*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2203
  • จำนวนผู้ชม : 6094064
  • จำนวนผู้โหวต : 11177
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11177 คน
<< สิงหาคม 2014 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม 2557
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 8434 , 11:55:57 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน ลูกเสือหมายเลข9 , hayyana และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

ประเพณีการรับน้อง นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีต และปัจจุบัน Then & Now

 

ประเพณีการรับน้องเป็นประเพณีที่มีมานานแล้วทั่วโลก ทั้งในรูปแบบของแฟกกิง แรกกิง หรือ เฮซซิง ส่วนการรับน้องในสถาบันการศึกษานั้นเพิ่งจะเริ่มมีขึ้นประมาณ 700 ปีมาแล้วในทวีปยุโรป

ประวัติรับน้องในประเทศไทยเริ่มจากในการแข่งขันกีฬาฟุตบอลระหว่างคณะแพทยศาสตร์กับคณะวิทยาศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ. 2474 ครั้งนั้นผู้เล่นของคณะแพทยศาสตร์ได้ถูกผู้เล่นในทีมตรงข้ามวิ่งเข้าต่อย ซึ่งสโมสรสาขาศิริราชสืบทราบว่าได้มีการตระเตรียมวางแผนการไว้ก่อนแล้ว จึงได้ส่งหลักฐานฟ้องร้องไปทางสโมสรกลางให้จัดการลงโทษแก่ผู้กระทำผิดนั้น

ต่อมา ได้มีการพิจารณาและไต่สวนกันหลายครั้ง แต่ในที่สุดบรรยเวกษ์ก็ได้อะลุ่มอล่วยให้เลิกแล้วกันไป นิสิตแพทย์ส่วนมากไม่พอใจ เนื่องด้วยนิสสิตคณะวิทยาศาสตร์บางส่วนจะต้องข้ามมาเรียนปีสองที่คณะแพทยศาสตร์ จึงได้มีเสียงหมายมั่นจะแก้มือด้วยประการต่าง ๆ ซึ่งไม่ต้องสงสัยว่าจะต้องรู้ไปถึงหูพวกที่เป็นต้นเหตุนั้น

แต่ครั้นใกล้เวลาที่พวกใหม่จะต้องมาเรียนที่ศิริราช คณะกรรมการสโมสรสาขาศิริราชได้มีความเห็นว่า การแก้แค้นจะทำให้แตกความสามัคคี ดังนั้นชาวศิริราชจึงได้ตกลงเลือกทางกุศล คือ แทนที่จะใช้วิธีการบีบบังคับให้ขอขมา กลับจัดการเลี้ยงต้อนรับเป็นการแสดงการให้อภัยและเชื่อมความสามัคคีแทน

พิธียกโทษกลายมาเป็นประเพณีประจำคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งต่อมาคือประเพณีรับน้องข้ามฟากของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และได้ขยายวงกว้างออกไปยังหมู่คณะอื่น ๆ อีกด้วย

 

ประเพณีการรับน้องจริงๆแล้วเริ่มต้นจากสาเหตุที่นักศึกษาที่เข้าเรียนในสถานศึกษาแห่งใหม่ จำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อันรวมถึงเรื่องราวของสถานศึกษานั้น การเตรียมตัวการเรียน และมารยาทต่างๆในสถานศึกษา

การรับน้องเกิดขึ้นเพื่อให้ นักศึกษาใหม่ได้คุ้นเคยและทำความรู้จักกับรุ่นพี่ ที่จะสามารถสอนวิธีการปฏิบัติตัวในสังคมได้ การรับน้องถือเป็นกิจกรรมทีมีประโยชน์ในอดีต ... อย่างน้อยต่อรุ่นน้องให้ได้รู้จักรุ่นพี่ นอกจากนี้ยังทำให้ทุกคนรู้รักสามัคคีกัน รู้จักปรับตัว รู้จักการวางตัว รวมทั้งกิริยามารยาทที่ควรปฏิบัติในการอยู่ร่วมกันในสังคมนั้น

อย่างไรก็ดี ความเจริญมีมากขึ้นตามจำนวนปีที่ผ่านไป การรับนิสิตใหม่ได้แปรรูปตามไปด้วย ต่อมาได้ถูกดัดแปลงไปบ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็ไปในรูปแบบของการละลายพฤติกรรม ลดทอนความต่างของฐานะให้นิสิตใหม่รู้สึกเท่าเทียม มีความรักสามัคคี

 

ประเพณีรับน้องในประเทศไทยได้แผ่ขยายไปในสถานศึกษาต่างๆอย่างกว้างขวาง และไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในระดับมหาวิทยาลัย

มีระบบว๊าก หรือ"ระบบโซตัส"  รวมถึงระบบกลั่นแกล้งน้องใหม่ต่างๆนาๆ และรุนแรงมากขึ้นทุกปี อาจจะมากบ้างน้อยบ้างตามแนงทางปฏิบัติและการยอมรับของแต่ละสถาบัน

ในต้นปีการศึกษา 2548 การรับน้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ายังมีกิจกรรมที่ป่าเถื่อนและรุนแรง .... ประเด็นที่ทำให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางคือการฆ่าตัวตายของนิสิตมหาวิทยาลัย

ประเด็นดังกล่าวทำให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สั่งยกเลิกกิจกรรมรับน้องทั้งหมดในทุกๆ สถาบันการศึกษาในปีการศึกษานั้น ซึ่งคำสั่งดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

 

ฉันเข้าเป็นนิสิตน้องใหม่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว

เมื่อเรียบจบและเริ่มชีวิตการทำงาน เคยแวะเวียนไปเยี่ยม บ้านเก่า ที่จุฬาฯมาบ้างเป็นครั้งคราว แต่ไม่บ่อยนัก

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นอีกครั้งที่มีโอกาสแวะไปที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อนัดพบพบปะกับ เพื่อนเก่า ที่เคยนิสิตที่เคยเรียนมาด้วยกัน ก่อนที่จะเดินทางต่อไปพูดคุยถึงความหลัง และรับประทานอาหารร่วมกัน

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในวันเสาร์ที่ผ่านมา บรรยากาศดูจะแตกต่างไปจากปกติมาก

จากการที่เห็นน้องๆนิสิตชายหญิง (ตอนนี้หากเรียกว่า ลูกๆหลานๆ น่าจะถูกต้องเหมาะสมกว่า) ทุกคนอยู่ในชุดกางเกงเล ขาก๊วยทั้งขาสั้นและขายาวหลากสีสัน เสื้อยืดพิมพ์อักษรบอกว่าพวกเขาและเธอเหล่านั้นอยู่ในกลุ่มหมู่บ้านอะไร

ความสงสัยใคร่รู้ ประกอบกับการมาถึงที่นัดหมายก่อนเวลาค่อนข้างเยอะ ทำให้ฉันมีเวลาเพียงพอที่จะไปสำรวจว่ามีกิจกรรมพิเศษอะไรกันที่จุฬาฯ ในวันนี้

วันนี้เป็นวันรับน้องค่ะนิสิตสาวคนหนึ่งบอกกับฉัน

การรับน้องวันนี้ไม่ได้เป็นการรับน้องของมหาวิทยาลัย เรามาเตรียมรับน้องของกลุ่ม แล้วพาเข้าบ้านทำกิจกรรมกัน” … นิสิตคนเดิมบอกกล่าว เมื่อฉันถามถึงประเพณีการรับน้องของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

เมื่อเริ่มเดินตามเพื่อเก็บภาพกิจกรรม สิ่งตางๆที่เคยเป็นประสบการณ์ในการรับน้องในอดีตเริ่มผ่านเข้ามาในห้วงคำนึงพรั่งพรูเข้ามาเป็นฉากๆ เหมือนการฉายหนังในสมอง

เมื่อวันวาน ... นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มชีวิตการเป็นนิสิตครั้งแรกในเดือนพฤษภาคมของทุกปี (ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว ด้วยการเตรียมเข้าสู่ AEC) อันเป็นช่วงเวลาที่ต้นจามจุรีสัญลักษณ์หนึ่งของมหาวิทยาลัยกำลังร่มครึ้มเขียวขจี เป็นฉากหลังที่งดงาม เหมือนดังเนื้อเพลงของมหาวิทยาลัยที่ว่า

 

เมื่อต้นปี จามจุรีงามล้น เครื่องหมายของสิ่งมงคล

ทุกคนเริ่มต้นสนใจ เริ่มเวลารับชาวจุฬาฯน้องใหม่

เบิกบานสำราญฤทัย น้องเรามาใหม่หลายคน

เห็นจามจุรีสีงาม ทุกยามช่างงามล้ำล้น

น้องเราเข้ามาทุกคน เบิกบานกมล เริ่มต้นด้วยดี

พร้อมกันในวันนี้เอง ครื้นเครงร้องเพลงเต็มที่

หมายเอาจามจุรี เป็นเกียรติ์เป็นศรี ของชาวจุฬาฯ

 

ในช่วงที่ฉันเป็นน้องใหม่ เราจะไปรวมตัวกันที่สนามหญ้าหน้าหอประชุม (ตอนนั้นยังไม่มีการสร้างพระบรมราชานุสรณ์ของสองรัชกาล) … แล้วก็จะเดินไปตามถนนคอนกรีตที่ทอดตัวอยู่รอบๆสนามหญ้า

ระหว่างทาง รุ่นพี่จากคณะต่างๆจะให้ทำกิจกรรมหลากหาย ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นด้วยการร้อง CU Boom เสียงดังๆ รุ่นพี่อาจจะนำแป้งดินสอพองมาทาหน้าบ้าง แล้วให้ลอดซุ้มที่ทำขึ้นจากกิ่งก้านและใบจามจุรี ซึ่งชาวจุฬาฯถือว่า เป็นเกียรติ์เป็นศรีสง่าสำหรับนิสิตทุกคน

ช่วงสายๆ นิสิตใหม่จะเข้าไปชุมนุมกันในหอประชุม ซึ่งจะมีพิธีรับน้องของสโมสรนิสิตจุฬางกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ ที่กอร์ปด้วยอบอุ่นในทุกอณูของบรรยากาศ

 

เมื่อฉันเป็นพี่ พิธีรับน้องที่จำได้ไม่ลืมครั้งหนึ่งคือ เมื่อครั้งที่ฉันเรียนอยู่ชั้นปีที่สอง

ในปีที่คุณ จิระนันท์ พิตรปรีชา เข้ามาเป็นน้องใหม่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เธอได้รับเลือกเป็นขวัญใจนิสิตใหม่ (จำไม่ได้แน่นอนว่าเขาเรียกตำแหน่งอะไร แต่ทำนองนี้แหละค่ะ)

พิธีกรถามถึงความรู้สึกที่ไเธอด้รับเลือก เธอบอกว่าเป็นตำแหน่งที่ แฝงด้วยเกียรติศักดิ์อันหนักอึ้ง

เราฟังแล้วก็อึ้งไปเหมือนกัน ...

 

จำได้ว่า พิธีรับน้องในหอประชุมที่ประทับใจที่สุด เห็นจะเป็นเมื่อครั้งที่สมเด็จพระเทพฯ ซึ่งตอนนั้นดำรงพระยศ เป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิรินธร เข้ามาเป็นนิสิตใหม่ของจุฬาฯ คณะอักษรศาสตร์ โดยทรงลงทะเบียน เป็นนิสิตตามระเบียบของมหาวิทยาลัยเลขทะเบียน 16138  

พระองค์เข้าร่วมกิจกรรมในแบบของ น้ำใจน้องพี่สีชมพู ตลอดทางเดินตามถนน ทรงร้องเพลงบูมจุฬา ฯ แสดงลิเก ลอดซุ้มจามจุรี ทานขนมที่รุ่นพี่ให้ และมาร่วมในพิธีรับน้องในหอประชุม ซึ่งมีพิธีบายศรีสู่ขวัญ รับน้องใหม่ที่อบอุ่นประทับใจมาก

 

ประเพณีการรับน้องในวันนี้ … ที่ฉันเห็น มีความแตกต่างจากวันนั้นที่ฉันเป็นนิสิตใหม่

วันนี้ รุ่นพี่จะแยกเป็นคณะต่างๆ และเป็นบ้านที่มีชื่อเรียกต่างๆ แม้จะเป็นในคณะเดียวกัน

 

พี่ๆจะกระตือลือล้นในการจัดเตรียมสถานที่ เตรียมกิจกรรมที่จะให้น้องทำ เช่น เตรียมบัตรคล้องคอ มีชื่อน้องๆ

แล้วพี่ๆก็จะไปรวมตัวกันรอที่สนามหญ้าหน้าหอประชุม ... ระหว่งรออาจจะมีการถือป้าย ตีฆ้อง ร้องป่าวต่างๆไปตามทางเดินและถนน บรรยากาศดูสนุกสนานมาก

 

บรรยากาศความครื้นเครง คึกคักของรุ่นพี่ ระหว่างรอน้องเข้าบ้าน

ถึงแม้ชื่อของงานคือ CU Psrty Freshy Carnival แต่รู้สึกดีที่ไม่เห็นการแต่งกายในรูปแบบของคาร์นิวาลตะวันตกที่นุ่งน้อย ห่มน้อย แต่กลับเป็นแบบไทยๆ น่ารักๆแทน

 

พี่ๆจากครธต่างๆ รอรับน้องใหม่ของกลุ่มจากสนามหญ้าหน้าหอประชุม

เมื่อน้องมาแล้ว พี่ๆจะคล้องมาด้วยเชือกไม่ให้แตกแถว (เหมือนคล้องช้าง) เดินตามๆกันไป และเข้าสู่บ้านต่างๆ

 

ดังเช่นทุกสิ่งที่ต้องแปรเปลี่ยนตามกาลสมัยและกาลเวลาที่ผ่านไป ... กิจกรรมการรับน้องของจุฬาฯก็เป็นไปตามวิถีของการเปลี่ยนแปลงนั้นเช่นกัน

แม้ว่ารายละเอียดของรูปแบบจะถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย จนมาเป็นงาน รับน้องก้าวใหม่ ’57 CU Party Freshy Carnival” …

แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปจากการเป็น ชาวจุฬาฯ คือ ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว

 

น้ำใจน้องพี่สีชมพู ทุกคนไม่รู้ลืมบูชา พระคุณของแหล่งเรียนมา จุฬาลงกรณ์ ..

…..

.. ขอตราพระเกี่ยวยั้งยืนยง นิสิตประสงค์เป็นธงชัย ถาวรยศอยู่คู่ไทย …”



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 07/08/2014 เวลา : 09.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ผมว่ารุ่นพี่หลายสถาบัน"โรคจิต"...อยากแสดงอำนาจ จนลืมไปว่านี่คือการรับน้อง ที่ควรให้ความรัก ความอบอุ่น
มิใช่ให้กลัว จนขาดความนับถือ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
hayyana วันที่ : 07/08/2014 เวลา : 05.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

หนุกหนาน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 06/08/2014 เวลา : 21.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

เรียนไม่จบแต่ก็ได้รับน้องจุฬาฯ เป็นพิธีที่ประทับใจมากครับ พอย้ายสถาบันเน้น SOTUS ไม่เคยได้ไปรับน้องรวมแบบจุฬาฯ อีกเลยครับ พี่Suคงรุ่นเดียวกับพี่ชายภรรยา เพราะเป็นรุ่นพี่เภสัชฯพี่จี๊ดหนึ่งปีเหมือนกัน รู้สึกว่าพี่จี๊ดเธอเรียนเภสัชใช่มั๊ยครับ

ความคิดเห็นที่ 3 Supawan ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ปวิภา วันที่ : 06/08/2014 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...ต้นเรื่อง...
บางทีก็แอบคิดว่า...เป็นเรื่องที่มิน่าจะเป็นไปได้ นะคะ...

ความคิดเห็นที่ 2 Supawan ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 05/08/2014 เวลา : 14.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

พี่สุ เค้าหน้าไม่เปลี่ยนเลยครับ
เห็นปุ๊บ จำได้ปั๊บ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 05/08/2014 เวลา : 11.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

บางสิ่งที่คงอยู่คู่กาลเวลา และบางสิ่งที่เปลี่ยนไป


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน