*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2238
  • จำนวนผู้ชม : 6233687
  • จำนวนผู้โหวต : 11266
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11266 คน
<< เมษายน 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 5 เมษายน 2555
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 3889 , 15:44:02 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน ย่าดา , trang และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

วัดคิชู (Kytchu Lhakhang) : เมืองพาโร ประเทศภูฏาน

Lhakhang-ลาคัง แปลว่า วัด ภูฏานเป็นประเทศเดียวในโลกที่ผู้คนนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานลัทธิตันตระหรือลามะ และถือเป็นศาสนาประจำชาติ

วัดคิชูเป็นวัดโบราณเก่าแก่ที่สุดของภูฏาน ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา พระเจ้าซองต์เซน กัมโป กษัตริย์ทิเบต ทรงสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 659 โดยที่ในเวลานั้นพื้นที่ของวัดยังเป็นของทิเบต … หากจะคิดคร่าวๆ ก็คงราวความเก่าแก่ของสุโขทัย แต่ต้องบวกเข้าไปอีก 300 ปีค่ะ

ตำนานการสร้างวัดแห่งนี้ดูจะพิสดารน่าสนใจมาก … เล่าสืบต่อกันมาว่า มีนางยักษ์ตนหนึ่งที่มีร่างกายใหญ่โตได้เข้ามาเหยียดแขนเหยียดขานอนทับอยู่บนพื้นที่ของทิเบตและเทือกเขาหิมาลัย เพื่อปิดกั้นไม่ให้ผู้คนที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาพุทธเข้ามายังพื้นที่นี้ ..

พระเจ้าซองต์เซน กัมโป จึงทรงดำริสร้างวัดพุทธ 108 แห่ง ภายในวันเดียว เพื่อตรึงร่างนางยักษ์เอาไว้ โดยวัดคิชูในเมืองพาโรนั้นเป็น 1 ใน 108 แห่งดังกล่าว และเป็นพื้นที่ส่วนที่เท้าซ้ายของนางมารเหยียบอยู่ ส่วนอีกวัดหนึ่งในภูฏานอยู่ที่เมืองบุมทัง สร้างตรงเท้าขวาของยักษ์

วัดคิชูสร้างมานานกว่าพันปีแล้ว แต่ก็ได้รับการบูรณะอย่างสม่ำเสมอตลอดมา แม้จะเคยถูกไฟไหม้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่สถาปัตยกรรมของวัดที่ฉันเห็นก็ยังงดงามมากมาย จะมีก็เพียงร่องรอยของความเก่าแก่ที่บ่งบอกถึงอายุที่ยาวนาน

สมเด็จพระราชชนนีได้ พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อการบูรณะวัดให้มีสภาพดีต่อไป และทรงสร้างรูปปั้นของท่านกูรูรินโปเช สูง 5 เมตร ไว้ที่วัดนี้ด้วย

ภายในวัดคิชูมีต้นสนขนาดใหญ่ ซึ่งในปลายฤดูหนาวที่เราไปเยือน ต้นสนทิ้งใบ มีเพียงลำต้นสูงใหญ่ที่ทะยานขึ้นไปในอากาศ บรรยากาศจึงดูแปลกตา และมีตัวอาคารสีขาวหลังคาสีแดง 2 ชั้น มียอดสีทองอร่าม มองเห็นธงมนต์ (Prayer Flag) เรียงรายอยู่ด้านหน้า

ธงมนต์ … เป็นสิ่งที่ทุกคนเห็นจนเจนตาทั้งในภูฏานและเนปาล มีลักษณะเป็นผ้าผืนเล็กๆ ที่ได้รับการขีดเขียนหรือพิมพ์ลานจารึกเป็นบทสวดมนต์ มีด้วยกัน 5 สี คือ สีฟ้า แดง เหลือง เขียว ขาว …

ชาวพุทธในแถบนี้จะเลือกผืนผ้าที่มีสีตรงกับธาตุเกิดของตนเอง เช่น สีแดง-ธาตุไฟ สีน้ำเงิน-ธาตุน้ำ สีเขียว-ธาตุลม สีขาว-โลหะ สีเหลือง-ธาตุดิน แล้วนำมาประดับไว้กับเจดีย์ อาคารวัด หลังคาบ้าน ทางเดิน … ซึ่งต้องเป็นบริเวณที่มีลมพัดผ่านได้ ด้วยความเชื่อที่ว่า เมื่อมีลมพัดมา กระแสลมจะพัดพาให้มนตราในธงล่องลอยตามลมไปอำนวย อวยพร และบันดาลความโชคดีให้กับชาวพุทธที่เดินทางผ่านไปมา

บริเวณหน้าวัดจะพบต้นส้ม เมื่อเข้ามาในบริเวณวัด เราไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายรูปด้านใน (เช่นเดียวกับวัดอื่นๆทั้งหมดในภูฏาน) 

สิ่งที่โดดเด่นในวิหาร คือ ประติมากรรมรูปสลักพระโพธิสัตว์ โดยมีพระอวโลกิเตศวรพันเนตรพันกรเป็นองค์ประธาน … บริเวณหน้าองค์พระประธานซึ่งปูพื้นด้วยไม้แผ่นโต ปรากฏรอยเท้าเป็นร่องลึกอย่างเห็นได้ชัด อันเกิดจากการกราบไหว้ในที่เดิมหลายๆครั้งมานานนับพันปี

การไหว้พระของชาวพุทธในภูฏาน ส่วนใหญ่จะเป็นการกราบแบบอัษฎางคประดิษฐ์ ซึ่งเป็นการกราบด้วยการเหยียดตัวราบกับพื้น โดยให้อวัยวะทั้ง 8 ส่วนของร่างกายแตะพื้น ได้แก่ หน้าผาก ฝ่ามือทั้งสองข้างหน้าอก เข่าทั้งสองข้าง จากนั้นลุกขึ้นมาใหม่โดยไม่ยกเท้าออกจากพื้น

ตรงจุดที่ศีรษะของผู้กราบแตะพื้น มีการฝังหินสีเป็นสัญลักษณ์แทนอัญมณี อันหมายถึงความตั้งใจของพุทธศาสนิกชนที่จะอัญเชิญคำสอนของพระพุทธองค์ที่ล้ำค่าดั่งมณี มาสถิตย์ในดวงใจของพวกเขานั่นเอง

ภายในโบสถ์สวยงามมาก มีภาพวาดบนฝาผนัง เช่นภาพท้าวจตุโลกบาล ไปจนถึงภาพวาดบุคคลสำคัญของภูฏาน เช่น พระเจ้าชงเซ็น ท่านคุรุ รินโปเซ ท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล รวมถึงภาพวาดสัตว์ในเทพนิยายอีกหลายภาพ …

ช่วงเวลาที่เราไปเยือน พระสงฆ์กำลังสวดมนต์ ซึ่งมีการเป่าแตรยาวๆให้สุ้มเสียงที่เสริมสร้างบรรยากาศให้ดูศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น ... มองเห็นสามเณรหลายรูปนั่งท่องบทสวดมนต์อย่างตั้งอกตั้งใจ แต่น่าเสียดายที่เราไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายภาพภายในวิหาร จึงไม่มีรูปสวยๆให้ดูค่ะ

ด้านข้างของวิหารหลัก มีอาคารหลังเล็ก ซึ่งเราได้เห็นวิถีชีวิตของคนเฒ่า คนแก่ มาสวดมนต์พร้อมหมุนกระบอกมนตรา หรือบางคนก็ใช้กระบอกมนต์แบบโยก

กำแพงด้านนอกวัดคิชู มักจะมีกลุ่มผู้แสวงบุญมานั่งพักผ่อนอยู่เสมอ … บ้างสวดมนต์พร้อมหมุนกงล้อมนตราที่ถืออยู่ในมือ ในขณะที่อีกหลายคนสวดมนต์และนับลูกปะคำ เป็นการทำสมาธิไปพร้อมๆกับการภาวนาขอพร เพื่อเสริมสร้างบุญกุศล อันอาจจะส่งผลให้ไปสู่สรวงสวรรค์ในภพหน้า

รอบๆวิหารของวัดมีกงล้อมนตราที่มีกระดาษบรรจุมนตราเอาไว้ประดับอยู่โดยรอบ สำหรับให้ชาวพุทธเดินทำสมาธิและใช้มือดันกงล้อให้หมุนไปเป็นตัวช่วยในการสวดมนต์ … เมื่อกงล้อหมุน ก็เท่ากับช่วยเราสวดมนต์ได้หลายสิบจบในชั่ววินาที

ข้างหลังวัดคือกงล้อมนตราพลังน้ำ เนื่องจากข้างหลังวัดมีลำธารไหลผ่านลงมาจากภูเขา จึงมีการสร้างกงล้อมนตราขนาดใหญ่แล้วต่อใบพัดลงไปในลำธาร ให้พลังน้ำช่วยหมุนกงล้อให้มนตราปลิวไปเป็นสิริมงคล และคุ้มครองป้องกันภัยภยันตรายให้ชาวพุทธชั่วนาตาปี

กงล้อมนตรา (Prayer Wheel) : บริเวณรอบๆศาสนสถานในภูฏานจะมีกงล้อมนตราอยู่ มีลักษณะเป็นแท่งกลมขนาดต่างๆ มีทั้งขนาดใหญ่มาก เช่นตามซองก์ต่างๆ หรือมีขนาดเล็กที่รายรอบกำแพงวัด แต่ละแท่งจะมีแกนกลางซึ่งยึดไว้ทำให้สามารถหมุนได้ ภายในมีกระดาษเขียนมนต์ม้วนอยู่นับพันบท

ผู้ที่มาสักการะจะเดินทักษิณาวัตรหมุนกงล้อนี้ไปเรื่อยๆ เหมือนกับได้สวดมนต์หลายพันบท บางหมู่บ้านจะทำกงล้อมนต์ขนาดใหญ่บนทางน้ำไหลมาจากภูเขา ใช้พลังของสายน้ำเป็นตัวขับเคลื่อนให้กงล้อหมุน เพื่อให้มนตรากระจายคุ้มครองหมู่บ้านได้ไม่รู้จบ

นอกจากนี้ กงล้อมนตรายังมีขนาดเล็กที่มีก้านสำหรับถือได้ มีสายและลูกตุ้มเล็กเป็นตัวเหวี่ยงให้กงล้อหมุน บางครั้งเราจึงเห็นชาวบ้านนั่งสวดมนต์พร้อมกับเหวี่ยงกงล้อมนตรา หรือนับลูกประคำอยู่เป็นประจำทั่วไป บทสวดมนต์ที่ได้ยินเป็นประจำคือบทสวดมนต์ “โอม มณี ปัทเม หุม”

ภาพที่เราเห็นเป็นปกติเมื่อไปเยือนวัดต่างๆในภูฏาน ... ผู้ศรัทธาจะมาสวดมนต์ สนทนาธรรมกับพระสงฆ์ และรับพรจากมนตราที่ลมพัดพามาจากการตีระฆัง หรือธงมนตราที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง

การไปวัด เป็นกิจกรรมที่คนภูฏานทุกเพศ ทุกวัย ทุกสถานะทำเป็นกิจวัตร ... ชาวภูฏานถูกสอน และจดจำการปฏิบัติในพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งรวมถึงการสวดมนต์ภาวนา การหมุนกงล้อมนตราฯ จากคนในครอบครัวมาตั้งแต่เด็กๆ เมื่อเราไปเยือนวัดต่างๆจึงเห็นเด็กๆเล็กๆพร้อมคนในครอบครัวมากมายมาที่วัดเสมอ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ครูแดง วันที่ : 20/07/2014 เวลา : 11.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

คุณสุนี่...อยากไปเที่ยวที่ไหน ได้ไปดังใจหวังจริงๆ
ชื่นชมๆ....
-ขอบคุณเรื่องราวดีๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
vii๖ วันที่ : 07/04/2012 เวลา : 16.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gutswallow

ประเทศนี้น่าไปมากๆ
แต่เค้าจำกัดนักเที่ยวนี่ค่ะ
แอบถามได้ไหมว่า เสียทรัพย์ไปเ่ท่าไร กี่วัน
เราชอบวัฒนธรรมแถบนี้นะ
ทั้งทิเบต เนปาล ภูฎาน
การผูกธงมนต์
ความมั่นคงต่อศาสนา ...
น่าประทับใจ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ย่าดา วันที่ : 07/04/2012 เวลา : 09.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

มาโหวดและเม้นท์ก่อน เดี๋ยวจะค่อยๆอ่านจนจบนะคะคุณสุ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
trang วันที่ : 06/04/2012 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sirinee

เข้ามาอ่าน และชอบ และจะไปให้ได้สักวันหนึ่ง เป็นประเทศที่สงบ คนก็น่ารัก ชอบค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
นายนกฮูก วันที่ : 05/04/2012 เวลา : 21.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boonsong

สวัสดีครับ....แวะมาเยี่ยม มาอ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
mr_taweesak วันที่ : 05/04/2012 เวลา : 19.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mrtaweesak
http://www.taweesak.in.th        บล๊อกของฉัน

ติดตามพี่สุ มาท่องเที่ยวต่อครับ ... ขอบคุณครับ

ณ วัดแห่งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้ลองทำ "อัษฎางคประดิษฐ์" ครับ เป็นอะไรที่ยากมากจริงๆ ซึ่งเขามีปุ่มบนพื้น ทำให้เรารู้ว่าต้องให้ร่างกายส่วนไหน แตะปุ่มไหน สังเกตว่าพื้นไม้เป็นรอยบุ๋ม แสดงว่ามีคนมาทำ อัษฎางคประดิษฐ์ ตรงจุดนั้นนับไม่ถ้วน แต่ก็ประทับใจมากครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เฟื่อง วันที่ : 05/04/2012 เวลา : 18.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/creativeworld

สวัสดีค่ะ คุณสุ
ชอบประเทศนี้ค่ะ
ชาวภูฏานผูกพันกับศาสนาพุทธ และวัดวาอารามจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 05/04/2012 เวลา : 17.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ประเทศที่พอเพียงเขาผูกพันกับวัดมากนะครับ
ไม่เหมือนบางประเทศ พระเดินชอปปิ้งในห้างเมืองกรุง ดูตั้งแต่มือถือรุ่นใหม่ยันซีดีโป๊

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BlueHill วันที่ : 05/04/2012 เวลา : 17.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ภูฏาน และทิเบต มีความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกันแนบแน่นจริงๆ
วิถีชีวิตก็ึคล้ายคลึงกันมากครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 05/04/2012 เวลา : 15.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ...

วันหยุดหลายวัน .. หลายคนคงออกเดินทาง

ขอให้เดินทางปลอดภัย มีความสุข และสนุกในช่วงวันหยุดยาวนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน