*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2202
  • จำนวนผู้ชม : 6068906
  • จำนวนผู้โหวต : 11161
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11161 คน
<< กันยายน 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 5 กันยายน 2561
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 505 , 11:07:56 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ลำปาง (04) .. หลายวัด ในเส้นทางบุญ


“วัดศรีชุม”

 คำว่า “ศรีชุม” ในภาษาเหนือ หมายถึงต้นโพธิ์

วัดแห่งนี้มีศิลปะสถาปัตยกรรมแบบพม่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างในปี พ.ศ. 2433 โดยคหบดีชาวพม่า ชื่อชื่อจองตะกาอูโย ร่วมกับลูกเขยชื่ออูหม่องยี และแม่เลี้ยงป้อม บริบูรณ์

… ตั้งอยู่ที่ถนนทิพย์วรรณ ตำบล สวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

 

พระวิหาร .. ลักษณะเป็นอาคารสองชั้นครึ่งตึก ครึ่งไม้ ประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะแบบพม่า ตัวพระวิหารมีศิลปะการตกแต่งแบบร่วมสมัยล้านนาและพม่า

ตัวหลังคาเป็นเครื่องไม้ยอดแหลมแกะสลักสวยงามมาก ตกแต่งคล้ายปราสาทตามศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบพม่า มีระแนงไม้ฉลุเป็นลวดลายที่มีความอ่อนช้อยประณีตเป็นอย่างมาก

แต่เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2535 ได้เกิดเพลิงไหม้พระวิหาร ทำให้เหลือเพียงไม้แกะสลักตรงซุ้มประตูทางขึ้นวิหารซึ่งเป็นลวดลายพรรณพฤกษาฉลุโปร่งเท่านั้น

วัดศรีชุมเป็นวัดที่กรมศิลปากรประกาศให้เป็นโบราณสถานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ.2524

ปัจจุบันวิหารหลังนี้จึงต้องสร้างขึ้นใหม่ตามรูปแบบสถาปัตยกรรมเดิม ภายในวิหารมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่อง พุทธประวัติ และ ภาพจำลองแผนผังของวัด และยังมีชิ้นส่วนเครื่องประดับอาคารที่ถูกไฟไหม้ไปจัดแสดงไว้ด้านหลังวิหาร

ศาสนาสถานที่สำคัญอีกแห่งคือ พระเจดีย์ใหญ่สีทอง

ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจาก ประเทศพม่า

และโบสถ์ที่สร้างขึ้นอย่างสวยงามเป็นที่ประดิษฐานพระประธาน

เสียดายเมื่อวิหารเดิมถูกไฟไหม้เมื่อ ได้รับความเสียหายมาก

เหลือเพียงความงามที่สวยงามวิจิตรพิสดารที่เน้นศิลปะในด้านการแกะสลักไม้สัก สลักเป็นลายลวดลายการขดและลายเครือเถาห้อมย้อยลงมาคล้ายม่าน

 

วัดศรีรองเมือง ลำปาง

วัดศรีรองเมือง เดิมมีชื่อว่า วัดท่าคะน้อยพม่า มีพระวิหารไม้สักทองที่สวยงามที่สุดในจังหวัดลำปาง กล่าวกันว่าเหมือนวิมานของพระอินทร์

ตามประวัติความเป็นมาของวัดศรีรองเมือง สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2447 โดยคหบดีชาวพม่าที่เข้ามาทำไม้ในเมืองลำปาง ของบริษัท บอมเมย์เบอร์ม่า ซึ่งในสมัยนั้นลำปางเป็นศูนย์กลางการค้าขายและการทำป่าไม้

ด้วยเหตุที่มีอาชีพตัดไม้ โค่นต้นไม้ในป่า คหบดีชาวพม่าคนนั้นจึงได้สร้างวัดศรีรองเมืองนี้ได้เพื่อเป็นที่พึ่งทางจิตใจ ขอขมาต่อธรรมชาติ อีกทั้งเพื่ออธิษฐานขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในป่าคุ้มครอง

วัดศรีรองเมือง สร้างด้วยฝีมือของช่างชาวพม่าจากเมืองมัณฑเลย์ … เดิมภายในวัดมีทั้งวิหารใหญ่และวิหารน้อย สำหรับวิหารน้อยนั้นมีอยู่ถึง 9 หลัง

แต่ปัจจุบันวิหารน้อยเหล่านั้นปรักหักพังไปจนหมดสิ้น จึงเหลืออยู่เพียงวิหารใหญ่ที่มีหลังคาซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ซึ่งเป็นวิหารประธานของวัดเพียงหลังเดียว และบางส่วนของจั่วหลังคาได้ถอดแบบมาจากปราสาทเมืองมัณฑเลย์

นอกจากนั้นจุดเด่นของศิลปกรรมพม่าที่วัดศรีรองเมืองยังอยู่ที่ลวดลายฉลุโลหะและไม้ที่ประดับอยู่ตรงเชิงชายของหลังคาแต่ละชั้น

ประตูวิหาร เมื่อขึ้นมาบนวิหารจะเห็นช่องประตูเรียงกันหลายช่อง ทุกช่องเปิดรอนักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนอยู่ทุกวัน

มองเข้าไปด้านในจะเห็นพระพุทธรูปประดิษฐานเรียงกันชิดผนังอีกด้านหนึ่

พระประธานวัดศรีรองเมือง เป็นพระพุทธรุปปางมารวิชัยในรูปแบบศิลปะพม่า ประดิษฐานอยู่ในอาคารที่แบ่งด้วยเสาออกเป็นสี่ช่วงหรือสี่ห้องแต่ไม่มีผนัง

ด้วยเหตุนี้พระประธานจึงไม่สามารถประดิษฐานอยู่ตรงกลางได้ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปประดิษฐานในปราสาทที่สวยงาม ทั้งหมดเรียงกันชิดแนวผนัง กั้นด้วยรั้วเหล็ก

ถัดออกมาเป็นเขตอาสนที่นั่งสำหรับสงฆ์ แล้วก็เป็นพื้นสำหรับพุทธศาสนิกชน ประชาชนนิยมนำเอาน้ำดื่มมาถวายเรียงรายอยู่ตามแนวรั้วเหล็ก

มีพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะเหมือนพระพุทธรูปที่เราเห็นในพม่า อยู่หลายองค์

ฉันไม่มีความรู้เพียงพอที่จะอธิบายค่ะ ดูรูปนะคะ

ประตูด้านหลัง อีกจุดหนึ่งที่วิหารลักษณะเดียวกันนี้จะพึงมีทุกวัดก็คือประตูที่กั้นระหว่างวิหารหรืออุโบสถกับห้องอื่นๆ ของอาคาร อย่างเช่นกุฎิสงห์ ห้องครัว เป็นต้น

หรือบางทีก็เป็นประตูทะลุออกด้านหลังของวิหาร มีบันไดลงได้อีกด้านหนึ่ง

 

เสาประดับกระจกสีในพระวิหารวัดศรีรองเมือง

ภายในวิหารชั้นบนของวัดศรีรองเมืองนั้น มีความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร คือเป็นเรือนไม้ที่มีเสากลมใหญ่เรียงรายกันอยู่หลายต้น

แต่ละต้นประดับด้วยกระจกสีต่างๆ มีทั้งสีเขียว ขาว ชมพู น้ำเงินและเหลือง เป็นลวดลายเครือดอกไม้พันธุ์พฤกษา

เฉพาะเสาหน้าพระประธานจะปั้นรักเป็นรูปเทพารักษ์ คน ยักษ์ วานร และสัตว์ป่าเหมือนในป่าหิมพานต์

ด้วยแสงสว่างของกระจกสีที่ประดับตกแต่งอยู่ทั้รอบเสาและบนเพดานทำให้เกิดแสงสะท้อนแสงออกมาสร้างแสงสว่างแก่วิหาร

นอกจากนั้นในยามที่แสงสว่างเปลี่ยน สีของกระจกก็วูบไหวล้อแสงแดดที่สาดเข้ามาจากภายนอก มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง

ภายในพระวิหารวัดศรีรองเมืองมีพระพุทธรูปบัวเข็ม ซึ่งเป็นพระพุทธรูปพระประธานไม้สักทองปางมารวิชัย เป็นศิลปะแบบพม่า พุทธลักษณะนั่งขัดสมาธิเพชร หน้ากลม คิ้วโก่ง จมูกค่อนข้างสั้น แกะสลักโดยช่างพม่าชาวเมืองมัณฑเลย์

ตราพระราชทาน เป็นเครื่องพระราชทานมีความจารึกว่า พระราชทานให้แก่นายส่างโต๋ แม่จันทร์ฟอง กับพวกที่ได้บริจาคทรัพย์ ๑๘๑๘๗ บาท สร้างพระอุโบสถ ปฏิสังขรณ์กุฎิสงฆ์ วัดศรีรองเมือง (ท่าคะน้อย) ลำปาง พุทธศักราช ๒๔๗๕ (ต่อมา ท่าคะน้อย เพี้ยนเป็น ท่าคราวน้อย)

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : https://www.touronthai.com/article/1357

 

วัดเจดีย์ซาวหลัง … วัดที่มีเจดีย์ 20 องค์

คำว่าซาว เป็นภาษาถิ่นทางภาคเหนือแปลว่า ยี่สิบ ส่วนคำว่าหลัง แปลว่า องค์ … ดังนั้นวัดเจดีย์ซาวหลัง จึงแปลว่า วัดที่มีเจดีย์ 20 องค์

วัดนี้เป็นปูชนียสถานที่สำคัญของจังหวัดลำปางสร้างแต่โบราณ แต่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างมาแต่เมื่อไร … เป็นวัดที่ทรงคุณค่าทั้งทาง ด้านประวัติ ศาสตร์และโบราณวัตถุ

จากหลักฐานการขุดพบพระเครื่องสมัยหริภุญชัยที่องค์พระเจดีย์ ทำให้สันนิษฐานได้ว่า วัดนี้สร้างมานานกว่าพันปี

ก่อนที่จะมาถึงวัด ได้ยินเขาเล่ากันมาว่าถ้าใครนับเจดีย์ได้ครบ 20 องค์ ถือว่ามีบุญ จะอธิษฐานอะไรไว้ก่อนที่จะนับก็จะสมหวัง

เราจึงคิดไว้ว่าอย่างแรกต้องนับเจดีย์ให้ครบ 20 องค์ให้ได้ ห้ามขาดห้ามเกิน

และเมื่อเดินผ่านประตูวัดเข้าไปสิ่งที่เห็นอย่างแรกก็คือเจดีย์สีขาวมากมายหลายองค์ ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก่ออิฐถือปูน

 เจดีย์แต่ละองค์เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมแบบเจดีย์พม่าขนาดเล็ก มีสีทองเป็นประกาย ตั้งอยู่บนฐานเหลี่ยม ยอดเจดีย์ตกแต่งประดับด้วยฉัตรอย่างสวยงาม มีความเชื่อกันว่าภายใน แต่ละเจดีย์มี พระเกศาธาตุบรรจุอยู่

หลังจากเดินวนไปเวียนมานับไปนับมา ผลปรากฏว่านับได้ 20 องค์พอดิบพอดี

ข้างหมู่พระเจดีย์มีวิหาร หลังเล็ก ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดปางสมาธิ ศิลปะเชียงแสน ชาวบ้านเรียกว่า พระเจ้าทันใจ

พระอุโบสถหลังใหญ่ซึ่งประดิษฐานพระประธาน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงาม (ในช่วงที่เราไปเยือน กำลังมีการซ่อมและสร้างพระอุโบสถอยู่ จึงไม่มีภาพมาให้ชมค่ะ) 

บานประตู ทั้งสามเป็น ของโบราณเขียนลวดลายรดน้ำละเอียดสวยงาม เสาซุ้มประตูหน้าต่างประดับลวดลายกระจกสีเป็น ลักษณะศิลปะสมัยใหม่

ที่ศาลาการเปรียญเรือนไม้ชั้นเดียวด้านหลังพระอุโบสถ ได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดง โบราณวัตถุที่ชาวบ้านนำมาถวาย

นอกจากนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2526 ชาวบ้านได้ขุดพบพระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์หนัก 100 บาทสองสลึง มามอบให้แก่ทางวัดซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้ชื่อว่า พระแสนแซ่ทองคำ เป็นพระพุทธรูปปางมาร วิชัย ศิลปะสมัยล้านนา

ลักษณะพิเศษของพระพุทธรูปองค์นี้คือ สามารถถอดออกเป็นชั้นส่วนต่างๆ แล้วประกอบ กลับเข้าไปใหม่ได้พระพุทธรูปทองคำองค์แรกที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุแห่งชาติ

  “วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์”

หรือชื่อเดิมเรียกว่า “วัดพระพุทธบาทปู่ผาแดง” ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีน เนื่องจากยังไม่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวมากนัก

ฉันเดินทางตามภาพในโปสการ์ด ซึ่งมองเห็นความงดงามของเจดีย์สีทองที่ถูกสร้างขึ้นบนภูเขาสูง และเจดีย์น้อยใหญ่ตั้งเรียงรายอยู่บนยอดเขา รายล้อมไปด้วยทัศนียภาพของสายหมอกและทิวเขาสูงที่มองเห็นได้แบบ 360 องศา

ที่วัดแห่งนี้ยังมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ให้นมัสการ และมีรอยพระพุทธบาทให้ได้สักการะกันด้วย

วัดพระพุทธบาทสุทธาวาสแห่งนี้ เกิดจากแรงศรัทธาของชาวบ้านที่ร่วมกันกับเหล่าพระสงฆ์สร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) พระราชสมภพครบ 200 ปี (18 ตุลาคม 2547)

และเพื่อน้อมรำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อปวงชนชาวไทย

ทางขึ้นเขาชันและแคบ มีช่วงที่อันตรายหลายช่วง ... การขึ้นไปจะมีรถสองแถวที่คนขับชำนาญเส้นทางให้บริการ

น่าเสียดายที่เราไม่ได้ขึ้น เพราะช่วงกลางคืนก่อนเราจะเดินทางไปถึงมีฝนตก ทำให้ถนนขึ้นเขาลื่น จนอาจจะเป็นอันตรายได้

ภายในบริเวณวัดด้านล่างจะเป็นที่ตั้งของอุโบสถและเจดีย์

ลานก่อนเข้าไปพระอุโบสถมีหอระฆัง และศาสนสถานเพื่อทำพิธีกรรมต่างๆ

สิงห์คู่แบบล้านนาที่หมอบอยู่ตรงทางเข้าสู่ลานหน้าพระอุโบสถดูสวยค่ะ

พระพุทธรูป ซึ่งคงเป็นพระประธานในโบสถ์

ด้านหลังพระอุโบสถ เป็นเจดีย์สีทอง ด้านในเจดีย์ประดิษฐานพระพุทธรูปทั้งสี่ทิศ

เดินตามบันไดด้านล่างที่อยู่ติดกับพระเจดีย์ เป็นส่วนพักอาศัยของท่านเจ้าอาวาส

ทิวทัศน์มองจากจุดนี้สวยงาม และว่ากันว่า ในวันที่ท้องฟ้าไร้เมฆหมอก จะสามารถมองเห็นเจดีย์บนเขาได้สวยงามมาก



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 05/09/2018 เวลา : 11.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ไปไหว้พระด้วยกันนะคะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน