทำให้ฉันมองเห็นมงกุฎโลก นั่นคือยอดเขาเอเวอร์เรส ที่ปรากฏในสายตา

ฉันจึงปล่อยกายและจิตใจให้ดื่มด่ำกับภาพข้างหน้า อยากให้ทุกคนที่ฉันรู้จักได้มาร่วมดื่มด่ำกับสิ่งที่เป็นของขวัญจากธรรมชาติที่มอบให้กับมวลมนุษยชาติในช่วงเวลานี้จัง

การได้ทอดอารมณ์ปล่อยกาย ปล่อยใจให้เบาบางดั่งขนนก ทอดสายตาไปยังปุยเมฆขาวที่โอบล้อมเทือกเขาที่งดงามแห่งนี้ในวันฟ้าสีคราม เป็นความสุขและความรื่นรมย์ที่น่าจดจำไปอีกนานเท่านาน

ด้วยเป็นสถานที่ที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และมีต้นไม้ ดอกไม้มากมายในบริเวณโรงแรม .. ฉันจึงเห็นนกหลายสายพันธุ์บินมาแวะเวียนหาอาหาร และดอมดมเกสรดอกไม้ … บางชนิดพอจะรู้จักบ้าง บางชนิดก็ไม่ขอเดานะคะ

เหยี่ยว …สง่างาม ยามที่ร่อนตัวไปตามสายลมหนาว ในวันที่ท้องฟ้าเปิด .. และงดงามยิ่งขึ้นเมื่อมี “หิมาลัย” สีฟ้าขาวเป็นฉากหลัง

ธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่ แต่ยังคงทำหน้าที่ตามวิถีทางอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน … มนุษย์ พยายามครั้งแล้วครั้งเล่าที่จะพิชิต ยึดครอง และเปลี่ยนแปลงธรรมชาติอย่างไม่บันยะบันยังอยู่บ่อยครั้ง

การเกิดมหันตภัยร้ายแรงที่มีความถี่มากขึ้นเรื่อยๆในหลายภาคส่วนของโลก อาจจะเป็นวิธีที่ธรรมชาติและโลกกำลัง “กล่าวเตือน” และ “เอาคืน” การกระทำของมนุษย์ … ถึงเวลาหรือยังไม่เราจะตระหนักถึงความสำคัญ และหันมารักษ์ธรรมชาติอย่างจริงจัง ก่อนที่จะไม่เหลือร่องรอยอะไรในดาวเคราะห์ดวงนี้ให้เห็นในอนาคต


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
bon09 วันที่ : 28/07/2011 เวลา : 12.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

ตามไปชมด้วยค่ะ เพราะคงไม่มีโอกาสได้ไปแน่นอน

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
mr_taweesak วันที่ : 28/07/2011 เวลา : 12.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mrtaweesak
http://www.taweesak.in.th        บล๊อกของฉัน

ติดตามพี่สุ มาเที่ยวต่อครับ สวยมากๆ เลยครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
BlueHill วันที่ : 28/07/2011 เวลา : 12.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ภาพเหยี่ยวน่าจะเป็นเหยี่ยวหูดำ(Black-eared Kite) ครับพี่
ในเมืองเราก็มีประจำถิ่นครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
BlueHill วันที่ : 28/07/2011 เวลา : 12.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ภาพเหยี่ยวน่าจะเป็นเหยี่ยวหูดำ(Black-eared Kite) ครับพี่
ในเมืองเราก็มีประจำถิ่นครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 28/07/2011 เวลา : 06.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนเช้าวันพฤหัสบดีครับ

ความฝันที่เป็นความจริง ที่ได้ไปสัมผัสภาพยอดเขาหิมาลัย สวยงามมากครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Anonym วันที่ : 28/07/2011 เวลา : 02.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anonym

สวยจังเลยครับ สวยมาก ถ้ามีโอกาสจะไปครับ

ส่วนตัวเคยไปเนปาล แต่ไปตามรอยพุทธศาสนาครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ย่าดา วันที่ : 28/07/2011 เวลา : 01.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

อยากไปชมยอดเขาหิมาลัยแบบนี้บ้างจัง

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
hooknoi วันที่ : 28/07/2011 เวลา : 00.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

ชอบนากาก็อตตรงที่สามารถชมวิวหิมาลัยได้สะดวก
แถมโรงแรมก็ไม่แพงด้วย
พระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าของที่นี่สวยมากครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
soonthorn วันที่ : 27/07/2011 เวลา : 23.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soonthorn-filmkayab
    Life+Bright  ชีวิต...งดงามเสมอ  

หวัดดี ยามดึก ครับ
สวยมาก

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Chaoying วันที่ : 27/07/2011 เวลา : 23.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

สวยงาม สดชื่น เย็น สบายใจ สบายตามมีความสุขมากๆ ที่ได้ยืนมองภาพหิมาลัยและพระอาทิตย์ขึ้น...
โอว คิดถึง นากากอตค่ะ พี่สุภาวัลย์...
โหวตค่ะ สุดยอดค่ะ พี่ได้เห็นนกด้วย เยี่ยมมากๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ศุภฤกษ์ วันที่ : 27/07/2011 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suparurk

พี่ไปกี่วันครับนี่ อ่านตามจนอยากไปบ้างมากๆแล้วสิ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 27/07/2011 เวลา : 21.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

ผมเคยไปตอนยศพันตรี ครับตอนนั้นสวยมาก ขึ้นไปดูยอดเขาหิมาลัยด้วย ฮ.
(ไปดูงานก่อการร้ายที่อินเดียแล้วไปต่อ)กลับมาเดินในตัวเมืองเป็นทางลาดสูงๆตำ่ๆ สิ่งที่ดีที่สุดในการซื้อกลับบ้านคือระฆังเล็กครับ เขาบอกว่าให้ตีทุกครั้งที่เป็นทุกข์(มีไม้ตีมาพร้อม)เมื่อตีแล้วต้องฟังจนไม่มีเสียงจริงจึงจะวางลงได้ หลังจากนั้นโชคดีจะมาหาเราครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
น.นันท์นภัส วันที่ : 27/07/2011 เวลา : 19.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nidnhoi

สวย เงียบ สงบ กลมกลืน เรียบง่าย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Supawan วันที่ : 27/07/2011 เวลา : 18.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

วันพรุ่งนี้ และอีก 2-3 วันถัดจากนี้ อย่าพลาดการเดินชมเมืองโบราณแห่งหุบเขากาฏมาณฑุ ที่ทุกแห่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนะคะ ผ่านบล็อกนี้ค่ะ




ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 27/07/2011 เวลา : 18.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีเย็นวันพุธค่ะ ...

วันนี้พามาใกล้หิมาลัยอีกครั้งนะคะ ... ขอให้มีความสุขค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน