*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2276
  • จำนวนผู้ชม : 6336871
  • จำนวนผู้โหวต : 11317
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11317 คน
<< พฤษภาคม 2012 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 18 พฤษภาคม 2555
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 5916 , 17:05:45 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน BlueHill , Supawan โหวตเรื่องนี้

หลงป่า : บันทึกระหว่าง คน กับ ป่า @ ทามัน นาการา ประเทศมาเลเซีย

หากใครบางคนสามารถมองลงมาจากฟากฟ้าสู่อาณาบริเวณอันกว้างใหญ่ของโลกใบนี้ได้ เขาก็คงจะพบว่าบนโลกใบใหญ่ที่เป็นดวงดาวแห่งชีวิตมีพื้นที่สีเขียวอันอุดมสมบูรณ์อยู่บริเวณตอนกลางตลอดแนวของเส้นศูนย์สูตร

พื้นที่นี้พาดผ่านดินแดนหลายแห่งของโลก ทั้งทวีปอเมริกาใต้ แอฟริกา รวมถึงเอเชีย ซึ่งครอบคลุมเกาะสุมาตรา บอร์เนียว สุลาเวสี และกลุ่มเกาะทางใต้ของประเทศอินโดนีเซีย

ดินแดนเหล่านี้รู้จักกันในอีกสมญาหนึ่งว่า Green Belt หรือเข็มขัดสีเขียวของโลกที่มีความสำคัญและมีความหมายที่ยิ่งใหญ่ต่อการดำรงอยู่ของโลกใบนี้ ด้วยตลอดแนวของเส้นศูนย์สูตรคืออาณาบริเวณของป่าฝนเขตร้อนที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของโลก เป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวะภาพที่ไม่ปรากฏว่ามีส่วนไหนของโลกที่สามารถเข้ามาเทียบเคียงได้ …

ที่นี่จึงเป็นทั้งแหล่งอาหาร ยารักษาโรค แหล่งผลิตอ๊อกซิเจนและโอโซนที่สำคัญ รวมถึงเป็นแหล่งทรัพยากรที่มนุษย์สามารถนำมาใช้เพื่อประโยชน์ของเหล่ามวลมนุษยชาติมานานแสนนาน นับย้อนไปได้หลายพันล้านปี

การท่องเที่ยวไปในดินแดนของป่าเขตร้อนตลอดแนวเส้นศูนย์สูตร จึงเป็นการท่องเที่ยวในโลกที่มหัศจรรย์ เต็มไปด้วยเรื่องราวของสรรพชีวิตที่น่าเรียนรู้และควรค่าต่อการค้นหาอย่างยิ่ง

ฉันเริ่มดูนกและถ่ายรูปนกในช่วงสองปีที่ผ่านมา ความท้าทายในการถ่ายรูปเจ้าสัตว์ที่เหมือนเป็นอัญมณีหลากสีมีปีกเหล่านี้มีมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตป่าที่มีปัจจัยให้ต้องเรียนรู้ละเข้าใจถึงสภาพแวดล้อม แหล่งที่พบ

ด้วยข้อจำกัดในเรื่องของเวลาที่มีน้อย ... คนถ่ายภาพนก จึงต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม และต้องพึ่งตัวเอง ตั้งแต่การแบกอุปกรณ์ แต่ก็เป็นงานที่ท้าทายและเร้าใจตลอดเวลา จนทำให้ฉันชอบถึงขั้นติดใจ และรอนแรม ระหกระเหินไปในที่ต่างๆที่มีนกที่น่าสนใจให้ถ่ายภาพ ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ

บนถนนคนแรมทางที่ฉันเคยสัมผัส การท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มาเลเซียนั้น ฉันเคยไปเยือนแค่ไม่กี่ครั้ง และรู้จักมาเลเซียในแง่มุมนี้น้อยมาก เมื่อทาง Foto File จัดทริปดูนกที่ ทามัน นาการา ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ฉันจึงไม่รีรอที่จะขอตามไป

ก่อนที่จะเดินในเทรล ฉันอยากจะเขียนแนะนำผืนป่าโบราณแห่งนี้ก่อนค่ะ …

ไม่ไกลจากเส้นศูนย์สูตรมากนัก บนแผ่นดินใหญ่ของประเทศมาเลเซียตะวันตกที่มีภูมิอากาศร้อนชื้นฝนตกชุกตามแบบของเขตมาสุม เป็นที่ตั้งของป่าฝน ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นป่าดงดิบผืนที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ด้วยอายุรวมถึง 130 ล้านปี เป็นอาณาจักรแห่งสีเขียวอันอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณและสรรพสัตว์ที่มีวิวัฒนาการต่อเนื่องมายาวนาน

จนเมื่อราว 12 ล้านปีมานี้ในยุคไพลโอซีน (Pleiocene) ที่อากาศแห้งแล้งแผ่ปกคลุมโลก คร่าชัวิตสัตว์และทำลายป่าไม้ลงเกือบหมด แต่ ทามัน นาการา กลับได้รับผลกระทบน้อยมาก เพราะมีเทือกเขาหิมาลัยกั้นกระแสความแห้งแล้งเอาไว้ ผสมผสานกับฝนจากมรสุมในเขตศูนย์สูตรยังตกอยู่ พืชและสัตว์จึงยังคงมีวิวัฒนาการต่อเนื่องมาได้

หลังจากนั้นได้ผ่านยุคน้ำแข็งมาอีกหลายครั้ง แต่อาณาจักรของสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่แห่งทามัน นาการา ก็ยังคงดำเนินจังหวะลมหายใจได้ต่อมา

ยิ่งไปกว่านั้นป่าดึกดำบรรพ์ผืนนี้ยังเป็นที่ตั้งของยอดเขาตระหง่านนาม กูนุง ทาฮาน (Gunung Tahan) ที่ได้รับการบันทึกว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเขตมาเลเซียตะวันตก อันเป็นยอดเขาในฝันของนักแรมทางธรรมชาติตัวจริง … ผืนป่าอันทรงคุณค่านี้คือ ทามัน นาการา

จากเอกสารที่เผยแพร่บอกเล่ากันว่า ในช่วงที่มาเลเซียยังเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ พื้นที่แห่งนี้ชื้อว่าอุทยานแห่งกษัตริย์จอร์จที่ 5 (King George V Park) เป็ยพื้นที่ ที่ใช้อนุรักษ์พืชพรรณและสัตว์ป่าหายาก …

ต่อมาภายหลังเมื่อมาเลเซียได้รับเอกราช ป่าผืนนี้จึงเปลี่ยนชื่อว่า ทามัน เนการา แปลว่า “อุทยานแห่งชาติ” นั่นเอง

อุทยานทามัน เนการาจึงเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของมาเลเซีย มีอาณาเขตกว้างใหญ่ถึง 4,343 ตารางกิโลเมตร เป็นป่าดิบทึบ รอยต่อของ 3 รัฐ คือปะหัง กลันตัน และตรังกานู มีสัตว์ป่าชุกชุม เช่น กระซู่ กระทิง ช้างป่า เสือโคร่ง สมเสร็จ ฯลฯ

ระบบการจัดการการท่องเที่ยวของมาเลเซียได้รับการยอมรับว่าเป็นแม่แบบที่ดีที่ให้เราเรียนรู้ถึงวิถีการท่องเที่ยวที่ถูกต้อง

โดยเฉพาะการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ เขตอนุรักษ์สัตว์ป่าของเขา ที่ประสบความสำเร็จจนทำให้นักท่องเที่ยวสามารถท่องเที่ยวชมสัตว์ป่าและแหล่งธรรมชาติโดยมีผลกระทบในทางลบน้อยมาก .... ในทางตรงข้าม รายได้จากการท่องเที่ยวยังส่งผลให้เกิดการอนุรักษ์สัตว์ป่าอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

ที่น่าสนใจคือการพัฒนาแหล่งธรรมชาติ ... มีการให้เอกชนเข้ามาบริหารจัดการเรื่องที่พัก ร้านอาหาร สิ่งอำนวยความสะดวก แม้แต่เส้นทางเดินป่า ซึ่ง ณ ด้านหนึ่งของทามาน นาการ่า ถึงกับมีการพัฒนาสร้างทางเดินบนยอดไม้ (Canopy Walkway) ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปเฝ้าชมนกและสัตว์บนเรือนยอดไม้อย่างใกล้ชิด เหมือนการเดินป่าลอยฟ้าเลยทีเดียว

ฉันกลับมาเยือนทามัน นาการาอีกครั้ง ที่เมืองเมลาโปร์ แม้ว่าจะเป็นคนละด้านกับที่เคยไปมาแล้ว … แต่ทามัน นาการาวันนี้ก็ยังยิ่งใหญ่ตระหง่านเงื้อม ท้าทายอยู่ในที ไม่ต่างกับวันแรกที่ป่าผืนนี้ปรากฏในสายตาเมื่อหลายปีที่ผ่านมา

ช่วงเช้าที่เรามาถึง ฝนตกปรอยๆ … หลังจากเก็บข้าวของเข้าที่พัก พวกเราส่วนใหญ่เดินเก็บภาพนกในบริเวณใกล้ๆที่พัก ที่พอจะมีร่มเงาของศาลาหรือต้นไม้ใหญ่คุ้มกัน พอที่ละอองฝนจะไม่ทำให้กล้องถ่ายรูปเสียหาย

นกที่เราถ่ายรอเวลาให้ฝนหยุด ... ส่วนมากอยู่บนต้นไม้ที่มีลูกสุก เป็นที่ชื่นชอบของนกจำพวก กาฟากก้นเหลือง ปรอด และเขียวก้านตอง…

ในขณะที่หลายคนบ่นๆว่า ลูกไทรบนต้นเหลืออยู่น้อยมาก โอกาสที่จะเห็นนกเงือกลงมาเกาะต่ำๆเพื่อกินลูกไม้อย่างที่เพื่อนเราหลายคนได้มาถ่ายรูปเอาไว้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนดูจะริบหรี่เต็มที

อีกด้านหนึ่ง ... มองเห็นเหยี่ยวรุ้งเกาะกิ่งไม่อยูไกลๆ ด้วยความอ่อนด้อยคุณภาพของกล้องและเลนส์ที่ใช้อยู่ รูปที่ได้มาจึงดีที่สุดเท่าที่เห็นค่ะ

ฉันมีโอกาสเจอนกพญาปากกว้างท้องแดงที่มาเกาะกิ่งไม้ใกล้รังเก่าที่ถูกกระรอกรื้อไปแล้ว เลยเก็บภาพมาฝาก … ในวันต่อๆมาเราพบว่ามันไปบินป้วนเปี้ยนแถวโรงอาหาร คิดว่าคงจะไปจับจองทำเล สร้างอาณาเขตเพื่อทำรังใหม่

ที่พักของเราตั้งอยู่ชายป่า ... มีต้นไม้ร่มรื่นทั่วบริเวณ และต้นไม้ส่วนใหญ่ที่ปลุกที่นี่มักจะเป็นต้นที่มีลูกไม้ จึงมีนกหลากชนิดลงมาจิกกินเกือบตลอดเวลา แค่เดินในพื้นที่ใกล้ที่พักก็มีนกให้ถ่ายมากมาย หากไม่เกี่ยงว่าจะเป็น "นกพื้นๆ"

คนที่เดินทางมาที่นี่ ส่วนใหญ่มีความคาดหวังว่าจะเห็นนกเงือกมากมายหลายชนิด ... แต่ในช่วงกลางเดือนเมษายน ลูกไทรแทบจะไม่มีบนต้น จึงพบเห็นนกเงือกน้อยมากแถวบริเวณทีพัก

โชคดี ... ก่อนกลับได้ภาพเลือนๆของนกเงือกสีดำมาหนึ่งตัว ด้วยเขาเกาะกิ่งไม้อยู่ไกลมาก

จากนั้นเราก็เดินตามๆกันไป ข้ามสะพาน มุ่งตรงไปบนถนนที่ทอดยาวขึ้นๆลงๆไปสุดสายตา … บนถนนนี้นับว่าเป็นเส้นทางดูนกที่สำคัญยาวนับสิบกิโลเมตร มีเทรลเล็กๆหลายเทรลแยกเข้าไปในราวป่า ความยาวสั้นบ้าง ยาวบ้าง

แม้ว่าทามัน เนการา จะเป็นแหล่งรวมของนกราว 300 ชนิด แต่บนถนนในวันที่เราไปเยือนมีนกไม่มากนัก ... แต่ก็ยังพบว่านกบินออกมาอวดโฉมให้ได้ถ่ายรูปอยู่บ้างพอไม่เหงามือ … เราพบ นกจับแมลงปีกสีน้ำตาลแดง หัวขวานจิ๋วหลังแดง

วันที่สอง … หลายคนเฝ้ารอนกดาราของที่นี่ … แต้วแล้วแดงมลายู (Garnet Pitta) แต่เนื่องจากในช่วงเวลาที่เราไปนั่นน่าจะเป็นช่วงที่นกแต้วแล้วส่วนใหญ่จับคู่เรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีนกออกมาเดินอวดโฉมเรียกคู่ให้เห็น … คาดว่าอาจจะอยู่ในช่วงสร้างรัง เลี้ยงลูก ... อาจจะได้ยินเสียงนกร้องอยู่บ้าง แต่ก็ไม่อยู่ในรัศมีใกล้ๆ

น้องเต้ย … หนุ่มน้อยแต่มากประสบการณ์ในการดูนก กลายเป็นกำลังสำคัญในการค้นหาแต้วแล้วตัวสำคัญที่ใครๆก็อยากให้เป็นนางแบบ นายแบบในการถ่ายภาพ …

เพื่อนเราจำนวนหนึ่งโชคดีที่ได้เห็น ได้ถ่ายรูปแต้วแล้วดาราตัวนี้ … สำหรับฉัน “กินแห้ว” เพราะอาสาเฝ้าบังไพรอันหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปมาก

ภาพด้านบน ... ช่วงเวลาที่เฝ้าคอยดู แต้วแล้วแดงมลายู มีเพียงนกกางเขนดง และกระรอกที่ออกมาหากิน และส่งเสียงทักทาย เป็นเพื่อนพอไม่ให้เหงา

ช่วงบ่าย … หลายคนรวมตัวกันออกตามหาแต้วแล้วอีกครั้ง … เราเดินตามเสียงนกซึ่งดูเหมือนจะอยู่ใกล้ๆ แล้วค่อยๆลากเราให้เดินตามลึกเข้าไปเรื่อยๆ … สุดท้ายเราต้องถอยออกมา ก่อนที่จะหาทางออกไม่ถูก

ช่วงกลางคืน … เราพยายามที่จะออกไปส่องและถ่ายรูปนกปากกบยักษ์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จค่ะ

วันต่อมา …

ฉันเริ่มต้นวันด้วยการออกไปดูนกปากกบยักษ์อีกครั้งในตอนเช้ามืด … ครั้งนี้เราส่องไฟผิดจุด นกเลยบินข้ามหัวไปซะงั้น "กินแห้วอีกตามเคย"

หลังอาหารเช้า … เพื่อนเราหลายคนเลือกที่จะเดินทางไปดูนกในบริเวณที่ห่างออกไปราว 10 กิโลเมตร … ที่นั่นมีเหยี่ยวปลา และนกอีกหลายชนิดที่น่าสนใจ ให้ไปถ่ายรูป

ส่วนฉันเดินกับไกด์นายไปตามถนนเส้นเดิม หยุดถ่ายรูปสะพานข้ามธารน้ำที่เชื่อมระหว่างที่พักกับพื้นที่ป่า ก่อนที่จะเดินตามทางเดินบนถนน หยุดถ่ายรูปนกที่ผ่านเข้ามาในสายตาบ้าง

ก่อนขณะที่ฉันเดินเพลินๆบนถนน ... มีเสียงทักทายมาจากเพื่อนชาวมาเลเซียที่ฉันพบเมื่อเย็นวาน

Hello, there.

Did you see the nest of the Black-napped Monarch yet? Let me show you.

แม้ว่าฉันจะเห็นในรูปที่เพื่อนร่วมทริปโชว์ให้ดูเมื่อวานนี้แล้ว แต่เพื่อรักษาน้ำใจของเพื่อนคนนี้ ฉันเลยยอมให้เขาพาเดินกลับไปชี้รังของนกจับแมลงจุกดำบนกิ่งไม้ที่ห้อยลงมากลางถนน และอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนที่จะเดินกลับมาที่ทางเข้าเทรลใกล้ๆ

ฉันกับเพื่อนชาวมาเลเซีย และเพื่อนของเขาอีก 1 คนเดินไปตามเทรล แล้วเราก็พบและหยุดถ่ายรูปนกจับแมลงอกแดง (Maroon-breasted Philentoma) อันเป็นนกในฝันของใครอีกหลายคน

I’ve come a long way just to find one bird, Garnet Pitta.

Too bad, could not find one yet.

ฉันบอกกับเพื่อนมาเลย์ว่า อุตส่าห์เดินทางมาตั้งไกลเพื่อมาดูเจ้านกแต้วแล้วแดงมลายู แต่น่าผิดหวังจริงๆที่ยังไม่พบเลยสักตัว

I’ll help you find one… ฉันจะช่วยเธอหา .. เพื่อนมาเลย์บอก ก่อนที่เราจะออกเดินต่อ

เราเดินตามทางเดินศึกษาธรรมชาติในช่วงแรกที่ดูจะเป็นเทรลธรรมดาๆ เหมือนเทรลอื่นๆ เดินไม่ยาก มีพรรณไม้ขนาดใหญ่ชูอวดลำต้นตระหง่านง้ำขึ้นไปในอากาศสูงหลายสิบเมตร ท่ามกลางผืนป่าแน่นขนัด แต่ก็รื่นรมย์ไม่น้อย

I think, the pitta is at that direction, not very far but we have to be off trail.

หลังจากที้ดินตามเสียงนกแต้วแล้วแดงมลายูในเทรลมาได้พักหนึ่ง เพื่อนมาเลย์บอกกับฉันว่า นกที่เราตามหาอยู่ไม่ไกล แต่เราต้องเดินออกนอกเทรล

ด้วยความที่ฉันนึกไปเองว่า เพื่อนมาเลย์ทั้งสองคนคงคุ้นเคยกับพื้นที่ดี เลยตอบตกลงที่จะเดินออกนอกเส้นทาง โดยไม่ลืมบอกกับพวกเขาว่าฉันเองแย่มากในเรื่องของทิศทาง หวังพึ่งไม่ได้นะ

เพื่อนร่วมทางของฉันหักกิ่งไม้ตามทางที่เราเดินผ่าน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่จะนำเรากลับมายังทางเดิม …

เราเดินตามเสียงนกไปเรื่อยๆ … ข้ามพงหนาม เรียวป่าที่ถึงแม้ไม่ทึบมาก แต่ก็ดูวกวนไม่น้อย … ฉันมั่นใจในประสบการณ์ของเพื่อนร่วมทาง จึงไม่วิตกกังวลอะไร

เราเดินวนไป วนมา มุ่งหน้าไปตามเสียงของนกแต้วแล้วแดงมลายูที่ดูเหมือนจะอยู่ใกล้เรานิดเดียว และส่งเสียงร้องตลอดเวลา

สักพักเพื่อนร่วมทางของฉันก็ชี้ให้ดูนกที่เราเฝ้าตามหาที่กำลังเกาะกิ่งไม้สูง พร้อมกับเสียงที่ร้องอยู่ตลอดเวลา … แม้มุมจะไม่ดีในการได้รูปสวยๆ แต่ก็ยังดีที่ได้เห็นค่ะ … ฉันถ่ายรูปนกมาได้ 2-3 ภาพ ก่อนที่นกตัวนั้นจะบินหายไปลึกยิ่งขึ้น

I think we better go back. The bird is going deeper.

เมื่อเราตกลงว่าจะกลับออกมา เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ฉันตระหนักว่าไม่มีใครในบรรดาเราทั้ง 3 คนที่จำได้ว่าเราจะต้องกลับออกไปทางไหน !!

เราเริ่มเดินไปตามทางที่คิดว่าถูกต้อง … แต่ความยากลำบากก็คือ เมื่อเราหันหลังกลับ ป่าทั้งป่าดูเหมือนกันไปหมด ทั้งต้นไม้ใหญ่ที่เมื่อแรกเริ่มเราคิดว่าจะเป็นหมุดหมายในการจดจำ หรือแม้กระทั่งรอยกิ่งไม้ที่หักมาตามทางก็ดูเหมือนว่าจะอันตรธานหายไปเหมือนโกหก

เพื่อนชาวมาเลเซียหันมาบอกฉันว่า Please don’t worry. I promise to take you home.

อากาศที่ร้อนอบอ้าวในวันที่เหนื่อยล้าและพักผ่อนน้อยในคืนที่ผ่านมา เวลาที่ก้าวเดินแต่ละก้าวผ่านพงหนามและกลุ่มทากจึงสาหัสจนฉันต้องทำเป็นลืมๆไปเสียบ้าง ก่อนที่จะหยุดหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปในปอด แล้วเดินต่อไปเรื่อยๆ

I’ll proceed on that way & find out if we can reach the main trial. Please wait here.

เพื่อนชาวมาเลย์ร่างเล็กบอกกับฉันและเพื่อนมาเลย์อีกคน ก่อนที่จะเดินหายไปในทิศทางที่เขาคิดว่าถูกต้อง

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า … สักพักเราก็ตะโกนเรียกเพื่อนที่หายไป

Hey, are you there? Where are you now?

ส่วนฉันก็ช่วยตะโกน … Hello .. Hello … แต่ไม่มีเสียงตอบรับค่ะ

"He probably got lost." เพื่อนชาวมาเลย์ที่อยู่กับฉันพูดขึ้น แล้วเราก็ตกลงกันว่าจะเดินหาทางออกด้วยกัน …

ฉันเองเริ่มคิดว่า หากติดอยู่ในป่าช่วงกลางคืนจะต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้ปลอดภัยที่สุดจากสัตว์ป่า และความหนาวเย็นจากฝนที่ทำท่าว่าจะตกลงมาในไม่ช้า เท่าที่สถานการณ์ขณะนี้จะอำนวย

ยิ่งบ่ายคล้อย กลุ่มเมฒเบื้องบนก็ดูเหมือนจะมีสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ ส่งสัญญาณว่าในไม่ช้าฝนอาจจะตกลงมา ยอดไม้ที่มองเห็น รวมถึงบรรยากาศรอบตัวเริ่มสลัวหม่นลงอย่างไม่น่าเชื่อ

แม้จะเป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้นชั่วนาตาปี แต่ในสถาณการณ์ที่เราเผชิญอยู่ ก็ยิ่งเพิ่มความกังวลว่าเรามีโอกาสที่จะติดอยู่ในป่าท่ามกลางสายฝน จนอาจเกิดอันตรายต่อสภาพร่างกายที่เหนื่อยล้าของเราได้ … เราไม่มีอาหาร ไม่มีอุปกรณ์กันฝน และอุปกรณ์นำทางใดๆ

อากาศช่วงบ่ายคล้อยนั้นอบอ้าวมากมาย พร้อมกับมียุงและแมลงจำนวนมาก …

ท้อได้ แต่หมดหวังไม่ได้ .. ฉันบอกตัวเอง แสงที่น้อยลงทุกขณะทำให้เราต้องเร่งเดินเร็วขึ้นเพื่อค้นหาเทรลที่ถูกต้อง พละกำลังที่เกือบจะหมดไปกับการเดินมาแล้วกว่า 5-6 ชั่วโมงต้องถูกรีดเร้นออกมาจากกล้ามเนื้อทุกส่วน มีเพียงใจที่พาร่างเดินฝ่าพงหนาม และไม้ใบที่ขึ้นหนาทึบจนมองดูแล้วเหมือนๆกันไปหมด

Please stay put, I will go & check at the other side. I’ll be back.

ฉันบอกเพื่อนชาวมาเลเซียร่วมชะตากรรมเดียวกันให้ยืนรอ ก่อนที่จะก้าวเดินอย่างระมัดระวังไปตามทางที่ดูเหมือนจะเคยถูกใช้สัญจรมาก่อน … ข้ามต้นไม้ล้มขวางทางก็หลายครั้ง …

ทางเดินที่ชัดบ้าง เลือนรางบ้าง เป็นหลุมขนาดใหญ่เต็มไปด้วยดินเลน ซึ่งฉันคาดว่าจะเป็นโป่งที่หมูป่ามาขุดกินแร่ธาตุ …

หลายครั้งที่ฉันลื่นไถลไปกับโคลน แต่เท้าทั้งคู่ก็ยังไม่หยุด ใจยังเปี่ยมความหวังที่จะพาร่างออกไปจากราวป่าให้ได้ก่อนที่ความมืดจะย่างกรายเข้ามาทักทาย

Doctor, are you there? We’re not in the right track!!

Have to try another route?

ฉันตะโกนบอก ก่อนที่จะเดินกลับมาสมทบ ณ ที่เดิม … แล้วเราก็พยายามเปลี่ยนทิศทางในการค้นหากันอีกซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า

Did you hear someone shouting?

เพื่อนชาวมาเลย์หยุดฟังเสียงอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะหันมาถามฉัน … แล้วเขาจะตะโกนถามเสียงที่ได้ยิน และพบว่าเป็นชาวมาเลย์อีกคนที่หายไปนั่นเอง

เราทั้ง 3 คนเดินฝ่าออกมายังเทรลอีกหลายแห่ง จนเวลาล่วงเลยมาหลัง 4 โมงเย็น …

ภาพแผ่นพลาสติกสีเหลืองที่ตอกติดอยู่กับลำต้นของต้นไม้ข้างทางที่ปรากฏอยู่ในสายตา แทบจะกลายเป็นรางวัลวิเศษของชีวิตที่ฉันต้องการ ก่อนที่ฟ้าที่ยังคงเรืองรองด้วยแสงอาทิตย์จะลับหายไปกับตา และความมืด ความเงียบ และกรีดหริ่งแห่งพงไพรจะย่างกรายเข้ามาครอบครองผืนป่า …

ความหมายที่แปลกลับเข้ามาในสมองของฉันในขณะนั้นก็คือ ฉันพบทางที่จะกลับบ้านแล้ว และนั่นก็คงจะเป็นสิ่งที่ปลอบประโลมใจให้เราคลายความกังวล ความเหน็ดเหนื่อยไปบ้าง เหมือนดังที่เพื่อนชาวมาเลเซียพร่ำบอกกับฉันซ้ำแล้ว ซ้ำเล่าว่า I promise to take you home !!

เราต้องตัดสินใจอีกครั้งว่าจะเดินไปทางไหน … ครั้งแรกเราเลือกที่จะเดินไปทางซ้ายของเทรล เวลาผ่านไปราว 15 นาที เราพบว่ายิ่งเดิน ป่าก็ยิ่งดูรกทึบมากขึ้น

… หันหลังกลับคือสิ่งที่เราเลือกทำ … เดินๆๆๆๆ จนมองเห็นถนนอยู่เบื้องหน้า

ฉันกล่าวขอบคุณเพื่อนชาวมาเลย์ทั้งสองคนที่พาฉันออกจากป่ามาได้ … พวกเขาก็กล่าวเสียใจที่พาหลงทาง และบอกว่าดีใจที่เราไม่เกิดอาการวิตกจริต และทุกคนยังช่วยกันค้นหาทางออกโดยไม่บ่น ไม่โทษกัน และสามารถเดินอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยตลอด 6-7 ชั่วโมงที่ติดอยู่ในป่า

บนถนนที่ทอดยาวกลับที่พัก … ฉันตระหนักว่าได้เรียนรู้สิ่งต่างๆในธรรมชาติมากขึ้น … เสี้ยวหนึ่งของวันเวลาที่หลงอยู่กลางป่า ฉันได้มาสัมผัสภาพชีวิตแห่งทามัน นาการา แม้จะเป็นช่วงเวลาระทึกขวัญ แต่ยังเป็นโมงยามแห่งสัจจะธรรมของชีวิตที่เกิดขึ้น ดำรงอยู่ และเป็นไปตามกระแสของวันเวลา

ตราบใดที่มนุษย์ไม่รบกวนธรรมชาติจนเกินไป และเคารพผืนป่าและธรรมชาติ … ภาพชีวิตที่เราเห็นในวันนี้ก็คงจะเป็นภาพชีวิตที่ทุกคนสามารถพบเห็นได้ และมีโอกาสชื่นชมได้อีกนาน

ทามัน นาการาในวันนี้จึงยังคงเป็นโลกมหัศจรรย์ที่ฉันอยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสด้วยตนเอง และร่วมตระหนักถึงคุณค่าของผืนป่าเขตร้อนอันสมบูรณ์ที่เราทุกคนควรช่วยกันรักษาไว้ให้ยืนยาว … อย่าหวังเพียงได้พิชิต ได้ดู ได้ถ่ายภาพสัตว์ที่หายากเพียงอย่างเดียว

ฉันคิดว่า บางครั้งการเป็น "ผู้พิชิต" อาจจะไม่ใช่สิ่งที่มีความหมายสูงสุดของการเดินทาง หากแต่เรื่องราวมากมายบนเส้นทางที่เราเดินผ่านนั่นต่างหากที่ให้ความหมายที่แท้จริงกับการก้าวเดินของเรา ... แม้ในช่วง "หลงป่า"

NOTE : ขอบคุณ ภาพประกอบบทความหลายภาพจาก "น้องแป๋ม" ... Blogger  ch.minivet


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ใบไม้งาม วันที่ : 20/05/2012 เวลา : 23.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunoi

ธรรมชาติงดงามค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
chailasalle วันที่ : 20/05/2012 เวลา : 02.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

น่าตื่นเต้นนะครับถือเป็นประสบการณ์ผจญภัยที่หายาก ...อิอิ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ราษีไศล วันที่ : 19/05/2012 เวลา : 15.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

ตามมาเที่ยวด้วยคนครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
นักเดินทางตัวเขื่อง วันที่ : 19/05/2012 เวลา : 14.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navigaty

อยากให้คนเข้ามาอ่านเรื่องป่าเยอะๆ จังค่ะ.. จาได้รักษ์ป่า ไม่ทำลายป่าและธรรมชาติ ..
ชอบ..ปรอทสีน้ำตาลตาแดง..น่ารักมากค่ะ..

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
cm_coffee วันที่ : 19/05/2012 เวลา : 08.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cm-arabica
"ลุงรภ"

สนุก ตื่นเต้น ครบรสชาติป่าดีน่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ศุภฤกษ์ วันที่ : 18/05/2012 เวลา : 23.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suparurk

ตามนกจนหลงป่าเลย สู้จริงๆครับ

...แต่ความยากลำบากก็คือ เมื่อเราหันหลังกลับ ป่าทั้งป่าดูเหมือนกันไปหมด...

ผมจำเรื่องนี้ได้ขึ้นใจ เพราะเกือบหลงมารอบหนึ่งแล้ว และความรู้สึกเหมือนอย่างนี้เปี๋ยบเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Supawan วันที่ : 18/05/2012 เวลา : 19.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงค่ะ คุณชาลี


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
BlueHill วันที่ : 18/05/2012 เวลา : 17.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ในที่สุด ก็เห็นแต้วแ้ล้วแดงมลายูแล้วหรือครับพี่

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Supawan วันที่ : 18/05/2012 เวลา : 17.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ... คุณพาจรฯ

ด้านหนึ่งของทามัน นาการา มีที่พักของเอกชนให้บริการอยู่มาก ถูกบ้าง แพงบ้าง ... แต่อีกด้านหนึ่ง ที่เมลาโปว์ ต้องพักในอุทยานอย่างเดียวค่ะ


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 18/05/2012 เวลา : 17.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

ผมพักที่ดอม ฝั่งตรงข้ามติดแม่น้กกัวลา ตาฮาน คืนละ ๑๐ ริงกิตเอง Dormistory ในบ้านเราไม่ค่อยมีนะครับ ที่มาเลเซียมีเยอะที่ตามาน เนการ่านี่แหละเป็นประสบการณ์ใหม่ของผม ใครชอบเดินป่า ชมธรรมชาติ ที่นั่นไม่ผิดหวัง ฐปาหัง มาเลเซีย ขอบคุณที่มาเล่าสู่กันฟังครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 18/05/2012 เวลา : 17.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ...

บทความวันนี้ คงให้ข้อคิดหลายอย่าง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน