*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2206
  • จำนวนผู้ชม : 6118609
  • จำนวนผู้โหวต : 11190
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11190 คน
<< สิงหาคม 2018 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 7 สิงหาคม 2561
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 983 , 08:52:52 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สำรวจฟ้า โหวตเรื่องนี้

Summer Iceland 2018 .. ย่ำไปในดินแดนแห่งน้ำแข็งและเปลวไฟ


.. “ไอซ์แลนด์ .. หากไม่ไปดูแสงเหนือในช่วงหน้าหนาว แล้วจะไปดูอะไรในหน้าร้อน?” .. คำถามจากคนที่คุ้นเคยเมื่อพวกเขารู้ว่าฉันจะเดินทางไปไอซ์แลนด์ในช่วงเวลาที่เป็นหน้าร้อนของที่นั่น

ฉันไม่ค่อยจะแปลกใจที่ได้รับคำถามแบบนี้ ..

ด้วยเหตุที่ว่า เมื่อพูดถึงการไปท่องเที่ยวในไอซ์แลนด์ ผู้คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงการออกล่าความระยิบระยับของแสงเหนือท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ อุณหภูมิติดลบไปหลายสิบองศา

 

หน้าร้อนในไอซ์แลนด์ อยู่ในช่วงราวเดือน มิถนายน – กรกฎาคม .. เป็นช่วงที่ไม่มีแสงเหนือให้คลั่งไคล้

แต่มีกิจกรรมมากมาย ให้คุณได้ออกไปค้นหา

ไอซืแลนด์หน้าร้อน เปี่ยมเสน่ห์ของธรรมชาติดิบๆ แบบ …

การไปลั่ลล้า โพสท่าสวยๆในทุ่งดอกลูปิน แบบไม่บันยะ บันยัง ..

กรี๊ดจนสุดเสียงกับความน่ารักของ นกพัฟฟิน

.. น้ำตกที่สวยจนคุณต้องร้อง ว๊าวววว ยาวๆ …

รวมถึงความหลุดโลกของทุ่งลาวาที่มีมอสสีเขียวๆปกคลุม และเวิ้งว้าง

จนดูเหมือนคุณอยู่ในโลกของมนุษย์ต่างดาว

… ที่สำคัญและน่าทึ่งสุดๆ คือ ความเขียวจัด

เหมือนใครไปสะบัดพู่กันหรือทำถังสีเขียวของมอส หกรดทุกพื้นที่ของไอซ์แลนด์ในหน้าร้อน

เป็นความมหัศจรรย์ที่แตกต่างกว่าทุกพื้นที่ของโลก ... ที่รอให้คุณไปสัมผัส

 

… Last but not least .. ในหน้าร้อน พระอาทิตย์ที่อัสดงราวสองยาม และพระอาทิตย์ขึ้นในเวลาที่ไม่ห่างกันนัก

ทำให้คุณจะไม่เห็นความมืดเข้ามาครอบคลุมไอซ์แลนด์เลยตลอดช่วงเวลาหน้าร้อน

ทั้งประเทศคึกคักมาก และถนนทุกสายรอบเกาะสุดขอบฟ้าแห่งนี้เปิดหมด …

นักท่องเที่ยวสายโหดที่ไม่สนใจเรื่องเวลา ...สามารถทำกิจกรรมท่องเที่ยวทางธรรมชาติได้ทุกชนิด (ยกเว้นการออกล่าแสงเหนือ) เข้าถึงพื้นที่ที่ห่างไกลได้ … จึงเป็นสวรรค์ของนักถ่ายภาพประเภทถึกๆค่ะ

 

Iceland .. Land of Fire and Ice

ไอซ์แลนด์ (Iceland) เป็นประเทศนอร์ดิกที่อยู่ในยุโรปเหนือ ตั้งอยู่บนเกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ระหว่างประเทศกรีนแลนด์ นอร์เวย์ และสหราชอาณาจักร โดยมีเมืองหลวงชื่อ เรคยาวิก (Reykjavik) มีประชากรราวสามแสนคนเศษ

ไอซ์แลนด์มีพื้นที่ของประเทศราว 102,775 ตารางกิโลเมตร เป็นประเทศที่มีการพัฒนาสูงที่สุดในโลก โดยมีอุตสาหกรรมการประมงเป็นอุตสาหกรรมหลัก และในปี 2557 ได้รับการจัดให้เป็นประเทศที่สงบสุขที่สุดในโลกด้วย

 ไอซ์แลนด์เป็นประเทศสมาชิกของนาโต แต่ไม่มีกองทัพของตนเอง และไม่เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป … ภาษาไอริช เป็นภาษาหลัก และมีต้นแซมร๊อค (Shamrock) เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ประจำชาติ มีดอกดายาสขาว (Days Octopetala) เป็นดอกไม้ประจำชาติ

เวลาที่ไอซ์แลนด์ต่างจากประเทศไทย 7 ชั่วโมง … เป็นประเทศที่มีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่รอให้เราปรับตัว อาจจะมีฝนตก แดดออก พายุ ลมหนาว และอื่นๆภายในเวลาชั่วโมงเดียวกัน จนกลายเป็นเรื่องโจ๊กที่พูดติดปากคนไอซ์แลนด์ว่า If you don’t like the weather, wait fir 5 minutes หากคุณไม่ชอบอากาศตอนนี้ ไม่เป็นไร รออักสัก 5 นาทีนะ

Land of Ice and Fire … ทำไมถึงเรียกดินแดนไอซ์แลนด์ว่า ดินแดนแห่งน้ำแข็งและเปลวไฟ?

ไอซ์แลนด์ เป็นส่วนหนึ่งของสันเขาใต้ทะเลที่เป็นผลมาจาการที่ลาวาแข็งตัว ของ Mid Atlantic Ridge ที่ทอดเป็นแนวกลางมหาสมุทะแอตแลนคิกยาวจากเหนือจรดใต้นับหมื่นกิโลเมตร

มีส่วนที่โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาเป็นทางตอนเหนือของมหาสมุทะแอตแลนติก กลายเป็นเกาะไอซ์แลนด์ เมื่อหลายสิบล้านปีที่แล้ว

ไอซ์แลนด์จึงแตกต่างจากเกาะส่วนใหญ่ในโลกที่เกิดจากการแตกตัวของแผ่นดินออกจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีป …

… ไอซ์แลนด์ตั้งอยู่ในรอยต่อของพื้นโลกที่กำลังแยกออกจากกัน มีรอยแยกของเปลือกโลกและสันเขาใต้ทะเลที่มีลาวาไหลออกมาตลอดเวลา มีภูเขา และภูเขาไฟที่เกิดจากลาวาทั้งสิ้นเป็นจำนวนมาก ทั้งสูงมากๆ และไม่สูงนัก มีการระเบิดหรือประทุอยู่เนืองๆ ทุกๆ 3-5 ปี .. ทั้งที่เป็นการระเบิดเบาๆ และรุนแรงขนาดทำให้เกิดผลกระทบต่อการบินทั้งทวีปบุฌโรปก็เคยมีมาแล้ว

… ไอซ์แลนด์ตั้งอยู่ในเขตธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดของโลก ณ ละติจูด 63-66 องศาเหนือ อยู่ใกล้ขั้วโลก และใกล้ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก พื้นที่จึงมีน้ำแข็ง และธารน้ำแข็งจำนวนมาก

ดินแดนแห่งนี้จึงเป็น ดินแดนแห่งไฟ และน้ำแข็ง ที่ไม่มีแผ่นดินอื่นนโลกเสมอเหมือน

 



การเตรียมตัวในการเที่ยวแบบ Road Trip

หากคุณไม่ได้ไปเที่ยวกับบริษัททัวร์ที่มีการจัดการทุกอย่างให้ล่วงหน้า และต้องการที่จะเที่ยวแบบขับรถไปกันเอง มีสิ่งที่คุณต้องรู้และเตรียมการณ์อยู่หลายอย่างที่สำคัญคือ

  1. การเช่ารถ .. ขนส่งสาธารณะในไอซ์แลนด์มีน้อยมาก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะเช่ารถในการเดินทางไปในที่ต่างๆ

    ขอแนะนำให้เช่ารถล่วงหน้าก่อนการเดินทางนานๆ เพื่อให้ได้รถที่มีขนาดตามที่ต้องการ และพอเหมาะกับจำนวนคน รวมถึงสามารถขนสัมภาระได้หมด เมื่อใกล้วันเดินทางจริงควรต้องทำการคอนเฟริมกับบริษัทที่ให้เช่ารถให้ดี

    การทำประกันรถเป็นเรื่องจำเป็นเพราะสภาพถนนอาจจะมีบางช่วงที่เราต้องการลุยเข้าไปชมสถานที่บางแห่งที่อยู่ห่างไกลและสภาพของถนนเป็นทางลูกรัง มีกองหินตามธรรมชาติกระจายเต็มพื้นที่ อีกทั้งลมแรง … นี่ยังไม่รวมถึงในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะเป็นอุปสรรคและความท้าทายในการขับขี่ … หากเกิดอุบัติเหตุทำให้รถเสียหายจะได้ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนโตมากเป็นค่าซ่อม

    อ้อ … เลือกรถที่มีระบบ GPS และ Cruise Control ติดตั้งในรถไว้แลเว ก็จะช่วยให้การเดินทางง่ายขึ้น

  2. ที่พัก … ที่พักในไอซ์แลนด์มีจำนวนไม่มาก หน้าร้อนของไอซ์แลนด์ เป็นช่วงเวลาที่เรียกว่า High Season ที่พักดีๆที่ตรงกับความต้องการของเรา ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม อพาร์ทเม้นท์ เกสต์เฮ้าส์ฯ อาจจะหาได้ยากและราคาแพงมาก จึงควรจะจองล่วงหน้านานมากๆ เพื่อการันตีว่าเราจะมีที่พักหลับนอนในโลเคชั่นที่สะดวกในการท่องเที่ยวตามความต้องการ รวมถึงราคาก็จะไม่แพงหูฉี่ด้วยค่ะ

  3. น้ำหนักกระเป๋าเดินทาง … การเดินทางจากยุโรปเข้าสู่ไอซ์แลนด์ต้องใช้บริการของสายการบิน WOW ซึ่งอนุญาติให้นำสัมภาระที่มีน้ำหนักรวม 20 กิโลกรัมเข้าไปโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม หากคุณมีสิ่งของติดตัวที่มีน้ำหนักมากกว่านี้ เช่นการนำอาหารสำเร็จรูปเข้าไป แนะนำให้ซื้อน้ำหนักเพิ่มล่วงหน้า ซึ่งจะต้องเพิ่มครั้งละ 20 กิโลกรัม ราคาไม่แพงมากและคุ้มกับการประหยัดค่าอาหารที่แพงมากในไอซ์แลนด์

    … อย่างไรก็ตาม น้ำหนักทั้งหมดที่จะโหลดขึ้นเครื่องจะต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดของสายการบินที่จะใช้ออกจากประเทศไทยที่ส่วนใหญ่จะอนุญาติให้โหลดได้ไม่เกิน 30 กิโลกรัม

  4. การแลกเงิน .. คุณสามารถใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตอย่างสะดวกสบายในทุกสถานที่ในไอซ์แลนด์ การถือเงินสดจึงไม่มีความจำเป็นมากนัก อาจจะแลกไว้แค่เล็กน้อยก็พอ จะได้ไม่ต้องเป็นภาระในการคิดว่าจะต้องซื้ออะไรกลับ เพื่อกำจัดเงินที่แลกมาให้หมด (เหมือนพวกเรา อิอิ)

  5. การเติมน้ำมันรถ … เป็นแบบ Self Service เมื่อเติมเสร็จ จะไปจ่ายเงินในมินิมาร์ทของปั้ม ซึ่งอาจจะต้องมี Pin ซึ่งแตกต่างจากระบบบัตรเครดิตในบ้านเรา แต่คุณสามารถซื้อบัตรเติมน้ำมันแบบ Prepaid เพื่อใช้ที่เครื่องจ่ายน้ำมันได้เลย

  6. อาหารระหว่างการเดินทาง … ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่โต มีสถานที่ท่องเที่ยวในหน้าร้อนเยอะมากๆ แต่เนื่องจากมีประชากรแค่สามแสนคน แต่ละเมืองจึงอยู่ห่างกันนับร้อยกิโลเมตร การขับรถเพื่อหาสถานที่รับประทานอาหารอาจจะไม่ค่อยสะดวกและใช้เวลานานมากทำให้เสียเวลา เสียโอกาสในการท่องเที่ยว

    แนะนำให้เตรียมหม้อหุงช้าวขนาดเล็กไปด้วย 2-3 ใบต่อคณะ ซึ่งจะเป็นอุปกรณ์ในการเตรียมอาหารสารพัดประโยชน์

    ควรเตรียมอาหารไปรับประทานระหว่างการเดินทางเอง ซึ่งอาจจะซื้อหาอาหารสำเร็จรูปเตรียมไปจากเมืองไทยส่วนหนึ่ง และซื้อจากซุปเปอร็มาร์เก็ตท้องถิ่นในบางเมืองที่เราผ่านส่วนหนึ่ง (ไม่มีทุกเมือง) เช่นที่เมือง Rekyavik / Akureyri / Sellfoss / Djuplvogur / … หากเจอก็เลือกซื้อตุนไว้เลย เช่นผักสด ผลไม้ ขนมปัง เนื้อสัตว์ในมื้อที่สามารถปรุงอาหารได้

    นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะพักอพาร์ทเม้นท์ ซึ่งมีครัวให้เตรียมอาหารได้ หากพักที่โรงแรมก็สามารถหุงได้ แต่อาจจะต้องหลบไปหุงในห้องน้ำ

    น้ำก๊อก … ดื่มได้อย่างสบายใจทุกแห่ง หลายคนบอกว่าเป็นน้ำแร่ธรรมชาติ ที่ในบ้านเราต้องซื้อหามาด้วนราคาแพงพอดู

  7. เหล้า เบียร์ เครื่องดื่มอัลกอร์ฮอลล์ .. ไม่ได้มีขายทุกร้านในมินิมาร์ท ต้องไปหาซื้อที่ร้านที่ขายสินค้าพวกนี้โดยเฉพาะ ชื่อ Vindubin … เบียร์ยี่ห้อ Viking รสชาติดี

  8. ห้องน้ำ … มีบริการฟรีในมินิมาร์ทของปั้มน้ำมัน โดยที่ไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้า แต่เขาจะมีกาแฟ ขนม และสินค้าจุกจิกขาย

    ห้องน้ำในสถานที่อื่นๆ ส่วนใหญ่จะต้องจ่ายราว 2 ยูโร หากไม่ใช่ลูกค้าของร้าน

  9. Sim Card .. ใช้ซิมของไอซืแลนด์ก็ง่ายดีค่ะ อาจจะหาซื้อจากบนเครื่องบิน หรือที่ร้านในสนามบินก็ได้ ราคาไม่แพงมากและสัญญานแจ๋ว … แต่ความจริงหากไม่ซีเรียสในการรับส่งข่าวสารแบบ real time ในที่พักทุกแห่งจะมี wifi ให้ใช้ฟรี และสัญญานดีใช้ได้คะ

  10. เสื้อผ้า … แม้หน้าร้อนของไอซ์แลนด์อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ราวๆ 15-20 องศาเซลเซียส แต่เมื่อขึ้นไปทางตอนเหนือ อากาศจะยังคงหนาวเย็น และที่สำคัญจะมีฝนตกและลมแรงด้วย เสื้อผ้าที่ควรเตรียมไป นอกจากจะเป็นเสื้อกันหนาวที่ไม่หนามาก ควรจะต้องมีเสื้อกันหนาว กันลม กันน้ำที่น้ำหนักเบาติดไปด้วย ซึ่งสำคัญมากในพื้นที่ที่อากาศแปรปรวน รับรองว่าได้ใช้แน่อนค่ะ

 

The Journey

เราเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิโดยใช้บริการของสายกานบิน Emirates ซึ่งเราจองเที่ยวบินล่วงหน้าไว้นานในช่วงที่มี Promotion จึงได้ราคาที่ดี

สายการบิน Emirates มีฝูงบินขนาดใหญ่ มีเครื่องบินทันสมัย ที่นั่งสบายพอสมควรสำหรับตั๋ว Economy Class ที่เราชอบมากคือ มีรายการบันเทิงให้เลือกเพียบ โดยเฉพาะภาพยนตร์ … ฉันชอบดูหนังเก่า และเป็นแฟนตัวยงของ Audrey Hepburn การเดินทางไป-กลับครั้งนี้จึงได้ชมภาพยนตร์ที่เธอแสดงหลายเรื่อง ไล่ไปตั้งแต่ Roman Holiday .. Breakfast in Tiffany .. Funny Face .. Sabrina ..How to steal a million ที่ไม่น่าเชื่อคือมีหนังไทยให้ชมด้วยค่ะ ..เลิศมาก

เราใช้เวลาอยู่ในเครื่องบินราว 6 ชั่วโมงเศษ เครื่องมาจอดครั้งแรกที่สนามบินที่ดูไบ ซึ่งเป็นสนามบินที่ใหญ่และทันสมัยมาก เพื่อนๆร่วมทริปชองลิฟท์ที่กว้างขวางที่มีให้บริการกันยกใหญ่เชียวค่ะ … แต่สิ่งที่ทำให้หงุดหงิดเล็กน้อย คือ แม้จะเป็นการลงเพื่อเปลี่ยนเครื่องไปยังจุดหมายต่อไป แต่สนามบินแห่งนี้ยังต้องให้ผู้โดยสารผ่านการตรวจสแกนสิ่งของที่นำติดตัวมาด้วยอีกรอบ … ไม่คอยเข้าใจวิธีคิดเหมือนกัน สำหรับเราที่เป็นผู้โดยสารที่เพิ่งจะลงจากเครื่องบินของ Emirates และยังไม่ได้ออกจากเขตสามบินเลย ทำไมต้องตรวจสแกนอีก … ไม่เข้าใจเลย

สนามบินที่ดูไบมีพื้นที่กว้างขวางมาก ผู้โดสารผ่านเพื่อต่อเครื่อง อาจจะต้องดูว่าเที่ยวบินของเราออกที่ประตูไหนอีกครั้ง หรือหากดูมาจากข้อมูลที่มีบอกในจอทีวีมาแล้ว ก็สามารถเดินไปที่ประตูทางออกได้เลย

ระหว่างทาง มีสินค้าปลอดภาษีมากมายให้ชม ให้ช้อป ตั้งแต่ขนมทานเล่น ทานจริงจัง เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ ไปจนถึงทองคำ … แต่สามารถรอมาซื้อตอนขากลับก็ได้ จะได้ไม่ต้องหอบหิ้วให้เปลืองน้ำหนัก

ในระหว่างทาง มีการแจกไอศครีมรสชาติแปลกๆให้ชิมฟีด้วยค่ะ เช่น กาแฟผสมอินทผารัม … จะรออะไร ก็ไปเข้าแถวรับมาหม่ำสิคะ .. อร่อยมว๊ากกกก

หลังจากเดินรอ นั่งรออยู่ที่สนามบินราว 3 ชั่โมง … ก็มีเสียงประกาศให้เราเริ่ม Boarding ได้ เพื่อต่อเครื่องมุ่งไปยังจุดหมายต่อไป คือ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งจะใช้เวลาในช่วงที่สองราว 6 ชั่วโมงเศษเช่นกัน

เมื่อถึงสนามบินที่กรุงโคเปนเฮเกน จะมีการตรวจประทับตราวีซ่ากันที่นี่ โดยครอบคลุมครั้งเดียวไปจนถึงการเข้าเมืองที่ไอซ์แลนด์เลย

เราต้องต่อเครื่องบินอีกครั้งเพื่อไปที่ๆไอซ์แลนด์ด้วยสายการบิน WOW ซึ่งเป็นสายการบินโลว์คอส แต่มีเมี่ยวบินทั่วยุโรปในการรับผู้โดยสารต่อมังไอซ์แลนด์ … ดูเหมือนว่าสายการบิน WOW จะไม่มีเคาร์เตอร์ประจำเป็นของตนเอง ผู้โดยสารจะต้องคอยดูที่จอเพื่อหาว่าจะต้องไปเช๊คอินที่เคาร์เตอร์ไหน … การประกาศจะทำล่วงหน้าราวไม่เกินหนึ่งชั่วโมง

น้ำหนักของกระเป๋าที่จะโหลดต้องไม่เกิน 20 กิโลกรัม หากไม่ได้ซื้อน้ำหนักเพิ่มมาล่วงหน้า ก็ต้องจ่ายแพงมาก แต่เราเตรียมการณ์มาก่อน จึงไม่มีปัญหาในเรื่องนี้

จำนวนกะเป๋าที่อนุญาติให้ถือขึ้นเครื่องได้ อนุญาติแค่ 1 ใบ และเนื่องจากไม่เป็น Low Cost Airlines จึงไม่มีบริการอาหารและเครื่องดื่มฟรีบนเครื่องค่ะ แต่คุณสามารถซื้อหาได้บนเรื่อง รวมถึง Sim Card ด้วย

ที่สนามบินกรุงโคเปนเฮเกน เรามีเวลาเหลือเฟื้อหลายชั่วโมง จึงใช้เวลาในการเดินดูสินค้าปลอดภาษีที่มีมากมายหลายโซน … สินค้าส่วนใหญ่นอกจากสินค้าแบรนด์เนมดังๆแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสินค้าประเภทของใช้และตกแต่งบ้าน ที่ผลิตในท้องถิ่น ซึ่งการออกแบบเก๋ไก๋มากทีเดียว แต่ราคาเป็นเงินไทย ทำให้ทำใจได้ลำบากหน่อย

เพื่อนร่วมทริปของเราคนหนึ่ง ซื้อรองเท้า Ecco ซึ่งเป็นรองเท้าคุณภาพดี ใส่สบาย … ช่วงที่เราไปกำลังมีการลดราคา 30-60% .. เธอซื้อรองเท้ารัดส้นมา 1 คู่ และจ่ายเป็นเงินยูโร

“Are you a tourist that subjected to tax refund?” .. คนขายถาม ซึ่งฉันก็ไม่เข้าในเหมือนกันว่าถามทำไม เพราะร้านค้าในนี้น่าจะเป็นร้านค้าปลอดภาษีทั้งนั้น แต่เราก็ตอบไปว่า “ใช่ๆๆๆ เราเป็นนักท่องเที่ยว”

“We can deduct the payment around 20% and you don’t have to claim the tax refund” คนขายบอกเรา … การลดแล้ว ลดอีก รวมค่าภาษีทำให้ราคาที่ต้องจ่ายลดลงมาก เหลือเป็นราคาน้อยกว่าครึ่งหนึ่งที่เราต้องจ่ายเมื่อซื้อรองเท้ายี่ห้อนี้ในเมืองไทย

เรื่องภาษี … เพื่อนๆเดาเอาว่า อาจจะเป็นเพราะราคาไม่ได้ปลอดภาษี  ด้วยเหตุที่อาจจะมีคนท้องถิ่นนั่งเรือบินไปเที่ยวไอซ์แลนด์ก็เป็นได้

… เรามีเวลาบิน 3 ชั่วโมงเศษจากกรุงโตเปนเฮเกน เพื่อมายังไอซ์แลนด์  … ขณะที่อยู่ในเครื่องเหนือท้องทะเลเดนมาร์ก มองเห็นกังหันลมที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าตั้งเรียงรายอยู่ในทะเล น่าทึ่งในการพยายามใช้ทรัพยากรที่เป็นของขวัญจากธรรมชาติมาสร้างประโยชน์สำหรับมวลมนุษยชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ … ใครบางคนบอกว่า เดนมาร์กเป็นประเทศที่ผลิตไฟฟ้าจากกระแสลมมากที่สุดในโลกด้วยค่ะ

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 08/08/2018 เวลา : 18.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ดินแดนมหัศจรรย์จริงๆ สวยงามจนหลุดโลก

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Supawan วันที่ : 07/08/2018 เวลา : 12.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ยังมีปัญหาต่อเนื่อง กับโปรแกรม Internet Explorur ค่ะ .. โหลดรูปประกอบบทความไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 07/08/2018 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ

ตอนนี้มีปัญหาเรื่องโปรแกรม Exploror ค่ะ ทำให้ยังไม่สามารถโพสได้สมบูรณืนะคะ ... โปรดรอสักครู่ค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน