*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2239
  • จำนวนผู้ชม : 6257680
  • จำนวนผู้โหวต : 11268
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11268 คน
<< พฤศจิกายน 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน 2556
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 3087 , 10:08:59 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน wansuk , สำรวจฟ้า และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

Shey Palace พระราชวังโบราณแห่งเลห์

รถของเราแล่นมาหยุดอยู่ที่พระราชวังเชย์ เมืองหลวงเก่าแก่ของลาดักในช่วงก่อนศตวรรษที่ 15 ... พระราชวังฤดูร้อนที่ผ่านร้อน ผ่านหนาวมามากกว่า 500 ปี ของกษัตริย์ผู้เคยยิ่งใหญ่ในอดีต

พระราชวังเช : มีพื้นที่ครอบคลุมถึงพระราชวัง พระอาราม และผืนดินรอบๆบนเนินเขา ทางตะวันออกของไฮเวย์สายเลห์-มะนาลี หรือราว 15 กิโลเมตรทางเหนือของตัวเมืองเลห์

พระราชวังหลวงและพระอารามสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นที่ประทับของกษัตริย์ และประดิษฐานพระพุทธรูปทองแดงที่สูงใหญ่ขนาดตึกสามชั้น

กษัตริย์  Deldan Namgyal  สร้างพระราชวังเช ที่เมืองลาดัก ราวปี A.D. 1650 โดยโปรดเกล้าให้สร้างสถูป Numgyal Chorten หรือสถูปแห่งชัยชนะ (Victory Stupa) ที่ด้านบนของสถูปสร้างด้วยทองคำบริสุทธิ์ขึ้นมาด้วย … ต่อมาในปี 1834 AD กษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทั้งหมดได้ย้ายไปอยู่ที่พระราชวัง Stok Palace

ยามเย็นเช่นนี้ มีผู้คนไม่มาก ทำให้บรรยากาศรอบๆค่อนข้างจะเงียบเหงา เคล้าบรรยากาศอ้างว้าง

เพื่อนๆหลายคน และผู้แสวงบุญบางคนในชุดเสื้อคลุมยาวจรดข้อเท้า สวมเครื่องประกับทำจากปะการังและหินเทอร์คอยสีฟ้าเข้ม เดินตามวิถีของความศักดิ์สิทธิ์ไปตามกงล้อมนตรา … การหมุนแต่ละครั้งกระดาษจารึกมนตราในกงล้อมนต์ก็จะตื่นขึ้น แล้วเสียงสวดมนต์ก็จะดังไปถึงสรวงสวรรค์

เดินขึ้นเขาเล็กน้อยเห็นภาพวาดบนก้อนหินที่ฉันไม่รู้ความหมาย

ทางเดินบนเนินเขาพาเราไต่ความสูงขึ้นมาเรื่อยๆ ... ฉันเดินพลาง หยุดพลาง ดูความงดงามของทิวทัศน์ของหุบเขาเบื้องล่าง

พระราชวังตั้งอยู่ในชัยภูมิที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งที่หุบเขาเผยให้เห็นความเขียวขจีเบื้องล่าง สลับกับภาพของเทือกเขาสีฟ้าเทาที่ทอดตัวเป็นแนวยาวเหมือนกำแพงธรรมชาติ

ธงมนต์ผืนสี่เหลี่ยมเล็กๆ ร้อยยาวเป็นสายเปรียบเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างรอยต่อของมนุษย์และความเชื่อที่มองไม่เห็น เหมือนสายใยของความศรัทธา ความดีงาม ความบริสุทธิ์ ที่โอบกอดโลกให้อบอุ่น

ในวันนี้ พระราชวังที่เคยยิ่งใหญ่เหลือเพียงซากแห่งความหลัง ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาข้างหน้าเรา … มีอาคารเก่าๆทีเคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์และพระราชินีอยู่หลายอาคาร ซึ่งยังใช้เป็นที่เก็บพระอัฐิของกษัตริย์หลายพระองค์ พระอัฐินี้ถูกบรรจุไว้ในเจดีย์ที่มีปลายยอดทำด้วยทองแดง

น่าเสียดายที่พระราชวังแห่งนี้ไม่เหลือร่องรอยของความอลังการให้เห็นอีกต่อไป โดยเฉพาะกำแพงพระราชวังที่ฉาบด้วยทองคำแท้ผสมทองแดง

แม้จะหม่นหมองเมื่อมองจากแง่ประวัติศาสตร์ แต่อาคารหลายหลังมีความโดดเด่นทางด้านศาสนา … จากการที่อาคารพระราชวังที่ถูกแบ่งเป็นอาคารย่อยๆออกไปนั้น ถูกใช้เป็นที่เก็บพระคัมภีร์ และงานศิลปะที่สวยงาม

จุดที่น่าสนใจของพระราขวังเชย์ ยังอยู่ที่พระพุทธรูป “พระศรีศากยมุนี (Sakyamuni Buddha)” ปางนั่งสมาธิสูง 7.5 เมตร องค์ใหญ่ สร้างด้วยทองแดงและทองเหลือง และเคลือบผิวด้วยทองคำ และโลหะเงิน พร้อมกับประดับประดาด้วยเพชรพลอย อัญมณีที่ล้ำค่า …

ผู้ที่ดำริสร้าง คือ กษัตริย์เดลดาน นัมเกล นั่นเอง ต้องถือว่าไม่มีพระพุทธรูปในเมืองเลห์องค์ไหนที่จะมีคุณค่ามากไปกว่าพระพุทธรูปองค์นี้อีกแล้ว

น่าเสียดายที่ฉันไม่มีรูปมาแบ่งปันให้ดู เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายรูปที่นี่ค่ะ

แม้ที่วิหารพระพุทธรูป “พระศรีศากยมุนี (Sakyamuni Buddha)” เราจะไม่มีรูปมาให้ดู แต่ที่วิหารอื่นๆสามารถถ่ายรูปได้

ที่วิหารอันเป็นที่ประดิษฐานพระศรีอารยะเมตรัยองค์ใหญ่ก็น่าสนใจไม่น้อย ...

ภายในวิหารมีภาพเขียนสีตามคติความเชื่อทางศาสนาที่ผู้คนนแถบนี้ศรัทธานับถือ และวัตถุเพื่อเคารพบูชาอยู่หลายชิ้น รวมถึงภาพของท่านเจ้าอาวาสของวัด

ที่ปลายฟ้า แสงสีส้มยามเย็นกำลังอาบทาพระราชวัง ดูงดงามและเปี่ยมมิติมากมาย … ความอบอุ่นของลำแสงสีทองค่อยๆไล่ความสว่างทีละน้อยๆ

เพื่อนๆต่างทยอยเดินลงมาตามเนินเขา … ในมุมหนึ่งของห้วงคำนึง ความคิดแทรกผ่านความเหนื่อยอ่อนของร่างกาย เข้ามาในจิตใจว่า ฉันได้เดินทางมายังดินแดนทุรกันดารและแสนไกลมาหลายวัน ได้สัมผัสกับพุทธศาสนาในอีกหน้าหนึ่งที่แตกต่างอยู่บ้างจากความคุ้นเคย ได้เรียนรู้เงื่อนไขทางสังคม วัฒนธรรมที่แปลกไป

ฉันส่งยิ้มให้กับคนแปลกหน้าที่อยู่เนินเขาใกล้ๆกับที่ที่รถเราจอด … วันนี้เกือบจะเป็นวันสุดท้ายในลาดัก

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความประทับใจทำให้ฉันรู้สุกเศร้าในยามที่ต้องกล่าวคำอำลา … อยากจะให้นาฬิกาข้อมือทีใส่อยู่แพ้ความสูงขึ้นมาทันที มันจะได้เดินช้าๆ รั้งเวลาเอาไว้แค่นี้ ทว่าวิถีแห่งดวงสุริยันและการเดินทางของเวลาก็ล่วงเลยแบบไม่รีรอ …

สำหรับฉัน คงไม่ง่ายที่จะลืมแสงแดดอบอุ่นท่ามกลางสายหมอกที่โอบกอดเราในช่วงเดินทาง … ใบหน้าเหี่ยวย่นของคุณยายใจดี และเด็กๆหน้าตามอมแมม แก้มเล็กๆแตกแดงที่เปี่ยมรอยยิ้มสดใส … ศรัทธาสูงสุดที่ชาวบ้านมอบกายถวายชีวิตให้แก่ศาสนา

ฉันไม่อาจสัญญาว่าจะกลับมาลาดักอีกหรือไม่ หรือเมื่อใด … หากแต่แสงสีสวยจากดวงสุริยันที่สาดส่องมาส่งลานั้น ย้ำเตือนว่าฉันมีความทรงจำที่ดี และสวยงามเช่นเดียวกับพระอาทิตย์ยามนี้ ในทุกย่างก้าวในดินแดนแห่งถิ่นหิมาลัย

 

วันสุดท้ายในเลห์

เราเดินทางกลับมาถึงใจกลางเลห์ในตอนค่ำ … วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะใช้เวลาอยู่ที่นี่

ฉันถาม อั้ม ถึงจำนวนเงินที่ควรจะมีเผื่อเอาไว้สำหรับค่าทิป ค่าเดินทาง และอื่นๆ … เมื่อคำนวณดูแล้ว ยังเหลือเงินอีกเล็กน้อย เลยคิดหาทางที่จะกำจัดให้หมด

สายตาเหลือบไปเห็นร้านขายเสื้อผ้าอยู่ตรงข้ามกับโรงแรมที่พัก … จึงไปดูๆ แล้วก็ได้กางเกงเลของไทย  ฉันใช้เงินที่เหลือให้หมดไปกับการซื้อกางเกงเล มาจากเลห์ 2 ตัวค่ะ

เย็นย่ำ ในค่ำวันนั้น … อั้ม พาเราเดินลงเนิน ลัดเลาะมาทานอาหารเย็นที่ร้าน Chopstick เจ้าเก่าเช่นเดิม

ฉันเริ่มรู้สึกว่าหลังเจ็บมากขึ้นอีกอักโข และสังเกตเห็นว่าลมหายใจเริ่มจะมีอาการสั่นๆ หายใจติดขัดเป็นห้วงๆ … หลังการเดินมาได้สักพักเดียว … แต่ยังอยู่ในระดับที่ทนได้

ฉันเริ่มรู้สึกตัวว่า ที่หมอบอกให้พักมากๆ ดื่มน้ำเยอะๆ และให้ระวังตัว เดินช้าๆนั้น  มันสำคัญอย่างนี้เอง … แต่ยังดีที่อาการมาเกิดเอาในวันสุดท้าย หากเป็นการต้อนรับตั้งแต่วันแรกคงลำบากมากกว่านี้

ฉันลดความเร็วและสปีดของการเดิน (ที่ช้าอยู่แล้ว) ให้ช้าลงทันที พร้อมทั้งตั้งใจว่าหลังอาหารเย็นคงจะไม่ออกไปจับจ่าย ช๊อปปิ้งอย่างที่พวกเราหลายคนตั้งใจเอาไว้

อั้ม แจ้งให้เรารู้ว่า เที่ยวบินของเราจะออกจากสนามบินเลห์ก่อนกำหนดเดิมราว 3 ชั่วโมง … Amazing มาก ฉันคุ้นเคยแต่กับการที่เที่ยวบินล่าช้า ไม่เคยคิดว่าจะเจอสายการบินอินเดียเล่นกลอีกแล้วแต่เราทั้งหมดไม่มีปัญหาอะไร

การที่เที่ยวบินออกก่อนกำหนดหลายชั่วโมงเช่นนี้ ทำให้เรามีเวลาที่สนามบินนานาชาติ อินทิรา คานธี มากขึ้นด้วย และอั้ม เสนอว่า เราน่าจะไปตะลุยเมืองเก่าเดลฮีเป็นการฆ่าเวลาดีกว่านั่งจับเจ้ารอเวลาเปล่าๆ

ไม่มีเสียงคัดค้าน … เดลฮี เป็นของแถมที่น่าสนใจมาก

 

วันรุ่งขึ้นเราเดินทางจากที่พักกลางเมือง มุ่งหน้าไปสนามบินเลห์ โดยผ่านบ้านเมืองที่เราเคยมาเดินเล่นเมื่อมาถึงที่นี่ครั้งแรก … ทุกสิ่งที่ผ่านตายังดูเหมือนเดิม ทั้งทิวทัศน์ ผู้คน บ้านเรือนและกำแพงหินปนดินเหนียว … แต่ความรู้สึกของฉันกลับเปลี่ยนไป

สิบวันที่ฉันกลายเป็นส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวของที่นี่ … เปลี่ยนความรู้สึกจากการที่เพียงจะเปลี่ยนที่ เปลี่ยนทาง เปลี่ยนบรรยากาศ มาเพื่อถ่ายรูปสวยๆ  กลับกลายมาเป็นความรู้สึกเบาบางไปกับความสงบ …

ศรัทธาสูงส่งของคนแปลกหน้าที่ดำเนินชีวิตตามคำสอนของศาสนาอย่างจริงใจ ... ที่ที่ผู้คนมีมิติและมุมมองของสัจจะธรรมของชีวิตที่แตกต่าง ความทุกข์ทางกาย มีความหมายน้อยกว่าความสุขทางใจ และความตระหนักว่ามนุษย์นั้นช่างเล็กเหมือนเศษธุลี เมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ … เป็นความแปลกใจเมื่อเริ่มแรก แต่เป็นความลึกซึ้งเมื่อเวลาผ่านไป

ทั้งหมดเป็นความทรงจำ ที่อดไม่ได้ที่จะใจหายเมื่อไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้กลับมาอีก … หรืออาจจะไม่มีวันนั้นอีกเลย



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
wansuk วันที่ : 06/11/2013 เวลา : 08.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

ภูเขา อาคารบ้านเรือน ท่ามกลางแสงสวย
งามมากๆค่ะพี่สุ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 05/11/2013 เวลา : 09.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

มีร้านกาแฟบ้างไหมครับพี่
ผู้คนที่นั่นดื่มชาหรือกาแฟครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
chailasalle วันที่ : 05/11/2013 เวลา : 04.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

ทริปที่ทรหดมาก แต่ภาพสวยๆที่มาฝากสวยจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 04/11/2013 เวลา : 10.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ

การเดินทางในเลห์มาถึงตอนสุดท้าย แต่บทความจะยังมีตอนต่อไปอีกนะคะ โปรดติดตาม


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน