*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2258
  • จำนวนผู้ชม : 6304801
  • จำนวนผู้โหวต : 11291
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11291 คน
<< ตุลาคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 3 ตุลาคม 2556
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 4233 , 10:53:09 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน ยามเสาร์ , TuaYai และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

วัดทิ๊กเซ่ (Thiksey Monastery) สายใยของพุทธศาสนา ที่ทำให้ลาดักร่ำรวยทางจิตวิญญาณ

วามเหนียวแน่นในสายใยพุทธศาสนาทำให้ลาดักร่ำรวยไปด้วยวัด

ว่ากันว่า ทุกหมู่บ้านจะสร้างวัดอย่างน้อยแห่งหนึ่งไว้บนเนินเขาสูงชันเหนือหมู่บ้าน … อีกทั้งยังมีความเชื่อว่า พระสงฆ์หรือลามะจะต้องได้รับแสงอาทิตย์ก่อนคนอื่นๆ ทั้งยังเป็นเสมือนผู้พิทักษ์ปกปักหมู่บ้านจากวิญญาณชั่ว และความโชคร้ายต่างๆที่อาจจะมาแพ้วพานคนในชุมชน

วัดทิกเซ่ เป็นวัดที่มีอายุยาวนานเก่าแก่มากกว่า 500 ปี สร้างขึ้นโดยมีพระราชวังโปทาลา ในทิเบตเป็นต้นแบบ ตั้งอยู่บนความสูงราว 3,600 เมตรของหุบเขาอินดัส

วัดแห่งนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์ราวพุทธศตวรรษที่ 1953-1983 เป็นวัดใน “นิกายหมวกเหลือง” หรือที่เรียกกันว่า “นิกายเกลุกเปา” ที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของลาดักที่มีความสำคัญมาก

วัดทิ๊กเซ่ เป็นกลุ่มอาคาร 12 ชั้น ประกอบด้วยอารามทั้งหมด 10 แห่ง ซึ่งอาจจะเรียกว่าแต่ละวัดเล็กๆในกลุ่มวัดใหญ่ก็ได้ เป็นวัดที่ใหญ่โตมาก จะเป็นรองก็เพียงแค่วัดเฮมิสเท่านั้น  …

ที่นี่ เป็นสถานที่เก็บรักษาพุทธศิลป์ที่มีความสำคัญและงดงามยิ่ง เช่น สถูป รูปปั้น ผ้าทังก้าที่เก่าแก่สำคัญของพุทธศาสนาวัชระยานที่ถูกม้วนเก็บไว้บูชา จิตรกรรมฝาผนัง และดาบโบราณ

จากอายุหลายร้อยปีของวัดนี้ จึงมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ทั้งสถาปัตยกรรมและความงามทางศิลปะที่ยังคงหลงเหลือให้ผู้คนเข้ามาศึกษา และชื่นชมอยู่จนทุกวันนี้

… เดินช้า ทำทุกอย่างให้ช้าเป็นห้าเท่า … คือสิ่งที่ฉันบอกกับตัวเอง ในขณะที่สาวเท้าขึ้นไปตามขั้นบันไดบนทางเดินที่ลาดชันของวัดทิกเซ่

ฉันเดินช้าๆขึ้นมาตามเนิน ... ไม่วิตกว่าจะพลาดสิ่งใด และไม่นำพากับเพื่อนๆรุ่นน้อง รุ่นลูก ที่แข็งแรง และมีแรงเดินนำขึ้นไปก่อน เพื่อให้ทันกับการเริ่มต้นสวดมนต์ภายในหอสวดมนต์กลาง

ระหว่างทางท่ามกลางสีขาวของตัวอาราม ... ฉันมองเห็นเณรน้อยน่ารักรูปหนึ่ง กำลังเดินถือชามใบเล็ก มุ่งหน้าขึ้นไปตามบันได แต่ยังใจดี หยุดให้ฉันถ่ายรูปก่อนที่จะเดินแกมวิ่งขึ้นไปตามความสูงของขั้นบันได

ลานวัดชั้นใน และสิ่งก่อสร้างที่มองเห็นจากมุมหนึ่งของวัด เป็นพุทธศิลป์แบบทิเบต … บนขื่อ คานของอาคารมีภาพวาดที่งดงาม สีสันสดใส เปี่ยมเอกลักษณ์

ภาพเขียนสีของพระพุทธเจ้านั้นงดงามมาก พวกเราหลยคนจึงไม่เบื่อที่จะใช้เวลาเก็บภาพรายละเอียดไว้ทุกมุม

ฉันเดินตามขั้นบันไดที่ทอดยาวสูงขึ้นไปยังหอสวดมนต์ … เจอ น้องโอ๋ นั่งพักอยู่ที่หน้าหอสวดมนต์อันเป็นสถานที่ในการประกอบพิธีสวดมนต์เช้า …

ภาพวาดบนฝาผนังด้านหน้าของหอสวดมนต์ ล้วนเกี่ยวกับพุทธคติทั้งสิ้น … ภาพเทพมหากาลบางภาพสีทึมๆ ดูเก่าและเลือนราง อีกบางส่วนยังคมชัดและเต็มไปด้วยสีสัน

ภาพสังสารวัฏ (Wheel of life).. ที่สะท้อนถึงความโลภ โกรธ หลง อันเป็นมูลเหตุแห่งการเวียนว่าย ตาย เกิด ไม่รู้จักจบสิ้น … อยู่ผนังด้านหนึ่งก่อนที่เราจะเข้าไปสู่ภายในหอสวดมนต์

ภายในหอสวดมนต์ของวัดทิ๊กเซ่นั้น คล้ายๆกับวัดอื่นๆในแถบหิมาลัย

เท่าที่มองและสังเกตุเห็นโดยมากจะดูขมุกขมัว บรรยากาศดูขลึมขลัง ... ไม่มีไฟเปิดจ้า อาศัยเพียงลำแสงที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง และลำแสงจากตะเกียง

การประกอบพิธีกรรมสวดมนต์ของพระทิเบตนั้น เป็นที่สนใจของคนต่างชาติและนักท่องเที่ยวมาก

ทุกๆวันจึงมีฝรั่ง ชาวเอเซีย และผู้คนจากทุกมุมโลกที่มาท่องเที่ยวในเมืองนี้ ตื่นแต่เช้าเดินทางมาที่วัดก่อนพิธีการสวดมนต์จะเริ่มขึ้น

พระลามะน้อยใหญ่มารวมตัวพร้อมกันประจำอาสนะของตน …

พิธีเริ่มขึ้นด้วยการสวดมนต์ในใบคัมภีร์ใบลานในภาษาที่ฉันไม่เข้าใจ … บางช่วง มีเสียงลึกยาวของพระลามะอาวุโสรูปหนึ่งแทรกขึ้นมา หรือมีพระในเสื้อคลุมสีเขียวเดินมาประกอบพิธีกรรมบางอย่าง

บางครั้งมีเสียงสั่นกระดิ่งหรือตีฉาบเล็กๆ ส่วนลามะที่อายุน้อยลงมาทำหน้าที่เป่าแตรซึ่งยาวเป็นพิเศษเหมือนทรัมเป็ต และอ่านมนต์ประสาน

ท่วงทำนองในการสวดมนต์ของพระสายวัชระยานนั้นเร็วและรัว มีเสียงจังหวะกลอง ฉาบ ระฆังเล็กๆ ประกอบกับการออกท่าทาง ทำไม้ทำมือไปด้วยในบางครั้ง ... ดูแปลกไปจากการสวดมนต์ที่เราคุ้นเคย

ฉันประทับใจกับเณรน้อยที่เห็นมากค่ะ …

เณรน้อยเหล่านี้ ใช่ว่าจะหยอกล้อเล่นกันตามประสาเด็ก แต่ดูเหมือนผู้ใหญ่ในร่างเล็กๆมากกว่า  …

เณรเหล่านี้มีหน้าที่ประจำเช่นกัน คือ ตีกลอง … ในบางขณะระหว่างการสวดมนต์ มองเห็นเณรน้อยอีกหลายรูปถือกาน้ำใบใหญ่ๆที่คงหนักเอาการ จนทำให้ตัวแอ่นเอนไปด้านหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด เณรนำน้ำไปเทเติมให้กับพระหรือเณรคนอื่นๆ

ในขณะที่เณรน้อยบางคนก็นำอาหารที่เห็นเป็นผงๆ (ที่ฉันเดาเอาเองว่าน่าจะเป็นผงของถั่วบางชนิดที่บดละเอียดแล้ว) มาเติมในถ้วยใบเล็กที่วางอยู่ตรงหน้าพระรูปอื่นๆ แล้วพระเหล่านั้นก็ดื่มอาหารนั้นๆ … เห็นแล้วคิดอยากจะดื่มน้ำเต้าหู้ขึ้นมาทันทีเลยค่ะ

เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่า … เรายังไม่รู้ว่าการสวดมนต์จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่

ด้วยเวลาที่มีไม่มาก และมีกำหนดการเดินทางไกลที่ต้องทำอีกด้วย … อั้ม จึงพาเราไปชมยังส่วนอื่นๆของวัด

 

The statue of Maitreya Buddha at Thikse is two storeys tall.

วัดติ๊กเซ่ มีความสำคัญด้วยเป็นที่ประดิษฐานของพระศรีอารยะเมตรัยองค์ใหญ่ที่สุดในลาดัก ที่มีความสูงถึง 15 เมตร สร้างโดยช่างศิลป์ท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง คือ “นาวาง เซริง” ซึ่งเป็นผู้ที่มีผลงานการปั้นพระพุทธรูปองค์อื่นอีกหลายองค์ ถือเป็นมรดกล้ำค่าของลาดักเลยทีเดียว

พระศรีอารยะเมตรัยองค์นี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงการมาเยือนขององค์ดาไล ลามะองค์ที่ 14 ในปี 1970

ในช่วงเดือนพฤศจิกายน หรือในเทศกาลต่างๆ ทางวัดจะเปิดให้ชาวเมืองได้เข้ามาสักการะพระศรีอารยะเมตรัยองค์นี้เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตในภายภาคหน้า อันเป็นความเชื่อมาตั้งแต่ครั้งโบราณ … โดยชาวเมืองจะพากันมาเดินวนรอบองค์พระ และเดินต่อกันเป็นแถวยาว เพื่อรอรับสิริมงคลให้นำพาชีวิตให้รุ่งเรือง

 

Tara temple

ชั้นที่สอง ด้านขวาของกลุ่มอาคาร เป็นห้องอันเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นของ goddess Tara จำนวน 21 องค์ ซึ่งอยู่ภายในชั้นที่มีกระจกปิดเอาไว้ ที่มีรูปปั้นของเทพต่างๆที่เป็นเทพอารักษ์ของวัดอยู่หลายองค์

วัดทิปเซ่ได้ชื่อว่ามีห้องสมุดที่งดงามเก่าแก่ เต็มไปด้วยหนังสือ คัมภีร์มีค่าทางศาสนา ทั้งที่จารึกด้วยลายมือและภาพวาดบอกเรื่องราว อันรวมถึงแบบใช้แม่พิมพ์แกะสลักกดทับทุกหน้า ซึ่งใช้พิมพ์เฉพาะคัมภีร์ทางศาสนาที่ได้รับความนับถืออย่างสูงเท่านั้น

แม้วัดจะมีห้องหับอยู่มากมายที่ใช้เก็บวัตถุโบราณมีค่าทางศาสนา ห้องประดิษฐานพระพุทธรูป ห้องสมุด กุฎิพระ แต่ใช่ทุกห้องจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม … บางห้องถูกล๊อกกุญแจเอาไว้ ป้องกันการขโมย แต่อาจจะขอให้เปิดให้ชมเป็นพิเศษได้เป็นบางห้อง และ ตานลี ก็จัดการให้เราได้ชมอย่างราบรื่น ด้วยการบริจาคบำรุงวัดหลังการเยี่ยมชม

 

Lamokhang temple and quarters

บริเวณพื้นที่บนสุดของวัดนั้นเราไม่ได้เข้าไปเยี่ยมชม แต่จากการค้นคว้าเลยทำให้ทราบมาว่า … วัด ณ ชั้นบนสุดมีชื่อเรียกว่า Lamokhang temple เป็นที่เก็บคัมภีร์คำสอนโบราณมีอายุเก่าแก่มากมาย ที่นั่นอนุญาตให้ผู้ชายเท่านั้นเข้าไปเยี่ยมชม

บนชั้นสูงสุดของวัด มีสถูป และเป็นที่อยู่ของลามะอาวุโส หรือเจ้าอาวาสของวัดนั่นเอง

 

สำหรับชาวลาดัก วัดนอกจากจะเป็นถานที่ศักดิ์สิทธ์ และที่พักพิงทางใจแล้ว ยังเป็นที่บ่มเพาะ ให้วิชาความรู้ อันมีบทบาทในการสืบทอดวัฒนธรรมและภาษาเก่าแก่ของพวกเขาอีกด้วย

วัดทิกเซ่ ถือได้ว่าเป็นโรงเรียนสงฆ์ที่สำคัญแห่งหนึ่งในลาดัก นอกจากพระสงฆ์แล้ว ยังมีชั้นเรียนสำหรับนักเรียนพระ ที่มาร่ำเรียนวิชาการทั้งทางโลกและทางธรรม เช่น ปรัชญา พุทธศาสนา ภาษาทิเบต ภาษาอังกฤษ ภาษาฮินดี้ และคณิตศาสตร์

ความศรัทธาอย่างสูงต่อศาสนา ทำให้ชาวลาดักแต่ละครอบครัวมีลูกหลายคน มักส่งลูกสาวหรือลูกชายอย่างน้อยหนึ่งคนไปบวชตั้งแต่อายุยังน้อย ขณะที่ลูกคนอื่นๆอยู่ช่วยงานของครอบครัว

เด็กผู้ชายจะเข้าวัดตั้งแต่อายุ 7-8 ปี เพื่อมาเป็นนักเรียน ได้รับการขนานนามใหม่ พร้อมกับเปลี่ยนเสื้อคลุมเป็นสีแดง ซึ่งต้องสวมต่อไปตลอดชีวิต … หลังจาก 30-40 ปีของการเรียนรู้และผ่านการสอบครั้งสุดท้าย จะได้รับประกาศนียบัตรในตำแหน่งสูงเป็นลามะ มีบทบาทสำคัญในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่างๆ

 

ในห้วงหนึ่งของความคิดคำนึงถึงความเจริญที่รุกคืบอย่างรวดเร็วเข้ามาที่เมืองนี้ ทำให้อดไม่ได้ที่จะคิดเทียบกับวัดหลายแห่งในเมืองไทย ที่ภายในบริเวณวัด มักจะมีแผงเช่าพระและเครื่องรางของขลัง ร้านค้าของที่ระลึกกระจายอยู่ตามมุมต่างๆ เพื่อดึงดูดผู้คนให้เข้าไปจับจ่ายซื้อของ

ความสงบ สวยงามของวัดติ๊กเซ่ ทำให้ฉันวาดหวังว่าสิ่งเดียวกันจะไม่เกิดขึ้นที่นี่ …  ฉันไม่ได้หวังว่าความเจริญจะพ่ายแพ้ … เพียงแต่แอบหวังว่า ความอลังการดูศักดิ์สิทธิ์ของที่นี่จะไม่ถูกปรับเปลี่ยน เพื่อดึงดูดเงินในกระเป๋าของนักท่องเที่ยว จนจิตวิญญาณเก่าเลือนหายไป

รถกลับมาจอดบนถนนตรงเชิงเขาทางขึ้นวัด เพื่อให้พวกเราถ่ายรูปวัดในอีกมุมหนึ่งที่สวยงาม … จากด้านล่างของวัด เห็นได้ชัดว่าตัวอารามของวัดทิกเซ่แผ่ปกคลุมภูเขากว่าครึ่งลูก ตัวตึกสีขาวแดง ดูเป็นความสงบนิ่ง ซ้อนทับอยู่บนความลื่นไหล วุ่นวายของโลกเบื้องล่าง

ที่นี่ ภาพของวัดทิกเซ่ งดงามมากมายกว่ามุมใดๆ … เป็นความจริงที่ว่า ภาพบางภาพอาจจะสวยงาม เหมาะแก่ความชื่นชมเมื่ออยู่ไกลๆ ด้วยเหตุที่เมื่ออยู่ในระยะที่ใกล้เกินไป ภาพนั้นอาจจะดูชัดเจนเกินกว่าที่จะชื่นชมได้อย่างสนิทใจ

ทาชิ คว้ากล้องตัวเล็กของฉัน และเดินตามเพื่อถ่ายภาพฉันโดยมีภาพของวัดเป็นฉากหลัง … ดูๆไป ก็น่ารักดี และมีความตั้งใจ ความหวังดี เพียงแต่ไม่ได้ถามว่าฉันอนุญาตให้ทำเช่นนั้นหรือไม่



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
นายธรรมยุติ วันที่ : 15/10/2013 เวลา : 07.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Dhammayuth

ได้บรรยากาศดีมากครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ศุภฤกษ์ วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 22.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suparurk

พี่สุ ไปเยอะมากจริงๆครับ นับถือ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ศุภฤกษ์ วันที่ : 07/10/2013 เวลา : 22.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suparurk

พี่สุ ไปเยอะมากจริงๆครับ นับถือ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เกสรมาเฟีย วันที่ : 04/10/2013 เวลา : 15.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ipammo

แวะมาเที่ยวกับพี่วรรณต่อ .. สีสันสดใส ชอบมากเลยค่ะ เมืองนี้น่าถ่ายภาพมาก ๆ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
BlueHill วันที่ : 04/10/2013 เวลา : 10.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

สองตัวด้านล่างเหมือนนกกระจอกใหญ่เลยครับ
แต่ไม่ชัวร์ว่าใช่หรือไม่

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
chailasalle วันที่ : 04/10/2013 เวลา : 03.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

คนชมก็ไม่เบื่อเลยครับ งามไปหมด ขออนุญาติเก็บภาพลายไม้บนขื่อไว้ศึกษาและเขียนภาพนะขอรับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
kratenUan วันที่ : 03/10/2013 เวลา : 13.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hiddendrawer

งดงามอีกหนึ่งวัน น้องเณรก็น่าเอ็นดูมากเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 03/10/2013 เวลา : 10.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ

เที่ยวลาดักต่อด้วยกันนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน