*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2279
  • จำนวนผู้ชม : 6339613
  • จำนวนผู้โหวต : 11320
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11320 คน
<< พฤษภาคม 2012 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 13 พฤษภาคม 2555
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 6515 , 17:01:30 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน BlueHill , ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

วัด ซิมิลาคาง (Chimi Lhakhang) ประเทศภูฏาน

ตลอดการเดินทางของเรา สิ่งที่ได้เห็นในภูฏานคือบ้านเรือนแบบฟาร์มเฮ้าส์ในชนบทที่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่น่าประทับใจ ชาวบ้านมักจะก่อสร้างบ้านสองชั้นด้วยวัสดุท้องถิ่น ผนังบ้านเป็นไม่ไผ่สานโบกด้วยดินเหนียวแล้วทาสีขาวทับ บานหน้าต่างไม่สนเจาะช่องโค้งพร้อมเครื่องไม้ที่รับเชิงชายที่อวดความชำนาฐเชิงช่างชั้นครูให้เห็น หลังคามุงด้วยแผ่นไม้หรือสังกะสีแล้วใช้หินกดทับไว้

บางส่วนมีบ้านคอนกรีตเข้ามาแทนที่บ้าง แต่ยังมองเห็นความพยายามที่จะรักษารูปทรงดั้งเดิมเอาไว้โดนนโยบายการส่งเสริมของรัฐบาล

บ้านของชาวภูฏานมักจะสร้างเป็น 2 ชั้น และมีห้องใต้หลังคา ชั้นล่างจะเป็นที่เลี้ยงสัตว์ … ชั้นสองเป็นที่อยู่อาศัย ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร และห้องพระ ส้วนชั้นใต้หลังคาเอาไว้ตากของแห้ง หลังคาของบ้านมักจะเป็นไม้วางเรียงต่อกัน โดยมีก้อนหินใหญ่วางทับอยู่อีกชั้นหนึ่ง ปัจจุบันเห็นมีการใช้สังกะสีแทนบ้างแล้ว แต่ยังมีก้อนหินวางทับอยู่เช่นเดิม และมักจะมีธงมนตราปักอยู่เพื่อความเป็นสิริมงคล

บ้านชาวภูฏาน มักตกแต่งที่สะท้อนความเชื่อทางศาสนา นับตั้งแต่ธงมนต์ที่โบกสะบัดบนหลังคา ผนังหน้าบ้านมักมีภาพวาดสัตว์มงคลทั้งสี่ คือ ครุฑ มังกร เสือ และสิงโตหิมะ … แต่มีอีกหลายบ้านที่มีภาพวาดอวัยวะเพศชาย ซึ่ง Tshering บอกว่า “สิ่งนี้จะช่วยป้องกันคำพูดที่ไม่ดี และสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้ามาในบ้าน” …

นอกเหนือไปจากการเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ แล้วยังเชื่อมโยงกับมรดกทางความเชื่อและตำนานของลามะที่ชื่อ Drukpa Khunley ที่ได้รับความเคารพอย่างกว้างขวาง ซึ่งคนที่นับถือท่านอาจจะวาดรูปอวัยวะเพศชายไว้บนกำแพงบ้านเพื่อเป็นตัวแทนของท่าน ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในพูนาคา รวมถึงมีการพิมพ์เป็นโปสการ์ดของมาขายมากมาย

หากจะตามรอยตำนานของพระลามะรูปนี้อย่างใกล้ชิด ก็คงต้องเดินทางไปที่วัด ซิมิลาคาง ซึ่งอยู่ห่างจากพูนาคาราว 11 กิโลเมตร ในหุบเขาเมทชินา (Metshina) กันค่ะ … ตามประวัติกล่าวว่า วัด ซิมิลาคาง เป็นวัดที่สร้างโดย Drukpa Kuenley หรือเทวาวิปลาส “คนบ้าจากสรวงสวรรค์” (The Divine Madman) ผู้มีอารมณ์ขันเหลือเฟือ ในคริสต์ศตวรรษที่ 15 

การเดินทางมาที่วัด ซิมิลาคาง นั้นไม่มีทางอื่นนอกจากการนั่งรถผ่านถนนดินแคบๆที่ขรุขระมากมาย เต็มไปด้วยหลุมบ่อ แต่มีหุบเขา Lebeca ที่สวยงามอยู่อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่จอดรถไว้ที่ หมู่บ้าน Sopsokha เราต้องเดินเท้าไปตามคันนา ขึ้นไปตามเนินเขราวครึ่งชั่วโมง … แม้ไม่ชันมาก แต่ต้องเดินไกลพอได้เหงื่อทีเดียวค่ะ

บางช่วงของทางเดิน เราผ่านทุ่งนา สวนดอกมัสตาร์ดของชาวบ้าน ... มีหมู่บ้านเล็กๆตั้งอยู่เป็นหย่อมๆ

การเดินไม่เหนื่อยมาก มีนกน้อยและเหยี่ยวหลายชนิด ทั้งที่เราคุ้นหน้า คุ้นตาจากเมืองไทย และนกประจำถิ่นให้ดูเพลินๆตลอดทาง

วัดนี้ชาวบ้านบางคนเรียกว่า ดรุ๊กปา คินเลย์ ลาคัง ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของพูนาคา วัดนี้ขึ้นชื่อในหมู่ชาวภูฏานเรื่องการขอลูก ถ้าใครทำไงก็ไม่มีลูกให้มาขอ... เค้าว่าศักดิ์สิทธิ์นัก... บางคนที่มีลูกอ่อนแล้วก็สามารถขอให้ลูกหน้าตาดีได้ด้วย แต่ควรซื้อเหล้า น้ำมันเนยใส่ตะเกียง และธูปเทียนมาไหว้ท่านดรุกปา คุนเล … หากได้ลูกสมหวังแล้ว ก็ควรนำลูกกลับมาไหว้ท่านอีกครั้งหนึ่งด้วย ที่น่าสนใจคือ พ่อแม่ที่มาขอลูกที่วัดนี้มักจะตั้งชื่อลูกว่า “คุนเล” ตามชื่อของท่านด้วย

ที่มาของชื่อวัดนั้น ชิมิ แปลว่า ไม่มีสุนัข สืบเนื่องมาจากเรื่องเล่าที่ครั้งหนึ่งท่านดรุ๊กปา คินเลย์ ต่อสู้กับมารร้ายแถบเนินเขาดอร์ซุลา มารร้ายตนนั้นพ่ายแพ้จึงบินหนีมายังจุดที่เป็นที่ตั้งของวัด แล้วแปลงกายเป็นสุนัข แต่ในที่สุดก็ถูกท่านดรุ๊กปา คินเลย์ ปราบซะอยู่หมัด จึงได้ตั้งชื่อวัดให้สอดคล้องกับตำนานดังกล่าว

เมื่อเอ่ยถึงสุนัขแล้ว ก็ยากจะเล่าให้ฟังว่า เกิดเป็นสุนัขในภูฏานนั้นแสนจะสบาย เพราะด้วยความเชื่อที่ว่า สุนัข คือพาหนะที่จะนำดวงวิญญาณของผู้ตายไปยังสรวงสวรรค์ ดังนั้นชาวภูฏานจึงดูแลและให้ความเอ็นดูสุนัขทุกตัวไม่เว้นแม้แต่สุนัขจรจัด โดยหวังว่าเมื่อตายไปแล้วจะได้ขึ้นสวรรค์ไปพร้อมกัยบเจ้าตูบเหล่านี้

สำหรับนาม เทวาวิปลาส (The Divine Madman) ของท่านดรุ๊กปา คินเลย์นั้น เนื่องจากท่านมีบุคคลิกและพฤติกรรมที่แตกต่างจากพระลามะทั่วๆไป และมีวิธีสอนธรรมะที่พิสดาร ยืนสอน นั่งสอน พูดจาติด ตลกทะลึ่ง รวมถึงการร้องเพลงสอน พร้อมกินเหล้า

ท่านไม่เน้นเรื่องเร้นลับพิสดาร หรือปริศนาธรรมที่ยากต่อการเข้าใจ … แต่ชาวบ้านยังเคารพในตัวท่านเป็นพิเศษ ด้วยคำสอนที่ตรงไปตรงมาและเข้าใจง่าย อีกทั้งยังสอดแทรกเรื่องตลกขยขันและทะลึ่งตึงตังไว้มากมาย จตึงเป็นที่จดจำของผู้คนทุกเพศทุกวัย

ดรุ๊กปา คินเลย์มีชีวิตอยู่ระหว่างปี 1455-1529 กำเนิดในตระกูลลามะชั้นสูงในทิเบต แต่มีนิสัยประหลาด ไม่ยอมปฏิบัติพิธีกรรมตามแบบสงฆ์ และชอบใช้ชีวิตอิสระ เร่ร่อนไปตามที่ต่างๆ

เมื่อท่านเดินทางมาถึงภูฏานตะวันตก ได้เริ่มใช้วิธีการแสดงธรรมแบบแปลกพิสดาร เป็นการเทศนาเชิงสอดแทรกวลีสัปดนอย่างน่าตื่นตระหนก อาทิ สั่งสอนว่าเมื่อยามเผชิญมาร ก็จะใช้องคชาติของตนเองตีกบาลเหล่ามารร้ายให้ยอมสยบ แล้วสั่งให้มันมาเป็นผู้พิทักษ์พระพุทธศาสนาสืบไป …

แม้การสั่งสอนของลามัดรุ๊กปาจะดูหยาบโลน แต่เป็นที่ถูกใจบรรดาชาวบ้าน ว่ากันว่า เป็นการแฝงปริศนาธรรมแบบง่ายๆ ทว่าได้ผลตรงใจชาวบ้านที่ไม่ชอบฟังสิ่งยากๆ หรือซับซ้อนใดๆ ทำให้พุทธศาสนาวัชรตันตระแพร่หลายออกไปอย่างรวดเร็ว

อิทธิพลของท่านดรุ๊กปา ปรากฏให้เห็นบนรูปวาดองคชาตตามบ้านเรือน โดยเฉพาะฝาผนังบ้านด้านนอกที่มักมีรูปลึงค์หรือองคชาตโบยบิน ซึ่งแน่นอนว่ามาจากคำสั่งสอนที่พิลึกพิลั่นของท่านั่นเอง …

ชาวบ้านเชื่อวารูปองคชาตโบยบินจะช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และปกป้องให้บ้านเรือนรอดพ้นจากปีศาจร้ายทั้งปวง

นอกจากนี้ยังกล่าวกันว่า ท่านเป็นผู้ที่ร่ายมนตร์เสกทาคิน (Takin) สัตว์ประจำชาติของภูฏานให้มีชีวิตขึ้นมาจากหัวแพะและโครงกระดูกวัว ซึ่งฉันได้พาทุกท่านไปชมสัตว์จากตำนานอันเหลือเชื่อตัวเป็นๆมาแล้วที่สวนสัตว์ทิมพูค่ะ

เมื่อเดินเข้ามาถึงลานวัด มีสถูปซึ่งเชื่อว่าสร้างขึ้นบนเนินดินที่นักบวชผู้เลื่องลือได้ปราบปีศาจสาวที่แปลงกายเป็นสุนัข อันเป็นที่มาของชื่อวัดนั่นเอง

บริเวณหน้าวัด มองเห็น วิหารหลักของวัดสูงเพียงชั้นเดียว ก่อหลังคาสีเหลืองเหลื่อมทับซ้อนกัน มีอาคารเล็กๆขนาบข้าง และมีสถูปแบบภูฏานตั้งอยู่หนึ่งองค์

เราเข้าไปด้านในของอาราม ซึ่งไม่ได้อลังการมากมาย มีรูปปั้นของพระลามะชื่อดัง และรูปปั้นของเทพอื่นๆที่มีเครื่องประดับที่ชาวบ้านนำมาถวายคล้องอยู่เต็มคอ

… เราได้รับการประสาทพรจากน้ำมนตร์ซึ่งเณรน้อยนำมารินให้เรารับไปพรมบนศีรษะ

มีอาคารหลังเล็กอยู่ด้านข้าง … อาจจะมองเห็นพระทำเทียนโดยใช้เนยปั้นในรูปแบบของศิลปะแมนดาลา หรือเณรน้อยกำลังท่องตำราเรียนกันอย่างขะมักเขม้น เป็นภาพที่น่ารักทีเดียว

พอพ้นจากหมู่บ้านออกไปก็จะเห็นธรรมชาติ ทุ่งปลูกพืชผลทางการเกษตร... บางส่วนเป็นไร่ข้าวบาร์เล่ มันฝรั่ง ข้าวสาลี อันเป็นธรรมชาติและวิถีของประเทศที่ใช้ความสุขเป็นตัวตั้งในการดำเนินชีวิต

Finale :

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในด้านต่างๆในโลกปัจจุบัน อันมีเทคโนโลยี่ และสิ่งฟุ่มเฟือยเกิดขึ้นมากมายในประเทศทั่วโลก … ในขณะที่ประเทศต่างๆกำลังพากันวิ่งหัวซุกหัวซุนให้ทันโลก ... ประเทศเล็กๆอีกมุมหนึ่งของโลกกลับคิดต่างออกไป

ดินแดนแห่งนี้มีการน้อมรับความเจริญทันสมัยจากภายนอก และก้าวสู่วิถีทางของประชาคมโลกอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อพัฒนาประเทศขึ้นทีละน้อย ในขณะที่ยังคงเน้นการคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ยึดมั่นในพุทธศาสนา และสังคมของการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขราวกับนิทาน … และนั่นคือภูฏาน ราชอาณาจักรที่แสนโรแมนติก

ภูฏานนั้นมีเสน่ห์ที่ความสงบ และผู้คนที่เปี่ยมอัธยาศัย ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยว

แม้ว่าความสะดวกสบายทั้งเรื่องอาหารและที่พักจะไม่เพอร์เฟ็กสมบูรณ์แบบ ... แต่สิ่งที่เราได้สัมผัสมาในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ว่าผู้คนในชุดแต่งกายประจำชาติที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นนิสัยประจำตัว มีความภาคภูมิใจในชาติกำเนิด ความเลื่อมใสศรัทธาและเคร่งครัดในศาสนา ความมีระเบียบวินัย ความรักในอารยะธรรมและวัฒนธรรมของตนเอง และการเทิดทูนพระมหากษัตริย์ไว้สูงสุด … นั้นสร้างความประทับใจได้มากมาย

สถาปัตยกรรมของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อาคารบ้านเรือนที่เปี่ยมเอกลักษณ์สวยงาม .. ตำนานเรื่องราวที่เล้าสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นในดินแดนแห่งความสุข …

ประเทศเดียวในโลกที่ยังไม่มีสัญญาณไฟจราจร แต่กลับไม่มีปัญหารถติดหรืออุบัติเหตุให้เห็น … ความปลอดภัยในทุกย่างก้าวในฐานะนักท่องเที่ยวแรมทาง รวมถึงความมั่นใจว่าจะไม่โดนหลอกให้ซื้อของฝากอย่างไม่ตั้งใจในราคาแสนแพง

สิ่งเหล่านี้เป็นเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ และล้ำหน้าหลายๆประเทศที่พัฒนาแล้วไปหลายขุมทีเดียว … เสน่ห์ที่ทำให้ผู้แสวงหาดินแดนในอุดมคติต้องการมาสัมผัส และฉันอยากจะกลับไปเยือนอีกหลายๆครั้ง (หากมีสตังค์เพียงพอและไม่เดือดร้อนต่อคนรอบข้าง)

NOTE : สำหรับบทความในซีรีย์ "ภูฏาน ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า : ร่องรอยกาลเวลา ณ หิมาลัย" ติดตามได้ตาม Link ด้านล่างค่ะ และขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามบทความในบล๊อกนี้ตลอดมา

ภูฏาน ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า : ร่องรอยกาลเวลา ณ หิมาลัย

http://www.oknation.net/blog/supawan/2012/04/02/entry-2

พาโร : ประตูสู่ภูฏาน วิมานแห่งมังกรสันติ

http://www.oknation.net/blog/supawan/2012/04/03/entry-2

วัดคิชู (Kytchu Lhakhang) : เมืองพาโร ประเทศภูฏาน

http://www.oknation.net/blog/supawan/2012/04/05/entry-2

พาโรซอง (Paro Rinchen Pong Dzong) : ป้อมปราการที่สง่างาม สัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองของพาโร

http://www.oknation.net/blog/supawan/2012/04/09/entry-1

วัดทั๊กซัง (Taktshang Goemba) พุทธภูมิกลางหิมาลัย และ Drukgyal Dzong ป้อมแห่งชัยชนะ

http://www.oknation.net/blog/supawan/2012/04/10/entry-2

Gangtey Palace Hotel : กินข้าวร้อน นอนในวังของเจ้าเมืองพาโร

http://www.oknation.net/blog/supawan/2012/04/11/entry-2

จากพาโร เมืองหน้าด่าน สู่เมืองหลวง ทิมพู

http://www.oknation.net/blog/supawan/2012/04/22/entry-1

เมืองทิมพู : โลกแห่งความเป็นจริงของภูฏาน

http://www.oknation.net/blog/supawan/2012/04/25/entry-2

ป้อมทิมพู ประเทศภูฏาน : Tashicho Dzong วิหารปราการ สัญลักษณ์แห่งอำนาจ

http://www.oknation.net/blog/supawan/2012/04/26/entry-2

สถูปอนุสรณ์สถานชอร์เตน (National Memorial Chorten) ประเทศภูฏาน

http://www.oknation.net/blog/supawan/2012/04/27/entry-2

ตลาด สวนสัตว์ สถาบันสอนศิลปะแห่งชาติภูฏาน

http://www.oknation.net/blog/supawan/2012/04/29/entry-1

ดอชูลา (Dochu La) อนุสรณ์สถานเหนือม่านหมอก ประเทศภูฏาน

http://www.oknation.net/blog/supawan/2012/04/30/entry-2

บนเส้นทางสู่พูนาคา ประเทศภูฏาน

http://www.oknation.net/blog/supawan/2012/05/07/entry-1

ป้อมปราการแห่งพูนาคา (Punakha Dzong) ประเทศภูฏาน

http://www.oknation.net/blog/supawan/2012/05/08/entry-2

ระบำหน้ากาก นาฏกรรมแห่งศรัทธา และ ทังก้า ผ้าศักดิ์สิทธิ์แห่งภูฏาน (1)

http://www.oknation.net/blog/supawan/2012/05/09/entry-3

ทังก้า ผ้าพระบฏ … ผืนผ้าศักดิ์สิทธิ์แห่งพูนาคา เพียงได้ยลก็หลุดพ้นได้

http://www.oknation.net/blog/supawan/2012/05/11/entry-2

ระบำหน้ากาก นาฏกรรมแห่งศรัทธา ของชาวภูฏาน

http://www.oknation.net/blog/supawan/2012/05/12/entry-2


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
cm_coffee วันที่ : 14/05/2012 เวลา : 14.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cm-arabica
"ลุงรภ"

ตามอ่านกันสนุก-สนานไปเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
จั๊กเด๋ วันที่ : 14/05/2012 เวลา : 12.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarkde
หากความทรงจำกลับมาเยือน.. ขอเลือกจดจำสิ่งดีๆ..ที่งดงาม..

ตามมาชมครับพี่

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
BlueHill วันที่ : 14/05/2012 เวลา : 12.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

รวมเล่มแล้่วพิมพ์เป็นหนังสือได้สบายมากเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เรือนข้าหลวง วันที่ : 14/05/2012 เวลา : 11.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/banklangtung

ขอบคุณที่นำเสนอผลงานดีๆตลอดมาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Ae^ วันที่ : 14/05/2012 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

ตามมาชมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 13/05/2012 เวลา : 23.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

สวัสดีตอนเที่ยงคืนครับคุณSupawan

ขอบคุณครับสำหรับเรื่องราวดีดี เกี่ยวกับประเทศภูฏาน รวมทั้งภาพหลากหลาย

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
khunphai วันที่ : 13/05/2012 เวลา : 23.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

จิตรกรรมเค้านะ ฝาผนังหน้าบ้าน
แต่ความเชื่อเค้าเนอะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
hayyana วันที่ : 13/05/2012 เวลา : 22.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

อุ๊ย ติดเรท

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ก่อพงษ์ วันที่ : 13/05/2012 เวลา : 20.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gorbhong

ขอบคุณมากครับสำหรับเรื่องราวของดินแดนในความนึกฝันสำหรับผม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 13/05/2012 เวลา : 17.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ...

บทความเกี่ยวกับประเทศภูฏาน มาถึงบทสุดท้ายแล้วนะคะ หวังว่าคงน่าสนใจ และมีประโยชน์บ้าง ...

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานตลอดมาค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน