*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2206
  • จำนวนผู้ชม : 6116965
  • จำนวนผู้โหวต : 11187
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11187 คน
<< พฤษภาคม 2018 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 19 พฤษภาคม 2561
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 752 , 14:24:53 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 New Zealand 2017 (33)   Muriwai Regional Park .. Garnet Colony .. และการลาจาก

 

Muriwai's gannet colony .. อยู่ห่างจากเมือง Auckland ราว 1 ชั่วโมงของการขับรถ

จากลานจอดรถจะมีทางเดินที่นำไปสู่ลานกว้างริมทะเล

Muriwai Beach ยาวไกลออกไปสุดสายตาราว 60 กิโลเมตร

การเดินไปตามแนวทางเดิน น่าสนใจสำหรับคนรักธรรมชาติ

มีทิวทัศน์อันงดงามของแนวชายฝั่งที่กว้าง สวยงดงามด้วยหินเหนือชายหาด และหาดที่มีทรายสีดำ …

หาดทรายดำ ... ดูแตกต่างไปจากทรายขาวๆนุ่มเนียนเท้าเมื่อก้าวเดินตามชายทะเลในบ้านเรา

คลื่นลมของทะเลในพื้นที่นี้ คงจะเหมาะสม ไม่แรงและกระชากมาก …

เราจึงเห็นนักล่าคลื่นธรรมชาติ นักเซริฟ หลายคนพยายามที่จะประคองใบเซริฟเพื่อนำออกไปโต้คลื่นลม

ใครบางคนบอกว่า หากโชคดีเราอาจจะได้เห็นนกทะเลที่สวยงาม แมวน้ำ นกเพนกวินน้อยสีฟ้า

.... หรือแม้แต่ปลาโลมา

เราเดินขึ้นไปตามบันไดที่ตรงดิ่งขึ้นไปในความสูงของภูเขา ความสูงเอาเรื่องเหมือนกันค่ะ …

เวลาที่เหนื่อยก็หยุดพักถ่ายรูปบ้าง .. หยุดอ่านป้ายอธิบายเรื่องราวต่างๆที่น่าสนใจบ้าง

สิ่งที่ปรากฏที่ด้านบนของหน้าผาน่าตื่นตา ตื่นใจสำหรับเรามาก

นกจำนวนมาก มาครอบครองพื้นที่บนลานหินใกล้หน้าผาเต็มไปหมด และเยอะมากๆ

การเฝ้าสังเกตุดูนก และถ่ายรูป .. นักท่องเที่ยวต้องเดินตามทางเดิน และแพลตฟอร์มที่มีรั้วกั้นเอาไว้

จะเข้าใกล้กว่านั้นไม่ได้ เพราะนอกจากจะอันตรายมากแล้ว ยังจะเป็นการรบกวนนกอีกด้วย

ฝูงนก Garnet มากมายรวมตัวเกาะอยู่ตามลานหินแคบๆบนหน้าผา ..

บางส่วนโผบิน โฉบไป-มาอยู่ในอากาศ เหมือนกำลังอยู่บนเครื่องร่อน และแสดงกายกรรมโชว์

.... ยอดเยี่ยมมากสำหรับการถ่ายรูป

ฉันชอบนก และเคยเดินสายดูนกจริงจังมานานหลายปี

ฉันจึงชอบมากที่มีป้ายที่มีคำอธิบายเรื่องราวธรรมชาติของนก ทำให้เราเข้าใจรายละเอียดได้มากยิ่งขึ้น

มีนกชนิดนี้ราวๆ 1,200 คู่มาจับคู้สร้างรังกันที่นี่ในช่วงระหว่างเดือนสิงหาคม ถึงมีนาคมของทุกๆปี

ด้วยจำนวนของนกมีมาก รังของนกแต่ละรังจึงอยู่ติดๆกัน

แต่นกทุกตัวไม่มีปัญหาในการจดจำรังของตนเอง ไม่มีการหลงรังกันค่ะ

ช่วงเวลาที่เรายืนสังเกตุการณ์พฤติกรรมของนกเหล่านี้ เราได้เห็นการเกี่ยวพาราสี ... นกชนิดนี้สวยค่ะ

นกจะวางไข่ครั้งละ 1 ฟองเท่านั้น พ่อแม่นกจะผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลและเฝ้ารัง

ว่ากันว่า … เมื่อลูกนกเติบโตและบินได้ดีแล้ว ก็จะบินออกไปจากที่นี่

... บินข้ามทะเลทัสมาเนีย มุ่งหน้าไปสู่ออสเตรเลีย

หลังจากนั้นเพียงไม่กี่ปี พวกมันจะบินกลับมาที่นี่ เพื่อจับคู่สร้างรัง ให้กำเนิดลูกนก เพื่อสืบสานเผ่าพันธุ์ตามวิถีทางของธรรมชาติ

อาณานิคมของนกแกเน็ตซุกตัวอยู่ในทุกซอกมุมของหน้าผา และอยู่ในโลเคชั่นที่สวยงามมา ..

เป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการถ่ายถาพ

วิวทิวทัศน์ที่สวยน่าประทับใจมากๆ ... Amazing & wonderful

-------------------------------

 

Cornwall Park .. One Tree Hill … but no tree  

ฉันเคยมาเที่ยวที่นิวซีแลนด์มาก่อนทริปนี้ ... ดังนั้นแม้ว่าครั้งนี้ฝนที่ตกหนักจะทำให้เราไม่สามารถขึ้นไปชมสถานที่แห่งหนึ่งที่หลายคนอยากไป แต่ก็จะนำความทรงจำอันเก่ามาเล่าให้ฟังค่ะ ..

หากในปัจจุบันสถานที่แห่งนี้เปลี่ยนไปบ้าง ก็ต้องขออภัย เพราะครั้งล่าสุดไม่ได้ขึนไปดูว่าบรรยากาศเป็นอย่งไร มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง 

-------------- 

ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้ว ในเช้าที่ฟ้าสดใส เราขับรถช้าๆ  นั่งกินลมชมวิว  สูดอากาศบริสุทธิ์ที่หาไม่ได้ในเมืองที่มีฝุ่นควันจนเสียดเข้าไปถึงปอด เราลัดเลาะมาตามถนนสายต่างๆ  ที่แม้ว่าจะคดเคี้ยวด้วยต้องสร้างไปตามรูปแบบของภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาใหญ่น้อยเลียบชายทะเลและอ่าว  แต่สะดวกสบาย 

คนที่นี่ขับรถด้านซ้ายมือเหมือนที่บ้านเรา  แต่ขับด้วยความเร็วแค่ 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น  คนขับรถส่วนใหญ่เคร่งครัดและมีวินัยในการขับรถสูงมาก  มีน้ำใจถ้อยทีถ้อยอาศัย  ไม่ขับสวิงสวายหรือแซงซ้ายขวาโดยไม่มีเหตุอันควร  ทำให้อัตราการเกิดอุบัติเหตุมีค่อนข้างน้อย 

          นั่นอะไรแหลมๆที่ยอดเขาลิบๆโน่นฉันถามชายหนุ่มที่ทำหน้าที่เป็นสารถีให้กับเรา เมื่อสายตามองเห็นแท่งคอนกรีตแหลมๆที่ดูคล้ายกับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในกรุงเทพปรากฎในสายตา 

          อ๋อ อนุสรณ์สถานของเศรษฐีคนหนึ่งที่สร้างอุทิศให้กับเมือง ถ้ายูอยากไป ไอจะพาไปดูไม๊ค์ เพื่อนชาวนิวซีแลนด์บอก เราเห็นพ้องต้องกันว่าต้องตามไปดู

 

          เราลัดเลาะไปตามถนนเลียบฟาร์มและทุ่งหญ้าสีเขียวสด  สักพักก็มาถึงทางขึ้นเขา  เรามุ่งหน้าสู่ยอดเขา  และแล้วป้ายบอกชื่อสถานที่ก็ทำให้ฉันต้องถามเจ้าภาพของเราอีกว่า 

           “One Tree Hill… ทำไมจึงเรียกเนินเขานี้ว่า เนินเขาแห่งต้นไม้เดียวดายนะ? ”

  

          ทุกสถานที่มีความเป็นมาและความเป็นไป  อาจเลือนหายไปจากการสืบสานเล่าขานในบางครั้ง  แต่ขุนเขาแห่งนี้มีเรื่องเล่าที่ไม่น้อยไปกว่าแห่งใดๆ

          Sir John Logan Cambell KT เป็นอดีตเจ้าของภูเขาแห่งนี้ ไม่อาจบอกได้แน่ชัดว่าท่านเซอร์ครอบครองสถานที่แห่งนี้มานานแค่ไหน แต่ในที่สุดท่านเซอร์ก็ได้ตัดสินใจยกสถานที่แห่งนี้ให้กับชาวเมืองโอ๊คแลนด์ ภายหลังได้มีการสร้างอนุสรณ์สถานแห่งนี้ไว้บนยอดเขา ในแผ่นจารึกที่ด้านหนึ่งของอนุสรณ์สถานมีเรื่องเล่าว่า... 

          “This monument was erected in accordance with

              the will of the late Sir John Logan Cambell KT

              who visualized and desired that a towering obelik

              should be erected on this site.

                   The summit of Mauncakiekie as a permanent

           Record of his admiration for the achievements

              And character of the great Maori people.” 

          ท่านเซอร์ต้องการสร้างอนุสรณ์สถานแห่งนี้เพื่อแสดงถึงความชื่นชมต่อชาวเมารีดั้งเดิมที่บุกบั่นดั้นด้นเดินเรือข้ามโลกมาจนเจอหมู่เกาะแห่งนี้  พร้อมกับการลงหลักปักฐานสร้างบ้านแปลงเมืองฝังรากฐานมาเนิ่นนาน 

ผ่านการต่อสู้กับความหนาวเหน็บ  ฝ่าความยากลำบากในการเอาชนะสภาพแวดล้อมที่อยากจะยอมแพ้แต่ท้อทอยไม่ได้  จนดินแดนแห่งนี้กลายเป็นประเทศที่แข็งแกร่งประเทศหนึ่งของโลกดังเช่นทุกวันนี้ 

ด้านหนึ่งของอนุสรณ์สถานมีตำนานของการเข้ามาที่นี่ของชาวเมารีและการเซ็นต์สัญญากับการเข้าครอบครองของอังกฤษไว้ให้เป็นจารึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวให้เราได้ทวนย้อนและศึกษา

           “The first known Muori to visit these shores was Kupe

              a Polynesian navigator in the year 925.

              The first settlement under TOI took place in 1150.

            The first organization emigration from Hawaiki

               took place in 1330.

               When the ancestors of the present Maori race

               Arrived at various points on the coasts in the

               Now historic canoes Tainui, Arawa, Mata-Atua,

                Aotea, Takitumu, Horouta, Tokomuru and others.

                   In 1840 the treaty of Waitangi was signed

                        Whereby the Maoris accepted the sovereignty

                   Of the British Crown and were thereby 

                   Secuped in all their rights and priviledges

                   As British subjects.”

 

เรื่องเล่าจากขุนเขาอีกเรื่องหนึ่งบอกให้เรารู้ว่า  ณ ที่ยอดเขาแห่งนี้เคยมีต้นสนใหญ่ต้นหนึ่งขึ้นเด่นเป็นสง่าอยู่มาเนิ่นนาน  ไม่มีใครบอกได้ว่าความเป็นมาของต้นไม้ต้นนี้เป็นมาอย่างไร  และทำไมจึงมีอยู่เพียงต้นเดียว 

แต่ถึงแม้จะยืนยงอยู่เคียงข้างอนุสรณ์สถานมานานหลายปีเต็มที  แต่ต้นไม้เดียวดายที่เคยแต่งแต้มสีสันให้อนุสรณ์สถานต้นนี้ก็มีอันต้องสูญสลาย  .. แต่ไม่ใช่ด้วยอายุขัยที่เสื่อมไปตามกาลเวลาหรอกนะ 

ไม๊ค์ เล่าว่า ต้นสนที่เคยอยู่เคียงคู่อนุสรณ์สถานมีอายุถึง 126 ปี แต่ผู้คนกลัวว่าพายุและลมแรงจะโค่นต้นไม้ชราต้นนี้ในไม่ช้า จึงมีการสั่งให้มีการตัดต้นไม้ต้นนี้ด้วยเลื่อยไฟฟ้าในวันที่ 26 คุลาคม ปี 2000 นี่เอง

จิตวิญญาณส่วนหนึ่งของสถานที่แห่งนี้ก็เลยสูญหายไปด้วย ตอนนี้เลยกลายเป็น No tree hill ไปเสียแล้ว

แกรมเพื่อนไมค์พูดว่า ป่านนี้ต้นไม้เดียวดายแห่งภูผาแห่งนี้คงกลายเป็นฟืนและถูกเผาเป็นขี้เถ้า และกลับคืนสู่อ้อมอกของพระแม่ธรณีไปเรียบร้อยแล้ว เฮ้อ... เศร้าจังเลย

 

ชื่อของภูเขาแห่งนี้ในภาษาเมารีคือ Muangakiekie สำหรับคำว่า kiekie (Freycinetti banksii) เป็นชื่อของต้นไม้เลื้อยชนีดหนึ่ง        

 

จากจุดสุดยอดของภูเขาแห่งนี้เปิดมุมมองให้เห็นวิวที่รื่นตาของโอ๊คแลนด์ได้รอบด้านแบบพาโนรามิกวิว 360 องศา  ดินแดนแห่ง 2 คาบสมุทรและท่าเรือ Manukau และ Waitemata ก็เห็นได้ชัดเจนจากมุมสูงจากที่นี่เช่นกัน 

แดดยามสายโลมไล้ที่ปลายฟ้าอีกด้าน สายลมเย็นมากระทบผิวกายยามเมื่อยามที่ฉันมองออกไปยังยอดคลื่นในมหาสมุทรที่แหวกออกเป็นสายสีขาวจากเรือเดินทะเลที่แทรกกายสู่สายน้ำ 

ความงามของแสงอาทิตย์ที่สะท้อนกับเกลียวคลื่นในเวลานี้ดูระยิบระยับ และความรู้สึกแสนพิเศษที่เห็นท้องฟ้า ภูเขาและสายน้ำมาบรรจบกันในสายตาอีกครั้ง

 

อีกฝากหนึ่งของภูเขาเห็นฝูงแกะตัวอ้วนขนฟูเดินอ้อยอิ่งและเล็มหญ้าสีเขียวสดอยู่ตามเชิงเขาท่าทางสบายใจ 

สีขาวของแกะตัดกับสีสวยสดของผืนหญ้านุ่ม  โดยมีป่าโปร่งเป็นฉากอยู่ด้านหลัง

สร้างความพอใจให้กับผู้ที่ต้องการภาพของน้องแกะไปเป็นที่ระลึก

 

แกะ เป็นเหมือนสัญญลักษณ์ของนิวซีแลนด์ ว่ากันว่าถ้าชาวกีวี่มีที่ว่างพอจะปลูกต้นไม้ได้เมื่อไหร่ เป็นจะต้องหาเรื่องเลี้ยงแกะเมื่อนั้น เราจึงเห็นน้องแกะเดินเพ่นพ่านอยู่ทั่วประเทศ

แกะในนิวซีแลนด์มีอยู่ 2 สายพันธุ์ ได้แก่แกะหน้าดำหรือแกะพันธุ์ขน และแกะหน้าขาวหรือแกะพันธุ์เนื้อ

 

ฉันมองเห็น สกาย ทาวเวอร์ (Sky Tower) ตั้งเด่นเป็นสง่าสูงเสียดฟ้าอยู่ไกลลิบๆออกไป  ดาวทาวน์ (Downtown) เหมือนเมืองตุ๊กตามากกว่าจะเป็นบ้านเมืองจริงๆ 

ฉันเดินไปตามทางเดินหินที่ทอดยาวอยู่รอบๆ  มาหยุดยืนอยู่หน้าแผ่นโลหะที่มีจารึกทองเหลืองพร้อมพวงหรีดโลหะหล่อหลอมเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่บอกช่วงเวลาของการมีชีวิตของท่านเซอร์  ความตั้งใจและปณิธานของท่านได้ถูกถักทอให้เป็นความจริงในวันนี้ 

ฉันทอดสายตาขึ้นไปยังยอดอนุสรณ์สถานมองภาพเบื้องหน้าอยู่เนิ่นนาน  ก่อนจะเคลื่อนกายออกไปสมทบกับหนุ่มและสาวที่สาละวนกับการเก็บภาพความทรงจำไว้ในเม็มโมรี่สติ้ก (Memory Stick) ของกล้องดิจิตอล 

ภาพชีวิตของเมืองรื่นไหลไปตามวิถีแห่งชีวิตที่ดั้นด้นเดินไปตามวิถีที่แต่ละคนเลือก  และหล่อหลอมวันเวลาให้เป็นหนึ่งเดียวกับจิตวิญญาณของแต่ละคน

 

เราขับรถตามทางแคบๆอีกด้านหนึ่งของภูเขาเพื่อตัดลงไปที่ คอร์นวอนพาร์ค (cornwall Park) ซึ่งเป็นส่วนต่อจากที่ที่เราพึ่งจะจากมา 

แกะฝูงเล็กๆฝูงหนึ่งพากันมาหลบพักผ่อนใต้ต้นไม้เกือบถึงเชิงเขา  หน้าตาของมันจิ้มลิ้มดูเป็นมิตร เราจึงจอดรถเพื่อแวะเข้าไปทักทายสัตว์สีขาวขนฟูน่ารักชนิดนี้  แต่ดูเหมือนมันจะไม่สนใจมนุษย์หน้าตาประหลาดอย่างพวกเรา 

จะว่าไปเจ้าแกะพวกนี้ก็หยิ่งไม่น้อย  ไม่ไยดีที่เราพยายามจะสื่อสารเรียกให้เข้ามาใกล้ๆหรือล่อหลอกด้วยผลไม้ที่นำติดตัวมาจากโรงแรม มันก็ทำเฉยเสียอย่างนั้นแหละ มันอาจจะกำลังคิดว่าแผ่นดินนี้เป็นของข้า (ด้วยมีจำนวนมากกว่ามนุษย์หลายเท่านักที่นี่)  มนุษย์อย่างพวกเจ้าเจ้าอย่าได้เข้ามาวุ่นวาย

 ตลอดทางของการขับรถลงมาตามไหล่เขา  เราผ่านต้นสนและต้นไม้ขนาดใหญ่ชนิดอื่นที่ขึ้นเรียงรายอยู่โดยรอบ  ฉันรักต้นสนมาก  โดยพาะอย่างยิ่ง เรดวู้ด (Red Wood)  ด้วยหลงไหลฟอร์มที่สวยงามของต้นไม้ชนิดนี้เป็นพิเศษ 

เคยคิดภาวนาอยากจะให้สนชนิดนี้มีในเมืองไทยบ้าง  แล้วจะปลูกบ้านหลังน้อยชั้นเดียวสีขาวให้ชื่อว่า Casa Musica .. บ้านแห่งเสียงดนตรี อยู่ใต้ต้นสนเรดวู้ด 

 

ในคาลิฟอเนียร์เป็นบ้านของต้นไม้ชนิดนี้ทีเดียว 

ฉันเคยมีโอกาสไปเยี่ยมเยือนเรดวู้ดฟลอเรส (Red Wood Forest) ที่ซานฟรานซิสโกมาแล้ว  ทุกก้าวย่างรายล้อมไปด้วยสนชนิดนี้  ที่บางต้นมีอายุนับร้อยปีขนาดใหญ่โตที่แม้แต่ 3 คนยังโอบกอดไม่รอบ 

จิตสำนึกในการรักษาธรรมชาติให้คงอยู่คู่กับสังคมดูจะหนักแน่นในสังคมที่คนส่วนใหญ่มีการศึกษาสูง 

บ้านเมืองเราเองยังต้องเรียนรู้อีกนานแม้จะมีกลุ่มอนุรักษ์พยายามที่จะให้ความรู้และปลุกจิตสำนึกให้ผู้คนหันมารักธรรมชาติและบำรุงรักษาเอาไว้  เพื่อไม่ให้ป่าไม้และสัตว์ป่าเป็นแค่ตำนานที่เล่าขานในรุ่นลูกรุ่นหลานของเรา

 

ที่ คอร์นวอนพาร์คแห่งนี้  ในช่วงปลายปีจะมีต้นไม้ที่คนพื้นเมืองเรียกว่า นิวซีแลนด์คริสมาสต์ทรี (New Zealand Christmas Tree) ออกดอกอวดโฉมสีแดงสดสะพรั่งไปทั้งพาร์คตัดกับสีเขียวสดของใบสนและต้นไม้อื่น 

บางส่วนของเส้นทางที่เราขับรถผ่านมีแปลงดอกไม้อยู่ข้างทางเป็นระยะๆ 

แม้ว่าดินแดนกีวีในช่วงเวลาที่เรามาเยือนนี้จะยังอยู่ในช่วงปลายหนาวและไม่มีดอกไม้บานสะพรั่งเหมือนที่เห็นได้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อน แต่ดอกแดฟโฟดิลเจิดจ้า เหลืองอร่าม ข้างทางออกดอกชูช่อแข็งแกร่งท้าทายลมเย็น แต้มเติมสีสันของวันดอกไม้บาน ปานประหนึ่งสาวน้อยแรกแย้มที่พึ่งผ่านพ้นวัยเด็กเมื่อวันวาน  แดฟโฟดิลเหมือนจะแย้มกลีบบอกเป็นนัยๆว่าฤดูใบไม้ผลิกำลังย่างก้าวใกล้เข้ามาแล้ว

 

คุณย่าเข็นรถที่มีเด็กทารกแก้มแดงสวนทางผ่านไป  ความสุขในวัยสูงอายุจะมีอะไรที่เลอค่ามากกว่าการได้อยู่ใกล้ลูกหลานที่เป็นหน่อเนื้อเชื้อไข 

ผู้คนชายหญิงหลายวัยกำลังวิ่งเหยาะๆออกกำลังไปตามถนนที่ทอดยาวลัดเลาะไปตามเชิงเขา  ในขณะที่นักปั่นจักรยานกำลังขมักเขม้นกับการขับเคลื่อนยานสองล้อไปข้างหน้า 

คณะทัศนาจรจอดรถบัสคันโตเป็นระยะๆเพื่อลงไปชื่นชมกับความงามของธรรมชาติที่แตกต่างไปจากสิ่งที่เห็นจนเจนตาที่บ้านเกิด  หรือแม้แต่แค่ลงไปย่ำสัมผัสพื้นหญ้าที่อ่อนนุ่มราวกันพรมทอมือผืนหนา 

ฉันเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบเดินเท้าเปล่าเพื่อดูดซับความอ่อนโยนของหญ้าและผืนดิน  กลิ่นพิเศษเฉพาะตัวของดินและหญ้าหอมเชิญชวนให้ฉันเข้าไปสัมผัสได้เสมอ  ด้วยเป็นเด็กบ้านนอกมาตั้งแต่ดั้งเดิมและมีบ้านใกล้แม่น้ำ  ฉันจึงมักโหยหาธรรมชาติที่มักจะขาดแคลนในเมืองหลวงที่ฉันเลือกเข้ามาทำงานและใช้ชีวิตส่วนใหญ่

 

เชิงเขาใกล้ทางออกจาก คอร์นวอนพาร์ค  เป็นที่ตั้งของร้านกาแฟแสนสวยแบบที่เราเห็นในหนัง

ที่ ไมค์บอกว่าเขาและภรรยามักจะมาใช้เวลาช่วงเช้าจิบกาแฟแสนหอมในวันหยุดเป็นประจำ 

นึกอิจฉาผู้คนที่นี่ที่มีธรรมชาติที่สวยงามอยู่แค่เอื้อม 

แต่ไม้ค์บอกว่า  มันน่าเศร้าที่ทุกหนแห่งผู้คนมักจะไม่รู้ซึ้งถึงคุณค่าในสิ่งที่ตนมีและไม่ชื่นชมกับสิ่งที่ธรรมชาติให้มา  มองข้ามความสำคัญจนบางครั้งสายเกินแก้  คนนิวซีแลนด์ก็เช่นกัน 

 

นิวซีแลนด์มีธรรมชาติเป็นของขวัญ  การท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญที่ทำเงินมหาสารให้กับเศรษฐกิจของชาติในแต่ละปี  การส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนจึงมีความสำคัญ 

 ดินแดนแห่งนี้เป็นที่ชุมนุมของนักท่องเที่ยวที่รักกิจกรรมกลางแจ้งและธรรมชาติ  การท่องเที่ยวของนิวซีแลนด์ส่งเสริมให้ผู้คนเข้ามาท่องเที่ยว  แต่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การชักชวนผู้คนให้มาเท่านั้น 

ปัจจัยที่ต้องถือว่ามีความสำคัญในการสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนซึ่งแน่นอนคือชาวต่างชาติ  คือการที่นักท่องเที่ยวได้ข้อมูลที่เพียงพอและหาง่ายด้วยแผ่นพับที่มีอยู่ทั่วไปและเหลือเฟือ  ในขณะที่ได้รับความสะดวกสบายจากบุคคลากรท้องถิ่นที่ทำตัวเป็นเจ้าภาพที่ดี  ความประทับใจที่งดงามที่ผู้มาเยือนพร้อมที่จะบอกต่อ

 

Haera Ra, E Noho Ra …. ลาก่อนนิวซีแลนด์ 

ฉันเชื่อว่า การเดินทางแต่ละครั้งของเราแต่ละคนได้ให้อะไรมากมายนอกเหนือไปจากการพักผ่อน 

สำหรับฉัน แม้จะเหนื่อยกาย แต่หัวใจเต็มปี่ยมไปด่วยความสุขกับทุกสิ่งที่ได้พบเจอในรายทาง ถึงแม้ว่าเวลาจะน้อยนิดในการมาเยือนนิวซีแลนด์ในครั้งนี้  แต่เราก็ทำให้ทุกชั่วโมง ทุกนาที ที่มีอยู่ค้มค่าและน่าจดจำที่สุด 

 

น้องปอ ไกค์และเพื่อนที่น่ารักที่สุดของเราขับรถมาส่งที่สนามบิน 

เรานั่งรถผ่านกลุ่มบ้านเรือนหลังกระทัดรัดสีสะอาดตา  ผ่านฟาร์มพืชผักและปศุสัตว์  ทำให้มีโอกาสเห็นทุ่งหญ้าสีเขียวสุดลูกหูลูกตา ท่ามกลางฟ้าสีจัดจ้าน ตามรายทางที่รถผ่าน 

เมื่อเข้าใกล้เขตสนามบิน ฉันมองเห็นป้าย  Haera Ra, E Noho Ra อยู่ที่ข้างทาง ภาพของผู้คนและสถานที่ที่เราได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยือน ผ่านเข้ามาในสมองเป็นฉากๆ

ภาพของผู้คนธรรมดาๆที่เป็นมิตรและอบอุ่น พร้อมความสะอาดสะอ้านของบ้านเมือง และกลุ่มดาวกางเขนใต้ (Southern Cross) บนธงชาติของนิวซีแลนด์ ดูจะแจ่มชัดมากที่สุดในความทรงจำ วิวทิวทัศน์ที่สวยงามโดดเด่นยากที่จะลืมเลีอนจากหัวใจ

 

ในภวังค์แห่งความรู้สึก ฉันสัมผัสได้ถึงความเงียบเหงาในหัวใจ และใจหายเมื่อถึงเวลาที่ต้องบอกลา Haera Ra, E Noho Ra …. Till we come back again…..

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 19/05/2018 เวลา : 14.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

เขียนซีรีย์ เที่ยว New Zealand มา 33 ตอน ...
...วันนี้เป็นตอนสุดท้ายของซีรีย์นี้แล้วนะคะ
ซีรีย์ต่อไป คงออกมาเร็วๆนี้ค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน