*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2206
  • จำนวนผู้ชม : 6118632
  • จำนวนผู้โหวต : 11190
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11190 คน
<< สิงหาคม 2018 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 13 สิงหาคม 2561
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 657 , 17:06:51 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


Summer Iceland 2018 (6) .. ชมน้ำพุร้อน น้ำตก Gullfoss และทะเลสาบปากปล่องภูไฟ


The Golden Circle

ในการเดินทางมาชมความหัศจรรย์ของไอซ์แลนด์ที่มีความหลากหลาย ทุกคนมักจะไม่พลาดการเดินทางเส้นทางวงกลมทองคำ ที่รู้จักกันในชื่อ The Golden Circle

ซึ่งหมายถึงการไปเที่ยวชมรอยแยกของเปลือกโลก น้ำพุร้อนจากใต้ดิน น้ำตกทองคำ และทะเลสาบในปากปล่องภูเขาไฟในคราวเดียวกัน

 

น้ำพุร้อน Strokkur Geysir

ไอซ์แลนด์ เป็นประเทศที่มีแหล่งความร้อนใต้ภิภพแบบ Geo Thermal มากที่สุดในโลก

ทั้งแบบที่ร้อนมากๆ และร้อนพอทน ที่มีการนำมาใช้ประโยชน์ในการทำเป็นสระว่ายน้ำ หรืออาบน้ำแร่ รวมๆกันทั้งสองแบบราวเกือบหนึ่งพันแห่ง

น้ำพุร้อนเกย์ซีร์ (Geysir) ที่หุบเขา Haukadalur ตั้งอยู่ริมถนน มองเห็นควันพวยพุ่งมาได้แต่ไกล

อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์เป็นบ่อน้ำร้อนจริงจัง ลงไปอาบแช่ไม่ได้ค่ะ

ฝั่งตรงข้ามเป็นที่ตั้งของร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกต่างๆ ภายในมีห้องน้ำสะอาดสามารถเข้าไปใช้บริการได้ฟรี

แอบไปเดินดูอาหารที่วางขาย ส่วนใหญ่เป็นแฮมเบอร์เกอร์หน้าตาน่ากิน

มีบางชนิดเป็นขนมปังอบจากจากเถ้าภูเขาไฟ สีดำๆ แต่ใครๆบอกว่าอร่อย

เราทานอาหารที่เตรียมมาเอง (ข้างถนนในลานจอดรถ เพราะเขาไม่อนุญาติให้ไปใช้ Facilities ของร้านอาหาร) จึงไม่ได้ชิมรสชาติของอาหารที่นี่

ทางเดินเข้าสู่บ่อใหญ่ของน้ำพุร้อนห่างจากร้านอาหารราว 200 เมตร เป็นทางเรียบ

มองเห็นแอ่งน้ำเล็กๆเรียงราย มีควันจากน้ำพุร้อนพุ่งลอยเป็นสาย กระจายเต็มพื้นที่กว้างขวาง ..

บางบ่อมีน้ำเดือดปุดๆ แต่ยังมีหญ้าและดอกไม้ดินแทรกอยู่ประปราย

แปลกมากที่พืชเหล่านี้ยังดำรงชีวิตอยู่ได้ท่ามกลางความร้อนจากละอองน้ำ

เดินเข้าไปอีกหน่อย มองเห็นผู้คนยืนเรียงรายเป็นกลุ่มใหญ่ น่าจะเกือบร้อยคนได้ อยู่รอบๆบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่

ที่นี่ เป็นแหล่งน้ำพุร้อนขนาดใหญ่แห่งเดียว และที่โด่งดังมากๆอยู่ที่กำลังแรงน้ำพึร้อนที่แรงที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์

มีกระแสน้ำรวมกับไอน้ำที่ร้อนจัดราว 400 องศาเซลเซียสประทุขึ้นมาเหนือผิวดิน สูงบ้าง เตี้ยบ้างทุกๆ 10 นาที

บางอันสูงถึงราว 60-100 ฟุต จนทุกครั้งที่น้ำประทุขึ้นมา เราจะได้ยินเสียงผู้คนเฮกันดังลั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่น้ำพุ่งขึ้นสูงๆ

น้ำพุร้อนเกิดจากแรงน้ำในโพรงหินใต้ดินที่ไหลผ่านมาได้รับความร้อนจากพลังงานที่อยู่ใต้หินเปลือกโลก

เมื่อถึงจุดเดือด จึงเกิดอาการพลุ่งพล่าน และขับเคลื่อนน้ำในโพรงขึ้นมาให้กลายเป็นน้ำพุร้อน

พุ่งสิ .. พุ่งสิ .. ฉันว่าหลายคนคงคิดแบบเดียวกันในใจ เมื่อไปยืนลุ้นที่ขอบบ่อเกเซอร์ จ้องตาเป๋งไปที่จุดที่น้ำพุร้อนจะพุ่งขึ้นสู่ทองฟ้า ….

การถ่ายภาพ Geysirสนุกตอนที่ต้องลุ้นว่ามันจะพุ่งมาตอนไหนนั่นแหละค่ะ

ก่อนที่น้ำจะพุ่งขึ้น จะเห็นว่ามีลักษณะเหมือนบ่อน้ำเล็กๆที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ด้านล่าง

แต่น้ำจะไม่เดือดพลุ่งพล่าน จนถึงเวลาที่น้ำจะพุ่ง ผิวน้ำจะโป่งนูนขึ้นมาเป็นก้อน จากนั้นน้ำก็จะพุ่งขึ้กระฉุดพ้นผิวดิน แทรกตัวเป็นลำน้ำสีขาวนวลขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว ความสูงราว 60-100 ฟุต ..

แต่ละรอบของน้ำพุร้อนจะตกราว 10-15 นาที หากถ่ายภาพพลาดไป ก็สามารถรอลุ้นรอบต่อไปได้ ไม่เสียเวลานานมาก

ช่วงแรก ฉันยืนอยู่ขอบเกรเซอร์ ใกล้น้ำพุร้อนมากเกินไป เมื่อน้ำพุ่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วแบบไม่ทันให้ตั้งตัว ฉันไม่สามารถเก็บภาพทั้งหมดได้ เกิดอาการภาพล้นจอขึ้นมา แม้จะพยายามรีบปรับโฟกัสของกล้อง แต่ก็ยังไม่ทัน จึงต้องหาโลเคชั่นใหม่ ที่ห่างออกไป แล้วยืนรอถ่ายภาพ

น้ำพุร้อนเกย์ซีร์ (Geysir) จึงเป็นอีกหนึ่งในความมัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ท่านไม่ควรพลาดชมเมื่อมาเยือนไอซืแลนด์

 

Gullfoss

เราออกจากน้ำพุร้อน Strokkur Geysir แล้วเดินทางต่อไปยังจุดหมายต่อไป คือ น้ำตก Gullfoss ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากน้ำพุร้อนมากเท่าไหร่

น้ำตกกูลฟอสต์ (Gullfoss) ได้ชื่อว่าน้ำตกไนแองการา แห่งไอซ์แลนด์

และถือว่าเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศนี้ และยังจัดว่าเป็นน้ำตก 1 ใน 3 ที่ไอซ์แลนด์จัดให้อยู่ในเส้นทางวงกลมทองคำที่ผู้มาเยือนต้องไม่พลาด

ชื่อ Gullfoss มาจากคำว่า Gull ที่แปลว่า ทองคำ และคำว่า foss ที่แปลว่าน้ำตก เมื่อรวมกันจึงหมายถึง น้ำตกทองคำ

การเข้าไปชมน้ำตกต้องเดินไปตามทางลาดลงไปตามไหล่เขาลงไปจนถึงจุดชมวิว

จากจุดชมวิว สายน้ำที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง ฟอร์มตัวมารวมกันกว้างขนาดแม่ม้ำเจ้าพระยาก่อนจะไหลลดระดับผ่านโตรกหิน

ก่อนที่จะทิ้งตัวตามแนวดิ่งลงสู่โตรกเขาเบื้องล่างที่ความสูงกว่า 30 เมตร มองจากด้านบนเหมือนสายน้ำถูกดูดหายตัวเข้าไปในแผ่นหินไปทั้งสาย

เมื่อเดินตามทางกลับมาอีกไม่ไกล มีทางบันไดให้เดินลงไปด้านล่าง เป็นจุดชมวิวระดับที่สอง

ตรงจุดนี่ จะสามารถมองเห็นน้ำตกทั้งสายได้ชัดเจน

ละอองน้ำในฤดูร้อนปริมาณมหาศาล ขนาด 140 ลบ../วินาที และทรงพลังยามเคลื่อนตัว กระจายเป็นละอองฝอยกระเซ็นไปรอบทิศทาง เมื่อออกมาปะทะกับแสงแดด จะเกิดประกายแวววาวเป็นสีทองอร่าม และอาจจะปรากฏรุ้งกินน้ำให้ผู้มาท่องเที่ยวพบเจออีกด้วย

จึงเป็นภาพที่อลังการสวยงามมากมาย และถือเป็นความมหัศจรรย์ระดับโลก และเหมาะสมในการได้รับจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 7 น้ำตกที่สวยงามที่สุดของโลก

ด้านข้างของน้ำตกระดับที่สองนี้ มีทางเดินให้เข้าไปใกล้ๆได้

แต่เราเห็นพ้องกันว่า Gullfoss ต้องดูไกลๆจึงจะสวยงาม โดยเฉพาะการถ่ายภาพ จึงไม่ได้เดินเข้าไปค่ะ

 

Karid Crater Lake ทะเลสาบบนปากปล่องภูเขาไฟ

ประเทศไอซืแลนด์ เป็นส่วนของสันเขาใต้ทะเล (ที่เกิดจากลาวา) ที่โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา และมีภูเขาไฟกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป

ไอซ์แลนด์ยังมีรอยแยกของเปลือกโลกขนาดใหญ่จากเหนือจรดใต้เป็นระยะทางหลายหมื่นกิโลเมตร ..

บางครั้งบางคราวเมื่อภูเขาไฟเกิดการระเบิด แมกม่าประทะออกมาเป็นลาวาปกคลุมพื้นที่รอบๆภูเขาไฟ และเกิดปากปล่องภูเขาไฟขึ้น ที่เรียกว่า Crater

และหากเป็นปากปล่องที่ใหญ่หน่อย ก็มักจะมีน้ำขังอยู่ และเรียกกันว่า Crater Lake หรือทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟ

ปากปล่องภูเขาไฟ Kalid อายุกว่า 3,000 ปี ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดท้ายใน Golden Circle ตั้งอยู่ริมถนนพร้อมมีลานจอดรถข้างทาง

และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันเดียวของวงกลมทองคำที่ค้องจ่ายเงิน 400 โครนเป็นค่าผ่านทาง

เหตุผลคือ เป็นพื้นที่ที่อยู่ในที่ดินของเอกชนจ้า

ปากปล่องภูเขาไฟเป็นรูปวงรี กว้าง 170 เมตร ยาว 270 เมตร

ปากปล่องเกิดเป็นทะเลสาบขนาดย่อมสีฟ้า สวยดี ที่น่าสนใจคือ ระดับน้ำในทะเลสายแห่งนี้มีระดับเท่ากับระดับน้ำทะเลด้านนอก ไม่ใช่แอ่งน้ำที่เกิดจากฝนแต่อย่างใด

มีทางเดินที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินลงไปเอามือจุ่มน้ำเล่นได้ หรือจะเลือกเดินรอบปากปล่องก็ทำได้ และใช้เวลาไม่นาน ..

เราไม่ได้ทำท้ะงสองอย่างค่ะ ใช้สายตาดูที่จุดเดียวก็พอแล้ว

 หากมาเที่ยวไอซ์แลนด์หน้าร้อนก็จะได้เห็นทุ่งดอกลูปิน (Lupines) ตามข้างทางอยู่มากมาย

 ฉันชอบดอกไม้สีม่วงอ่อน จึงชื่นชมทุ่งดอกไม้ชนิดนี้เป็นพิเศษ … ในช่วงที่เราเดินทางกลับมาจากการชมทะเลสาบที่ปากปล่องภูเขาไฟ มุ่งหน้าจะเดินทางไปที่พักที่เมือง Selfoss  มองเห็นทุ่งดอกลูปิ้นขึ้นอยู่หนาแน่นข้างทางตรงสะพานข้ามแม่น้ำ โดยมีกระท่อมหลังเล็กบนเนินและภูเขาที่อยู่ลิบๆเป็นฉากหลัง 

"ผมจะหาที่จอดรถ ให้ลงไปเก็บภาพกันนะครับ" ..รุตม์ บอก

 ไกด์ของเราแตะเบรคผ่อนคามเร็วของรถ พร้อมหาไหล่ทางที่พอจะจอดรถได้

วิวของที่นี่สวยเหมือนที่เราเห็นบ่อยๆในโปสการ์ด

ดึงดูดให้เราต้องลงงไปเก็บภาพค่ะ



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน