*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2206
  • จำนวนผู้ชม : 6118609
  • จำนวนผู้โหวต : 11190
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11190 คน
<< สิงหาคม 2018 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 25 สิงหาคม 2561
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 668 , 05:55:14 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน wullopp , NN1234 โหวตเรื่องนี้

Summer Iceland 2018 (12) .. โลกน่าทึ่งที่ Mossy Lava Field และหุบผา Fjaorargljufur Canyon


ตลอดทางที่เราผ่าน จะมองเห็นทุ่งลาวาขนาดใหญ่กว้างขวางครอบคลุมพื้นที่สุดลูกหูลูกตาอยู่หลายแห่ง

จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่าในช่วงเวลาที่ยังไม่มีผู้คนอพยพเข้ามาครอบครองดินแดนแห่งนี้ ได้เกิดการประทุและระเบิดของภูเขาไฟอย่างมโหฬารขนาดไหน จึงทำให้มีลาวาไหลออกมามากมายครอบคลุมอาณาเขตที่กว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้

Mossy Lava Field ที่เราแวะพักและถ่ายรูป อยู่สองข้างทางของถนนที่อยู่ระหว่างหมู่บ้านVík  และหมุ๋บ้าน Kirkjubæjarklaustur

 ทุ่งหินลาวาของที่นี่ เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ Laki (8 June 1783 - 7 February 1784 ซึ่งการระเบิดครั้งนั้นรู้จักกันในชื่อSkaftáreldar "Skaftá fires" ) ซึ่งอยู่ระหว่างกราเซีย Myrdaksjokull และ Vatnajokull ห่างจากที่ตรงนี้ไปราว 50 กม. ..

การระเบิดครั้งนั้นได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อสรรพชีวิตในดินแดนสุดขอบฟ้าแห่งนี้ ด้วยปริมาณลาวามหาศาล (14 ลบ. กม.) และไหลเข้าท่วมบางพื้นที่ด้วยระดับสูงของลาวาถึง 800 - 1,400 เมตร นอกเหนือไปจากการพ่นฝุ่นเถ้าลาวาและแก๊สพิษอีกมโหฬารด้วยความสูงราว 15 กม. และการระเบิดของภูเขาไฟในแถบนั้นเป็นการระเบิดติดต่อกันเป็นเวลาถึง 8 เดือน

นอกจากนั้นยังมีการระเบิดของภูเขาไฟGrímsvötn volcano ที่เป็นแนวต่อเนื่องมาจากภูเขาไฟ Laki (1783 – 1785) ซึ่งปล่อยแก๊ส sulfur dioxide ออกมาราว 120 ล้านตัน

ผลกระทบด้านต่างๆของการระเบิดในครั้งนั้น ใช่จะสร้างความเสียหายร้ายแรงในไอซ์แลนด์เท่านั้น

แต่ยังสร้างความหายนะให้กับหลายประเทศในยุโรปติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี และนับเป็นความเสียหายที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก

เรียนรู้การถือกำเนิดของทุ่งลาวาที่สวยงามแห่งนี้ด้วยความเศร้าสลด … ที่แห่งนี้จึงถือได้ว่าเป็นอนุสรณ์สถานที่ทำให้เราตระหนักถึงพลังที่ยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ (The great monument of nature and power)

อ่านรายละเอียดของเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดในครั้งนั้นได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/Laki และ https://www.funiceland.is/blog/posts/2018/march/eldhraun-lava-field-in-iceland-and-the-eruption-in-laki/

เราจอดรถในลานจอดที่เว้าเข้ามาจากถนนสายหลัก ..

ป้ายที่ปักอยู่ตรงทางเข้า บอกให้รู้ว่าที่นี่เป็นสถานที่สงวนและอนุรักษ์

ซึ่งหมายความว่า ผู้ที่มาเยือนควรจะระมัดระวังไม่ไปปีนป่ายลาวาที่มีมอสปกคลุมอยู่ เพราะหากมอสเสียหายจะต้องใช้เวลานานมากๆกว่าที่มอสเหล่านี้จะสามารถฟื้นตัว และเติบโตมาอยู่ในสภาพที่เราเห็นในปัจจุบัน

ทิวทัศน์ของทุ่งลาวาด้านที่ติดกับถนน .. มีเนินหินเตี้ยๆ

ซึ่งมีร่องรอยของทางเดินขึ้นไป อาจจะเพื่อถ่ายภาพทุ่งลาวาในมุมกว้าง จากเนินที่สูงอีกเล็กน้อย

มีถนนดินดำและทางเดินแคบๆนำเราเข้าไปสู่อีกด้านของทุ่งลาวา … ว่ากันว่า เราสามารถที่จะเดินเทร๊กกี้งชมภูมิประเทศแถบนี้ตามเทรลต่างๆได้ แต่ห้ามเดินออกนอกเทรล

พื้นที่ตรงนี้เป็นเนินสูงๆต่ำๆ มีมอสที่เริ่มมีสีเขียวปกคลุมเต็มพื้นที่

 

ทุ่งลาวาที่นี่มีชื่อว่า Eldhraun Lava Field ครอบคลุมพื้นที่ราว 565 ตารางกิโลเมตร โดยตลอดพื้นที่แถบนี้ไม่มีภูเขาเลยค่ะ

ว่ากันว่า ... ที่นี่เองที่นักบินอวกาศของยาน Apollo 11 มาฝึกการเดินบนดวงจันทร์  (moonwalk)

หินลาวาของที่นี่มีลักษณะมนๆ ไม่แหลมเหมือนที่อื่น .. สาเหตุเป็นเพราะมอสที่ปกคลุมหินเหล่านี้อยู่ได้ย่อยหินลาวาให้กลายเป็นดินเรียบร้อยแล้ว หินจึงไม่แหลมเหมือนที่อื่นๆ …

หินลาวาเหล่านี้ถูกปกคลุมด้วยมอส (Woolly Fringe Moss) สีเขียวปนสีเทาหม่นที่หนานุ่มดุจผืนพรม

เป็นมอสที่ขึ้นอยู่บนหินในเขตพื้นที่ที่อากาศหนาว และเมื่อวันเวลาผ่านไป (ที่นี่ใช้เวลาราวกว่า 200 ปี) มอสเหล่านี้ซ้อนกันเป็นชั้นๆคล้ายพรมหนาๆ

ว่ากันว่า … ปกติในช่วงที่อากาศหนาวมากและแห้ง มอสเหล่านี้จะมีสีเทาปนขาว แต่ในช่วงหน้าร้อนที่มีฝนตกในบางช่วงเวลา เหมือนกับช่วงที่เราไปเที่ยว มอสจะมีสีเขียวสดใสขึ้น …

ดอกไม้ดินหลายสีที่พลิ้วไหว เริงระบำไปตามจังหวะของสายลมทุ่ง อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่แต่งแต้มสีสันให้ทุ่งสีหม่นนี้เสมือนจะมีชีวิตชีวา ดึงดูดให้ผู้ที่ผ่านไปมา เข้ามาเก็บภาพสวยๆ

ตลอดทริปการเดินทางในไอซ์แลนด์ เราเห็นมอสในทุ่งลาวาอยู่มาก บางแห่งมองเห็นเป็นหย่อมๆ …

แต่ดูเหมือนว่า ไม่มีที่ไหนที่ฉันเห็นจะกว้างใหญ่เท่าที่นี่ .. อาจจะเพราะพลังของการระเบิดของภูเขาไฟในบริเวณนี้เมื่อนานมาแล้วมันรุนแรง กินพื้นที่กว้างใหญ่กว่าที่อื่นๆนั่นเอง

ทุ่งลาวาของที่นี่มีถนนสายเล็กๆตัดผ่าน และสามารถเทร็กกิ้งผ่านเนินสูงๆต่ำๆเป็นลอนๆได้ด้วย … แต่เราไม่ได้ลองเดินค้นหาว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในความลึกลับของทุ่งแห่งนี้

ในปี 2015 Justin Bieber เคยมาถ่ายทำมิวสิกวีดีโอเพลง “I’ll show you” ณ ทุ่งลาวาแห่งนี้ด้วย (รวมถึงสถานที่อื่นๆในพื้นที่ตอนใต้ของไอซ์แลนด์ เช่น Skógafoss waterfall, Eldhraun lava field, Dyrhólaey, Fjaðrárgljúfur canyon, Seljalandsfoss waterfall and Jökulsárlón glacier lagoon)

I’ll Show You : https://www.youtube.com/watch?v=PfGaX8G0f2E

 

ถึงแม้จะดูว่าสวย … แต่หากจะดูๆไปนานมากขึ้น ก็อาจจะจะรู้สึกวังเวงกับบรรยากาศรอบตัวอยู่สักหน่อย เหมือนเรากำลังอยู่อีกโลกหนึ่งไม่ใช่โลกมนุษย์ที่เราคุ้นเคย … โลกของมนุษย์ต่างดาว ดูจะเหมาะสมกับลักษณะที่เราเห็น

… ฉันว่า ออกจะมีบรรยากาศหลอนๆอยู่สักหน่อย หากต้องมาเดินที่นี่คนเดียว

ณ จุดหนึ่งของการเดินทาง ทำให้ฉันคิดว่า ...

ไม่ใช่แค่เฉพาะในยุคสมัยนี้หรอกนะที่ผู้คนโหยหาอดีต และอยากรู้อนาคตจนต้องออกเดินทาง ผู้คนออกล่าออกค้นหามาเนิ่นนานตั้งแต่ครั้งโบราณกาล

หลายคนที่มีความฝัน ก้าวเท้าออกเดินเพื่อตามหาร่องรอยของอดีต... อาจจะเป็นเพราะโลกสมัยนี้เปลี่ยนแปลงไปเร็วมากจนเราอัพเดทกันไม่ไหว และรู้สึกไม่ปลอดภัยกับอนาคต

… เราอยู่กับปัจจุบันน้อยมากจริงๆ

 

Fjaorargljufur Canyon งานศิลปะบนผาหินที่สร้างสรรค์จากพลังธรรมชาติ

ออกจากทุ่งลาวาที่คลุมด้วยมอสแสนหลอนกันแล้ว เราเดินทางมาไม่นาน ก็เลี้ยวเข้าสู่พื้นที่ของผาหินที่มีชื่อว่า Fjaorargljufur Canyon … ช่วงนี้มีฝนตกลงมาปรอยๆ เราเลยเปิดภัตตาคารอาหารไทยกันที่ข้างๆรถนั่นเอง

ฝนมาเร็ว ไปเร็ว.. คงเป็นเพราะไอซ์แลนด์เป็นเกาะ จึงมีลมแรงเกือบตลอดเวลา เมฆฝนที่มาแบบไม่ทันตั้งตัวเมื่อครู่ก่อน ตอนนี้ถูกลมพัดไปตกทะเลหมดแล้ว (มั๊ง) …

การมีเสื้อกันน้ำ กันลม ติดตัวไว้เสมอ จึงเป็นสิ่งจำเป็นและที่ต้องไม่ลืม ด้วยจะทำให้การท่องเที่ยวรื่นรมย์มากขึ้นอีกโข

ฉันมองไปที่ภูเขาซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีหน้าผาที่ใครๆก็บอกว่าสวยงาม พร้อมกับนึกทบทวนความเป็นมาของหน้าผาแห่งนี้ตามที่ได้อ่านรายละเอียดมาแล้วเล็กน้อย …

Fjaorargljufur Canyon เป็นหุบเขาลึกขนาดใหญ่ของภูเขาที่มีความสูงมาก …

หุบเขามีความลึกประมาณ 100 เมตร และยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์ โดยมีแม่น้ำ Fjaðrá river ไหลผ่านกลางหุบเขา

ว่ากันว่า หน้าผาแห่งนี้เกิดจากการกัดเซาะของน้ำที่ไหลมาจากกราเซียด้านบน จนภูเขาแหว่งเว้าเมื่อราว 2 ล้านปีที่แล้ว

เมื่อกายพร้อม ใจพร้อม .. จากลานจอดรถ มีทางเดินขึ้นเขามีสโลปชันพอประมาณ เราก้าวฝืนความโน้มถ่วงของโลกขึ้นมาเรื่อยๆ ชนิดเหนื่อย (บ่อยๆ) ก็หยุดอู้บ้างพอประมาณ …

มองเห็นนักท่องเที่ยวฝรั่งหลายคนเดินผ่านไปเร็วมาก .. แบบแป๊บๆหายลับตาไปเลย บางคนมีอุปกรณ์ Walking Sticks เป็นตัวช่วยให้เดินคล่องและเร็วขึ้น เพราะการทรงตัวจะดี

หากอยากเที่ยว แต่ไม่อยากเดิน ก็คงไม่ได้เห็นทิวทัศน์ที่สวยๆ เพราะที่นี่เขาไม่มีการสร้างกระเช้าพาขึ้นไป ต้องอาศัยสองเท้าเท่านั้นเพื่อไปให้ถึง

เราเดินขึ้นเรื่อยๆ วิวสวยๆ อากาศก็ดี ทำให้เดินได้เพลินๆ …

อันที่จริงเส้นทางเดินขึ้นไม่ได้ลำบากมาก ไม่มีเนินชั้นให้ต้องปีนป่าย แต่ด้วยวัยที่เลยเลขหกมานานแล้ว ทำให้ต้องวางเท้าในแต่ละก้าวด้วยความมั่นใจว่าวางลงไปในจุดที่ไม่ลื่น และไม่พลาดพลั้ง ..

เราเลี้ยวเข้ามามาหยุด ณ จุดชมวิวชมด้านบน เพื่อถ่ายภาพแคนยอนจากมุมสูง …

ในท่ามกลางลมที่แรงและหนาวนิดๆ … เรามองเห็นแคนยอนมีแง่มุมเลี้ยวลดเป็นแง่ง เป็นผาและฉากชั้นมากมายที่ปรากฏในสายตา ดูลึกลับ

… ก้มไปมองด้านล่าง จะเห็นสายน้ำที่ไหลจากด้านบนลดเลี้ยวท่ามกลางลานหินที่ขนาบอยู่ทั้งสองข้าง เพื่อลงไปสู่จุดหมายที่เราไม่อาจคาดเดา แต่มองดูสวยงาม และเป็นความงดงามที่สัมผัสได้ด้วยตา และอิ่มเอมด้วยใจ

หากหันหลังกลับแล้วมองตรงไปข้างหน้า จะสามารถเห็น Mossy Lava Field ที่กว้างใหญ่ไพศาลที่เราแวะถ่ายรูปก่อนหน้านี้ด้วยค่ะ

ดอกไม้ดินริมผาออกดอกงามสะพรั่ง สวยเหมือนสาวน้อยที่บอบบาง …

ในช่วงหน้าร้อนจะมีการกั้นเชือก ไม่ให้คนออกไปนอกบริเวณ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ดอกไม้ดินแข่งกันชูช่อออกมาโชว์ความงาม .. การที่ผู้คนไม่ออกไปเหยียบย่ำดอกไม้ที่บอบบางแสนสวย จะช่วยให้ภูมิทัศน์รอบด้านของภูเขางดงามตลอดฤดูกาล

แม้จะเหนื่อยล้าอยู่บ้างในการเดินไปยังจุดสุดท้ายของทางเดิน แต่เรายังสนใจสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาในสายตาเป็นฉากๆรายทาง

ตลอดทางเดิน หากเราเดินเข้าไปลึกๆ แล้วหันกลับไปมองด้านหลัง … วิวของแคนยอนสวยมากๆทุกมุมมอง จนอยากจะลงไปเดินเล่นที่ก้นหุบเขา

เราเดินต่อขึ้นไปอีกชั้นในระยะทางราวครึ่งกิโลเมตรทางด้านตะวันตกของภูเขา … ลมค่อนข้างจะแรงทีเดียว ใครมาเที่ยวประเทศนี้ต้องหยิบเสื้อกันลม กันน้ำมาด้วยนะ อย่าลืม

สุดทางเดินจะมีจุดชมวิว เป็นลานไม้ยกพื้นยื่นออกไปในแนวของหน้าผา (ไม่ได้ยื่นออกไปในอากาศมาก ให้หวาดเสียวเล็กๆ เหมือนที่ Five Fingers ในออสเตรียและอีกหลายที่ในยุโรป) …

ที่นี่เองมองเห็นน้ำตกบนยอดเขา ซึ่งเดาได้ไม่ยากว่า คงจะเป็นน้ำตกที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งข้างบนนั่นเอง

… แม้จะไม่อลังการให้วี๊ดๆว๊ายๆ แต่น้ำตกบนยอดเขาแห่งนี้ก็สวย คุ้มค่ากับการเดินขึ้นมาชม

ฉันและเพื่อนร่วมทางการันตีว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อย

และนี่คือทั้งหมดของภาพและความประทับใจที่เกิดบนเส้นทางมหัศจรรย์ของ Fjaorargljufur Canyon ที่หลายคนอยากมาเห็นด้วยตาของตนเอง

ที่นี่ ถูกใช้เป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำ MV เพลง I’ll show you ของ Justin Biber เช่นเดียวกัน

... ก็คงรับประกันความสวยงามได้ ใช่มั๊ยคะ?



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
wullopp วันที่ : 25/08/2018 เวลา : 20.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

น้อยคนที่จะได้ไป Iceland
และ
แม้คนที่ไป...
ก็
น้อยคนที่จะให้สัมผัสมอสลาวาแบบนี้

ขอบคุณครับ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Supawan วันที่ : 25/08/2018 เวลา : 14.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ขอบคุณค่ะ ครูแดง

เปลี่ยนคอมพิวเตอร์ เลยอาจจะทำให้ตัวอักษรเล็กลง ครั้งต่อไปจะแก้ไขให้ใหญ่ขึ้นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 Supawan ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ครูแดง วันที่ : 25/08/2018 เวลา : 07.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

เป็นความลึกลับ สวยงาม ผสมผสานกันจริงๆ
มีปัญหาในการอ่านค่ะ
ตัวหนังสือเล็ก พอขยาย ก็จะเปลี่ยนไปที่อื่น
ต้องเข้าใหม่เรื่อยๆ...
-ขอบคุณภาพสวย บรรยากาศที่แปลกใหม่ ชวนตื่นตา ตื่นใจมาฝากกันค่ะคุณสุ. ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 25/08/2018 เวลา : 06.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ

นำชมความหัศจรรย์ของพื้นที่ในอีกซีกโลกใบนี้กันต่อนะคะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน