*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2276
  • จำนวนผู้ชม : 6334740
  • จำนวนผู้โหวต : 11317
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11317 คน
<< พฤษภาคม 2012 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 8 พฤษภาคม 2555
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 5245 , 16:44:13 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Supawan โหวตเรื่องนี้

ป้อมปราการแห่งพูนาคา (Punakha Dzong) ประเทศภูฏาน

ก่อนจะเดินทางมาเยือนภูฏาน หลายคนบอกฉันว่า พูนาคาสวยที่สุดในช่วงที่ดอกศรีตรัง หรือ Jacaranda ออกดอกสะพรั่ง ออกกลีบดอกสีม่วงจัดรับฤดูใบไม้ผลิในเดือนพฤษภาคม แข่งกับสีขาวของแนวกำแพงปราการที่น่าเกรงขามของพูนาคา ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิทัศน์ที่สวยงาม …

ฉันเองอยากจะเห็นพูนาคาในช่วงดอกไม้สวยมาก แต่ยังน้อยกว่าความอยากเห็นเมืองที่งดงามแห่งนี้ในช่วงที่มีงานประเพณีประจำปีที่จะจัดขึ้นที่ซองก์ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในภูฏานแห่งนี้ จึงเลือกที่จะเดินทางไปเยือนภูฏานในต้นเดือนมีนาคม

พูนาคาซอง หรือป้อมปราการแห่งพูนาคา เป็นซองก์เก่าแก่แห่งที่ 2 ของภูฏาน มีชื่อเต็มๆว่า Pungthang Dechen Phodrang ซึ่งมีความหมายว่า “พระราชวังแห่งความสุขสำราญ” เป็นที่ประทับของพระสังฆราชในฤดู หนาว เนื่องจากพูนาคามีอากาศไม่หนาวเย็นจนเกินไป ด้วยเหตุที่เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บน พื้นที่สูงเพียง 1,468 เมตร เท่านั้นเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่นี่จึงมีอากาศอบอุ่นกว่า

ในสมัยโบราณป้อมแห่งนี้มีความสูงเพียง 1,350 เมตร จนค่อยๆเริ่มเกิดชุมขนเป็นหมู่บ้านและโรงเรียนมัธยม … ถึงแม้ว่าพูนาคาจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่กลับมีบทบาทสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของภูฏาน เพราะที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงในช่วงฤดูหนาวมานานถึง 300 ปี

ท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล ดำริให้สร้างพูนาคาขึ้นในปี พ..2180 โดยก่อนหน้านี้มีวัดที่ท่านงากี รินเซ็น ได้สร้างขึ้นไว้ก่อนแล้วตั้งแต่ปี พ..1871 ปัจจุบันจึงกลายเป็นป้อมเล็กและป้อมใหญ่หันหน้าเข้าหากัน ในอดีตท่านคุรุรินโปเชเคยเสด็จมาที่นี่ และพยากรณ์ไว้ว่า “บนขุนเขาด้านที่มีสัณฐานประดุจงวงช้าง บุรุษผู้มีนามว่า นัมเกล จะมาที่นี่”

มีตำนานที่เล่าขานกันอักว่า ท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล ซึ่งเป็นพระลามะแห่งสำนักมังกรในทิเบต ภายหลับเหตุการณ์แย่งชิงเจ้าสำนักกัน ท่านได้หนีการปองร้ายมาลงมายังดิแดนตอนใต้ของทิเบต ซึ่งคือแผ่นดินภูฏานในปัจจุบัน

ข้าศึกล่าล่ามาทันที่จุดบรรจบกันของแม่น้ำโมกับแม่น้ำโพ ท่านจึงแสร้งทิ้งอัฐิของพระอาจารย์ใหญ่แห่งสำนักมังกรที่ท่านนำติดตัวมาด้วย อัฐิธาตุนี้ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนปรารถนา ทหารฝ่ายศัตรูจึงพากันงมหาในแม่น้ำ แต่ต้องล้มตายด้วยความหนาวและถูกทหารของท่านซับดรุงฯสังหารไปเป็นจำนวนมาก ที่หลงเหลือรอดชีวิตก็หนีกลับทิเบตกันหมด …

ชัยชนะครั้งนั้น ทำให้ท่านซับดรุงฯสร้างพูนาคาซองก์ ณ จุดบรรจบกันของทั้งสองลำน้ำนั่นเอง … พูนาคา จึงถือเป็นราชธานีแรก และเป็นสัญลักษณ์แห่งการสร้างชาติของชาวภูฏาน

นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ประวัติศาตร์เกิดขึ้นที่นี่หลายครั้ง เช่นในปี 1907 ใช้เป็นสถานที่จัดราชาภิเษกกษัตริย์องค์แรกของภูฏาน คือ สมเด็จพระราชาธิบดีที่ 1 อูเก็น วังชุก (Ugyen Wangchuck)

ในปี 1910 ใช้เป็นสถานที่ลงนามสนธิสัญญาพูนาคาระหว่างภูฏานกับอังกฤษ ว่าด้วยนโยบายต่างประเทศที่ภูฏานยอมรับการดำเนินนโยบายตามแนวทางอังกฤษ ในขณะที่อังกฤษต้องไม่ก้าวก่ายกิจการภายในของภูฏานเช่นกัน

ปี 1988 ใช้เป็นที่ประกอบพิธีอภิเษกสมรสของสมเด็จพระราชาธิบดีที่ 4 จิกมี ซิงเย วังชุก (Jigme Singye Wangchuck) โดยใช้พท้นที่ของวัดเดโชะ ซึ่งเป็นวัดหลวงที่ตั้งอยู่ในพูนาคา ซองก์

ท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล ได้ใช้ป้อมแห่งนี้เป็นเมืองหลวงในช่วงฤดูหนาว เพราะเป็นเขตพื้นที่ต่ำกว่าเขตอื่นในภูฏาน ในช่วงฤดูหนาวฝ่ายบริหารของภูฏานจึงย้ายจากเมืองทิมพูมายังพูนาคาเป็นประจำทุกปี

ในช่วงฤดูหนาว ด้านหน้าของปูนาคาซองจะเป็นจุดที่แม่น้ำโพ (Po Chu) และแม่น้ำโม (Mo Chu) ซึ่งหมายถึง แม่น้ำพ่อ และแม่น้ำแม่ ตัวแทนของชายและหญิงไหลมาบรรจบกันพอดี เหมือนโอบกอดพูนาคาซองก์เอาไว้แนบแน่น

พูนาคาซองมีขนาดกว้าง 180 เมตร ยาว 72 เมตร มีหอกลางสูง 6 ชั้น ลักษณะรูปทรงคล้ายเรือลำใหญ่ ส่วนของโดมทองของพูนาคาสร้างขึ้นตั้งแต่ พ..2219 และเต็มไปด้วยจิตวิญญาณทางศาสนาและร่องรอยทางวัฒนธรรม

มีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำทั้งสองในระหว่างช่วงปี พ..2463-2473 แต่ก็มาถูกน้ำท่วมพังทลายเสียหายในภายหลัง ปัจจุบันได้มีการสร้างสะพานไม้ขนาดใหญ่ที่ทอดตัวข้ามสายน้ำไปสู่ตัวป้อมปราการขึ้นมาทดแทน ซึ่งไม่ใช่การป้องกันข้าศึกอีกต่อไป แต่เป็นการเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวจากแดนไกล

พูนาคา ซองก์ ประสบภัยธรรมชาติหลายครั้ง โดยเป็นภัยจากไฟไหม้ 6 ครั้ง จากแผ่นดินไหว 1 ครั้ง และจากน้ำท่วม 2 ครั้ง ในปี 1960 cละ 1994 เนื่องจากธารน้ำแข็งถล่มมาตามแม่น้ำโพ ไหลเข้าท่วมเมืองพูนาคา รวมทั้งซองก์แห่งนี้ด้วย ซึ่งในแต่ละครั้งสร้างความเสียหายใหญ่หลวง รวมถึงเอกสารทางประวัติศาสตร์มากมายที่สูญหายไปด้วย

ป้อมแห่งนี้ได้สร้างถูกขึ้นใหม่โดยพระราชดำริของพระมหากษัตริย์องค์ที่ 4 ได้นำช่างที่มีฝีมือเฉพาะด้านของประเทศ กว่า 1,000 คน และใช้เวลา 12 ปี จึงสร้างเสร็จ และได้เฉลิมฉลองเมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ.2003 

มีการอัญเชิญพระพุทธรูปรันจุงกัรชาปานี จากอารามราลุงในทิเบตขึ้นประดิษฐานไว้ โดยมีความเชื่อกันว่า พระพุทธรูปรันจุงกัรชาปานี คือรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรที่ศักดิ์สิทธิ์มาก จึงมีผู้คนที่มาเยือนพูนาคาซองเข้ามากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกับเยี่ยมชมศูนย์กลางการบริหารประเทศ

สถาปัตยกรรมของซองก์แห่งนี้จึงเต็มไปด้วยลวดลายและสีสัน เป็นการผสมผสานศิลปะของจีนและอินเดียเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เล่าขานถึงผู้พิทักษ์สี่ทิศ คือ นำโดซ (Numthose) กษัตริย์สีทองแห่งทิศเหนือ แภคซีโป (Phagchepo) กษัตริย์สีฟ้าแห่งทิศใต้ ยูลคอซุง (Yulkhorsung) กษัตริย์สีขาวแห่งทิศตะวันออก และเซนมิเซง (Chenmizang) กษัตริย์สีแดงแห่งทิศตะวันตก

นอกจากนี้ในส่วนที่สองของซองก์ ซึ่งอยู่ด้านหลัง เป็นส่วนสังฆาวาส ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่อนุญาตให้มีการบันทึกภาพด้านในของอาคาร … ส่วนนี้จะประกอบไปด้วยโบสถ์วิหาร 21 แห่ง

มีวิหารบูชาเทพจักรสัมวระในนิกายตันตระที่สร้างขึ้นเมื่อ พ..2526 รวมถึงงานศิลปะสวนงามที่ฝากไว้บนเสาวิหาร ภาพจิตรกรรมบนผนัง พระพุทธรูปดินเหนียว และรูปปั้นท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล ที่เป็นงานฝีมือประณีตที่ช่างชาวภูฏานบรรจงสร้างสรรค์ออกมาเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเคารพบูชา

หออุตเสะ เป็นที่เก็บรักษาประติมากรรมรูปพะโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสี่กรอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวภูฏานเรียกว่า เซ็นเรซิก (Chenrezig) และพระบรมสารีริกธาตุของพระศากยมุนีพุทธเจ้า

ที่สำคัญคือ ป้อมปราการแห่งนี้ ยังเป็นสถานที่จัดงานพระราชพิธีอภิเษกสมรส สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน กับ นางสาวเจตซุน เปมา ซึ่งได้รับการสถาปนาเป็นพระราชินีองค์ใหม่ แห่งราชอาณาจักรภูฏาน

ส่วนสังฆาวาสนี้ เป็นสถานที่ที่บรรดาพระนักบวชใช้เป็นที่ศึกษาพระธรรมวินัย … ในวันที่เราไปเยือนเห็นพระหนุ่มในจีวรสีเลือดนกมารวมกันในอาราม มีพระชั้นผู้ใหญ่นั่งบนอาสนะ เข้าใจว่าเป็นการทำกิจวัตรของสงฆ์

ส่วนสำคัญอยูที่บริเวณลานด้านใต้ ซึ่งเป็นอาคารที่เก็บสังขารศักดิ์สิทธิ์ของท่านซับดรุง นาวัง นัมเกล บุคคลสำคัญแห่งภูฏานผู้สร้างซองก์แห่งนี้ขึ้นมา

เราเห็นชาวภูฏานหลายคนสักการะอย่างนอบน้อมจากภายนอกอาคาร ที่นี่มีเพียงกษัตราธิราชเท่านั้นที่ผ่านเข้าไปได้ พูนาคาซองก์มีความสำคัญยิ่ง เพราะกษัตริย์ทุกพระองค์ต้องเสด็จฯมารับผ้าคล้องพระศอจากสังขารของท่านซับดรุงนี้ในพิธีราชาภิเษกสมรส


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลูกหินฮะ๛ วันที่ : 09/05/2012 เวลา : 18.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stonekid
http://www.oknation.net/blog/stonekimo    Too bad all the people ,  ..Who know how to run the country !. Are busy Driving Taxicabs and Cutting Hair....

สวรรค์ ชัดชัดฮะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 08/05/2012 เวลา : 18.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ประเทศนี้มีช้างไหมครับพี่ี
ผมไม่เห็นรูปปั้นช้างเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 08/05/2012 เวลา : 17.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ผมเป็นคนชอบดูตึกสูงๆ
แต่ถ้าเลือกอยู่ อยากอยู่เมืองแบบนี้แหละ
อย่างที่ผมชอบสงขลามากกว่าหาดใหญ่ ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 08/05/2012 เวลา : 16.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ...

วันนี้พามาชมป้อมปราการที่ถือว่า สวยที่สุดในภูฏานค่ะ ขอให้สนุกในการอ่านนะคะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน