*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2258
  • จำนวนผู้ชม : 6308323
  • จำนวนผู้โหวต : 11291
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11291 คน
<< ตุลาคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม 2556
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 3197 , 10:25:05 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน คุณตุ๊ก , wansuk และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

ทุ่งซัลเฟอร์ น้ำพุร้อน และทะเลเกลือ แห่งลาดัก Sulphur Field & Hot Spring & Tso Khar

เราลาจากฟ้าสีคราม น้ำสีมรกตของทะเลสาบ มอริริ ในช่วงสายๆ … ความเยือกเย็นยังคงลอยอ้อยอิ่งอยู่กลางบรรยากาศ

ถนนที่เริ่มห่างออกจากทะเลสาบแสนสวย พาผืนน้ำและภาพงดงามออกจากสายตาเราทีละน้อยๆ จนกลายเป็นภาพเลือนราง จนหายวับไปกับตา … รอบตัวของเราตอนนี้มีแต่ภูเขาที่แห้งแล้ง และผืนทราย

ทางฝุ่นทอดฝ่าทุ่งมุ่งไปหาเส้นขอบฟ้า โดยมีภูเขาที่ไร้ร้างต้นไม้ขนาบไปทั้งสองข้างของถนน

รถแล่นฝ่าฝุ่นคลุ้งตลบข้ามที่ราบสูง … เมื่อไหร่ที่มีอะไรน่าสนใจ ทาชิ ก็จะหยุดรถให้เราถ่ายรูป หรือไม่เช่นนั้นก็จะคว้ากล้องถ่ายรูปของฉันไปกดชัตเตอร์เสียเอง

เราใช้เส้นทางที่ราบสูง Chumathang Platue …

พอพ้นเขตเทือกเขาที่ซับซ้อน ก็ออกมายังทุ่งโล่ แห้งแล้ง แต่กว้างขวาง … กลางทุ่งโล่งทางไม่หฤโหดอย่างขุนเขา ทิวทัศน์เปลี่ยนไป ดูผ่อนคลายสบายๆ

กลิ่นอะไรบางอย่างในอากาศโชยเข้ามาแตะจมูกเมื่อเราก้าวออกมาจากรถ

“Sulphur” .. ทาชิ บอก

ที่นี่คือทุงซัลเฟอร์ที่มีอยู่กล่นเกลื่อน และสร้างบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติขึ้นมา … ระหว่างที่แวะพักชมเราเห็นชาวบ้านหลายคนลงไปวักน้ำมาลูบห้าตา บางคนนั่งแช่เท้า

มีความเชื่อมาตั้งแต่ดั้วเดิมว่า น้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีส่สนประกอบของแร่ธาตุต่างๆ เป็นยาที่จะช่วยบำบัดอาการปวดตามอวัยวะต่างๆของร่างกายได้ดี

บนพื้นที่ราบของที่นี่ เราเห็นพื้นที่ชุ่มน้ำสวยงาม ที่กลายเป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่เรียกกันว่า The Chumathang hotsprings อันเป็นน้ำ hot sulphur springs ที่มาจากแม่น้ำอินดีสที่เย็นจับใจ

ภูเขาสูงเสียดฟ้า ลาดชันลงมาจรดกับทุ่งโล่งที่กว้างขวางแทบมองไม่เห็นขอบ เส้นทางพาเราเลียบริมธารที่ตลิ่งกับลำธารที่ไหลเรื่อยๆแทบเป็นระดับเดียวกัน

มันเป็นสนามรบระหว่างสายน้ำ และสายลม ที่กัดกร่อน เกรากลึง ให้ภูเขากลายเป็นประติมากรรมรูปลักษณ์แปลกตา ที่ทั้งงดงามและยากจะต่อกรด้วยประติมากรใดๆในโลก

ฟ้าใส ไร้เมฆ …

พื้นที่ในบริเวณนี้ เป็นสถานที่ที่ชาว Changpas ซึ่งเป็นชนเผ่าเร่ร่อน (ทำนองเดียวกับพวก Drokpa ในทิเบต) มักจะมาตั้งแค้มป์ เลี้ยง ปศุสัตว์ จำพวกจามรี แกะ แพะ และม้า ท่ามกลางดินฟ้าอากาศที่โหดร้าย ภูมิประเทศที่แข็งกระด้าง

แสงแดดที่รุนแรง สภาพดินฟ้าอากาศที่แห้งแล้ง และลมที่พักแรงตลอดเวลา ทำให้ต้นไม้มีขนาดเล็กและเตี้ย อีกทั้งยังไม่เอื้อต่อการทำฟาร์มที่เป็นหลักแหล่งแน่นอนมากนัก

แสงแดด และอากาศเป็นตัวกำหนดวิถีชีวิตของพวกเขา … หน้าร้อนในยามเมื่อธรรมงดงาม แสงแดดมีเพียงพอ ทุ่งหญ้าจะเขียวขจี มีทำเลเหมาะๆ พวกเขาจะนำก้อนหินมาวางก่อเป็นแนวรั้วคอกสัตว์ แล้วพวกเขาก็จะอยู่ที่นี่ แต่เมื่อหิมะตกลงมา อากาศหนาวเย็นหนักหนาสาหัส พวกเขาก็จะกลับไปอยู่ในหมู่บ้าน ฤดูร้อนจึงจะออกมาใหม่ เปลี่ยนภูเขาให้เป็นที่อยู่ … เท่านั้นเอง

เส้นทางชีวิตของเกษตรกรเหล่านี้จึงยากลำบากมาก แต่งานหนักเป็นความชาชินที่หล่อหลอมกลายเป็นวิถีชีวิตของพวกเขา … เป็นตัวแทนของความพยายามที่มนุษย์มาอยู่รวมกันกับธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์ การพัก อาจจะทำให้พวกเขาเงียบเหงา เศร้าสร้อย

ชีวิตของพวกเขาไม่ได้อยู่ที่การตั้งหลักแหล่งและการครอบครองทรัพย์สินใดๆ ทุกสิ่งรอบตัวเป็นสมบัติล้ำค่า … ธรรมชาติจึงให้ชีวิตอิสระแก่พวกเขาที่จะรอนแรมไปที่โน่นที่นี่โดยไม่ยึดติดกับสิ่งใด ไม่มีคำว่า “จน” ในพจนานุกรมของพวกเขา มีแต่ “ความไม่จีรัง” … แตกต่างมากมายกับโลกของเราในแดนศิวิไลย์

ความจริง เมื่อก่อนพวกเขาอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ความจน คืออะไร … เพียงมีบ้านคุ้มหัว มีที่ดินสำหรับเลี้ยวสัตว์ ทำมาหากินเลี้ยงชีพก็เพียงพอแล้วสำหรับวิถีการดำเนินชีวิตแบบดั้งเดิมที่ผ่านจากรุ่นสู่รุ่น โดยมีคำสอนจากพุทธศาสนาเป็นรากแก้วยึดเหนี่ยว … จนกระทั่งมาจรวัดจากการพัฒนาจากซีกโลกอื่นเข้ามาชี้วัด

คนผ่านทางมักจะเห็นพวกเขาได้ง่ายๆ ด้วยการสังเกตกระโจมที่พักสีดำๆของพวกเขา ที่เรียกกันว่า Robos  … กระโจมเหล่านี้ทอจากหนังจามรีให้เป็นชิ้นยาวๆ แล้วขึงตรึงกับเสาไม้ โดยใช้แท่งไม้เรียวแหลมกลัดผืนหนังจามรีให้ต่อกันเป็นผืนในขนาดที่ต้องการ มองไกลๆคล้ายกับใยแมงมุมขนาดใหญ่อยู่กลางท้องทุ่ง

เต้นท์หรือกระโจมเหล่านี้ช่วยกันความร้อนในเวลากลางวัน และให้ความอบอุ่นในตอนกลางคืน ทนทานต่อลมและพายุในพื้นที่สูง … เบาแต่ทนทาน และขนย้ายง่าย

ใต้หลังคากระโจมของครอบครัว เป็นทั้งที่หลับนอนและเก็บข้าวของที่มีอยู่ไม่กี่อย่าง เช่นเสื้อผ้า เครื่องครัว ชานมจามรี และทุกกรโจมจะมีมุมสำหรับสวดมนต์

ว่ากันว่า … คนเหล่านี้นับถือศาสนาพุทธ เป็นคนที่มีความโอบอ้อมอารีสูง มีชีวิตที่อุทิศให้กับครอบครัวและฝูงสัตว์ของพวกเขา … เป็นชนเผ่าที่รักดนตรีและการเต้นรำ

พวกเขาเป็นกลุ่มชนที่สมถะมากที่สุดในโลกที่ฉันรู้จัก ด้วยการเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ค้นหาจุดยืนของตัวเองในจักรวาล และนี่คือโลกที่จิตวิญญาณอยู่เหนือโลกของวัตถุอย่างแท้จริง

อากาศที่เปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในปัจจุบัน ทำให้ฝนตกน้อยลงทุกที … บางที คนที่นี่อาจจะต้องปรับตัว บางคนอพยพเข้าเมือง ทำงานอื่น ขายของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยว … มากกว่าการรอคอย และอดตาย

หากมีเวลาพอ คุณอาจจะได้ยินเสียงเพลงที่คนพื้นเมืองขับร้องลอยมาตามสายลม เป็นเสียงสวดอ้อนวอน บูชาเทพเจ้า รอการอำนวยพร … บางทีหมู่เมฆ จะทำให้สายฝนโปรยปรายลง มาในไม่ช้า 

Tso Kar (Salt Lake)

“ม้าป่า … เอากล้องมาจะถ่ายรูปให้” … ทาชิ คนขับคนของฉันบอก เมื่อเขามองเห็นสัตว์ที่มองเหมือนกับม้าป่าหลายตัววิ่งเล่น ไล่กันอยู่ในพื้นที่ราบของหุบเขา

ความจริงสัตว์ที่ ทาชิ พูดถึงคือสัตว์ที่คนท้องถิ่นเรียกกว่า  "Kyang" (ลาป่า) … และหากโชคดีก็อาจจะเห็น หมาป่าแดง หรือสัตว์ที่หายากมากอย่างเสือดาวภูเขา

Tso Kar หรือทะเลสาบเกลือ ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงราว 4500 เมตร ห่างจากทะเลสายมอริริราว 50 กิโลเมตร

เกลือเหล่านี้มาจากไหน?

คำตอบอาจจะต้องอิงตำรา และตำนานที่ว่า เมื่อหลายล้านปีที่แล้วพื้นที่ในบริเวณนี้เคยเป็นมหาสมุทรมาก่อน  … เมื่อเปลือกโลกสองแห่งได้เลื่อนเข้ามากระทบกัน มันได้ดันพื้นทะเลให้นูนสูงขึ้น จนกลายเป็นหมู่เทือกเขาน้อยใหญ่ รวมถึงเทือกเขาหิมาลัย และน้ำทะเลจากมหาสมุทรก็ถูกดันตามมาด้วย …

เมื่อน้ำทะเลเหือดหายไป เกลือมากมายยังคงตกเป็นตะกอนอย่างที่เห็น ซึ่งเกลือที่นี่จับตัวเป็นชั้นหนามาก

ในช่วงฤดูร้อน ทะเลสาบแห่งนี้เป็นแหล่งที่มีนกอพยพหลายชนิดแวะมาพัก เช่น bar-headed geese และเป็นอีกหลายสายพันธุ์ ที่สำคัญคือมีนกกะเรียนคอดำด้วย

ในทุกๆปี ก่อนที่บริเวณนี้จะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะและน้ำแข็งในช่วงฤดูหนาว เราสามารถจะพบเห็นนกกะเรียนคอดำ ซึ่งเป็นนกที่มีถิ่นที่อยู่ในแถบเทือกเขาสูงของหิมาลัยตั้งแต่ระดับ 3000 เมตรขึ้นไป … ในฤดูร้อนพวกมันจะมาที่นี่ตรงเวลาทุกปี เพื่อผสมพันธ์ในพื้นที่ชุ่มน้ำ อันเป็นวิถีในการดำรงเผ่าพันธุ์ตามธรรมชาติ

ชาวบ้านเชื่อกันว่า นกกะเรียนคอดำเป็นนกจากสวรรค์ ลึกลับและมีค่า มีชีวิตที่ยืนยาว … มันมีเสียงร้องที่ไพเราะ แม้กระทั่งสัตว์ป่าอื่นๆก็ไม่ทำร้ายพวกมัน

การปรากฏตัวของยกกะเรียนจะนำมาซึ่งโชคดีสำหรับหมู่บ้าน … เป็นความเชื่อของชาวบ้านหลายร้อยปีติดต่อกัน และเมื่อถึงเวลาที่นกกะเรียนต้องจากไป ชาวบ้านจะร้องเพลงที่มีท่วงทำนองเศร้าสร้อย เป็นการสั่งลา และตั้งตารอการกลับมาของพวกมันในปีถัดไป

เสือดาวภูเขา … เป็นอีกหนึ่งสัตว์หายาก และเห็นยากในพื้นที่แถบนี้

รูปแบบของศาสนาในลาดัก ถือว่าสิ่งที่มีชีวิตเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และต้องคุ้มครอง … แต่บางครั้งเสือดาวหิมะที่หิวโซ และเข้ามาจับสัตว์ในฝูงปศุสัตว์กินก็เป็นสิ่งที่เหลืออด รวมถึงสร้างความเสียหายให้ชาวบ้านมากมาย

ปัจจุบัน เพื่อเป็นการคุ้มครองเสือดาวหิมะไม่ให้ถูกฆ่า และเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้ชาวบ้านเป็นการชดเชย จึงมีโครงการโฮมสเตย์ขึ้นในแทบภูเขาสูงของลาดัก เพื่อให้ผู้สนใจเดินทางไปพักกับครอบครัวของคนพื้นเมือง และออกไปดูเสือดาวหิมะในธรรมชาติ เป็นการแก้ปัญหาที่ชาญฉลาดทีเดียว

โครงการนี้ได้รับผลดีในระดับหนึ่ง และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากขึ้นเรื่อยๆ … ฟังแล้วเหมือนๆกับที่เขมรที่มีภุตตาคารแร้ง เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวดู หรือให้นักถ่ายรูปนกตามไปเก็บภาพ

แก่งกระจาน เป็นอีกตัวอย่างบที่มีแนวความคิดคล้ายๆกัน … ครั้งหนึ่งมีการล่าดักจับนกมาเป็นอาหารและซื้อขายมากมาย จนจำนวนของนกในธรรมชาติลดลงอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากมีการแนะนำให้พรานในพื้นที่หันทำบ่อนก ให้นักดูนกและถ่ายรูปนกมาใช้บริการ นกก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น และชาวบ้านก็มีรายได้เพียงพอ … เป็นการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ รวมถึงสัตว์ป่าอย่างได้ผลทีเดียวค่ะ

ขอบคุณ : ส่วนหนึ่งของสารคดีทางโทรทัศน์ เรื่อง The Himalayas ..Land protected by Gods.



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ครูแดง วันที่ : 02/11/2013 เวลา : 06.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-คุณสุเก่งมากๆค่ะ ไปถึงนี่ได้....ดูมันเวิ้งว้าง...

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
wansuk วันที่ : 28/10/2013 เวลา : 22.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

เมื่อไรที่คนพื้นเมืองรู้จักความจนมากกว่านี้

จนหลงลืม “ความไม่จีรัง" เขาคงอยู่กันลำบากนะคะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ทางแก้ว วันที่ : 28/10/2013 เวลา : 19.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

ดินแดนในฝัน

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
kratenUan วันที่ : 28/10/2013 เวลา : 14.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hiddendrawer

ขอบคุณค่ะ สำหรับเรื่องและภาพสวยๆ มีความสุขกับการชมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นักเดินทางตัวเขื่อง วันที่ : 27/10/2013 เวลา : 21.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navigaty

ม้าป่า..น่ารักจัง..ค่ะ
น่าจะเป็นม้า..ภูเขา...เน๊อะ..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 27/10/2013 เวลา : 12.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

น่าไปสักครั้งนะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
hayyana วันที่ : 27/10/2013 เวลา : 12.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

งามมากครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 27/10/2013 เวลา : 10.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ

เที่ยวลาดัก ดินแดนมหัศจรรย์ใกล้หลังคาโลกต่อด้วยกันนะคะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน