*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2275
  • จำนวนผู้ชม : 6332097
  • จำนวนผู้โหวต : 11316
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11316 คน
<< สิงหาคม 2011 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 9 สิงหาคม 2554
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 3342 , 17:17:27 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Supawan โหวตเรื่องนี้

Kathmandu Durbar Square : จัตุรัสกาฏมาณฑุ ประเทศเนปาล (1)

เราเดินทอดน่องช้าๆที่จัตุรัสพระราชวังกาฏมาณฑุ .. ในเส้นทางเราพบว่ามีเทวาลัยมากมาย ฉันไม่แน่ใจว่าเป็นของเทพองค์ใดบ้าง อาจจะเป็นพระนารายณ์ หรือเทพองค์อื่นที่ผู้คนเคารพนับถือ

ด้านนอกของแต่ละเทวาลัยมองเห็นพ่อค้า แม่ค้านำสิ่งของออกมาวางขายกันเอิกเกริก ทั้งพวงมาลัย ดอกไม้สด น้ำดื่ม และผงสี อันเป็นเครื่องสักการะบูชาองค์เทพ

ตามมุมถนนมีซุ้มซีเมนต์เล็กๆที่ด้านในมีเทพเช่นกัน ฉันเห็นผู้คนที่เดินผ่านไปมาแวะเข้ามาเอามือสัมผัสองค์เทพ แล้วเอามือไปวางบนหัว ... คงเป็นการขอให้องค์เทพประสาทพรสำหรับการทำกิจกรรมต่างๆในวันนั้น เพื่อความเป็นสิริมงคลและโชคดี

ฤษี .. พบตรงทางเข้าจัตุรัส ขณะทีเรารอซื้อบัตรผ่านเข้าไปชมโบราณสถาน .. ฤษีจะเดินเตร็ดเตร่ให้นักท่องเที่ยวได้เห็น หากต้องการถ่ายรูปฤษีและนักบวชจะต้องจ่ายเงินด้วยค่ะ จะมากน้อยแค่ไหน ต้องต่อรองกันดูค่ะ ภาพที่ถ่ายมานี้ราคา 10 รูปีต่อการถ่ายภาพ 3 ครั้ง

สังเกตุมั๊ยคะว่า ฤษีทำมือในสัญลักษณ์รูปตัววี ... Victory ด้วย ทันสมัยจริงๆ

เมื่อแรกเข้ามาในอาณาบริเวณจัตุรัส เราต้องไปซื้อบัตรผ่านเข้าไปด้านในเสียก่อน ... เมื่อ ก้าวเท้าไปบนถนนแคบๆที่ปูด้วยแผ่นหินวางเรียงต่อเนื่อง เราต่างตื่นตา ตื่นใจกับเมืองโบราณแห่งนี้มาก ฉันรู้สึกเหมือนได้นั่งไทม์แมชีนกำลังย้อนกลับไปสู่อดีตกว่าหนึ่งพันปีที่แล้ว

ภาพของเจ้าแม่ทุรคา มเหสีของพระศิวะ ตอนแปลงร่างมาปราบอสูรและความชั่วร้าย .. หน้าตาของพระนางดูน่ากลัว เลอะเทอะ หากไม่บอกว่าเป็นเทพ ฉันคงนึกว่าเป็นนางยักษ์

จะว่าไปแล้ว เทพของเนปาลดูจะไม่เหมือนเทพที่เราจินตนาการเอาไว้ก่อนมาที่นี่ … ไม่มีเทพที่หน้าตาหล่อเหลา ขาวๆ รูปร่างอ้อนแอ้นเหมือนที่เมืองไทยเลยสักองค์เดียว ที่เห็นในหลายๆโบราณสถานมักจะดูน่ากลัว และเป็นเทพสตรีเสียเป็นส่วนใหญ่ … ใครบางคนเคยเล่าว่า เทพเหล่านี้เป็นอวตารของเทพที่มีรูปลักษณ์หล่อเหลา หรือสาวสวยมาก่อน หากแต่เมื่ออวตารลงมาปราบยุคเข็ญ เลยต้องให้เห็นว่าน่ากลัวสำหรับพวกมารร้ายทั้งหลาย .. ฉันมาถึงบางอ้อก็ตอนนี้เองค่ะ

อันพระอุมา มเหสีของพระศิวะนั้น เป็นเทพสตรีที่สำคัญของชาวฮินดู เทพสตรีองค์นี้แบ่งเป็น 3 ภาค … ภาคที่ใจดี มีเมตตา เรียกว่า “พระอุมา” หรือ “เจ้าแม่มหาอุมาเทวี” รูปงาม มี 4 กร … อีกภาคหนึ่งเป็นภาคดุร้าย น่ากลัว เรียกว่า “เจ้าแม่กาลี” มีรูปกายอ้วนล่ำ ผิดำ นัยน์ตาดุ โปรดเสวยเลือด ผมยางปะบ่า มี 10 กร ถืออาวุธครบทุกกร และมีโลหิตหยดตามปากตามตัว พระนางมีงูเป็นสังวาลย์ … อีกภาคหนึ่งเป็นปางดุร้ายเช่นกัน เรียกว่า “ทุรคา”

ในจำนวนภาคกำเนิดทั้ง 3 ภาคนั้น ชาวอินดูเกรงกลัวและนับถือบูชาภาคที่เป็นกาลีทุรคามากที่สุด จึงมีพิธีบวงสรวงบูชาสังเวยให้กับพระนางอย่างใหญ่โต เต็มไปด้วยความตื่นเต้นสยดสยอง หรือบางคนก็ทำร้ายตัวเองขนเลือดออก เพื่อบูชาพระนาง

เหตุที่พระนางเสวยเลือดนั้น มาจากประวัติเมื่อพระนางปราบยักษ์ตนหนึ่งชื่อ “มาธูสูร” ซี่งมีฤทธิ์มาก ด้วยได้รับพรจากพระพรหมให้เป็นอมตะอยู่ยงคงกระพัน ไม่มีใครฆ่าหรือทำลายได้ แม้หากทำร้ายจนเลือดออก เมื่อเลือดตกถึงพื้น เลือดแต่ละหยดจะกลายเป็นอสูรตนใหม่ขึ้นมาทันที ดังนั้นอสูรจึงไม่มีวันตาย ด้วยมีตนใหม่เกิดขึ้นมาเรื่อยๆนั่นเอง

ด้วยพรที่ได้รับจากพระพรหม ทำให้อสูรตนนี้ฮึกเหิม อาละวาดทำความเดือดร้อนจนวุ่นวายไปทั้งสวรรค์ .. พระแม่กาลีจึงต้องออกมาปราบ เกิดการต่อสู่กันอย่างดุเดือด พระนางรู้อุบายที่จะทำลายฤทธิ์ของอสูร และวิธีไม่ให้เลือดของอสูรตกถึงพื้น พระนางเอาพระโอษฐ์รับหยดเลือดที่เกิดจากแผลจากคมอาวุธของพระนางเอาไว้ … อสูรตนนี้ถึงกับหมดฤทธิ์ ถูกอาวุธของพระนางเข้าที่สำคัญล้มฟาดลงบนพื้นและตายทันที

เลือดของอสูรที่พระนางกาลีเอาพระโอษฐ์รองรับเพื่อไม่ให้ตกถึงพื้นนั้น พระนางเสวยจนหมด และบังเกิดพอพระทัยในการเสวยเลือดสดๆเป็นอย่างยิ่ง … จากตำนานของเหตุการณ์นี้เอง จึงเป็นที่มาของพิธีกรรมบูชาเจ้าแม่กาลีของชาวฮินดูด้วยเครื่องพลีบัดสังเวยต่างๆ

เทพนรสิงห์ .. รูปลักษณ์ร่างกายเป็นสิงห์ หน้าเป็นคน มีกรงเล็บเป็นสิงห์ เป็นอวตารองค์ที่ 4 ของพระนารายณ์ เพื่อมาปราบยักษ์ตนหนึ่งชื่อ “หิรัณยกษิปุ – อ่านว่า หิ-รัน-ยะ-กะ-สิ-ปุ”

ยักษ์ตนนี้มีความแค้นพระนารายณ์เนื่องจากพี่ชายนาม “หิรัณยากษะ – อ่านว่า หิ-รัน-ยา-กะ-ษะ” ได้ไปขอพรขอฤทธิ์จากพระศิวะ พอบำเพ็ญเพียรจนแก่กล้า วันดีคืนดียักษ์ตนนี้ก็ม้วนแผ่นดินเล่น แล้วลงไปนอนตีพุงที่ใต้บาดาล ทำเอาเดือดร้อนกันไปทั่วทั้งโลก เพราะเกิดมืดมิดไปหมด … พระนารายณ์จึงอวตารมาปราบ ใช้เวลาพันปีจึงสำเร็จ

ยักษ์ “หิรัณยกษิปุ” ผู้เป็นน้องเก็บความแค้นเอาไว้ในใจ บำเพ็ญพรตแก่กล้าขึ้น จึงไปขอพรพระพรหม หลายข้อคือ

หนึ่ง : ขอให้ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ เทวดา หรือสัตว์เดรัจฉาน ไม่สามารถฆ่ายักษ์ตนนี้ได้

สอง : อาวุธใดๆในโลกก็ไม่สามารถฆ่าได้

สาม : ขอให้ไม่มีวันตาย ทั้งกลางวันและกลางคืน

สี่ : ไม่ตายทั้งในบ้าน และนอกบ้าน

พระพรหมประทานพรตามที่ยักษ์ตนนี้ขอ … ตั้งแต่นั้นมา ยักษ์ “หิรัณยกษิปุ” ก็อาละวาดเกเรไปทั้งสวรรค์และโลกมนุษย์ เหล่าเทวดาเดือดร้อนจึงไปร้องเรียนพระอินทร์ซึ่งเป็นประมุขของเทวดา ให้อัญเชิญพระนารายณ์มาปราบ ด้วยเหตุนี้พระนารายณ์จึงถูกปลุกขึ้นมาจากเกษียรสมุทร อวตารมาเป็นนรสิงห์ผู้ปราบยักษ์

นรสิงห์ ซึ่งไม่ใช่เทวดาหรือมนุษย์ .. จับตัวยักษ์ “หิรัณยกษิปุ” มาที่ใต้ชายคา ซึ่งไม่ใช่ทั้งในบ้านหรือนอกบ้าน … ในเวลาโพล้เพล้ ที่ไม่ใช่กลางวันหรือกลางคืน … แล้วฉีกร่างยักษ์ขาดเป็นสองท่อนด้วยกรงเล็บ ที่ไม่ใช่อาวุธ … เยี่ยมมากค่ะ ไม่รู้คิดได้ไง !!

จัตุรัสกาฏมาณฑุ ดูร์บาร์แห่งนี้ นับเป็นวิถีแห่งความรุ่งโรจน์จากอดีต ที่ยังคงรูปร่างที่ตระการตามาจนถึงปัจจุบัน …

ประกอบไปด้วยวัดและปราสาทเก่าแก่ ทั้งใหญ่และเล็กรวมกันกว่า 50 แห่ง เรียงรายกระจายกันอยู่เต็มพื้นที่ ซึ่งแสดงภาพของความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศาสนาและวัฒนธรรมของชาวเนปาล เนื่องจากเป็นสถานที่ที่กษัตริย์เนปาลประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกขึ้นครองราชย์

ที่นี่ไม่มีกฎกติกาในการเยี่ยมสักเท่าไหร่ ดูเสมือนเป็นสถานที่สาธารณะเสียมากกว่า มองเห็นผู้คนมากมายเดินกันขวักไขว่ แบบใครใคร่ชม-ชม ใครใคร่ปีนป่าย-ปีน ใครใคร่ขายของ-ขาย แม้แต่ใครใคร่นอน-นอน อิสรเสรีกันมากที่เดียว …

สิ่งทำให้ฉันรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ก็คือ คงจะน่าเสียดายมากมายหากสถานที่ที่เป็นถึงมรดกโลกเช่นนี้จะต้องทรุดโทรมไปตามรูปแบบการใช้สอยของมนุษย์ ไม่ใช่ตามกาลเวลาที่ควรจะเป็น …

ฉันไม่อยากเห็น “อัญมณีแห่งเนปาล” ต้องกลายสภาพเป็น “เพชรที่บิ่นร้าวและเศร้าหมอง” ไปอย่างน่าเสียดายยิ่ง … แม้ในส่วนลึกๆจะบอกตัวเองว่า โบราณสถานเหล่านี้อยู่ยงมานับพันปี ชาวเนปาลก็คงจะช่วยกันรักษา อนุรักษ์แบบเนป้าล เนปาลกันต่อไป

สถานที่ที่น่าสนใจมีอยู่หลายแห่ง เช่น วัดเตะเลชุ สร้างโดยกษัตริย์มเหนทรา มัลละ (King Mahendra Malla) ในปี พ.. 2092 วัดกาฬ ไภราพ ซึ่งเป็นเทพแห่งการทำลายล้าง God of Destruction) กลองยักษ์ และวัดจากายนาถ (Jagannath Temple)

จัตุรัสแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกโดยโดยองค์การยูเนสโกในปี พ.. 2522 เช่นกัน

เทวสถานในจัตุรัสกาฐมาณฑุ ดูร์บาร์ … ส่วนใหญ่ตัวอาคารสร้างไม้แกะสลักอ่อนช้อย หรือไม่ก็ก่อด้วยอิฐแดงเปลือย ขอบประตูเตี้ยและต่ำพอก้มหัวลอดไปได้เท่านั้นเอง มีหน้าต่างบานเล็กๆพอโผล่หน้าออกมาดูภายนอกได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในลัทธิฮินดูล้วนได้รับการแกะสลักและฉลุลายไว้อย่างหลากหลายและงดงามวิจิตรอลังการ … ด้านหน้าและด้านในของเทวสถานตลอดจนราวบันไดที่ขึ้นสู่ชั้นสูงจะเห็นมีรูปปั้นหรือไม้แกะสลักรูปของเทพเจ้าที่ชาวเมืองเคารพนับถือ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปางต่างๆของพระพรหม พระนารายณ์ พระศิวะ หรือเรียกรวมๆกันก็คือ “ตรีมูรติ” นั่นเอง

Chyasin Dega หรือ Temple of Vansagopal (พระกฤษณะ) ในจัตุรัสกาฐมาณฑุ ดูร์บาร์

Hanuman Dhoka หนุมานโธกา : รูปปั้นเทพหนุมาน คลุมไว้ด้วยผ้าสีแดง เลยไม่เห็นว่าหน้าตาของหนุมานเหมือนกับที่เราเห็นบนภาพจิตรกรรมฝาผนังในเรื่องรามเกียรติ์หรือไม่ .. แต่แค่มองผาดๆก็ไม่น่าจะเหมือนค่ะ

สีแดงบนเครื่องแต่งกายของหนุมาน หมายถึงชัยชนะ รูปปั้นของหนุมารนตั้งอยู่บนแท่นสูงตรงประตูพระราชวังเก่า ทำหน้าที่เป็นนายทวารคอยรักษาประตูทางเข้าของพระราชวัง มีประชาชนแวะเวียนมาสักการะอยู่เสมอ จึงเปรียบเสมือนเทพองค์หนึ่ง

ในช่วงเทศกาล Dasian หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า Durga Puja ซึ่งเป็นเทศกาลของศาสนาฮินดูที่สำคัญที่สุดของเนปาล เป็นการบูชาเทพเจ้าหญิงชื่อ Durga จะมีการนำสัตว์มาบูชายัญกันที่จัตุรัสแห่งนี้ สัตว์ที่นำมาบูชายัญนั้นว่ากันว่ามีมากมาย จนเป็นภาพที่สยดสยองต่อคนที่ไม่คุ้นเคย ทั้งจัตุรัสและเมืองตลบอบอวลด้วยกลิ่นคาวเลือดและรอยคราบเลือดบนพื้น

การบูชายัญฟังดูน่ากลัว บางคนอาจจะคิดว่าเป็นการกระทำที่โหดร้าย ทารุณ ที่มีสัตว์จำพวกแพะ ไก่ ต้องมาตายเป็นเบือ … แต่เราก็มิอาจนำเอามาตรฐานทางความคิดของเรา ไปครอบความคิดและความเชื่อของใครๆได้หรอกค่ะ

ชาวเนปาลเชื่อว่า การบูชายัญสัตว์เป็นการปลดปล่อยให้สัตว์ได้ไปเกอดใหม่ในรูปลักษณ์ที่ดีกว่านี้ ดังนั้นการบูชายัญจึงเป็นการทำบุญให้กับสัตว์นั่นเอง

พระราชวังของกษัตริย์เนปาล … เป็นพระราชวังที่สร้างและทำขึ้นจากไม้แกะสลักทั้งหลัง นับเป็นเป็นสิ่งก่อสร้างชิ้นเอกกลางเมืองที่ผสานแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมคลาสสิกสไตล์ยุโรป กับศิลปะพื้นเมืองไว้ด้วยกันอย่างลงตัว .. แม้จะดูแปลกตาไปบ้างสำหรับนครโบราณแห่งนี้

ด้านหน้าของพระราชวังมีทหารมาดเท่ห์เฝ้าอยู่หน้าพระราชวัง … เพื่อนเราบางคนขออนุญาติเข้าไปถ่ายรูปด้วยเพื่อเป็นที่ระลึกค่ะ

ถามไถ่ไกด์ของเรา ได้ความว่าภายในพระราชวังมีพิพิธภัณฑ์ แต่ฉันไม่มีเวลาพอ เลยไม่ได้เข้าชม คงต้องผลัดเป็นทริปต่อไปจึงจะได้เข้าไปดูซ่อมจากคราวนี้



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
BlueHill วันที่ : 10/08/2011 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ตำนานเรื่องเทพนรสิงห์ชอบมากเลยครับ
นึกไม่ถึงว่า จะคิดได้่เช่นนั้น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Supawan วันที่ : 09/08/2011 เวลา : 18.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ... คุณลูกเสือ


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 09/08/2011 เวลา : 17.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

คึกคักดีครับ
สวัสดีตอนเย็น ..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 09/08/2011 เวลา : 17.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ...

วันนี้พามาชมจตุรัสกาฏมาณฑุ อันเป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งของเนปาลนะคะ ...

Please have a nice evening !!

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน