*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2202
  • จำนวนผู้ชม : 6068895
  • จำนวนผู้โหวต : 11161
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11161 คน
<< กันยายน 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 8 กันยายน 2561
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 720 , 06:30:20 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน นายยั้งคิด , wullopp โหวตเรื่องนี้

Summer Iceland 2018 (25) ..    Arnarstapi Fishing Villages หมู่บ้านชาวประมงที่สวยที่สุด

 

Iceland เป็นสถานที่งดงามไร้กาลเวลา … ถนนที่ตัดโค้งผ่านภูมิประเทศสีเขียวเรืองรองราวดินแดนในเทพนิยาย ในรายทางมีทั้งภูเขาสูงสีเขียวๆ ทุ่งหญ้า บ้านหลังเล็กๆกะทัดรัด แกะตัวอ้วน ดอกไม้ป่าไหวเอนในทุ่งข้างทาง ป้ายถนนเตือนให้ระมัดระวัง

... นี่เป็นทัศนียภาพที่คล้ายกับภาพโปสการ์ดนับพันๆภาพ เป็นทัศนียภาพที่เราฝัน ราวกับว่ามันถูกกำหนดไว้ให้เป็นสุนทรียภาพในระดับสูงสุด

หมู่บ้านชาวประมงอาร์นาร์สตาปิ (Arnarstapi) … หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ หน้าตาน่ารักในเขต West Iceland บนคาบสมุทร Snæfellsnes peninsula …

เคยเป็นสถานีการค้าที่สำคัญในอดีต เพราะมีอ่าวที่เป็นท่าเรือธรรมชาติ และเคยมีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนที่มากกว่าในปัจจุบัน

หมู่บ้านแห่งนี้มีทัศนียภาพแปลกตาของธารลาวาที่ถูกบีบอัดเป็นหินบะซอลต์ที่ถูกกัดกร่อนด้วยน้ำทะเล เกิดเป็นหินโค้งมีชื่อเรียกว่า แกทเคล็ตเตอร์ (Gatklettur-Arch Rock) ซึ่งแตกออกเป็นสามส่วนรียกว่า คันดักย่า (Hundagja) มิดย่า (Midgia) และมูซากย่า (Mussagia)

.. ซึ่งทั้งหมดนี้ก่อตัวขึ้นจากพลังของธรรมชาติ .. ในปัจจุบันที่นี่จึงกลายเป็นสถานที่ที่คนที่มาเที่ยวไอซ์แลนด์ด้านตะวันตกต้องไม่พลาดในการมาเดินชม

ทางเข้าหมู่บ้านอยู่ห่างจากทางหลักเล็กน้อย หักเลี้ยวไม่เท่าไหร่ ก็มาถึงลานจอดรถ … มีร้านกาแฟสะอาดสะอ้านบรรยากาศน่านั่งไว้บริการ

เราเดินไปตามทางเดินที่สายตามองเห็นสิ่งที่เหมือนกองหิน … นี่คือผู้พิทักษ์ คาบสมุทร Snæfellsnes peninsula และภูเขา Snaefell ที่ตั้งตระหง่านสูงใหญ่ ยอดแหลมเหมือนพิรามิดอยู่ที่นี่ …

 .. รูปปั้นของกองหิน เป็นเหมือนอนุสรณ์สถานของ บาร์เดอร์ สแนฟเฟลซัส (Bardur Snaefellsas) ฮีโร่ของนิยายโบราณ ซึ่งปั้นโดย Ragnar Kjartansson  

ตั้งอยู่บนชายหาด อันเป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งของหมู่บ้านอีกด้วย

ภูเขา Snaefell เป็นภูเขาไฟที่ยังแอ๊คทีฟ อยู่ใกล้ๆกับ Snæfellsjökull glacier (หากถายภาพในมุมสูงจะมองเห็นได้สวยงาม) ซึ่งมีภูเขาไฟอีกลูกหนึ่งที่ยังมีชีวิตเช่นเดียวกัน

Bardur Snaefellsas ล่องเรือมาจากนอร์เวย์ และเป็นผู้ตั้งชื่อ Snæfellsnes peninsula เมื่อเขาเห็นธารน้ำแข็ง Snæfellsjökull glacier คำว่า “snær" และ "snjór” แปลว่า ธารน้ำแข็ง

 

“ช่วยถ่ายรูปให้เราด้วยได้มั๊ย?” … หญิงที่หน้าตาคล้ายคนอินเดียร้องขอให้ฉันถ่ายรูปเธอคู่กับลูกสาว

ฉันบริการให้เธอด้วยความเต็มใจ และขอให้เธอถ่ายรูปให้ฉันด้วย จึงได้ภาพนี้มาอวดค่ะ

ฉันสังเกตุเห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้มีนกเยอะมากๆ ส่วนใหญ่จะเป็นนกนางนวล ไม่รู้สายพันธุ?อะไร อาจจะเป็น Arctic Tern นกที่เจอไม่ง่ายนักก็ได้

“พี่ๆ เดินตามผมมาก่อน จะพาไปดูและถ่ายรูป Landmark ของที่นี่” .. รุตม์บอก

เราเดินมาตามทางเดิน .. ที่ริมหน้าผาด้านหนึ่ง เป็นที่ตั้งของหินลาวา Gatklettur - Arch Rock ที่โดนคลื่นซัดและถูกกัดกร่อนมานาน ประมาณอายุไม่ได้ จนเกิดเป็นรูปทรงแปลกๆ เหมือนสะพานหินที่มีโพรงใหญ่ๆและรูขนาดย่อมลงมาอีกหลายอัน

เราโพสท่าถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันอย่างเอิกเกริก และสนุกสนานมาก … พยายามที่จะย่อตัวให้ศีรษะอยู่ตรงกลางวงกลมของโพรงหินให้พอดีๆ

“ทางโน้นมีวิวสวยๆครับ เดินเลียบหน้าผา ตามชายฝั่งไปเรื่อยๆ” .. รุตม์ให้คำแนะนำ

ตามริมหน้าผาที่ดูแข็งกระด้าง ถูกลดทอนด้วยสีเขียวๆของใบหญ้าที่เกาะเกี่ยวหน้าผาราวกับว่าจะสนุกกับการทักทาย คุยถามไถ่กับสายน้ำในทะเล ...

เมื่อผสมผสานกับความนุ่มนวลของดอกไม้ขนาดเล็กๆที่สีสันสดใส ก็ยิ่งทำให้การเดินช้าๆ กดชัตเตอร์กล้องเก็บความงดงามในรายทางนั้น รื่นรมย์มากมาย ...

ฉันชอบแพทเทริน ลวดลายการฟอร์มตัวจนเกิดเป็นหินบะซอลล์มากมาย

ฉันว่า .. มันเหมือนงานศิลป์ที่งดงาม

ธรรมชาติ เป็นนักสร้างสรรค์ชั้นยอด ที่ไม่มีมนุษย์คนใดสามารถเทียบเคียงได้

บางพื้นที่ของบริเวณริมฝั่งในส่วนที่ลึกเข้ามาเล็กน้อยจากริมหน้าผามีลักษณะที่แปลกมาก …

บางมุมมองจะให้ภาพที่เหมือนเป็นหลุมขนาดใหญ่ยักษ์ ด้านล่างมีน้ำขังนิ่งเหมือนบ่อน้ำ

ผนังด้านในของหน้าผามีนกนางนวลมากมาย ... เข้าใจว่าที่นี่จะเป็นแหล่งทำรังและเลี่ยงลูกนกบางส่วนด้วย ผาหินบางส่วนถูกแต่งแต้มด้วยสีขาวของอึนก

… พยายามสอดส่านสายตามองหาพัฟฟิน .. แต่ไม่เห็นมี อาจจะเพราะนกแถวนี้เป็นนกขนาดใหญ่ พัฟฟินอาจจะ (เดาว่า)กลัวถูกจับไปเป็นอาหารเพื่อเลี้ยงลูกนกนางนวลอาร์คติกที่ตัวใหญ่มาก

หมู่บ้านที่น่ารักนี้ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยนกนานาชนิด เช่น Arctic Tern .. Fulmars และ Kittiwakes .. ส่วนใหญ่จะเป็นนกน้ำแถบขั้วโลก ที่นักดูนกจากเมืองไทยไม่เคยเห็น … บินว่อนกันไปทั่วทุกหน ทุกแห่ง

ใครบางคนบอกว่า … หมู่บ้านนี้เป็นอาณานิคมของนกในแถบขั้วโลกเหนือ

ในช่วงฤดูฝนและช่วงหน้าร้อนจะมีนกหลายชนิดอพยพจากอาร์คติกมาที่ไอซ์แลนด์เพื่อผสมพันธุ์ วางไข่ แล้วเลี้ยงลูก จนลูกนกเติบใหญ่และสามารถบินกลับได้ ครอบครัวนกก็จะบินกลับบ้านเดิม

 

“พี่ๆๆๆ อ้อมมาทางนี้เร็ว สวยมาก … มาถ่ายรูป” .. รุตม์ร้องเรียก

แต่ฉันยกกล้องเก็บภาพของคนฝั่งโน้นที่มองเห็นแอ่งน้ำเป็นฉากหน้า และภูเขาสูงเป็นฉากหลังสวยๆเอาไว้ก่อน

เมื่อเดินอ้อมกลับมาอักฝั่งของผาหิน ฉันจึงมองเห็นว่าส่วนที่ฉันยืนอยู่อีกด้านของหน้าผาเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา มันมีรูปร่างเหมือน “สะพานหิน” ที่มีโพรงทางออกของน้ำอยู่ตรงส่วนใต้ของสะพานหิน อันเกิดจากที่สายน้ำกัดกร่อนให้ผุพังไปตามกาลเวลา …

... เป็นความสวยมหัศจรรย์ของธรรมชาติจริงๆ แตกต่างไปจากทุกชายฝั่งที่เราผ่านมาแล้ว

สภาพแผ่นดินที่ถูกกัดเซาะ เป็นความหยาบกระด้างที่ตรงข้ามกับความบอบบางของดอกไม้ดินสีสวย และ มีหมอกสีขาวโอบกอดภูเขาสูงชันเป็นฉากหลัง

เป็นความงามที่ลงตัวดูราวกับภาพแอ๊บสแตร๊กห์ ที่ถูกวาดด้วยฝีแปรงของศิลปิน

นี่คือหนึ่งในพื้นที่ที่โดดเด่นและงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ให้ความรู้สึกของความไม่สิ้นสุด ความเป็นหนึ่งเดียว และความสมดุล ทั้งๆที่เต็มไปด้วยความไม่ปกติ …

ทุกสิ่งในธรรมชาติกำลังขับเคลื่อนไปราวกับร่องน้ำที่อยู่ระหว่างลูกคลื่น

ธรรมชาติที่สวยงามของโตรกผาตามชายฝั่งระหว่าง Arnastapi และ Hellnar จึงถูกประกาศให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ (Natural Reserve)ในปี 1979

เราเดินฟินๆตามทางเดินมาเรื่อยๆ … หยุดเก็บภาพสวยๆของหน้าผามาหลายแห่ง

ตลอดทางมีดอกไม้ดินขนาดเล็กขึ้นแซมหญ้าอยู่เต็มพื้นที่

หากมีพงหญ้าบ้าง ก็จะได้ยินเสียงร้อง หรือเห็นนกตัวเล็กๆกระโดดบ้าง

ธรรมชาติดูบอบบางในสายตา แต่ไม่มีเลนส์ที่เหมาะสมในการเก็บภาพนกค่ะ

แถวนี้ยังมีประภาคารที่ตั้งอยู่บนธารลาวา รอบๆบริเวณมีเส้นทางเดินชมผาริมทะเลที่ลาวาไหลลง …

ประภาคารสีขาวแห่งนี้เตี้ยมาก รูปร่างเหมือนห้องเก็บของหรือห้องเด็กเล่น ตั้งอยู่ริมผา

ด้านหน้าเป็นลานกว้าง ซึ่งในช่วงหน้าร้อนมีดอกไม้ดินสีสวยมากขึ้นมาแต่งแต้มตัดกับสีทึมๆของผาหินเต็มไปหมด

เป็นความงดงามที่ชื่นชมได้ไม่เบื่อ โดยไม่ลืมที่จะเก็บภาพประทับใจมาฝากคนอ่านที่นี่ด้วยค่ะ

ธารลาวาอีกอันที่เห็นในช่วงเดินชมวิวบนหน้าผา … คล้ายกับสะพานหินอันแรกที่เราพบ แต่โพรงใต้สะพานเล็กและแคบกว่า  

… มีนกน้ำประเภทนกนางนวลตัวโตๆอาศัยอยู่มากมายเช่นกัน

บ้านน้อยริมบึง ที่มีภูเขาสูงเขียวๆที่ส่วนยอดอยู่ในอ้อมกอดของหิมะสีขาว เป็นฉากหลังที่งดงาม

… คงจะดีและมีความสุขมากๆหากเราได้พักค้างคืนที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่

ในบึงน้ำเต็มไปด้วยนกนางนวลนับร้อยตัว

ริมบึงมีหญ้าเขียวๆเหมือนขอบของภาพวาดที่เราเห็นในโปสการ์ด จากมุมที่เรายืนมองด้านนี้สวยมาก

บ้านสีขาวและสีดำ เรียก Amtmannshúsið ในภาษาท้องถิ่น …

เคยเป็นบ้านพักของ Danish Prefect เมื่อครั้งไอซ์แลนด์อยู่ภายใต้การปกครองของเดนมาร์ก ..

บ้านเหล่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ (historical site)

 

เส้นทางเดินที่ยาวหลายร้อนเมตรมาสิ้นสุดที่ท่าเรือเล็กๆ …

มีเรือขนาดไม่ใหญ่จอดอยู่ที่ท่าเรือแห่งนี้ อาจจะเป็นเรือสำหรับท่องเที่ยว และเรือประมง .. ไม่แน่ใจค่ะ

จากจุดนี้สามารถมองเห็นน้ำตกที่ขอบผาไกลๆ ดูเหมือนมวลน้ำจะไหลลงทะเล

ไม่แน่ใจว่าคือน้ำตกอะไร

การได้นั่งรับประทานอาหารที่ทำมากันเอง ท่ามกลางเพื่อนร่วมทริปที่น่ารัก และวิวที่ประเมินค่าไม่ได้ และใช้เวลานับหลายล้านปีในการแกะเกราให้ออกมาเป็นทิวทัศน์สวยๆให้เราได้ชื่นชมนั้น เป็นความสุขอย่างยิ่งค่ะ

“ความสุขของการเดินทาง อาจจะไม่ใช่จุดหมายของการไปให้ถึง .. แต่เกิดจากเพื่อนร่วมทาง” .. ใครก็ไม่รู้กล่าวเอาไว้อย่างน่าสนใจมาก และฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ

เราออกจากหมู่บ้าน Anastapi ด้วยความชื่นมื่น … แต่ขอแวะเก็บภาพประภาคารขนาดใหญ๋ที่มองเห็นไกลๆมาฝากกันก่อนเดินทางต่อค่ะ

ก่อนจะไปเก็บภาพประภาคาร อยากจะเล่าเรื่องของสถานที่อีกแห่งหนึ่ง คือ Hellnar ที่เราไม่มีเวลาพอที่จะไปเยือนให้ฟัง ตามที่ทำ Research มาค่ะ

ว่ากันว่า … จาก Aenastapi จะมีทางเดิน 2.5 km ที่เป็น hiking trail จากผ่านทุ่งลาวาไปยัง Hellnar ด้วยค่ะ

Hellnar … เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งที่มีทิวทัศน์สวยงามมากๆ อยู่ไม่ไกลจาก Anarstapi และมีบันทึกย้อนหลังว่ามีผู้คนอาศัยมาตั้งแต่ปี 1560

ว่ากันว่า … หากคุณมาที่แถวชายทะเลที่ค่อนข้างจะเต็มไปด้วยหินและกรวด

จะเห็นก้อนหินที่มีลักษณะแปลกๆจากการเย็นตัวลงของลาวาในอดีต (Rock Formation) มีโพรงหิน ที่เกิดจากการกัดกร่อนของน้ำทะเล

มีคาเฟ่เล็กๆ แต่น่ารักๆ ชื่อ Fjöruhúsið ซึ่งซ่อนตัวตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่มองเห็นชายหาดหินและโพรงถ้ำที่สวยงามได้ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งในท้องถิ่นเองและจากแดนไกลมากค่ะ

… คาเฟ่แห่งนี้จะไม่สามารถมองเห็นได้จากถนน แต่ต้องขึ้นมาถึงยอดเขาแล้วจึงจะเห็นค่ะ และเนื่องจากขนาดที่เล็กมาก จึงรับนักท่องเที่ยวได้ครั้งละไม่กี่คน

หากสามารถหาที่พักค้างคืนที่ Hellnar ที่มองเห็น Snæfellsjökull glacier ก็อาจจะมีโอกาสมองเห็นภาพของปลาวาฬออการ์ ว่ายน้ำเล่น

 

ประภาคารสวยๆ ในพื้นที่ของ Anarstapi ... ไม่แน่ใจว่ายังคงมีการใช้งานหรือไม่

บริเวณนี้มีหาดสีดำที่ติดกับพื้นที่ที่เปิดสู่ทะเล แต่เท่าที่เห็นบนหาดจะเป็นก้อนกรวดเป็นส่วนใหญ่

หน้าผา Londrangar เป็นแท่งหินภูเขาไฟที่เกิดการกัดกร่อนจากกาลเวลา กลายเป็นหินตั้งตระหง่านอยู่คู่กันริมหน้าผา

หินทั้งสองแท่งนี้มีขนาดความสูง 61 เมตร และ 75 เมตร

 

 

ไอซ์แลนด์มีนิทานพื้นบ้านอยู่มากมายที่เกี่ยวข้องกับการเกิดของปรากฏการณ์และสถานที่ต่างๆ

อาจจะเป็นเพราะในอดีตแผ่นดินแห่งนี้ต้องผ่านความยากลำบากแสนสาหัสจากการเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวโลก ทั้งภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว น้ำท่วมฯลฯ ...

สิ่งต่างๆเหล่านี้ไม่สามารถอธิบายอย่างมีแบบแผนทางวิทยาศาสตร์ได้ในสมัยหลายร้อยปีมาแล้ว .. สิ่งที่พอจะยึดเหนี่ยวจิตใจและอธิบายให้กับผู้คนได้บ้าง คือ เป็น การกระทำของสิ่งที่เหนือมนุษย์ (Acts of Gods)

การเกิดของหน้าผา Londrangar ก็มีนิทานที่เล่าต่อกันมาเช่นกัน ซึ่งจะหาอ่านได้ค่ะ

----------------------------

Note : ขอบคุณภาพหลายๆภาพจาก Root Road Tripper

          ขอบคุณภาพ Hellnar จากอินเตอร์เน็ต



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Supawan วันที่ : 08/09/2018 เวลา : 10.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ตลอดทริปสองสัปดาห์ทำอาหารทานตลอด ไปทานในภัตตาคารเพียงมื้อเดียวค่ะ
.. ร้านอาหารหายากมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 08/09/2018 เวลา : 08.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ภาพดูดีมาก...

ทว่า...​ ที่ชอบมากที่สุด คือ
การได้ไปเที่ยวเอง
ไม่ไปกับทัวร์

และ
ทำกับข้าวกินเองด้วย...

ขอให้ชาวไอซ์แลนด์ ชาวไทย
ประสบความสำเร็จในด้านดีทุกๆ ด้านครับ...

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด , wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Supawan วันที่ : 08/09/2018 เวลา : 07.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีวันหยุดค่ะ

ขอให้มีความสุขมากๆค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน