*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2263
  • จำนวนผู้ชม : 6313802
  • จำนวนผู้โหวต : 11298
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11298 คน
<< ตุลาคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม 2556
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 2626 , 09:06:02 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน เด็กนอกโรงเรียน , สำรวจฟ้า และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

The Journey to Tsomoriri … ทัวร์วิบากสู่ทะเลสาบ มอริริ

เทือกเขาหิมาลัยทอดยาวไปในพื้นที่ 5 ประเทศของโลก คือ อินเดีย ปากีสถาน เนปาล ภูฏาน และประเทศจีน

“หิมาลัย” เป็นชื่อที่มาจากภาษาสันสกฤต มีความหมายว่า “ที่อยู่ของหิมะ” ด้วยเทือกเขาที่โด่งดังของโลกแห่งนี้ ประกอบไปด้วยภูเขาสูงใหญ่มากมาย เรียงตัวลดหลั่นกันไป สวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ

พื้นที่ในแถบหิมาลัยยังเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสำคัญของโลกหลายสาย เช่น แม่น้ำคงคา แม่น้ำสินธุ แม่น้ำโขง แม่น้ำพรหมบุตร ฯลฯ และยังมีธรรมชาติแถบเทือกเขาหิมาลัยที่งดงามที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว นักผจญภัย ให้ฝ่าฟันความยากลำบาก เพียงเพื่อจะได้มีโอกาสชมความงามเหล่านั้น … หรือเพียงแค่พูดได้ว่า “ในที่สุด ฉันก็มาถึงนี่ได้ .. Thanks Gods, I am here finally!”

ในบริเวณเทือกเขาหิมาลัยมีทะเลสาบธรรมชาติหลายร้อยแห่ง ทะเลสาบส่วนใหญ่อยู่ต่ำกว่าระดับ 5,000 ฟุต และขนาดของทะเลสาบจะเล็กลงตามระดับความสูง

ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดใครๆก็ต้องไปเยือนเมื่อมาลาดัก คือ “ทะเลสาบเปงกอง (Panggong Lake)” ซึ่งทอดตัวคลุมชายแดนระหว่างอินเดียและจีน ทะเลสาบนี้ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 4,600 เมตร ด้วยความกว้าง 8 กิโลเมตร ยาวเกือบ 134 กิโลเมตร เป็นทะเลสาบน้ำกร่อยที่อยู่สูงที่สุดในโลก

ว่ากันว่า … นำในทะเลสาบแห่งนี้สวยงามราวกับหยก เปลี่ยนเฉดไปเรื่อยๆในช่วงเวลาที่ต่างกันของวัน เห็นได้ชัดเจนขณะที่สายลมพัดมากระทบกับผืนน้ำของทะเลสาบ … คนที่เคยไปมาแล้วบอกว่า หากคุณอยากจะรู้ว่าท้องฟ้าเบื้องบนนั้นใสแจ๋วแค่ไหน ให้ไปที่ทะเลสาบ Pangong Tso แห่งนี้

วันนี้เรามีโปรแกรมที่จะเดินทางไปที่ทะเลสาบเปงกอล โดยการผ่านไปตามถนนสายที่สูงที่สุดเป็นอันดับสามของโลก ที่มีจุดสูงสุดอยู่ที่ Cheng La Pass (ความสูง 5200 เมตร) และพักค้างแรมที่เต้นท์ริมทะเลสาบ รอชมแสงเย็นที่ส่องมาฉาบไล้บนพื้นทะเลสาบน้ำเค็มที่ว่ากันว่าสวยนัก … บรรยากาศที่โรแมนติก จะสะกดให้คุณลืมไม่ลงทีเดียว โดยเฉพาะหากคุณมีมือของคนรู้ใจให้เกาะกุม

เราตื่นเต้นและตั้งตารอโปรแกรมนี้อย่างใจจด ใจจ่อ … ความคาดหวังมีเต็มเปี่ยมว่า มันจะเป็นการเปลี่ยนมุมจากการได้เห็นภาพมองวิถีชีวิตของผู้คนมาแล้วหลายวัน … มาเป็นความสดใส สวยงามของธรรมชาติ ภูเขา และทุ่งหญ้าล้วนๆ

เราจัดกระเป๋าใบเล็ก เพื่อเตรียมค้างคืนที่ทะเลสาบ … ตื่นแต่เช้ามืด (จริงๆ) แล้วออกเดินทางหลังจิบชา และอาหารเช้า

รถพาเราเดินทางมุ่งหน้ามาที่ด่านในเมือง Karu เพื่อทำใบอนุญาตผ่านแดนเหมือนครั้งที่เราจะไป นูบรา แวลเล่ย์ ... ระหว่างทางเราแวะถ่ายรูปกับทิวทัศน์สวยๆระหวางทาง

เรารออยู่สักพัก เพียงเพื่อจะรู้ข่าวร้ายว่า มีหินถล่มลงมากีดขวางถนนที่เราจะต้องผ่าน และการเคลียร์ถนนยังไม่สามารถทำได้ ทุกคนต้องรอ รอ และรอ จนกว่าทางการจะสามารถจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จนแน่ใจว่าการสัญจรผ่านเส้นทางนี้จะมีความปลอดภัยจริงๆ … ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ใช้ถนนที่นั่นได้ การรอคอย มีความไม่แน่นอนว่าเมื่อไหร่จึงจะเดินทางต่อได้

แผนสำรอง … หากมีก็ต้องคิดให้ออกในตอนนี้

อั้ม … ได้รับฉันทามติเป็นเอกฉันท์จากทุกคนให้เปลี่ยนเส้นทางไปที่ Tso Moriri ซึ่งเป็นทะเลสาบอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างจากที่เดิมพอสมควร และใช้เวลาเดินทางมากกว่า … แม้ว่าไม่มีใครในคณะเราเคยรู้เกี่ยวกับทะเลสาบมอริริมาก่อน … แต่เมื่อเป็นทะเลสาบบนเขาสูง เราก็มั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่า ต้องสวยแน่ แต่จะเหมือนกับภาพของทะเลสาบเปงกอลหรือไม่นั้น อีกไม่นานก็จะรู้กันค่ะ

“เคยไปที่ทะเลสาบ มอริริ มาก่อนหรือเปล่า?” ฉันถาม ทาชิ คนขับรถ

“เคยพานักท่องเที่ยวไปนับครั้งไม่ถ้วน เรื่องจิ๊บๆ ยูไม่ต้องห่วง” ทาชิ ตอบ นำมาซึ่งความโล่งใจมาให้ฉันในระดับหนึ่ง

 

 Tso Moriri เป็นพื้นที่อยู่ใกล้กับชายแดน … การที่นักท่องเที่ยวจะเข้าไปเยือนทะเลสาบแห่งนี้จึงต้องได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการก่อนเช่นกัน ซึ่ง ตานลี เป็นคนดำเนินการให้กับเราได้อย่างราบรื่นอีกครั้ง

ดูจากแผนที่และถามจากเจ้าหน้าที่แล้ว … เส้นทางจะเป็นดังนี้ Leh – Karu (36 KMs) – Upshi (13 KMs) – Kumdok (19 KMs) – Kere (53 KMs) – Chumathang (34 KMs) – Mahe (22 KMs) – Sumdo (10 KMs) – Korzok or Tso Moriri(53 KMs) = 240 KMs

จากเมืองคารู ไปจนถึงหุบเขา Rupshu Valley เป็นระยะทางราว 200 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 6-7 ชั่วโมง … คำนวณคร่าวๆ ด้วยความเร็วเฉลี่ย 30-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงของรถ เส้นทางที่เรากำลังจะมุ่งหน้าไปต้องไม่ธรรมดาแน่นอน

รถพร้อม น้ำมันพอที่จะแล่นผ่านพื้นที่ที่ไม่มีปั๊มน้ำมันในเส้นทางผ่าน … เราเดินทางจากคารูในตอนสายๆ … รถแล่นในแนวราบในช่วงแรก ก่อนจะเข้าสู่เขตภูเขาขึ้นๆลงๆ ไปเรื่อยๆ

ฤดูร้อนของลาดัก ต้อนรับเราด้วยด้วยอากาศแห้งๆ และความร้อนแรงจากแสงอาทิตย์

ถนนสายเล็กๆ ฝุ่นคลุ้ง จะเป็นเส้นทางนำเราไปสู่โลกที่เรายังมองไม่เห็น … พื้นดินเต็มไปด้วยฝุ่นคลุ้งและภูผาหิน สภาพไม่ต่างจากทะเลทรายบนที่ราบสูง

ภูมิประเทศเต็มไปด้วยเทือกเขาสูงสีน้ำตาล ตามรอยต่อของเทือกเขาเหล่านี้เป็นร่องธารที่มาจากการหลอมละลายของหิมะ กลายเป็นแม่น้ำในที่ราบสูง

รถที่แล่นทอดขนานไปกับแม่น้ำ … ลมที่รุนแรง และสายน้ำที่เชี่ยวกรากต้อนรับเรา บางครั้งฉันต้องนั่งตัวลีบ หัวสั่น หัวคลอนไปกับสภาพถนนที่โหด จนสุดท้ายต้องงัดเอา waist support ออกมาใส่ ก่อนที่หลังจะเดี้ยงมากขึ้น

 

ถนนดินบดอัดนั้นแสนแคบ มีหลุมบ่อเป็นกับดักที่อันตรายในบางช่วง … ถนนที่ด้านหนึ่งเป็นสูงคล้ายกำแพงธรรมชาติ ขณะที่ด้านหนึ่งเป็นโตรกลึก ทำให้การเดินทางมีสิ่งตื่นเต้นเกิดขึ้นในความรู้สึกของเราตลอดเวลา

สีหน้าของ ทาชิ ดูผ่อนคลาย ไม่หวั่นไหวไปกับเสียงเกรี้ยวกราดของเครื่องยนต์ … ขณะที่บ่อยครั้งฉันนั่งตัวเกร็ง

ฉันเชื่อว่าฝีมือการขับรถของ ทาชิ นั้นยอดเยี่ยม … แต่ก็ยังรู้สึกถึงล้อรถที่อยู่ใต้การบังคับของเขาเหมือนไม่ติดพื้นถนน มันหมุนฟรีในบางครั้งไปกับพื้นผิวถนนที่เป็นกรวดหินและดินฝุ่นอยู่ตลอดเวลา

 

รถแล่นผ่านโตรกเขา และสายน้ำที่ดูไปก็เหมือนเด็กหนุ่มที่คึกคะนอง ที่พยายามผงาดขึ้นมาโชว์ตัวตนให้โลกเห็น … บางพื้นที่มองเห็นเป็นโค้งน้ำขนาดใหญ่

หน้าผาเริ่มชันขึ้น … สายน้ำที่แคบไหลเชี่ยวกราก ดูเหมือนพยายามจะแหวกออกมาจากหินผาที่รายล้อมให้อึดอัด ทุรนทุราย … ส่งเสียงร้องโหยหวนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

 หิน เป็นศิลปะที่ต้องใช้หัวใจมอง … เมื่อผ่านถนนที่คดเคี้ยว งานศิลปะที่ถูกน้ำกัดเซาะก็มีให้เห็นมากมาย เป็นครูที่สอนให้เรามองทุกอย่างให้ลึกซึ้ง

 

บางช่วงของการเดินทาง รถของเราแล่นผ่านสิ่งก่อสร้างที่ดูเหมือนหมู่บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน … ฉันไม่รู้ถึงสาเหตุ แต่ก็ไม่ได้ถาม ทาชิ … บางสิ่ง หากจะค้างคาเป็นคำถาม ไม่มีคำตอบ อาจจะดีกว่าความรู้แจ้งที่น่าเศร้า … ฉันคิดเช่นนี้

ทาชิ เปิดเพลงพื้นเมืองให้เราฟัง … อาจจะเพื่อสร้างความบันเทิงท่ามกลางการเดินทางที่เริ่มน่าเบื่อ … เสียงเพลงในภาษาที่ฉันไม่เข้าใจ แต่เมโลดี้นั้นไพเราะไม่น้อยดังก้องอยู่ในรถ

ฉันฟังไม่ออกว่านักร้องพูดถึงเรื่องอะไร รู้เพียงว่าตัวเองกำลังมีความสุขขึ้น

บางครั้งเราเห็นมีหมู่บ้าเล็กๆเรียงรายอยู่ตามทางผ่านอยู่บ้าง แต่จากสภาพภูมิประเทศที่เห็น … ทำให้ฉันคิดว่า ชาวบ้านในแถบนี้คงเป็นพวกเร่ร่อน เลี้ยงสัตว์เป็นส่วนมาก

ตลอดระยะทางที่เราผ่าน เมื่อถึงช่วงที่ภูมิประเทศเป็นที่ราบ เรามักเห็น “จามรี” ก้มหน้า ก้มตาและเล็มหญ้าที่มีอยู่น้อยนิด

จามรี หรือ ยัค (Yag) เป็สัตว์ที่ทีลักษณะคล้ายวัวป่า รูปร่างใหญ่มีขนปุกปุย หางเป็นพวง เป็นสัตว์ที่ทรหดอกทนในพื้นที่สูง สภาพแห้งแล้ระดับความสูงราว 3000 เมตรขึ้นไป

จามรี มีความผูกพันกับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวลาดักมากมาย … อวัยวะทุกส่วนขอสัตว์ชนิดนี้เป็นของมีค่าทั้งสิ้น …  ขณะที่มันมีชีวิต ก็ใช้งานเป็นพาหนะ ช่วยไถนา นวดข้าวบาร์เล่ย์ และเป็นตัวบ่งบอกฐานะของผู้เป็นเจ้าของ

เมื่อจามรีตายลง … หัวใจใช้ทำยารักษาโรค เนื้อใช้บริโภค ขนใช้ทอเป็นเชือกและเครื่องนุ่งห่ม นมใช้บริโภคและทำเนย หนังใช้ทำรองเท้า เสื้อผ้า เรือ กระโจม กระดูกนำมาแกะสลักเป็นงานฝีมือ และสุดท้ายมูลของมันยังเอามาตากแห้งใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวะภาพได้ด้วย รักษ์โลกอินเทรนได้อีกต่างหาก … ประโยชน์มีมากมาย จารนัยไม่หมด

 

ยอดเขาสูงเสียดฟ้าค่อยๆถอยห่างออกไป ธงมนตราพลิ้วไสวเขยิบใกล้เรามากขึ้น … เราเดินทางมาถึง Namsang La Passs …

ฉันขอให้ ทาชิ ขับรถวนรอบ 3 รอบ

ทาชิ และ ตานลี รวมถึงคนขับรถคนอื่นๆเข้าไปเรียงหินทำเป็นเจดีย์เล็กๆ และจุดธูปปักเอาไว้ข้างๆเจดีย์ … เป็นการแสดงความเคารพต่อขุนเขา และขอพรให้เดินทางปลอดภัย … ความเชื่อที่มีอยู่กับพวกเขามาเนิ่นนาน

หินแต่ละก้อนที่ดูไร้ความรู้สึกที่ถูกเรียงเป็นชั้นๆ อาจจะหมายถึงแต่ละความปรารถนาและการขอพรให้ความปรารถนาแต่ละอย่างกลายเป็นความจริง

มีอย่างหนึ่งที่ฉันอยากจะทำหากมีโอกาสกลับมาที่นี่อีกครั้ง … ฉันอยากจะนำหินติดตัวมาด้วยจากเมืองไทย แล้วนำมาวางซ้อนๆกันเป็นเจดีย์หินเล็กๆที่นี่ อันจะเป็นสัญลักษณ์ว่าส่วนหนึ่งของฉันจะยังคงอยู่ที่นี่ … ตลอดกาล

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 20/10/2013 เวลา : 14.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

แถบนี้พีสุไปเที่ยวเกือบหมดแล้ว

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
วาชิ วันที่ : 19/10/2013 เวลา : 21.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fawachi
 

หัวข้อบอกว่าทัวร์วิบาก เข้ามาอ่านแล้วโอ้โหหนทางวิบากกันแท้เลยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 18/10/2013 เวลา : 22.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

และแล้วคุณสุก็ไปกับอั้ม เกษา

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 18/10/2013 เวลา : 16.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ดอกไม้่ในทะเลภูเขา
ยามแห้งแล้งก็มีความชุ่มชื่นนะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Supawan วันที่ : 18/10/2013 เวลา : 10.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

นายสิบหมื่น ... ขอบคุณที่แวะมาอ่านและทักทายนะคะ

คุณลูกเสือ ... ทุกอย่างสดใสในวันที่ไปเยือนค่ะ


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 18/10/2013 เวลา : 09.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

น่าเที่ยวนะครับ
อากาศน่าจะสดใสเหมือนท้องฟ้านะครับพี่สุ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 18/10/2013 เวลา : 09.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

แวะมาชมและแอบอิจฉาการเดินทางของพี่ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Supawan วันที่ : 18/10/2013 เวลา : 09.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ

หายไปหลาบวัน แต่กลับมาเพื่อนำทุกท่านเดินทางท่องเที่ยวด้วยกันในลาดักต่อนะคะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน