*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2253
  • จำนวนผู้ชม : 6460499
  • จำนวนผู้โหวต : 11413
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11413 คน
<< สิงหาคม 2016 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 25 สิงหาคม 2559
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 2846 , 20:40:28 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน ซันญ่า , PiyaiandNoolek และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

พุกาม 2010 .. อานันทวิหาร (Ananda Phaya) อัญมณีแห่งพุกาม


อานันทวิหาร ได้รับการยกย่องว่าเป็นศาสนสถานขนาดใหญ่ที่งดงามมากที่สุดในพุกาม และได้รับยกย่องว่าเป็น เพชรน้ำเอกของพุทธศิลป์สกุลช่างพุกาม” …

วัดที่สำคัญแห่งนี้ เป็นวัดที่สร้างในสมัย พระเจ้าจันสิตตา (ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ.1672-1655) กษัตริย์องค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์พุกาม พระองค์เคยเป็นทหารคู่พระทัยของพระเจ้าอโนรธามหาราช อีกทั้งได้รับการยกย่องว่าเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่อีกพระองค์หนึ่ง

มีเรื่องเล่าว่า กาลครั้งหนึ่ง อินเดียซึ่งเป็นดินแดนต้นกำเนิดพุทธศาสนาถูกกองทัพชาวมุสลิมเข้าโจมตี ทำลายพระพุทธศาสนา พระภิกษุอินเดียบางส่วนหนีภัยเข้ามายังพุกามประเทศ

ในจำนวนนั้นมีพระภิกษุ 8 รูปที่พร้อมด้วยจริยาวัตรงดงาม เดิมอาศัยอยู่ที่วิหาร นันทมูลบริเวณเทือกเขาหิมาลัย จึงพรรณนาถึง นันทมูลวิหารอยู่บ่อยๆ

พระเจ้าจันสิตตาทรงทราบเรื่องจึงเกิดความเลื่อมใส และเกิดแรงบันดาลใจให้พระองค์ดำริจะสร้างวิหารนี้ขึ้น

จึงทรงขอให้พระภิกษุเหล่านั้นร่างภาพวิหารนันทมูลขึ้นมาเป็นแบบ แล้วโปรดเกล้าฯให้สร้างวิหารตามแบบนั้นในปี พ.ศ. 1634 ขนานนามว่า อานันทวิหาร

ซึ่งคำว่า อนันต์มีความหมายว่า วิหารนี้จะคงอยู่คู่พุกามตลอดไป

 

อานันทวิหารได้ชื่อว่างดงามที่สุดเพราะเต็มไปด้วยเชิงชั้นทางศิลปะครบทุกแขนง

เป็นวิหารที่มีอิทธิพลของอินเดียอยู่มาก วิหารสร้างในรูปแบบทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 175 ฟุต สูงจากฐานชั้นล่างถึงยอดฉัตร 172 ฟุต

ตัววิหารที่เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีมุขเด็จยื่นออกไปเท่ากันทั้ง 4 ทิศ เช่นเดียวกับผังกางเขนกรีก หลังคายกระดับทีละชั้น จนถึงจุดกึ่งกลางจึงประดิษฐ์ฐานส่วนยอดซึ่งเป็นรูปเจดีย์เอาไว้

ซึ่งสัดส่วนของเจดีย์นั้นงดงามได้สัดส่วนไม่มีที่ติ เมื่อมองจากภายนอกแล้วคล้ายมี 2 ชั้น

เทคนิคการก่อสร้างนั้นสุดยอดด้วยการสร้างที่ใช้วิธีถ่ายเทน้ำหนัก โดยตรงกลางวิหารสร้างเป็นแกนสี่เหลี่ยมทึบขึ้นไปรับยอดวิหาร และสร้างซุ้มประตูโดยเรียงอิฐโค้งแบบ Arch ซึ่งถือเป็นแบบของพุทธศิลป์ของพม่าในยุคต่อมา

และในกาลต่อมา สถาปัตยกรรมและศิลปะแบบพุกามก็แผ่อิทธิพลมาถึงอาณาจักรสุโขทัยที่เกิดขึ้นภายหลัง

ดร. สันติ เล็กสุขุม ผู้เชี่ยวชาญศิลปะพุกามเคยกล่าวเรื่องแนวคิดการก่อสร้างของพม่าเอาไว้ว่า พม่าเป็นเยี่ยมในเรื่องของการก่อสร้างขนาดใหญ่ แกนทึบสี่เหลี่ยมเป็นระบบเสากลางรับน้ำหนักของหลังคาวิหาร เพราะฉะนั้นภายในวิหารจึงสามารถที่จะขยายกว้าง มีระเบียง เจาะเป็นช่องเข้าสู่แกนกลางได้ทั้งสี่ช่องทางเดิน

แต่ละช่องคูหามีพระพุทธรูปยืนอยู่ เพราะโครงสร้างเป็นอย่างนั้นจึงเจาะทั้งสี่ช่องได้ แต่ถ้าเป็นโครงสร้างของพวกขอม เขาใช้ผนังรับน้ำหนัก ซึ่งต่างจากพม่าที่ใช้แกนกลางรับน้ำหนัก

 

เราเดินผ่านมุขด้านทิศเหนืออันเป็นประตูที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้

สองข้างทางจะมีร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองจำพวก เครื่องเขิน หุ่นชักต่างๆ

 

ประตูไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งมีการระบุเอาไว้ว่า บุเรงนองเป็นผู้สร้างตอนมาบูรณะวิหารแห่งนี้

ตอนเราเข้าไปครั้งแรกรู้สึกค่อนข้างจะมืด แต่เย็นสบายดี อาจจะเป็นเพราะตัวของวิหารทึบ แต่สร้างให้มีช่องระบายลมระบายอากาศที่อยู่ในตำแหน่งเหมาะสม ภายในวิหารจึงไม่หนาวหรือร้อนเกินไป

และเมื่อยืนอยู่ต่อหน้าพระพุทธรูปจะแลเห็นพระพุทธรูปสุกปลั่ง ด้วยต้องแสงที่ลอดมาจากช่องแสงสว่าง ..

 

ภายในวิหารมีลักษณะเป็นอุโมงค์เดินถึงกันโดยรอบ แต่ละด้านมีซุ้มคูหา เป็นที่ประทับของพระพุทธรูปประทับยืนแกะสลักจากไม้ ขนาดสูง 31 ฟุต ตามคติความเชื่อของชาวพม่าที่ว่า โลกของเรามีพระพุทธเจ้ามาแล้ว 3 พระองค์ แล้วเพิ่มพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันเป็นองค์ที่สี พระพุทธรูปทั้ง 4 ทิศแต่ละองค์จะวางพระหัตถ์แตกต่างกัน และไม่เหมือนกับพระปางใดๆของไทย มีชื่อเรียกแทนพระพุทธเจ้า คือ

ทิศเหนือ พระกกุสันโธพุทธเจ้า

ทิศตะวันออก พระโกนาคมน์พุทธเจ้า

ทิศใต้ พระกัสสปพุทธเจ้า

ทิศตะวันตก พระโคตมพุทธเจ้า

พระกกุสันโธพุทธเจ้าพระพุทธรูปประจำทิศเหนือ ปกติพระพุทธรูปองค์นี้จะประจำทิศตะวันออก ยกเว้นที่อานันทวิหาร ที่มาอยู่ทางทิศเหนือ

สันนิษฐานว่าเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าจันสิตตา ที่จะให้พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน คือ พระพระโคตมพุทธเจ้าอยู่ตรงกับพระราชวังที่ประทับ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของอานันทวิหาร จึงต้องให้พระกกุสันโธพุทธเจ้าย้ายมาทิศเหนือ พระโกนาคมน์พุทธเจ้ามาทางทิศตะวันออก พระกัสสปพุทธเจ้ามาทางทิศใต้ เพื่อพระโคตมพุทธเจ้าจะได้อยู่ทางทิศตะวันตก

พระกกุสันโธพุทธเจ้า เป็นพระพุทธรูปองค์ดั้งเดิมของอานันทวิหาร ถือเป็นศิลปะพุกามยุคแรกที่นิยมแกะสลักให้จีวรแนบพระวรกายขององค์พระ ปลายจีวรหยักเป็นรูปเขี้ยวตะขาบ ลักษณะการวางพระหัตถ์ใกล้เคียงกับพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาของไทย

สถาปัตยกรรมขอมใช้หินเป็นส่วนใหญ่ และได้รับการยอมรับว่าเป็นเลิศในการใช้หินก่อสร้าง ในขณะที่สถาปัตยกรรมพม่าใช้อิฐเป็นส่วนใหญ่ และได้รับการยอมรับว่ามีความก้าวหน้าในการก่อสร้างด้วยอิฐเช่นกัน

อิฐพม่าที่มีขนาดใหญ่ ก่อนที่จะเรียง ช่างจะขัดอิฐให้เรียบ พอนำมาประกบกันจึงแทบจะไม่เห็นรอยต่อ

และพุทธศิลป์แบบนี้ต่อมาได้ส่งอิทธิพลเข้าถึงดินแดนลานนาของไทย แต่ย่อส่วนลงมา จะเห็นได้จาก วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน วัดป่าสัก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นต้น

 

ฉันเดินช้าๆเวียนขวาไปตามทางเดินภายในพระเจดีย์ที่เป็นทางเชื่อมระหว่างพระพุทธรูปทั้ง 4 ทิศ

บนกำแพงที่สูงค่อนข้างมาก มีการเจาะซุ้มจระนำ เพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดย่อมๆหน้าตักประมาณด้วยตาคงไม่เกิน 1 ศอกอยู่เต็มผนัง รวมๆแล้วมีถึง 1,800 องค์เลยทีเดียว

 

พระโกนาคมน์พุทธเจ้าพระพุทธรูปประจำทิศใต้ เป็นพระพุทธรูปที่สร้างแทนองค์เดิมที่ถูกไฟไหม้

ลักษณะการวางพระหัตถ์คล้ายพระปางเปิดโลกของไทย พุทธลักษณะที่พระพักตร์และจีวรบ่งบอกว่าไม่ใช่ศิลปะพุกาม

 

 

ตอนนี้เราอยู่ตรงหน้า พระกัสสปพุทธเจ้าพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งที่เป็นของดั้งเดิม ...องค์นี้มีสิ่งที่น่าทึ่ง บ่งบอกถึงความลุ่มลึกชาญฉลาดของช่างพุกามที่ปั้นพระพักตร์ได้อย่างน่าอัศจรรย์

หากเรามองในระยะห่าง จะเห็นว่าพระพักตร์ขององค์พระยิ้มให้เราอย่างมีเมตตา .. หากเมื่อเดินเข้าไปใกล้ขึ้นจะเห็นพระพักตร์เรียบเฉยอย่างมีสมาธิ และเมื่อเข้าใกล้มากขึ้น พระพักตร์จะบึ้งตึง

มีผู้อธิบายว่า เป็นเพราะแสงที่ลอดช่องวิหารเข้ามากระทบพระพักตร์ทีสัมพันธ์กับมุมที่เรายืนดู ทำให้เรามองเห็นพระพักตร์ต่างกัน พระพุทธรูปองค์นี้เป็นที่มาของสมญานาม พระบึ้ง-พระยิ้มลักษณะการวางพระหัตถ์คล้ายปางปฐมเทศนาของไทย

 

พระโคตมพุทธเจ้าพระประจำทิศตะวันตกเป็นพระที่สร้างขึ้นแทนองค์ที่ถูกไฟไหม้

ลักษณะการวางพระหัตถ์คล้ายพระพุทธรูปปางประทานอภัยผสมกับปางคันธราษฎร์ของไทย

มีซุ้มจระนำทั้งด้านซ้ายและขวาขององค์พระพุทธรูป ซุ่มด้านขวาประดิษฐานรูปปั้นพระชินอรหันต์ ผู้นำศาสนาพุทธเถรวาทมาสู่พุกาม และผู้สวมมงกุฎถวายในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแด่พระเจ้าจันสิตตา ..

ซุ้มด้านซ้ายมือประดิษฐานพระรูปพระเจ้าจันสิตตาในท่าทรงจบพระหัตถ์นมัสการพระโคตมพุทธเจ้า

 

ฉันกราบพระ และใช้เวลานั่งมององค์พระอยู่เนิ่นนาน อดทึ่งไม่ได้กับฝีมือช่างพุกาม ที่สร้างพุทธศิลป์ได้งดงามจนสุดพรรณนา ต้องมาเห็นด้วยตาจึงจะซาบซึ้ง

แม้จะมีผู้รู้เคยเล่าให้ฟังว่าพระพุทธรูปทั้ง 4 ทิศนั้น มีเพียงองค์ที่อยู่ทางด้านทิศเหนือและทิศใต้ที่เป็นของโบราณ ส่วนอีก 2 องค์เป็นพระพุทธรูปที่ทำขึ้นใหม่ เนื่องจากองค์เดิมถูกไฟไหม้หมด แต่ฉันว่าถึงจะเป็นการทำขึ้นใหม่ แต่องค์พระนั้นงดงามจนดูไม่ออกว่าองค์ไหนองค์เดิม และองค์ไหนทำใหม่ ฉันจึงไม่ลังเลที่จะถ่ายรูปพระพุทธรูปที่งดงามเหล่านี้มามากมาย

 

องค์เจดีย์ก็เช่นกัน เจดีย์องค์เดิมได้รับความเสียหายอย่างหนักเมื่อคราวแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2518 พระเจดีย์พังทลายลงมา แต่การปฏิสังขรณ์ทำได้ดีมาก ชนิดที่ใครๆก็ยอมรับว่าออกมาเหมือนเดิมไม่มีที่ติ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงทางด้านสถาปัตยกรรม หรือกรรมวิธีในการก่อสร้าง

กรมศิลปากรพม่าจึงได้รับคำชมเสมอว่าบูรณะโบราณสถานไก้ถูกหลักและผลงานดีเยี่ยม

ที่มุขด้านทิศตะวันตกยังมีรอยพระพุทธบาท 2 รอย ประดิษฐานอยู่เหนือฐาน แต่ละรอยประดับมงคล 108 ประการ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นหลังสมัยพุกาม

 

ความงามของอานันทวิหาร แบบเต็มองค์ เมื่อมองจากด้านนอก

ซุ้มประตูและหน้าต่างของวิหาร เป็นตัวอย่างที่ดีและสมบูรณ์ของซุ้มศิลปะพุกาม ซึ่งนักประวัติศาสตร์เรียกว่า เคล็ก” (Clec) หมายถึงซุ้มก่ออิฐวงโค้ง ประดับแถวครีบสูง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของศิลปะพุกาม

ซึ่งส่งผลต่อศิลปะของพม่าทุกสมัย รวมถึงแพร่หลายในอาณาจักรสุโขทัย ที่เรียกว่า ซุ้มฝักเพกา

 

ความศรัทธาของคนพม่าต่ออานันทวิหารนั้นมากมาย เห็นได้จากการที่วิหารแห่งนี้ไม่เคยร้างผู้คนเลยตั้งแต่สร้างขึ้นมา ทั้งชาวต่างชาติอย่างพวกเราที่มาเดินชมโบราณสถานและกราบไหว้พระ และชาวพม่าเองที่มาสวดมนต์ ไหว้พระ ..

เวลาที่เราเดินอยู่ภายในวิหารจะมองเห็นแสงเทียนและได้กลิ่นธูปที่ผู้คนจุดบูชาพระทั้ง 4 ทิศตลอดเวลา อีกทั้งเงินที่เต็มตู้บริจาคก็เป็นเครื่องยืนยันเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

เมื่อกลับมาทางทิศเหนืออีกครั้ง สุดทางเดินมีหลังคาคลุม ทางซ้ายมือมีทางเดินสู่มณฑปหลังหนึ่ง ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องวิถีชีวิตและศิลปวัฒนธรรมในสมัยพุกามประดับอยู่โดนรอบ ทำให้ทราบถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวพุกามโบราณ

ชั้นในสุดของมณฑปมีจิตรกรรมฝาผนังประดับโดยรอบเช่นกัน สันนิษฐานว่าเป็นห้องทำสมาธิของพระสงฆ์


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ซันญ่า วันที่ : 27/09/2016 เวลา : 23.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

นึกภาพสมัยรุ่งเรื่อง และกาลเวลากัดกิน สิ่งที่มีในถาวรวัตถุ
ตามาช้าๆ ค่อยเลื่อนขึ้นลงอ่าน หลายรอบ .......
น้อยี จะชอบบอกเล่าเรื่องบ้านเมื่องของเขาอย่าง คิดถึงบ้าน ....
.........ตอนนี้จะหัดเรียนภาษาพม่าให้มากขึ้นกับ ชนเผ่าที่มาทำงานแรงงานในบ้านเราค่ะ .......
.
.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่หมี วันที่ : 26/08/2016 เวลา : 14.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

งามมาก เสียดายที่ธรณีพิโรธ เป็นกำลังใจให้คนที่นั่นนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Supawan วันที่ : 25/08/2016 เวลา : 20.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ

กำลังพยายามจะนำวัดและวิหารที่สำคัญบางแห่งกลับมาให้ชมกันอีกครั้งนะคะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน