*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2239
  • จำนวนผู้ชม : 6269101
  • จำนวนผู้โหวต : 11268
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11268 คน
<< มกราคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม 2555
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 6067 , 16:11:06 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 11 คน พันธุ์สังหยด , feng_shui และอีก 9 คนโหวตเรื่องนี้

กระเช้าขึ้นภูกระดึง ความคิดและความพยายามที่ต้องทบทวน

ระยะนี้มีข่าวเรื่อง กรมอุทยานฯ ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ใน “การก่อสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง” ขึ้นมาอีกครั้ง หลังความพยายามอย่างไม่ย่อท้อของหลายๆคนและหลายๆหน่วยงานที่พยายามผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นให้ได้ ท่ามกลางการคัดค้าน ไม่เห็นด้วยของผู้คนอีกจำนวนมาก

เอกสารการศึกษาได้สรุปว่า “ผลดี” ของการมีกระเช้าขึ้นภูกระดึง คือ

  1. ส่งเสริมเศรษฐกิจของจังหวัดเลยให้ขยายตัวมากขึ้น เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น

  2. นักท่องเที่ยววัยเยาว์ อาวุโส คนพิการ ได้มีโอกาสสัมผัสยอดภูกระดึง

ส่วน “ผลเสีย” ของการมีกระเช้านั้น คือ

  1. ทำให้ความมีเอกลักษณ์ของภูกระดึงเสียไป เช่น ความยากลำบากของการเดินขึ้นภูกระดึง ความรู้สึกที่ได้เป็นผู้พิชิตเมื่อขึ้นถึงยอดภู

  2. ระบบนิเวศน์บนยอดภูเปลี่ยนไปอาจถึงขั้นสูญเสีย เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงที่จะมีการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทุกฤดูกาล นักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถเดินเท้าไปสู่แหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งได้

  3. การดำรงชีวิตของสัตว์ป่าบนยอดภูเปลี่ยนแปลง สัตว์ป่าจะรู้สึกถูกคุกคาม โดยไม่มีช่วงเว้นหยุด อาจก่อให้เกิดเหตุสลดใจเหมือนเหตุการณ์ช้างวิ่งไล่นักท่องเที่ยวเมื่อเดือนธันวาคม 2554 ได้

ฉันเป็นหนึ่งในหลายๆคนที่ไม่เห็นด้วยในการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง … หากการสร้างนั้นอยู่บนเหตุผลเพียงแค่ต้องการให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวมากขึ้น กระจายรายได้เข้าสู่ชุมชน และคนทุกวัย ในทุกสภาพสุขภาพได้ขึ้นไปสัมผัสยอดดอย จึงต้องสร้างกระเช้า

ปัจจุบันแทบทุกอุทยานและเขตรักษาพันธุ์ฯ ล้วนสามารถเดินทางถึงจากทางถนนทั้งสิ้น จะเหลืออยู่ก็แค่ “ภูกระดึง” ที่รอท้าทายให้ผู้คนได้พิชิตภูกระดึงด้วยการเดิน …

การเดินเท้า ที่อาจจะไม่ใช่การพิชิตความสูง หรือระยะทางสำหรับใครหลายคน … หากแต่มันคือการพิชิตความฝันของเราเอง .. ความฝันที่มีมาเนิ่นนานแต่ยังไม่ได้ทำให้สำเร็จ เช่นเดียวกับความฝันอีกหลายๆอย่าง

ภาพถ่ายด้านบนเป็นข้อพิสูจน์ในการเดินทางมาตามความฝัน … ปี 2553 คุณยายคูณ มาลาคำ อายุ 73 ปี ในชุดผ้าถุงแบบชาวบ้านชนบท มากับลูกหลาน … และชายรูปร่างสมบูรณ์ ที่ไม่ได้ปล่อยให้ความฝันลอยผ่านมือไป เพียงเพราะน้ำหนักตัวที่คิดว่าอาจจะเป็นอุปสรรค

หากคุณถามฉันว่า “ภูกระดึงมีดีอะไร?” … ถึงจะตอบไม่ถูกร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ฉันก็รู้ว่า ภูกระดึงนั้นมีเสน่ห์ทางด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลายครบเครื่อง ทั้งเสน่ห์ของต้นไม้และป่าที่เปลี่ยนไปตามสภาพภูมิประเทศและความสูง เป็นสิ่งที่เราได้เห็น ได้เรียนรู้ในระหว่างทางเดินขึ้นสู่ยอดภู

การเดินทาง ใช่เพียงการออกจากจุดเริ่มต้น ถึงจุดหมายคือสิ้นสุด … ทว่า บนรอยทางยังมีเรื่องราวให้ขบคิด ค้นหา และจดจำ …

บนเส้นทางการเดินเท้าขึ้นภูกระดึง นักท่องเที่ยวทุกคนเสมอภาคกัน จึงนับเป็นความคลาสสิกอีกอย่างหนึ่งที่หาไม่ได้ในเมืองใหญ่ … เมื่อเวลาเดินสวนทางกัน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะยิ้มแย้มทักทายกัน บ้างก็พูดเป็นกำลังใจให้อย่างเช่น “เดินไปเรื่อยๆนะ อีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว” ซึ่งการพูดจาอย่างนี้เป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากยิ่งนัก จนอาจจะไม่เคยพานพบในเมืองที่ศิวิไลย์

เมื่อพ้นเส้นทางโหดและชันสู่หลังแปแล้ว ทีนี้ก็จะได้พบกับเขายอดตัดในพื้นที่กว้างใหญ่ ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร ที่มีป้าย “ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง” ตั้งตระหง่าน ณ จุดนี้

ฉันว่าความเหนื่อยจะหายไป ความภูมิใจจะเข้ามาแทนที่ เพราะเราสามารถฝ่าฟันอุปสรรค ความเหนื่อยล้า สูงชัน ขึ้นมาเป็น “ผู้พิชิตภูกระดึง” ได้อีกครั้ง … ความภูมิใจเล็กๆ ที่มีแต่คนที่เดินขึ้นภูกระดึงเท่านั้น ที่มีสิทธิ์จะรับรู้และสัมผัสได้

การถ่ายรูปกับป้ายเราคือผู้พิชิตภูกระดึงทางอุทยานฯจัดให้เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนภูมิใจมากที่สุด … รวมถึงฉันด้วย

หากถ้าวันใดเกิดมีกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงขึ้นมา ฉันก็ยังไม่รู้ว่าภูกระดึงในวันนั้นยังจะมีมนต์เสน่ห์อันใดชวนให้ขึ้นไปสัมผัสอีกบ้าง

เสน่ห์ที่น่าหลงใหล ที่นักท่องเที่ยวจะสัมผัสได้บนภูกระดึง ก็คือความงดงามของธรรมชาติป่าไพร สายน้ำ พรรณไม้ โดยภูกระดึงนั้นมีป่าอยู่ถึง 6 ประเภท คือ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา ป่าละเมาะ ป่าดิบแล้ง และป่าสนเขา

การได้เข้ามาใกล้ชิดกับธรรมชาติเช่นนี้ อาจจะทำให้หลายคนตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติและโลกของเรา … สรรพชีวิตไม่ว่าเล็ก หรือใหญ่ ล้วนเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันเป็นลูกโซ่ …

พื้นที่หลายแห่ง เคยเป็นภูผาที่เคยเขียวขจี บัดนี้เป็นเขาหัวโล้น สิ่งที่ตามมาในปัจจุบัน คือ ความถี่ของภัยพิบัติที่เกิดขึ้น … ถึงเวลาแล้วที่เราต้องตระหนักว่า การชำเราธรรมชาติ คือการถามหาหายนะของมนุษยชาติ

หลังมีกระเช้า … ผู้สนับสนุนการสร้างบอกว่า คนที่ไปเที่ยวภูกระดึงจะได้ไปแบบเช้าไป-เย็นกลับได้ .. ฉันว่านี่เป็นการคิดแบบตื้นเขินมาก … คุณคงเห็นด้วยกับฉันว่า เสน่ห์ของภูกระดึงที่เป็นสุดยอดไฮไลท์นั้นอยู่ที่พระอาทิตย์อัสดง ที่ผาหล่มสัก และพระอาทิตย์ขึ้น

หากไม่ค้างแรมบนยอดภูกระดึงแล้วจะได้ชมไฮไลท์สุดยอดนี้ได้อย่างไร? …

เพราะจากจุดเดินขึ้นหลังแปไป-กลับผาหล่มสักระยะทางก็ราวๆ 20 กิโลเมตร ยังไงๆคนที่ขึ้นกระเช้าไปก็ต้องเดินอีกไกลอยู่ดี หลายคนก็อาจจะเดินไม่ไหวอีกนั่นแหละ … หรือจะต้องสร้างทางด่วน นำรถไฟฟ้าขับผ่านถนนเข้าไปบริการ ที่ต้องแลกมาด้วยความหายนะของธรรมชาติเพิ่มขึ้นอีก???? … อีกทั้งการไปชมพระอาทิตย์ตก แล้วนั่งกระเช้าลงมา ก็ผิดกฎระเบียบของกรมอุทยานฯ อีก เพราะเลยเวลาปิดอุทยานไปแล้ว

ที่ฟังแล้วสลดใจในความคิดแบบตื้นเขินของคนบางคน ก็คือ เคยมีการออกมาให้ข่าวว่า … หลังการสร้างกระเช้าแล้ว อาจจะมีการแบ่งโซนสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง ด้วยการสร้างที่พักชั้นดี มีรถกอล์ฟบริการวิ่งทั่วยอดภู … เอาอก เอาใจ ขนาดนี้แล้วภูกระดึงจะไม่พังได้อย่างไร ต่อไปก็จะเป็นแค่แหล่งท่องเที่ยวดาดๆ ทั่วไป ที่ขึ้นง่าย – ลงง่าย ไร้รสนิยม

การก่อสร้างโครงการนี้คาดว่าจะใช้เงินราว 500-600 ล้านบาท แต่จะมีรายได้เข้าจังหวัดปีละเท่าไหร่กัน? การกระจายรายได้สู่ชุมชนจะมีรูปแบบอย่างไร?

ในหลายโครงการ เป็นที่รู้กันว่า ผู้ที่เข้าไปดำเนินการและได้รับผลประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นนายทุนต่างถิ่นแทบทั้งสิ้น … ยิ่งที่ไหนฮ๊อตฮิต ติดอันดับที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ทุนต่างถิ่นครอบงำแทบทั้งสิ้น … แล้วชุมชนในท้องที่จะได้รับผลประโยชน์จากโครงการนี้อย่างไร? แค่ไหน?

หลังมีการสร้างกระเช้า … มีแผนการจัดการเรื่องรายได้ให้กับบรรดาลูกหาบราว 500 คนอย่างไร? เพื่อไม่ไห้รายได้ของพวกเขาหดหายไป หรือต้องตกงาน เพราะหากนักท่องเที่ยวมาแบบเช้าไป-เย็นกลับ ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้ลูกหาบเหล่านี้อีกต่อไป

บรรดาพ่อค้า-แม่ค้า ที่ขายของระหว่างซำต่างๆ ก็คงไม่มีรายได้ เพราะการนั่งกระเช้าแบบติดจรวด 20-30 นาทีก็ถึงยอดภู แม่ค้าที่ขายของระหว่างทางก็คงขายไม่ได้อีกต่อไป … แล้วจะบริหารเรื่องนี้อย่างไร?

นักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวยอดภูกระดึงมากขึ้นมากหลังจากมีกระเช้าขึ้นยอดภู … อาจจะเป็นจริง แต่จะเป็นแค่ความคิดที่ตื้นเขิน ขาดการพิจารณาและประเมินความเป็นจริงในหลายๆด้านหรือไม่?

ปัญหาที่ตามมากับจำนวนนักท่องเที่ยวมากมายนั้นมีวิธีการจัดการที่เป็นรูปธรรม พร้อมจะดำเนินการแล้วละหรือ?

ลองคิดดูเล่นๆ … ความสามารถในการจัดการรองรับนักท่องเที่ยวบนภูจะทำกันอย่างไร? … ความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวมีประมาณ 1,500-2,000 คนต่อวัน ในขณะที่อุทยานฯจำกัดนักท่องเที่ยวที่พักค้างบนภูไว้ที่ 5,000 คนต่อวัน … เราจึงต้องมีประสบการณ์เรื่องปัญหาของห้องน้ำ ห้องส้วม และขยะกันแม้ในสภาพปัจจุบันยังไงคะ

ที่ผ่านมา … แม้เส้นทางจะโหด ทางเดินจะลำบากแค่ไหน ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวยังมีคนเดินขึ้นภูกระดึงจนล้น แล้วถ้ามีกระเช้า (ซึ่งตามข่าวกล่าวว่าสามารถพานักท่องเที่ยวขึ้นยอดภูได้ราว 750-1,000 คนต่อชั่วโมง) ป่าจะไม่แตกหรืออย่างไร

ปัจจุบัน มีช่วงที่อุทยานฯปิดป่าที่ภูกระดึง เพื่อให้ป่าได้พักตัวและฟื้นจากการบอบช้ำในช่วงที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมและสัมผัส ...  หากเมื่อมีการสร้างกระเช้าที่แสนแพงแล้ว ไม่แน่ชัดว่าจะมีช่วงปิดป่าเช่นเดิมหรือไม่ ... หากไม่มี ป่าและสรรพสัตว์ที่ใช้ภูกระดึงเป็นบ้าน คงถูกย่ำยีจนสุดจะดำรงชีวิตปกติได้ ... ความสูญเสียจะมากมายแค่ไหน? ใครจะรับผิดชอบ?

การจัดสรรปันส่วนระหว่างนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการของกระเช้า กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินเท้าขึ้นไปเอง จะมีสัดส่วนอย่างไร? เราคงไม่อยากเห็นหรือได้ยินคำว่า “คนที่จ่ายมาก ย่อมมีสิทธิ์มากกว่า” … คนจน อาจจะถูกแบ่งชนชั้นในเรื่องนี้อีกครั้ง

แหล่งน้ำธรรมชาติ ร้านค้า ห้องน้ำ และขยะ … จะจัดการกันอย่างไร?

ปัจจุบันอุทยานฯมีเจ้าหน้าที่ดูแลไม่พอ จึงดูแลได้ไม่ทั่วถึง อันเป็นความจริงที่ไม่อาจโต้แย้ง … ในวันหยุดยาว นักท่องเที่ยวที่แห่แหนขึ้นไปมากมาย จะบริการ ดูแลอย่างไร … เมื่อนักท่องเที่ยวมากๆ ปัญหาเรื่องแหล่งน้ำธรรมชาติ ร้านค้า ห้องน้ำ และขยะ ก็จะตามมาเป็นสัจจะธรรม

ฉันเคยเดินทางไปตามอุทยานบางแห่งในต่างประเทศมาแล้ว … บางแห่งมีการจำกัดนักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปในจำนวนที่ต่ำมาก เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวน และทำลายสิ่งแวดล้อม รวมถึงการรบกวนสัตว์ป่า … บางแห่งต้องมีคนออกมา เท่ากับจำนวนคนที่จะเข้าไปเท่านั้น

หากจะมีคำพูดว่า ฉันไม่ไว้ใจ หรือเชื่อในคำพูดและความสามารถในการจัดการของคนของเราเอง … ฉันคงต้องยอมรับค่ะ ว่าจริง … ก็ประสบการณ์ในอดีตสอนให้ฉันรู้ว่า ฉันไม่อาจเชื่อในการแสดงออกของคนหลายๆคน รวมถึงนักการเมือง และหน่วยงานหลายๆแห่ง

ตอนนี้เห็น $$$$$ sign ลอยไป-มาอยู่ในโครงการนี้มากมาย … ในขณะที่สัตว์ป่าร้องไห้ … ไม่อยากคิดต่อไปแล้ว … เอียนจัง



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 12/01/2012 เวลา : 07.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

เห็นแก่ธรรมชาติไม่ควรามีกระเช้าขึ้นภูกระดึงครับ ไม่งั้นมันจะง่ายเกินไปจน ธรรมชาติรับคนขึ้นภูไม่ไหว ทีนี้แหละ จะย่อยยับจนหมดงาม

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
คนดีมีวินัย วันที่ : 11/01/2012 เวลา : 20.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nard
ธรรมชาติของชีวิต..คือ..ชีวิตธรรมดา

พิชิตภูกระดึงมาแล้ว ๒ ครั้ง..รักภูกระดึง ต้องไม่เอากระเช้า..ขอร่วมไม่เอาอีกคนครับ คุณพี่ Supawan

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
จั๊กเด๋ วันที่ : 11/01/2012 เวลา : 14.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarkde
หากความทรงจำกลับมาเยือน.. ขอเลือกจดจำสิ่งดีๆ..ที่งดงาม..

แม้ผมจะไม่มีแรงเดินขึ้นภูกระดึง แต่ก็ไม่สนับสนุนสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง แต่ควรสนับสนุน

"ใส่เสื้อคอกระเช้าขึ้นภูกระดึง" .......ออกเป็นกฏข้อบังคับ

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 11/01/2012 เวลา : 11.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

ไม่อยากให้ทำกระเช้าขึ้นภูกระดึงเลยครับ ผมเคยขึ้นเมื่อ 20 กว่าปีมาแล้ว ภาพในวันเก่าๆ ยังประทับใจมาจนถึงทุกวันนี้ ธรรมชาติที่บริสุทธิ์เช่นนี้หายาก แต่ทำไมมนุษย์จึงต้องการอยากสร้างและเบียดเบียนธรรมชาติไปถึงไหน

น้ำท่วมใหญ่ครั้งที่ผ่านมาก็พอเป็นตัวอย่างให้มนุษย์รู้จักเคารพธรรมชาติบ้าง สรุป- ขอคัดค้านการสร้างกระเช้าครับ..

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
คนใกล้ฟ้า วันที่ : 11/01/2012 เวลา : 10.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konklaifa

กลับมาอีกแล้ว

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
wansuk วันที่ : 11/01/2012 เวลา : 09.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

ไม่มีความเชื่อมั่นเลยค่ะ ในระบบจัดการ ถ้ามีการสร้างกระเช้า

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
Supawan วันที่ : 11/01/2012 เวลา : 08.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ครูแดง ..

สนับสนุนเต็มที่ค่ะ ... เดินเองได้ ไม่เอากระเช้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
ครูแดง วันที่ : 11/01/2012 เวลา : 08.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-มาอ่านความคิดเห็น...และสนับสนุน.."ภูกระดึงขึ้นเองได้...ไม่เอากระเช้า"

-กำลังนั่งคิดว่า .."เอ..เราจัดทริปภูกระดึงของคนแก่ดีไหม"

-เพื่อยืนยันว่า..ถึงแก่ก็ขึ้นได้....ถ้าใจรัก

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
Sudteerak วันที่ : 10/01/2012 เวลา : 21.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Sudteerak
Wherever you are, please remember that I belong to you

สวัสดีคะพี่สาว

ยังอยากให้ภูกระดึงคงความยากไว้เหมือนเดิม

ไม่ต้องอ้างคนแก่ เพราะคนแก่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยผ่านวันเวลาที่ยังอ่อนเยาว์หรือหนุ่มสาวคะ เพียงแต่ตอนนั้นเค้าไม่ไปเอง

ทุก ๆๆอย่างอยู่ที่ใจ

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
ศุภฤกษ์ วันที่ : 10/01/2012 เวลา : 17.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suparurk

ต่างประเทศ ก็มีกระเช้าขึ้นยอดเขา แต่ไม่ใช่ทุกยอด บางยอดก็ยังคงต้องเดินขึ้น ผมว่าเขาเลือกแล้วนะครับว่า เสน่ห์ของแต่ละที่เป็นอย่างไร และจัดการอำนวยความสะดวกไปตามนั้น
เสน่ห์ของภูกระดึงเรื่องหนึ่งคือเป็นความงามของธรรมชาติท่ามกลางความเงียบไม่มีเสียงรถยนต์ ไม่มีควันท่อไอเสีย หากเมื่อไรมีกระเช้า มีรถ ภูกระดึงก็อาจจะงามอยู่ แต่เป็นภูกระดึงใหม่ ไม่ใช่ภูกระดึงเดิมเสียแล้ว

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
BlueHill วันที่ : 10/01/2012 เวลา : 16.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

หากมีกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง นำขนมาส่งยังหลังแป หลังจากนั้นนักท่องกระเช้าจะทำัยังไงกันต่อละครับ จะเดินไปยังจุดชมวิวแต่ละจุดไหวไหวครับ ทั้งผานกแอ่น ผาเหยียบเมฆ ผาหล่มสัก และบรรดาน้ำตกต่าง ๆ ที่อยู่ไกลกันหลายกิโลเมตร

ทำไปทำมา นักท่องกระเช้าคงเรียกร้องให้สร้่างถนนหรือไม่ก็รถราง เพื่อนำตนเองไปส่งยังจุดหมาย สนองความอยากของตนเองหรือญาติพี่น้อง โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับธรรมชาติและสัตว์ป่า

อยากไปเที่ยวป่าเที่ยวเขา แล้วทำไมไม่ไปกันตั้งแต่ยังหนุ่มยังสาวที่มีกำลังวังชาเล่า

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
เด็กชายน้อมเกล้า วันที่ : 10/01/2012 เวลา : 15.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sunjoe
หัวใจนี้มีพระเจ้าอยู่หัวและแผ่นดินไทยเป็นที่ตั้ง

คัยไม่อยากเดิน ก้อไปเที่ยวพารากอน นู้นไป๊.. ที่นี่ภูกระดึง สถานที่วัดใจ "ฟ้าหลังฝน"... คนไม่ยอมแพ้อุปสรรค..

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
Chaoying วันที่ : 10/01/2012 เวลา : 15.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

กระเช้าขึ้นภูกระดึง ..แค่คิดก็..แค้นแน่นจุกอก อีกแล้วพี่..จะทำลายธรรมชาติไปถึงไหน จะไม่ปล่อยให้มันอยู่ตามธรรมชาติของมั่งไม่ได้หรือไง ..นักท่องเทีี่่ยวจะหนีไปลาว ไปพม่า กันหมดแล้ว นักการเมือง นักบริหารท้องถิ่น มันยังไม่รู้สึก ..ตราบใดขอให้กูได้เงินเข้ากระเ๋ป๋า..วงจรอุบาทก์ ..ไม่หายไปจากเมืองไทยแล้วพี่เอ๋ย ..เราจะทำอะไรได้บ้างดี ..ก่อนที่เราจะเสีย และเสียทรัพยากรป่า ที่น่าเดินของเราไปอีก ..หายากจริงป่าดิบๆ เมืองไทยเนี่ย...

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
ครูเก๋ วันที่ : 10/01/2012 เวลา : 14.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/clear
www.facebook.com/callmeclear

ต่อยอดจากค.ห.๒ เสนอให้รัฐบาลเปลี่ยนจากโครงการ "กระเช้าขึ้นภูกระดึง" เป็น "ไม้เท้าขึ้นภูกระดึง"ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
กลิ่นฟ้า-ไอดาว วันที่ : 10/01/2012 เวลา : 12.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/klinfa

ธรรมชาติก็คือธรรมชาติ ไม่ควรจะมีสิ่งใดไปแปลกปลอม

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
feng_shui วันที่ : 10/01/2012 เวลา : 12.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

เสน่ห์ของภูฯ ไม่ได้อยู่ที่ความสะดวกสบาย ไม่ได้อยู่ที่กระเช้าเนอะคะพี่

โหวต+

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
GoJeab วันที่ : 10/01/2012 เวลา : 12.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gojeab

ไม่เคยไปภูกระดึง และคิดว่าชีวิตนี้คงไปพิชิตภูกระดึงไม่ไหว เพราะร่างกายไม่แข็งแรงพอ...

แต่... ไม่เอากระเช้าขึ้นภูกระดึงค่ะ

เพราะ... อยากเก็บเสน่ห์ของภูกระดึงให้ Next generation

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
bluesmith วันที่ : 10/01/2012 เวลา : 11.42 น.
ที่นี่วุ่นวายจริงหนอ...ที่นี่ขัดข้องจริงหนอ...

มักง่าย..
อย่าเอาเรื่องคนแก่อยากไปเที่ยวซักครั้งก่อนตายมาอ้างเลย..มันได้ไม่คุ้มเสีย
ถ้ามีความตั้งใจ+ความพยายามจริง..
มันไม่ได้ลำบากอะไรเลย..เดินไปเรื่อยๆ..เด๋วก้อถึง..
ทางมันไม่ได้ลำบากอะไรมากมาย
พอเดินขึ้นไปถึงหลังแป..แล้วจะจดจำความรู้สึกนั้นได้ตลอดไป
อีกอย่าง..ถ้าขึ้นกระเช้าไปดูเดี๋ยวเดียวแล้วก้อนั่งกระเช้ากลับลงมา..ไม่มีประโยชน์หรอกครับเชื่อดิ..
ภูกระดึงไม่ใช่ที่ๆจะไปดูเด๊่ยวเดียวแล้วกลับมานอนบ้านหรอก..มักง่ายๆๆๆๆๆๆ..ทุเรศ
..@#$%

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
Supawan วันที่ : 10/01/2012 เวลา : 11.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

คุณคนเล่าเรื่อง สวัสดีค่ะ

ดูคุณจะเป็นคนที่สนใจเรื่องภูกระดึงอยู่มาก เห็นได้จากการที่ไปเสาะหามาว่ามีใครๆบ้างที่คุณรู้จักอยากขึ้นไปที่ภูกระดึงกันบ้าง … แต่ที่แปลกใจก็คือ ภูกระดึงก็อยู่ที่จังหวัดเลยมานับล้านๆปีแล้ว ก่อนที่ใครๆในโลกปัจจุบันจะเกิดเสียอีก แล้วทำไมคนที่คุณพูดถึงจึงไม่สละเวลา และใช้แรงกาย แรงใจ ในการพยายามมุ่งไปให้ถึง .. เฉกเช่นคนนับล้านๆคนที่ทำมาแล้ว ด้วยสภาพร่างกาย สุขภาพ หรือวัยใดๆ

อย่าพูดถึงปัญหาที่ไปไม่ได้หรือไม่ได้ไปเลยค่ะ รวมถึงระยะเวลาที่จะอยู่ชื่นชมให้สมใจ หากอยู่อย่างผู้มีจิตสำนึก จิตวิญญาณของนักท่องเที่ยวที่ดี … ปัญหาทั้งหมดและการผลัดวัน ประกันพรุ่งจนเป็นเหตุให้ไปไม่ได้หรือไม่ได้ไป ไม่ใช่เหตุผลที่ดีพอ ดูจะเป็นข้อแก้ตัวซะมากกว่า … แค่ตั้งใจให้มั่น ก้าวเท้าออกเดิน ตามด้วยอีกก้าวไปเรื่อยๆ ยอดภูอยู่ไม่ไกลเกินฝันแน่นอน แม้ไม่มีกระเช้า

ดิฉันเห็นด้วยนะคะ ที่เสน่ห์ของสถานที่ไหนๆก็ไม่เคยลดลง … หากผู้ดำเนินการสร้างและผู้ไปเยือนมีจิตสำนึกและจิตวิญญาณของการมุ่งรักษาธรรมชาติเป็นหลัก ที่สำคัญหากมีกฎเกณฑ์ที่ดีและเหมาะสมที่ทุกคนเห็นร่วมกันและสามารถบังคับใช้ได้อย่างที่ควรจะเป็น … แต่ที่ผ่านมาประสบการณ์บอกเราว่า มันไม่ใช่เช่นนั้น

ดิฉันเชื่อว่าหลายๆคนที่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง ก็ผ่านการเที่ยวอุทยานในต่างประเทศมานับไม่ถ้วนเช่นกัน … กระเช้าเพื่อขึ้นไปเล่นสกีหิมะในเมืองหนาวนั่นไม่ต้องกล่าวอ้างให้เสียเวลา

ส่วนอุทยานประเภทอื่นๆในต่างประเทศนั้น เขามีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดมากดังที่กล่าวมาแล้วในบทความ หรือจากความเห็นของท่านที่เข้ามาแบ่งปันประสบการณ์ … การบังคับใช้กฎเกณฑ์ของเขาก็จริงจัง ค่าปรับแพงลิ่ว ดังคำกล่าวติดปากของฝรั่งว่า Hit where it hurt !! ปรับให้สูงที่สุด หากใครไม่ใช่คนทำผิดกฎก็หุบปาก … เขาว่ากันอย่างนั้น คนทำผิดกฎเกณฑ์จึงไม่มาก เพราะต้องเอาใจใส่ ไม่งั้นโดนปรับหมดตัว

หากเป็นในเมืองเรา … ที่มีคนบางส่วนยังติดยึดอยู่กับคำว่า “ทำอะไรตามใจ คือ ไทยแท้” การแหกกฎ ทำผิดกฎหมายจึงมีขึ้นตลอดเวลา ค่าปรับที่น้อยนิดก็ยิ่งทำให้คนทำผิดได้ใจ จะขึ้นค่าปรับก็มีการออกร้องแรกแหกกระเชอว่า “รังแกคนจน”

คนที่ต้องรักษากฎ รักษาทรัพยากรของชาติที่มีค่าหลายแสนล้าน แต่ได้รับค่าตอบแทนน้อยนิดนั้น ก็น่าเห็นใจมาก … นอกจากเงินแทบจะไม่พอยาไส้ในแต่ละวันแล้ว ยังต้องระวังไม่ให้ไปสะดุดขาใครเข้า เพื่อหลีกเลี่ยงชะตากรรมที่ไม่น่ารื่นรมย์ ตราบใดที่ระบบอุปถัมภ์ยังคงอยู่อย่างเหนียวแน่น … การรักษากฎอย่างเข้มงวดจึงเป็นไปได้ยากลำบากมากมาย

การได้มาซึ่งกระเช้าขึ้นภูกระดึง ต้องแลกด้วยความสูญเสียมากมาย … หากไปไม่ได้ หรือไม่ได้ไป รวมถึงหากแค่อยากไปสัมผัสไอเย็นบนยอดภูเฉยๆแค่นั้น ไปเที่ยวภูสวยๆที่มีมากมาย และเดินทางถึงได้ง่ายๆที่อื่นเถอะค่ะ เพราะที่เที่ยวบนภูกระดึงคุณต้องเดินยาวนานทุกที่ไม่มีเว้น

มนุษย์มีทางเลือกมากมายในการกิน อยู่ เที่ยว … ขอผืนป่าของภูกระดึงอย่างที่มันเป็นอยู่ในเวลานี้ ให้เป็น “บ้าน” เป็น “แหล่งอาหาร” ของสรรพชีวิตทั้งหลาย เราอย่าไปส่งเสริมการทำลาย “บ้าน” ของสัตว์เหล่านั้น … ปล้น แล้วไล่เจ้าของบ้านออกไป ก่อนจะครอบครอง ทึกทักว่าเป็นสมบัติของตนเองเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
arexy13 วันที่ : 10/01/2012 เวลา : 11.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/myarexy13

คุณภาพของคนที่ขึ้นไปก็มีส่วน สำนึกขาด อยากสะดวก เอาแต่ใจ ...... แต่ปัญหานี้ถ้าไปหวังฝากกับนักโกงเมืองละก็คงยากเพราะอาชีพนี้เขาเหนแต่ผลประโยชน์ต้องมาก่อน เราคิดเป็นแต่อยากเจริญ(ทางวัตถุ) อยากสะดวกสบายกันเกินไป.....แต่ลืมใจที่เป็นธรรมชาติในปัจจุบันไป....เฮ่อเวรสกรัมมมมม....+1

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
คนเล่าเรื่อง วันที่ : 10/01/2012 เวลา : 10.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/daniel

ผมก็คนหนึ่งละครับที่เอากระเช้าขึ้นภูกระดึงเพราะจะได้พาคุณแม่ไปขึ้นภูกระดึงได้สักครั้งในชีวิต แล้วก็พี่คนข้างบ้านที่พิการขาเสียมาตั้งแต่เล็กก็อยากขึ้นภูกระดึงสักครั้งในชีวิต (คงไม่มีปัญญาขึ้น ฮ แน่ เพราะนามสกุลไม่เป็นข่าว) ส่วนไอ้หลานชายนั่น ไม่ต้องเพราะเดี๋ยวมันก็โตไปปีนขึ้นเองได้
สำหรับการที่จะมีคนขึ้นไปมาก ๆ พี่สมหมายคนขายก๋วยเตี๋ยวบอกว่า คนทำมาหากินรายวันแบบเขาไปเที่ยวได้อย่างมากก็ปีละครั้ง แค่จะเอาบรรยากาศสักครึ่งชั่วโมงก็พอ ไม่ได้อยากจะพักค้างอะไร ส่วนป้าสมจิตรขายหมูแผ่นก็บอกว่าแค่ขึ้นยลโฉมธรรมชาติสักชั่วครู่ก็เป็นความภูมิใจสูงสุดแล้ว และขอยกย่องคนที่เดินขึ้นไปได้ด้วยตัวเอง ส่วนพี่ต้อยคนขับรถตู้ก็บอกว่าเสน่ห์ของภูกระดึงไม่ว่าจะขึ้นไปด้วยอะไรก็ไม่มีวันลดหย่อนลงไปได้ อ้อ น้องโตลูกจ้างโรงงานทำตู้เหล็กคนจากจังหวัดเลยก้บอกว่าดีใจที่จะได้มีกระเช้าช่วยส่งให้คนขึ้นไปภูกระดึงได้ง่าย ๆ สักที
ลุงไก่เศรษฐีรายใหญ่ก็บอกว่า แค่อยากขึ้นไปชม ไม่ได้ต้องการบริการอะไรมากมายไปกว่ากระเช้า ส่วนพี่เดชก็บอกว่าคนนั่งกระเช้าต่างหากที่อิจฉาคนเดินป่า เพราะมีโอกาสได้ชื่นชมธรรมชาติมากกว่าจากความได้เปรียบทางสังขาร และเวลา
สำหรับอุทยานต่างประเทศนั้น ที่ฮาโกเน่ ประเทศญี่ปุ่นก็มีกระเช้าข้ามเขาตั้งหลายลูก ที่แบมฟ์ แคนาดาก็มีกระเช้าพาขึ้นไปบนยอดเขา แต่ก็ยังมีคนมีเงินจำนวนไม่น้อยที่สมัครใจเดินขึ้นเอง คุณค่าของแบมฟ์ก็ไม่ลดลงเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
BlueHill วันที่ : 10/01/2012 เวลา : 09.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

หากมีกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จะทำให้่สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติบนภูกระดึงเปลี่ยนไปในทางแย่ลง ผมไม่เชื่อหรอกครับว่า เมื่อมีทางขึ้่นได้สะดวก นักท่องเที่ยวแบบฉิ่งฉาบทัวร์ก็จะมากขึ้น ลองคิดดูอะไรจะตามมา ผู้ของเงิน เจ้าของโครงการ จะควบคุมอะไรต่าง ๆ ได้

คนไทยเรามีจิตสำนึกเรื่องการดูแลรักษาธรรมชาติกันมากน้อยแค่ไหน ลองไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติช่วงวันหยุด หรือช่วงเทศกาล ก็จะทราบดีครับ

ธรรมชาติเมื่อสูญเสียไปแล้่ว จะเรียกคืนมาได้ไหมครับ ใครจะรับผิดชอบ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
กระดานดำออนไลน์ วันที่ : 10/01/2012 เวลา : 05.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kradandum
เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน :: ระหว่างเลวกับดีไม่มีกลาง

ที่ Queenstown New Zealand มีกระเช้าขึ้นไปบนยอดเขา กับเส้นทางเดินเขา เขียนบอกว่า ๑ ชั่วโมง ผมเลือกเดินขึ้นและเดินลง เดินไปก็นึกถึงภูกระดึงไป การเดินขึ้นยอดเขามันก็เป็นเสน่ห์ของป่าอีกแบบหนึ่ง จะว่าบ้านเขามีแล้วเราต้องมีตาม ก็ต้องคิดอีกรอบว่า คนของเราได้รับการเรียนรู้และการฝึกฝนมาแบบไหน ... ที่เห็นๆ ก็รู้กันอยู่ครับ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
เพลงกระบี่ฯ วันที่ : 10/01/2012 เวลา : 02.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plaengkrabi
http://www.oknation.net/blog/krabinoi   **BE GENTLE WITH THE EARTH**

ไม่เชียร์ ไม่สนับสนุน ไม่เอากระเช้า
สวัสดีปีใหม่คะ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
Canไทเมือง วันที่ : 10/01/2012 เวลา : 01.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canthai

การเที่ยวบนภูกระดึง ต้องเดินอีกวันละหลายกิโลเมตรเพื่อไปชมจุดสวยงามตามธรรมชาติต่าง ๆ บนภูกระดึง

ถ้าจะขึ้นกระเช้าไปเพราะไม่มีแรงเดินก็ได้แค่ไปสูดอากาศหนาวในทีพักซึ่งก็มีที่สูดอากาศหนาวเยอะแยะในเมืองไทยที่ให้บริการแบบนั้น

ใช่ว่าเดินขึ้นไปพิชิตแล้วจะได้พบความตื่นตาตื่นใจประทับใจ แต่การไปเที่ยวภูกระดึงต้องเดิน เดิน และเดิน อย่างมากอาจมีจักรยานเป็นตัวช่วย แต่คนขี้เกียจเดินจะไปหาความเพลิดเพลินแค่ในที่พักคงไม่ได้อะไรจากการไปเที่ยวภูกระดึง

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 23.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

ขืนสร้าง คงเละเเบบเขาใหญ่ เเน่ๆครับ คัดค้านครับ ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
dutiya วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 23.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bookman

คนที่เคยขึ้นแล้ว ก็จะบอกว่าอย่ามีเลยกระเช้าน่ะ คนที่ไม่เคยขึ้นหลายคนคงอยากขี่กระเช้าขึ้นไปให้เห็นตามคำของคนที่เคยขึ้นไปแล้วเล่าให้ฟัง ก็พอเข้าใจนะครับ

แต่ผมก็คิดว่าอย่ามีกระเช้าเลยจะดีกว่า แค่เวลาคนเยอะๆ เจ้าหน้าที่ตามเก็บขยะไม่ทัน ภูกระดึงก็โสโครกมากแล้ว กระเช้าที่พาคนขึ้นไปเป็นจำนวนมากเป็้นเครื่องมือของคนเห็นแก่ได้ที่จะไม่รับผิดชอบอะไรกับการรักษาภูกระดึงเลย

หวังว่ากระเช้าจะไม่เกิดขึ้นชั่วฟ้าดินสลาย

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ควายธนู วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 22.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anythings

เมื่ิอประมาณสิบปีก่อน ช่วงวันหยุด 5 ธค. ได้ไปภูกระดึงมาครับ
จำได้ว่าภูกระดึงรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 4000-5000 คน
แต่คราวนั้ันที่ได้สอบถามเจ้าหน้าที่หลังจากลงมาแล้วปรากฎว่ามีคนขึ้นไปเป็นหมื่น
เริ่มต้นเดินจากข้างล่างแปดโมงเช้าค่อยๆไหล ครับ "ไหลขึ้น" ถึงข้างบนเกือบสามทุ่ม
เพื่อนฝูงยี่สิบกว่าคนกระจัดกระจายต้องอาศัยที่ทำการประกาศหากันวุ่นวาย
แล้วต้องไปเจอกับกลุ่มอื่นๆจำนวนมากที่ "ย้ายที่กินเหล้า" ส่งเสียงดัง
เช้าวันที่จะลง "ขยะ" ต้องใช้คำว่า "เกลื่อนกลาด" ไปหมด

ขนาดยังไม่มีกระเช้ายังเกิดสภาพแบบนี้เลย ถ้ามีกระเช้าไม่ต้องคิด


ขอคัดค้าน "กระเช้าขึ้นภูกระดึง" ด้วยอีกคนครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
พี่โบเดีย วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 21.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/borderline

นับวันวิศัยทัศน์ผู้นำประเทศไทยมันจะด้อยตามปัญญาที่มีเข้าไปทุกวันคิดกันสั้น คิดยาวๆไม่เป็น..ชอบไปเปรียบเทียบต่างประเทศ ว่าเขาก็มี นั้นมันต่างกัน...การท่องเที่ยวในลักษณะนี้ในเมืองไทยเหลือน้อยเข้าไปทุกที...นียังจะทำลายอีกหรือเป็นไปได้ยังยากจะให้มีการควบคุมคนขึ้นไปเที่ยวเลย ปีหนึ่งต้องไม่เกินเท่าไร อยากให้คงความดิบๆแบบธรรมชาตินี้ไว้นานๆ...เหนื่อยกับพวกไม่มีสมอง

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Patui วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 21.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aparat

แวะมาสวัสดีปีใหม่ยามดึกค่ะ
ภาพสวยเหมือนเดิม..
ค่ะ..ไม่เอากระเช้า..
ใครไปไม่ไหวก็ไม่ต้องไป...หมดเรื่อง...


ความคิดเห็นที่ 17 (0)
Supawan วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 20.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ กัปตัน ...

นักท่องเที่ยวที่ไร้สำนึก มักก่อปัญหาเรื่องขยะเอาไว้ให้เจ้าของพื้นที่จัดการอยู่ตลอดค่ะ ... อาจจะต้องช่วยกันในเรื่องนี้มากขึ้น ... เริ่มต้นจากสอนคนในบ้านก่อนดีไม๊คะ?

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
captain.Jack วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 20.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Mafia

เห็นด้วยครับไม่เอากระเช้าเช่นกัน...ง่าย ๆ ตอนไปเนินช้างศึก..นักท่องเที่ยวกางเต้นท์พอเช้าก็หนีกันไปทิ้งขยะเอาไว้ให้ ตชด.เจ้าของพื้นที่เก็บ...แย่มาก ๆ เลยครับ..

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
Supawan วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 19.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ คุณ Pinitcbs

ดิฉันขอแสดงความเห็นด้วยความเคารพในความคิดที่แตกต่างนะคะ …
หลายคนที่เคยไปเยือนภูกระดึงในยุคก่อนๆ เมื่อขึ้นไปภูกระดึงอีกในวันนี้ มักจะพูดว่าภูกระดึงเปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะป่า ที่ดูเหมือนจะเสื่อมโทรมลงไปมากมาย .. ในขณะที่การเดินทางขึ้นถึง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆบนยอดภูมีมากขึ้น ... นี่ขนาดยังไม่มีกระเช้า และนักท่องเที่ยวต้องเดินขึ้นไปเองนะนี่ รวมถึงป่ายังมีเวลาพักตัว ยังแย่ขนาดนี้

หากมีกระเช้าขึ้น-ลงสะดวกสบาย คนเยอะแยะไปได้ง่ายๆ ป่าไม่มีเวลาที่จะฟื้นฟูตัวเอง คงโทรมสุดๆ และสัตว์ป่าคงรู้สึกถูกคุกคาม จนอาจจะต้องหันมาป้องกันตัวเองและแหล่งอาหาร ด้วยการย้ายถิ่นฐาน หรือทำร้ายนักท่องเที่ยว
แต่ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ คงเทียบไม่ได้เลยกับการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง ที่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และครั้งสำคัญของภูกระดึง ที่บรรดาคนที่ผลักดันโครงการนี้ ไม่เคยพูดถึงแผนการจัดการหลังการสร้างกระเช้าที่เป็นรูปธรรมชัดเจนว่าจะบริหารจัดการอย่างไร

หากจัดการดีๆ .... เป็นคำพูดที่ไม่มีหลักประกัน ทำให้เราต้องฝากความหวังเอาไว้ โดยไม่มีทั้งแผนการ หรือความจริงใจ ความตั้งใจ ความมุ่งมั่นในการที่จะรักษาธรรมชาติและสรรพชีวิตในป่าภูกระดึง มาเป็นสิ่งที่ทำให้ใครๆมั่นใจ ... อย่างน้อยดิฉันคนหนึ่งค่ะ ที่ไม่เชื่อ และไม่อยากคิดแบบ Very hopeful

เราเคยผิดหวัง เคยรู้สึกถูกหักหลัง และขมขื่นมามากต่อมากในหลายๆเรื่องในทำนองนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า ... แล้วคราวนี้จะเชื่อโดยไม่มีอะไรที่ชัดเจนได้อย่างไร?

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
นายประโยชน์ วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 19.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/automotive

ขอคัดค้านการสร้างกระเช้าขึ้นภูครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
khunphai วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 19.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

ธรรมชาติระหว่างทางน่าจดจำ สวยงาม
ถ้าขึ้นกระเช้า ก็จะไม่เข้าใจตรงนั่น
เสียดาย

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
พญาสุขุม วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 19.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangrak


ภาพงาม ความถึง ชอบมากครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
pinitcbs วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 19.01 น.

ยอดภูกระดึงนั้นเคยขึ้นถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ.2507
สม้ยเรียนอยู่ ม.ศ.3 เป็นลูกเสือไปพักแรมที่ภูกระดึง สมัยนั้นยังไม่มีอะไรเลยต้องอาศัยห้องแถวของเจ้าหน้าที่ป่าไม้อยู่ ต่อมาไปอีกถึง 2 ครั้งก็เห็นมีการเปลี่ยนแปลงมีเครืองอำนวยความสดวกมีบ้านพักเกิดขึ้นอย่างมากมาย ความคิดที่จะสร้่างกระเช้าขึ้นภูกระดึงหากคิดในแง่ดีก็มีประโยชน์มากมาย ถ้ามีการวางแผนดี ๆ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
tengpong วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 18.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

ข้อดีเพียง ๒ ข้อ เป็นเรื่องของคนสิ้นคิด

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
BlueHill วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 18.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

การสร้างกระเช้าไฟฟ้า ไม่ใช่เป็นวิธีแก้ปัญหาขยะหมักหมมที่ภูกระดึงแน่ ๆ แต่จะทำให้ขยะจากนักท่องเที่ยวที่ขาดจิตสำนึก กระจายไปทั่วป่า

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 18.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

มนต์เสน่ห์ของภูกระดึงคือการเดิน

ภูกระดึง เดินเองได้ ไม่เอากระเช้า

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 17.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

พวก"เห็นด้วย"เขาคิดเรื่องเดียวครับ..
ส่งเสริมการท่องเที่ยว คนไปได้(ง่าย)

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
คนขายปุ๋ย วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 16.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kpm

ไม่เอากระเช้าเช่นกันครับ

เสน่ห์ ของภูกระดึงคือการเป็นผู้พิชิต เปรียบเหมือนคนที่ดั้นด้นไปปีนเขาพเเพื่อพิชิตยอดเขา "เอเวอเรส" แล้วจะต้องมีกระเช้าเพื่อลดมนต์เสน่ห์ของภูกระดึงไปเพื่ออะไร

ใครอยากเที่ยวแบบสะดวกสบายก็มี ที่เทียวภูมิประเทศ ภูมิอากาศละแวกนั้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนาว ภูเรือ ฯลฯ ให้เที่ยวกันแบบสบายๆ แบบรถถึงอยู่แล้ว หากสิ้นซึ่งเสน่ห์ ของการเป็นผู้พิชิต ก็คือ "สิ้นภูกระดึง"

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 16.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

ไม่รู้จะ comment อะไร , ทั้งนี้ผมเห็นด้วย ทุกประการ ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ครูแดง วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 16.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-ไม่เคยไปเลยค่ะ..อยากไปเดินขึ้นภูกระดึงด้วยสักครั้ง
จะไหวไหมนะ..

-แต่ถึงไม่ไหวก็ไม่อยากได้กระเช้า...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Supawan วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 16.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ภูกระดึง เดินเองได้ ไม่เอากระเช้าค่ะ ... คุณ Spyone !!


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
spyone วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 16.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

ค่ะพี่...ไม่เอากระเช้า..ไม้เท้าก็พอนะคะ


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 16.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

กระเช้าขึ้นภูกระดึง ...

แค่คิดก็เซ็งแล้วค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน