*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2281
  • จำนวนผู้ชม : 6341493
  • จำนวนผู้โหวต : 11324
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11324 คน
<< พฤศจิกายน 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน 2554
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 4951 , 16:49:13 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Supawan โหวตเรื่องนี้

งานแสดงแสง สี เสียง หน้าพระที่นั่ง ริมฝั่งแม่น้ำบางนารา จังหวัดนราธิวาส

นราธิวาส เดิมชื่อ “มะนาลอ” เดิมมีฐานะเป็นเพียงอำเภอหนึ่ง เรียกว่า อำเภอบางนรา ขึ้นกับเมืองสายบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดหัวเมืองภาคใต้ ต่อมาได้โอนไปขึ้นกับเมืองระแงะ ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดหัวเมืองเช่นกัน โดยประวัติความเป็นมาของนราธิวาสนั้น มีความเชื่อมโยงกับเรื่องราวของเมืองปัตตานี เมืองสายบุรี และเมืองระแงะ

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ทรงรับสั่งให้กรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาท ยกทัพหลวงลงมาปักษ์ใต้เพื่อปราบปรามข้าศึกที่เข้ามาทางปักษ์ใต้ เมื่อข้าศึกแตกพ่ายหนีไปหมดแล้ว จึงเสด็จประทับ ณ เมืองสงขลา และได้มีรับสั่งออกไปถึงหัวเมืองมลายูทั้งหลาย ที่เคยขึ้นกับอยุธยามาก่อน ให้มาอ่อนน้อมดังเดิม โดยพระยาไทรบุรี และพระยาตรังกานูยอมอ่อนน้อมแต่โดยดี แต่พระยาปัตตานีแข็งเมืองไม่ยอมอ่อนน้อม จึงรับสั่งให้ยกทัพไปเมืองปัตตานีเมื่อ พ.ศ. 2332

เมื่อได้เมืองปัตตานีแล้ว ได้โปรดเกล้าฯ ให้พระราชทานตราตั้งให้แก่พระยาสงขลา (บุญฮุย) เป็นพระยาปัตตานี และให้อยู่ในความกำกับดูแลของเมืองสงขลาต่อไป และตั้งในเป็นเมืองมนตรีขึ้นอยู่กับกรุงรัตนโกสินทร์โดยตรง ในระหว่างที่พระยาปัตตานี (ขวัญซ้าย) ว่าราชการเมืองปัตตานีอยู่นั้น บ้านเมืองสงบเรียบร้อยปกติสุขตลอดมา ครั้นเมื่อพระยาปัตตานีถึงแก่กรรม ทรงโปรดเกล้าฯ ให้นายพ่าย น้องชายพระยาหลวงสวัสดิภักดีผู้ช่วราชการเมืองปัตตานี และได้ย้ายที่ว่าการเมืองปัตตานีจากบ้านมะนา (อ่าวนาเกลือ) ไปตั้งอยู่ที่บ้านยามู

ในระหว่างนั้นพวกของซาเห็ดรัตนวงศ์ฯ และพวกโมเซฟได้เริ่มก่อกวนความสงบสุขของบ้านเมือง โดยคบคิดกับปล้นบ้านพระยาปัตตานี และบ้านหลวงสวัสดิภักดี แต่ก็ได้ถูกตีถอยหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านกะลาพอ แขวงเมืองสายบุรี นอกจากนั้นเมืองปัตตานีซึ่งมีอาณาเขตกว้างขวาง และมีโจรผู้ร้ายชุกชุม เที่ยวปล้นบ้านเรือนราษฎรจนเหลือกำลังที่พระยาปัตตานีจะปราบให้ราบคาบได้ จึงแจ้งราชการไปยังเมืองสงขลา พระยาสงขลา (เถียนจ๋อง) ออกมาปราบปราม และจัดนโยบายแบ่งแยกเมืองปัตตานีออกเป็น 7 เมือง ได้แก่ เมืองปัตตานี, เมืองหนองจิก, เมืองยะลา, เมืองรามันห์, เมืองระแงะ, เมืองสายบุรี และเมืองยะหริ่ง

ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้มีพระยาปัตตานี (ต่วนสุหลง), พระยาหนองจิก (ต่วนกะจิ), พระยายะลา (ต่วนบางกอก) และพระยาระแงะ (หนิเดะ) โดยเจ้าเมืองทั้ง 4 ได้สมคบคิดกันเป็นกบฏขึ้น จึงโปรดเกล้าให้พระยาเพชรบุรี และพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ลงมาปราบ และพิจารณาเห็นว่า หนิบอสูชาวบ้านบางปูซึ่งพระยายะหริ่งแต่งตั้งให้เป็นกรมการเมืองยะหริ่งได้เป็นกำลังสำคัญ และได้ทำการต่อสู้ด้วยความกล้าหาญยิ่ง ด้วยคุณงามความดีนี้จึงได้แต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาราชการเมืองระแงะ สืบต่อจากพระยาระแงะ (หนิเดะ) ที่หนีไป และได้ย้ายที่ว่าราชการจากบ้านระแงะมาตั้งใหม่ที่ตำบลตันหยงมัส

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงให้ยกเลิกการปกครองแบบเก่า เพราะการแบ่งเขตแขวงการปกครอง และตำแหน่งหน้าที่ราชการในหัวเมืองทั้ง 7 ที่ยังทับซ้อนกันอยู่หลายแห่ง จึงได้วางระเบียบแผนการปกครองและตำแหน่งหน้าที่ราชการให้เป็นระเบียบตามสมควรแก่กาลสมัย เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2444

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2449 มีประกาศพระบรมราชโองการให้แยกบริเวณ 7 หัวเมืองออกมาจากมณฑลเทศาภิบาล เรียกว่า มณฑลปัตตานี เพื่อสะดวกแก่ราชการ และทำนุบำรุงบ้านเมืองให้เจริญขึ้นกว่าแต่ก่อน ในปี พ.ศ. 2458 ได้ย้ายที่ว่าราชการจากเมืองระแงะ ตำบลตันหยงมัส มาตั้งที่บ้านมะนาลอ (บางมะนาวในปัจจุบัน) อำเภอบางนรา ส่วนท้องที่เมืองระแงะ และได้ยกฐานะอำเภอบางนราขึ้นเป็นเมืองบางนรา มีอำเภอในการปกครองได้แก่ อำเภอบางนรา, อำเภอตันหยงมัส, กิ่งอำเภอยะบะ, อำเภอสุไหงปาดี และกิ่งอำเภอโต๊ะโมะ

ครั้นต่อมาสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้เสด็จประพาสมณฑลปักษ์ใต้ เมื่อพระองค์เสด็จถึงเมืองบางนรา ทรงพระราชทานพระแสงศาสตราแก่เมืองบางนรา และทรงดำริว่าบางนรานั้นเป็นชื่อตำบลบ้าน และควรที่จะมีชื่อเมืองไว้เป็นหลักฐานสืบไป จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อเป็น "เมืองนราธิวาส" ซึ่งหมายถึงที่อยู่ของคนดี เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2458

ในปี พ.ศ. 2476 ได้มีการปรับปรุงระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคครั้งยิ่งใหญ่ และให้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็นจังหวัด เมืองนราธิวาสจึงเป็นเปลี่ยนเป็น "จังหวัดนราธิวาส" จากนั้นเป็นต้นมา

Source : วิกิพีเดีย

ก่อนที่จะเขียนบทความชิ้นนี้ในช่วงต่อไป ต้องขอออกตัวว่าไม่รู้รายละเอียดของการแสดงแต่ละองค์ แต่ละฉาก ว่ามีแนวความคิดเป็นมาอย่างไร รวมถึงความตั้งใจของผู้ออกแบบการแสดงที่ต้องการจะสื่อสารกับผู้ชมจริงๆ … เพียงแค่มีโอกาสได้เข้าไปชมและถ่ายรูปการแสดงในวันซ้อมใหญ่ ก่อนหน้าวันแสดงจริง ดังนั้นการเขียนบทความชิ้นนี้น่าจะมีความคลาดเคลื่อนอยู่ไม่น้อย ด้วยเขียนตามสิ่งที่เห็น แล้วแปลออกมาตามที่ผู้เขียนเข้าใจเป็นหลัก

การแสดงแสง สี เสียง จัดขึ้นด้านหน้าพลับพลาที่ประทับ ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางนารา เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา

เวทีการแสดง : เป็นเวทีกลางแจ้ง ซึ่งบนเวทีมีการตั้ง “บานอ” ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประเภทกลองชนิดหนึ่งที่ใช้ตีให้จังหวะ เป็นการละเล่นพื้นเมืองที่เห็นทั่วไปในหมู่บ้านชนบท เพื่อประโคมให้ชาวบ้านในละแวกข้างเคียงได้ยิน ได้รับรู้ถึงกิจกรรมในหมู่บ้านนั้นๆ เป็นการป่าวร้องให้ผู้คนมาร่วมงาน … รวมถึงนิยมตีแข่งขันในหมู่ชาวไทยมุสลิมของจังหวัดชายแดนภาคใต้

การแสดงชุดแรก : ในลำดับแรก เป็นคล้ายๆกับการรำอวยพร หรือต้อนรับแขกผู้มาเยือน

ฉากแรก : วิถีการดำเนินชีวิต และขนบประเพณีต่างๆ ของชาวนราธิวาส ในหลากหลายรูปแบบ … ตลาดที่พบปะของคนในชุมชน … สามล้อ … คนถือกรงนก …

ผู้นำชุมชนและผู้นำทางศาสนา เรียกประชุมชาวบ้าน แจ้งว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จมาทรงเยี่ยมประชาชนและปฏิบัติพระราชกรณีย์กิจในจังหวัดภาคใต้ รวมถึงจังหวัดนราธิวาส

โดยการเสด็จพระราชดำเนินแต่ละครั้ง จะทรงเยี่ยมราษฎร เพื่อรับทราบปัญหาของพสกนิกร และทรงวางโครงการเพื่อแก้ปัญหาเหล่านั้น ให้เกิดความสงบสุขร่มเย็น และมีประโยชน์ต่อชุมชนโดยรวม

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาคุณของล้นเกล้าฯ … ชาวจังหวัดนราธิวาสได้ตระหนักและระลึกถึงตลอดเวลา จึงมีความคิดที่จะทูลเกล้าถวายที่ดิน เพื่อใช้สร้างพระตำหนักที่ประทับ และชาวนราธิวาสก็เห็นพ้องต้องกันในแนวความคิดนี้

การกราบบังคมทูล และทูลเกล้าถวายโฉนดที่ดิน เพื่อสร้างพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ … ซึ่งการก่อเสร็จเรียบร้อยในปี พ.. 2516 จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรม ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์แทบทุกปี

ภาพการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศ์ศานุวงศ์ ทรงเยี่ยมราษฎร เพื่อรับทราบปัญหาของพสกนิกร และทรงวางโครงการเพื่อแก้ปัญหาเหล่านั้น ให้เกิดความสงบสุขร่มเย็น และมีประโยชน์ต่อชุมชนโดยรวม

บุคคลผู้ใกล้ชิด และติดตามเบื้องพระยุคลบาทและถวายงานหลายคน มาเล่าเรื่องราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชวงศ์ปฏิบัติพระราชกรณีย์กิจด้านต่างๆ … เพื่อประโยชน์แก่ชาวไทย ซึ่งรวมถึง โครงการพิกุลทอง

การร้องเพลงเทิดพระเกียนติ์ในภาษาไทย ภาษายาวี … จากศิลปินท้องถิ่น และจากส่วนกลาง

การแสดงศิลปะพื้นเมือง …การเชิดสิงโตของชาวจีน ..

สิละ .. เป็นศิลปะการต่อสู่ป้องกันตัวอย่งหนึ่งของของไทยมุสลิม ทำนองเดียวกับคาราเต้ ยูโด กังฟู หรือมวยไทย ไทยมุสลิมภาคใต้ เรียกการต่อสู้แลลสิละอีกอย่างหนึ่งว่า ดีกา หรือ บือดีกา เป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่า เน้นให้เห็นลีลาการเคลื่อนไหวอย่างสง่างาม

กรือโต๊ะ … เป็นการละเล่นอย่างหนึ่งของชาวไทยมุสลิมที่มีมานานตั้งแต่สมัยโบราณ เล่าสืบต่อกันมาว่า เดิมเป็นการนละเล่นของเด็กเลี้ยงวัวเลี้ยงควายของชาวไทยมุสลิมเพื่อแก้เหงา … ต่อมาได้ขยายวงความนิยมมาเป็นการละเล่นของผู้ใหญ่ด้วย โดยมีระบบ กติกา

ดิเกฮูลู … เป็นกลอนเพลงโต้ตอบ นิยมเล่นเป็นหมู่คณะ มักจะเป็นภาษายาวีตีเข้ากับรำมะนา เข้าใจว่าการแสดงแบบนี้น่าจะมีขึ้นครั้งแรก ณ ท้องที่เหนือลำน้ำอันเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำปัตตานี ซึ่งชาวเมืองเรียกว่า ฮูลู … ส่วนบทกลอนที่ใช้ขับร้องนั้น เรียกเป็นภาษามลายูท้องถิ่นว่า “ปันตน” หรือปาตง เวลาแสดงใช้ขับกลอนโต้ตอบ ไม่ได้แสดงเป็นเรื่อง เป็นราวเหมือนกับการละเล่นพื้นบ้านอื่น

มโนราห์ … เรียกสั้นๆ ว่า โนรา เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านของภาคใต้ โดยเฉพาะมีท่ารำที่อ่อนช้อย สวยงาม บทร้องเป็นกลอนสด ผู้ขับร้องต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบ สรรหาคำให้สัมผัสกันได้อย่างฉับไว มีความหมายทั้งบทร้อง ท่ารำและเครื่องแต่งกายเครื่องดนตรีประกอบด้วย กลอง ทับคู่ ฉิ่งโหม่ง ปี่ชวา และกรับ ปัจจุบันพัฒนาเอาเครื่องดนตรีสากลเข้าร่วมด้วย แต่เดิมนิยมใช้ผู้ชายล้วนแสดง แต่ปัจจุบันมีผู้หญิงเข้าไปแสดงด้วย

การแสดงของชาวอิสาน … ซึ่งเคยเล่าให้ฟังไปแล้วในหลายโอกาสว่าชาวอิสานมาอยู่ในพื้นที่ทางภาคใต้ได้อย่างไร

การแสดงองค์สุดท้าย : นักแสดงร่วมกันร้องเพลงสดุดีมหาราชา พร้อมการแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติ์ และถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก (เฉพาะในวันซ้อมใหญ่)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 23/11/2011 เวลา : 08.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

ชอบศิลปะป้องกันตัว สิละ มากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
generous วันที่ : 22/11/2011 เวลา : 20.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/generous
ดวงมีขึ้นมีลง ถ้าขึ้นก็อย่าหลง ถ้าลงก็อย่าท้อ (เถียงกันไปไทยแตกแยก อยู่อย่างไทย ไม่ทะเลาะ ไม่เบาะแว้ง)

ทุกอย่างดูดีมากครับ สวยมาก เสียอย่างเดียว น่าจะถ่ายวิดิโอมาให้ดูด้วยโดยเฉพาะตอนจุดพลุ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
generous วันที่ : 22/11/2011 เวลา : 20.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/generous
ดวงมีขึ้นมีลง ถ้าขึ้นก็อย่าหลง ถ้าลงก็อย่าท้อ (เถียงกันไปไทยแตกแยก อยู่อย่างไทย ไม่ทะเลาะ ไม่เบาะแว้ง)

ทุกอย่างดูดีมากครับ สวยมาก เสียอย่างเดียว น่าจะถ่ายวิดิโอมาให้ดูด้วยโดยเฉพาะตอนจุดพลุ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
generous วันที่ : 22/11/2011 เวลา : 20.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/generous
ดวงมีขึ้นมีลง ถ้าขึ้นก็อย่าหลง ถ้าลงก็อย่าท้อ (เถียงกันไปไทยแตกแยก อยู่อย่างไทย ไม่ทะเลาะ ไม่เบาะแว้ง)

ทุกอย่างดูดีมากครับ สวยมาก เสียอย่างเดียว น่าจะถ่ายวิดิโอมาให้ดูด้วยโดยเฉพาะตอนจุดพลุ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เรือนข้าหลวง วันที่ : 22/11/2011 เวลา : 17.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/banklangtung

กลับมาติดตามผลงานค่ะ

ยอดเยี่ยมเหมือนเดิม

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Supawan วันที่ : 22/11/2011 เวลา : 16.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ...

เขียนบทความชิ้นนี้ช้าไปบ้าง ... แต่ก็ยังนำมาแบ่งปันค่ะ


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 22/11/2011 เวลา : 16.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ภาพสวยมากครับพี่
ข้อมูลก็ค้นมาได้ดี ให้ความรู้มากครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน