*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2255
  • จำนวนผู้ชม : 6465971
  • จำนวนผู้โหวต : 11414
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11414 คน
<< มกราคม 2017 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม 2560
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 3791 , 12:16:51 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน แม่หมี , february26 และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

Mrauk U 2017 .. มหัศจรรย์อาณาจักรโบราณแห่ง มรัคอู

 

การออกเดินทางไปเยือน "มรัคอู" ในครั้งนี้ เหมือนกับการไปตามล่าคว้าความฝันที่เคยมีในใจมาเนิ่นนานสำหรับฉัน

เราเริ่มการเดินทางด้วยการบินออกจากท่าอากาศยานดอนเมืองในช่วงเช้าของวันสุดท้ายของปี 2559 ... และใช้เวลาไม่นาน เครื่องบินก็มาถึงท่าอากาศยานที่กรุงย่างกุ้ง

ในช่วงที่รอต่อเครื่องบินภายในประเทศ ... เราพอจะมีเวลารับประทานอาหารใน Domestic Terminal ซึ่งอยู่ติดกันกับ International Terminal ห่างกันเพียงแค่เดินไม่กี่ก้าว

เราฝากท้องสำหรับอหารมื้อแรกในพม่าที่ร้านอาหาร Thai Express ..

ดูจากเมนู มีอาหารไทยหลายอย่างให้เลือก ในราคาที่พอรับได้

ฉันเลือกสั่ง อหารชุดแกงเขียวหวานไก่ ซึ่งมาพร้อมกับชาเย็นแบบไทย … รสชาติใช้ได้ค่ะ

 

เราเดินทางออกจากย่างก้ง มุ่งหน้าไปยังเมืองชิตตุ่ย ด้วยการใช้บริการของสายการบิน FMI Air ซึ่งเป็นสายการบินภายในประเทศของพม่า เครื่องบินที่ใช้เป็นเครื่องบินใบพัดขนาดเล็ก แต่ก็สะดวกสบายดี

ย่างกุ้ง ในมุมสูง … มองเห็นแม่น้ำย่างกุ้งซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของเมืองนี้ไหลคดเคี้ยวอยู่เบื้องล่าง

แม่น้ำย่างกุ้ง .. เป็นสายน้ำที่สำคัญสายหนึ่งของพม่า ที่ผู้คนยังใช้ในการเดินทาง ขนส่งสินค้า รวมถึงการท่องเที่ยว

อาหารว่าง ระหว่างการบินระหว่างย่างกุ้ง กับชิตเว

เราใช้เวลาบินราว 1:30 ชั่วโมง ก็มาถึงสนามบินชิตเว (Sittwe)

สังเกตุจากการสภาพก่อสร้างที่ยังดำเนินการต่อเนื่อง เข้าใจว่าที่นี่คงเป็นอาคารสนามบินแห่งใหม่ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวและคนแรมทาง ด้วยเหตุที่เมืองนี้เป็นเมืองใหญ่ที่สำคัญของรัฐยะไข่ เป็นเมืองท่าที่สำคัญ  รวมถึงเป็นประตูสู่เมืองอื่นๆในรัฐนี้

เมืองซิตเว (Sittwe) เป็นเมืองหลวงของรัฐยะไข่ (Rakhine) ทางทิศตะวันตก เป็นชายแดนสุดฝั่งทะเลอ่าวเบงกอล ของประเทศพม่า มีชายแดนติดบังกลาเทศ

พรมแดนธรรมชาติอันเป็นอุปสรรคสำคัญ ในการติดต่อสมาคมกับแผ่นดินส่วนใหญ่ของพม่า คือ เทือกเขาอรกันโยมา (Arkhine Yoma) ทีทอดยาวตลอดแนวพรมแดนติดทะเลเป็นระยะทางยาวเกือบ 600 กิโลเมตร ทางฝั่งตะวันออกของรัฐยะไข่

ด้วยอุปสรรคด้านภูมิประเทศ … การเดินทางสู่เมืองต่างๆใน Rakhine State โดยทางบกจึงเป็นไปโดยลำบาก

ในปัจจุบัน เมื่อเริ่มจะมีถนนฝุ่นแบบง่ายๆ การเดินทางไปที่เมืองมรัคอู เราจึงมีทางเลือกเพิ่มขึ้นเป็น 2 ทางเลือก

 ทางแรก .. การเดินทางทางรถยนต์ ซึ่งจะใช้เวลาราว 4-5 ชั่วโมงด้วยสภาพถนนที่บางช่วงใช้ได้ แต่มีบางส่วนที่ผู้โดยสารต้องผ่านประสบการณ์การกระเด็นกระดอนพอสมควร ... แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ได้ตอบแทนคืนมาก็คือ การได้มีโอกาสชมวิวทิวทัศน์ เช่น แม่น้ำ สะพาน ภาพวิถีชีวิตของผู้คนในรายทาง ที่เราอาจจะไม่ได้เห็นในการเดินทางด้วยวิธีอื่น

การเดินทางด้วยวิธีที่สอง คือ การใช้บริการของเรือโดยสาร ล่องไปตามแม่น้ำ Kaladan ไปเรื่อยๆจนถึงเมืองมรัคอู ซึ่งหากเลือกวิธีนี้จะใช้เวลาราว 5-6 ชั่วโมง

เรามาถึงเมืองชิตเวในเวลาบายคล้อย หากจะนั่งเรือก็คงจะไม่มีวิวทิวทัศน์อะไรให้ดู รวมถึงจะไปถึงจุดหมายในเวลาดึก … เราจึงเลือกที่จะเดินทางด้วยรถยนต์

หลังจากนั่งรถบัสขนาดกลางๆมาสักพักใหญ่ .. เราแวะพักทำธุระส่วนตัวกัน ณ ที่แห่งหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสถานีขนส่งท้องถิ่น

ชนบทของพม่า .. วิถีชีวิตของผู้คนที่มองเห็นในสายตา ยังคงเหมือนเวลาหยุดนิ่งอยู่กับที่ ... มีสามล้อ รถสองแถวที่เก่าคร่ำครา ร้านค้าเล็กๆ และแผงลอยขายผลไม้ หมากพลู ให้เห็นอยู่ทั่วไป

ทุกชุมชนในพม่ามีส่วนที่คล้ายกับชนบทในเมืองไทย คือ จะมีวัดเป็นจุดวมศูนย์ของผู้คนในชุมชน

วัดที่เห็นในภาพด้านบน ค่อนข้างอลังการ .. เมื่อเทียบกับบ้านเรือนของชาวบ้านที่ส่วนใหญ่จะเก่าซอมซ่อ 

วัดดูงดงาม และพระพุทธรูปเป็นปางประทับยืน เราจะสามารถมองเห็นเมื่อรถแล่นผ่าน ส่วนมุมที่ถ่ายรูปมาจะโดนบัง

… เมื่อเวลาล่วงเลยเข้าช่วงเย็นย่ำ ... เราออกเดินทางต่อ

ฉันนั่งหลับๆตื่นๆอยู่หลายชั่วโมง ... ในที่สุดก็ถูกปลุกและรับทราบว่าถึงจุดหมายปลายทางเรียบร้อยแล้ว

การเดินทางใน เมืองมรัคอู … The lost kingdom of Burma ของฉัน กำลังจะเริ่มขึ้นแล้วค่ะ

 

ในช่วงที่อาณาจักรมรัคอูรุ่งเรืองถึงขีดสุดนั้น เป็นยุคที่มรัคอูไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรใด รวมถึงเป็นอิสระจากเบงกอลและพม่า ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาที่ชาวตะวันตกเริ่มจะเข้ามามีความสัมพันธ์ทางการค้ากับผู้คนในดินแดนนี้ด้วย …

ในยุคนี้เอง กษัตริย์ เสนบดี พ่อค้าวาณิชย์และชาวบ้านที่ร่ำรวย ได้สร้างเจดีย์และวัดาอารามขึ้นมากมาย เพื่อแสดงถึงพลังศรัทธาในพุทธศาสนา ส่งผลให้เมืองมรัคอูมีเจดีย์และวัดที่สวยงามกระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งเจดีย์และวัดเหล่านี้ส่วนใหญ่สร้างด้วยหินทราย และแตกต่างจากวัดและเจดีย์ในพุกามที่สร้างด้วยอิฐและโคลน

โบราณสถานในอาณาจักรมรัคอู มีกระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่อันเป็นอาณาเขตของอาณาจักร และหากจะนับรวมให้ครอบคลุมถึงอาณาจักรก่อนหน้าอยาง อาณาเวสาลี ที่อยู่ไปทางเหนือ ก็จะมีกว่าหนึ่งหมื่นเจดีย์ทีเดียว

วัดที่สำคัญที่เราเห็นและไปเยือนในปัจจุบัน ว่ากันว่า เพิ่งจะได้รับการบูรณะเมื่อสิบปีกว่าๆมานี่เอง … แต่การจะไปเที่ยวชมโบราณสถานที่กระจายอยู่รอบๆเมืองให้ครบ หรือเที่ยวชมให้ได้มากส่วนใหญ่นั้น แทบจะเป็นไปไม่ไดในระยะเวลาอันสั้น ดังเช่นการไปเที่ยวถ่ายรูปของฉันในครั้งนี้

ดังนั้นวัดและเจดีย์ที่ฉันจะจูงมือคุณไปเที่ยวชมด้วยกัน จึงจะเป็นเฉพาะสถานที่ที่ฉันคิดว่าสำคัญเท่านั้นค่ะ

วัดที่สำคัญๆใน มรัคอู มีอาทิ เช่น

Shite-thaung Temple (Temple of 80,000 Images or Temple of Victory)

Htukkanthein Temple (Htukkan Ordination Hall)

Koe-thaung Temple (Temple of 90,000 Images)

Andaw-thein Ordination Hall

Le-myet-hna Temple

Ratana-pon

Five Man Pagodas Mingala Man Aung Pagoda

Ratana Man Aung Pagoda

Sakya Man Aung Pagoda

Lawka Man Aung Pagoda

Zina Man Aung Pagoda

Sanda Muni Temple

Bandula Kyaung Monastery

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า มรัคอู จะมีพุทธศาสนสถานอยู่มากมาย แต่ยังมีสถานที่สำคัญของศาสนาอื่นอยู่บ้าง ตามความเชื่อของแต่ละชุมชน เช่น มัสยิด Santikan ซึ่งสร้างในสมัยของกษัตริย์ Min Saw Mon ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองนอกจากนี้ยัมีโบสถ์ Friar Manrique ซึ่งเป็นหลักฐานแสดงถึงการเข้ามาถึงของ Roman Catholic church เป็นต้น แต่ศาสนสถานของศาสนาอื่น เราไม่มีเวลาพอที่จะไปเยียมชม

เพื่อจะให้เห็นภาพของวัดและเจดีย์ที่มีอย่างมากมายใน มรัคอู คงจะไม่มีอะไรดีกว่การเดินขึ้นเขาไปชมเมืองในมุมสูง เพื่อให้เห็นสภาพบ้านเมืองในแบบ Birds’ eyes View

เช้าวันขึ้นปีใหม่ พศ. 2560 … เราตื่นแต่เช้ามืด เดินทางไปยังเชิงเขาแห่งหนึ่ง ที่ว่ากันว่าเป็นจุดชมวิวที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเมืองนี้

เราเดินขึ้นยอดเขา … ทางเดินไม่ถึงกับลำบากมาก แต่ก็ไม่ง่ายสำหรับคนที่ไม่เคยชิน

เนื่องจากสภาพพื้นที่ตอนที่เราเริ่มเดินยังไม่มีแสงอาทิตย์ส่องนำทาง คนที่จะไปรอพระอาทิตย์ขึ้นจึงควรจะนำไฟฉายติดตัวไป เพื่อส่องนำทางที่ไม่ราบเรียบ บางช่วงมีเนินเขาที่ลื่น หรือมีพันธุ์ไม้ที่เป็นวัชพืชที่มีหนามแหลมฯ จะได้ลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจจะเกิดโดยที่คาดคิด

ไกด์เดินนำทางพวกเราขึ้นไปตามเนินเขา … ดูเหมือนว่าจะเป็นเส้นทางเป็นทางไหลของน้ำซึ่งบางช่วงชันมากพอสมควร

เมื่อใกล้ถึงยอดเขา .. เราสังเกตุเห็นว่า ณ จัดยอดเขามีเจดีย์องค์ใหญ่ตั้งอยู่ และมีทางขึ้นเป็นบันไดนาค

ฉันรีบสาวเท้าก้าว ดันตัวต้านแรงโน้มถ่วงของโลก และก้าวเท้าไปข้างหน้า ตามองที่ยอดเจดีย์ เพื่อเอาเป็นที่หมายสำหรับการปีนป่ายครั้งนี้

ในที่สุด … ฉันก็ได้มาหยุดยืนอยู่ ณ จุดที่ใครๆบอกว่า พอเริ่มมีแสงมลังเมลืองให้เห็น สิ่งที่อยู่เบื้องล่าง คือ "สวรรค์บนดิน" ที่เราสัมผัสได้ด้วยสายตา

บรรยากาศรอบตัวยังมืดสลัว … ความเงียบที่มีบทเพลงของขุนเขาขับกล่อม คือความรื่นรมย์เดียวที่พบได้ในทุกเช้าของที่แห่งนี้

“หากจะถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้น ต้องไปทางด้านโน้นนะครับ ทางนี้จะไม่มีแสงอรุณรุ่ง จะมีเพียงภาพโบราณสถานของเมืองครับ” … ไกด์ของเราบอก

ฉันถือโอกาสช่วงที่ยังไม่มีแสง เดินไปรอบๆถานที่ตั้งของเจดีย์ .. ที่นี่ดูจะไม่มีอะไรมาก แต่ยังถ่ายภาพอะไรไม่ได้

รอเพียงไม่นานนัก เลนส์กล้องตัวปรดของฉันก็เริ่มจะจับแสงสะท้องของสถานที่ ณ เบื้องล่างได้

ภาพเบื้องล่างที่ปรากฏในสายตา … คือวัดและเจดีย์น้อยใหญ่ ทั้งใกล้และไกล เผยโฉมออกมาอวดสาตา เหมือนภาพวาดที่ศิลปินชั้นครูตระหวัดพู่กันวาดลงบนผืนผ้าใบอย่างชำนาญ

สายหมอกและควันไฟ ดูเหมือนจะเป็นเอฟเฟ๊กธรรมชาติที่ผสมผสานกับสิ่งที่สร้างจากน้ำมือมนุษย์จนก่อเกิดภาพที่มีมิติที่ดูจะลึกลับ แต่งดงาม .. เป็นองค์ประกอบของภาพที่สวยงาม และอาจจะมีพลัง ก่อให้เกิดจินตนาการที่ปราศจากขอบเขต

"สวรรค์" … จะมีจริงหรือไม่ ไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไป ...

แต่ความสวยงามน่าอัศจรรย์นี่ต่างหากที่ที่สร้างสวรรค์ในใจให้เกิดขึ้นกับเราอย่างแท้จริง

ฉันเดินรอบๆองค์เจดีย์สีทองที่แม้ไม่สูงเสียดฟ้า ... แต่มีเสน่ห์สวยงามแบบเรียบง่าย

ด้านหนึ่งของเจดีย์มีศาลาไม้เล็กๆ ด้านในมีพระพุทธรูปแบบพม่าประดิษฐานอยู่

ด้านนอกฐานเจดีย์ที่เป็นซีเมนต์ มีใบเสมา 2-3 อันตั้งอยู่ ...

ฉันไม่ทราบคามหมายและวัคถุประสงค์ของการสร้าง .. หากเป็นใบเสมาที่บ้านฉันที่บ้านนอก เขาเอาไว้บรรขุอัฐิของบรรพบุรุษที่วายชนม์ไปแล้วค่ะ

รูปปั้นคน .. น่าจะเป็นสัญลักษณ์ของการเคารพนบนอบพุทธสถาน ในแบบของชาวพุทธ

ชาวพม่ามีศรัทธาในพุทธศาสนาอยุ่างสูงส่ง และมักจะเดินทางไปสวดมนต์ไหว้พระ ณ ศาสสถานในชุมชนเป็นกิจวัตร ไม่ว่าสถานที่แห่งนั้นจะอยู่ที่ไหน

เช้าในวันที่เราไปถ่ายรูป .. มีสาวชาวบ้าน เดินทางมาสักการะเจดีย์ ฉันจึงขออนุญาตเธอเพื่อเก็บภาพมาฝากค่ะ

สายลมเย็นบนยอดเขาพัดมากระทบใบหน้าเบาๆ ในขณะที่ฉันนั่งนิ่งๆ ใช้เวลาส่งสายตาจากออกไปยังขอบฟ้าที่มีทะเลเจดีย์เป็นฉากสวยงามอยู่เบื้องล่าง

จากที่นี่ ฉันมองเห็นเจดีย์และวัดมากมายเรียงรายทั้งบนพื้นที่ราบ เนินเขา และแม้กระทั่งบนยอดเขาสูงๆ .. เป็นภาพสวยงามที่แม้จะบรรยายออกมาเป็นตัวอักษร ก็มิอาจจะเทียบได้กับสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าในขณะที่เห็นด้วยตา

ทะเลเจดีย์ที่นี่แตกต่างจากที่พุกาม ซึ่งเจดีย์เกือบทั้งหมดตั้งอยู่บนที่ราบแห้งแล้ง ..

แสงแดดจ้ามากขึ้น … บอกเป็นนัยๆว่า เป็นเวลาที่เราควรจะลงจากเขา

ขณะที่เดินกลับลงมาจากยอดเขาตามทางที่ลดเลี้ยว ฉันหันกลับไปมองเจดีย์ที่วางตัวอยู่บนยอดเขา พร้อมกับห้วงคำนึ่งที่คิดถึงความผูกพัน และศรัทธาของผู้คนที่มีต่อสถานที่แห่งนี้ จนเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่นำพวกเขาดั้นด้นขึ้นมาอย่างยากลำบาก และสุดท้ายสร้างเจดีย์นี้ขึ้นมา

ระหว่างทางลงเขา … มองเห็นเจดีย์องค์เล็กๆอยู่ริมหุบที่ลาดลงไปตามเนิน

ฉันจึงแวะเก็บภาพเจดีย์และพระพุทธรูปมาฝากค่ะ

ระหว่างทางลงเขา ฉันแวะถ่ายภาพศาลาและพระพุทธรูป … สวยงามดูมีมิติ ด้วยแสงเงาและอค์ประกอบ

ศาลาแห่งนี้ สร้างด้วยวัตถุประสงค์ใด? ฉันไม่อาจล่วงรู้ .. หากท่านใดทราบ ก็ช่วยแบ่งปันด้วยค่ะ

เราเดินไม่นานก็มาถึงเชิงเชา ที่มีวัดเล็กๆอีกแห่ง แต่ฉันไม่ได้แวะเข้าไป

บรรยากาศรอบตัว และอากาศดีๆยามเช้า .. ทำให้การเดินช้าๆ ใช้เวลาชื่นชมทุกอย่างรอบตัวเป็นความรื่นรมย์มากมาย

และแปรเปลี่ยนเป็นความประทับใจได้อย่างง่ายดาย ..


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 26/01/2017 เวลา : 16.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

เมืองมรัคอูมุมสูงยามเช้าสวยจริง ๆ ครับ เป็นสถานที่ธรรมชาติยังสมบูรณ์มาก ชื่นชมกับเรื่องราวที่เขียนและภาพงามๆ ที่มีสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาและธรรมชาติอยู่ดั้งเดิม ครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Chaoying วันที่ : 17/01/2017 เวลา : 20.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

งดงาม ทั้งภาพและเรื่องราวค่ะ พี่สุภาวัลย์

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
BlueHill วันที่ : 17/01/2017 เวลา : 08.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ภาพสวยมากครับพี่สุ
อยากไปเที่ยวทางตอนเหนือของพม่าครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 16/01/2017 เวลา : 22.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

เมื่อไรพม่ามีระบบการจัดการท่องเทียวแล้วละก็. จะเป็นคู่แข่งท่ีน่ากลัวในเรื่องการท่องเทียวของ
ประเทศไทย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
pooklookclub วันที่ : 16/01/2017 เวลา : 16.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pooklookclub

เมืองในฝันที่อยากไปเที่ยวเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 16/01/2017 เวลา : 14.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

แม่น้ำย่างกุ้ง คล้ายๆเจ้าพระยาเลยนะครับ
เมืองในหมอกเห็นเจดีย์ ..สวยจัง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Supawan วันที่ : 16/01/2017 เวลา : 13.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ตอนขากลับ เราล่องแม่น้ำ Kaladan มาที่ชิตเวค่ะ

จะเขียนถึงในบทความสุดท้ายค่ะ คุณแม่มด

ความคิดเห็นที่ 2 Supawan ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 16/01/2017 เวลา : 13.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ตอนแม่มดไป เราล่องแม่น้ำไปค่ะ วิวสวยมาก
แต่ไม่ได้ขึ้นจุดชมวิวอย่างในเอ็นทรี่นี้
ขอบคุณที่พามาชมค่ะ
ถือเป็นการเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 16/01/2017 เวลา : 12.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

มาจูงมือ เกี่ยวแขน ขึ้นยอดเขา ไปชมแสงอาทิตย์ยามเช้า และทะเลเจดีย์แห่ง มรัคอู ด้วยกันค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน