*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2208
  • จำนวนผู้ชม : 6148554
  • จำนวนผู้โหวต : 11196
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11196 คน
<< กันยายน 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 9 กันยายน 2561
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 801 , 12:04:05 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้


Summer Iceland 2018 (26) .. Vatnshillir Cave ถ้ำลาวา อายุ 8,000 ปี และถ้ำน้ำแข็ง Rauofeldagja

“วันนี้เรามีโปรแกรมเที่ยวถ้ำลาวาอายุ 8,000 ปีให้กับพี่ๆนะครับ … แม้จะไม่สวยอลังการ แต่ด้วยความเก่าแก่ และการกำเนิดของถ้ำแตกต่างจากถ้ำที่บ้านเรา ผมว่าก็น่าสนใจที่จะเข้าไปดูนะครับ” … รุตม์บอก ก่อนที่จะขอตัวไปจัดการเรื่องตั๋วที่เป็นค่าเข้าชมถ้ำให้พวกเรา

ถ้ำลาวาที่สวยน่าไปเที่ยว ดูเหมือนจะมีไม่มากในโลก ..

ใครบางคนบอกว่า ในไอซ์แลนด์มีถ้ำลาวาหลายร้อยแห่ง แต่ที่เปิดทัวร์มีเพียงแค่ 3 แห่งมีความสวยงาม ใหญ่โตอลังการ และเปิดให้เข้าชมในหน้าร้อน

ถ้ำใกล้ๆเมืองเรคยาวิก เป็นถ้ำที่ลึกราวสองร้อยเมตร มีบริษัทที่ให้บริการนำชมด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง ..

การเที่ยวชมต้องเดินขึ้นเขา และใช้กระเช้าที่มีลักษณะเหมือนกระเช้าทำความสะอาดกระจกด้านนกของอาคารที่เราเคยเห็นในบ้านเรา หย่อนตัวลงไป  

ด้านในของถ้ำ มีร่องรอยของหินสีต่างๆ รวมถึงลวดลายสวยงามแปลกตา ..

คนที่ไปมาแล้ว บอกว่าคุ้มค่า

ถ้ำ Vatnshellir cave ซึ่งอยู่ในซอกหลืบของหน้าผา อยู่ใน Snarefell Peninsula

ไม่ไกลก็สวยงดงามด้วยสีสันของหินที่แตกต่างกัน อันเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ และลาวาในช่วงต่างๆ หินที่ทับถมกันอยู่ที่นี่เลยมีสีแปลกๆไม่เหมือนกันไปด้วย

… ซึ่งถือว่าเป็นของแปลกที่สามารถเห็นได้ในสถานที่เดียวกัน

โฆษณาทัวร์เที่ยวถ้ำของ InsideTheVolcano ในนิตยสาร WOW … หินสีต่างๆสวยมาก มองเห็นได้ขณะลิฟท์หรือกระเช้าค่อยๆเลื่อนลงมาจากปากปล่อง

ถ้ำที่ว่ากันว่าสวยที่สุดคือถ้ำ Vidgelmir ในเขต West Iceland ซึ่งมี Day Trip จากเรคยาวิกพาไปชมทุกวัน ควบกับการไปชมแหล่งความร้อนใต้ภิภพ (Geo Thermal) และน้ำตก

เมื่อพูดถึงเรื่องถ้ำ เราคนไทยมักจะคุ้นเคยกับถ้ำหินปูนสวยๆมากมายในเมืองไทย และที่พบเห็นได้ในแถบเอเซีย

ซึ่งงดงามอลังการด้วยหินงอกหินย้อย ที่ยังมีน้ำหยดติ๋งๆ เวลาไปเดินชม

ซึ่งหลายๆแห่งมีดีกรีความสวยงามจากการได้รับกรรับรองให้เป็นแห่งมรดกโลก

บางถ้ำ .. จะเห็นมีการใส่สีหลากหลายด้วยแสงไฟฟ้าเข้าไปด้วย นัยว่าเพื่อช่วยเพิ่มความสวยอลังการให้กับถ้ำเหล่านั้น

ถ้ำที่เกิดจากการหดละแข็งตัวของลาวาจะไม่มีหินงอก หินย้อยที่ใหญ่โตอลังการแบบที่เราเคยเห็นคุ้นตาค่ะ

แต่อาจจะมีอันเล็กจิ๋วที่เพิ่งจะเกิดขึ้นในอีกหลายพันปีต่อมานับจากช่วงถือกำเนิดของถ้ำ ..

เสน่ห์ของถ้ำลาวาอยู่ที่สีของหินที่อาจจะมีสีและลวดลายต่างๆอันเกิดจากปฏิกริยาของลาวาที่ไหลไปมาในช่วงอุณหภูมิสูงกว่าพันองศาเมื่อหลายพันปีที่แล้ว …

การเข้าชมถ้ำลาวาอาจจะมีอันตรายได้ จะต้องไปกับไกด์เท่านั้น

Vatnshillir Cave ถ้ำลาวา อายุ 8,000 ปีแห่งนี้ ตั้งอยู่ในเขต West Iceland ในเขตอุทยาน Snaefellsjokull ห่างจากเรคยาวิกราว 3 ชั่วโมง เป็นถ้ำที่เล็กที่สุดในบรรดาถ้ำทั้งสามที่เปิดให้ชม

ก่อนจะเข้าไปชมในถ้ำ เป็นกฎที่ทุกคนจะต้องสวมหมวกกันน๊อค (คงกล้วหินหล่นใส่หัวมั๊ง .. ฉันคิดในใจ) ..

ทุกคนจะได้รับแจกไฟฉายคนละกระบอกด้วย พร้อมกับขอให้ทดสอบการทำงานของไฟฉายด้วย

ไกด์ที่พาเข้าชมถ้ำในรอบของเราเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาทีเดียว … เขากล่าวต้อนรับ และพูดบรี๊ฟฟิ่ง (Briefing) ถึงการใช้อุปกรณ์และการเดินชมในถ้ำ

.. ไฟฉายให้เอาไว้ใช้ในการมองพื้นที่ลื่นและเท้าของตนเองค่ะ จะได้เดินไม่พลาด หรือไปเหยียบเท้าคนที่เดินอยู่ข้างหน้า เพราะพื้นถ้ำไม่ได้ราบเรียบ เนื่องจากมีการพยายามรักษาสภาพความเก่าดั้งเดิมของถ้ำเอาไว้

… หากยูไม่สบาย กลัวตาย หรืออึดอัด อย่าลืมรีบบอกไอนะ ไอจะได้รีบปิดปากถ้ำ .. อ้อ ม่ายช่าย .. ไอจะได้รีบพายูออกจากถ้ำอ่ะครับ

ถ้ำลาวาเกิดเมื่อหลายพันปีที่แล้ว เมื่อครั้งที่แผ่นดินบริเวณนี้เต็มไปด้วยภูเขาไฟ (คงในยุคที่ไดโนเสาร์ยังเดินเพ่นพ่านด้วยแหละ .. คิดเองนะ ไม่มีวิชาการใดๆให้อ้างอิง อิอิ)

เมื่อลาวาไปตามโพรงใต้ดิน เมื่อครั้งที่เกิดการประทุของภูเขาไฟเมื่อแปดพันปีที่แล้ว ต่อมาเมื่อลาวาแข็งตัว จึงเกิดเป็นถ้ำใต้พิภพขนาดใหญ่ ลึกลงไปใต้ดินราว 35 เมตร

“นี่คือทางลงถ้ำ ไอจะพายูเดินลงไปตามบันไดวนนะ ลงไปทีละคน ระวังด้วยล่ะ” .. เด็กหนุ่มที่เป็นไกด์พาเรามายืนตรงทางลงถ้ำ ที่ครั้งแรกเมื่อมองเผินๆ ฉันนึกว่าเป็นปล่องไฟเอาไว้โพสท่าเก๋ๆถ่ายรูป

เราเดินแถวเรียงเดี่ยวลงไปตามบันไดวนสูงราวๆสิบกว่าเมตรได้ ..

เมื่อลงไปที่พื้นถ้ำระดับแรก เราเจอกับความมืดและความชื้น และความหนาวเย็นอบอวลในบรรยากาศที่สัมผัสได้ทันที

คาดเอาเองว่าอุณหภูมิในนี้คงต่ำกว่า 10 องศา เราใส่เสื้อกันน้ำ กันลม จึงช่วยเรื่องการรักษาอุณหภูมิของร่างกายได้ระดับหนึ่ง

ไกด์ให้หันหลังกลับ ทุกคนส่องไฟไปที่บันไดที่เราเพิ่งจะลงมา ยังคงเห็นแสงสว่างจากปากโพรงทางลง

ไกด์เริ่มอธิบายเรื่องโถงถ้ำ การเกิดถ้ำ และส่องไฟให้ดูผนังและเพดานถ้ำ

… แต่ขอสารภาพว่าฉันไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าไหร่ค่ะ

ฉันเห็นหินงอกบนพื้นถ้ำ ที่มีขนาดเล็กจิ๋วมากเมื่อเทียบกับที่มีในแถวเอเซีย

แต่ก็เข้าใจค่ะว่า ถ้ำที่นี่กับที่อื่นมันแตกต่างกัน ... เราไม่ได้มาดูความสวยอย่างเดียว แต่ประวัติและวิวัฒนาการของการเกิดถ้ำลาวานั้นมีเอกลักษณ์และแตกต่าง น่าสนใจ

หลังจากนั้นเราเดินตามสโลปที่ค่อยๆลึกลงไปเรื่อยๆจนสุดทาง …

ไกด์บอกว่านี่เป็นระดับความลึกสุดของถ้ำที่ 35 เมตร ..

แล้วไกด์ก็อธิบายเรื่องราวของโถงถ้ำและเพดานตลอดจนฉายไฟให้ดูหินงอกอีก

“ผมขอให้ทุกคนดับไฟฉายสักครู่นะครับ” .. ไกด์บอก

ในช่วงที่มีแต่ความมืดเข้ามาปกคลุมทั่วทั้งโถงถ้ำ เราสัมผัสสิ่งรอบตัวได้อย่างเดียวคือจากจินตนาการหรือเมื่อมีสิ่งใดเข้ามากระทบโสตประสาทส่วนต่างๆ

… ในช่วงเวลานั้น มันทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะคิดถึงสิ่งที่เด็กๆทีมฟุตบอลหมูป่าต้องประสบตลอดระยะเวลา 10 วันในถ้ำที่มืดมิดแบบที่มองนิ้วมือตัวเองไม่เห็น ก่อนที่ความช่วยเหลือจะมาถึง

นี่ขนาดเราดับไปแค่อึดใจเดียวยังรู้สึกหวาดๆ และหลอนขนาดนี้ … ช่วงเวลา 10 วันในถ้ำที่มืดมิดคงเหมือนนรก

เราเดินกลับขึ้นมาทางเดิม แต่แวะถ่ายรูปบันไดวน

ก่อนที่จะโผล่มาพบกับแสงสว่างอีกครั้ง

“Have you heard about the teen football team that were trapped in the cave in Thailand recently?” .. ฉันถามเด็กหนุ่มที่เป็นไกด์

“Yes, of course. That’s so amazing!” .. เด็กหนุ่มตอบ

“We are from Thailand” .. ฉันตอบ .. ตอนนี้เริ่มมีฝรั่งเข้ามาใกล้ ดูจะสนใจที่เราเป็นคนไทย และเรื่องที่พวกเขาได้รับรู้จากสื่อเรื่องเด็กๆนักฟุตบอลที่ติดในถ้ำหลวง

“Are they safe now?” เป็นคำถามที่พวกเขาอยากรู้ และเมื่อได้รู้ว่าเด็กๆปลอดภัย ทุกคนก็แสดงอาการโล่งใจ

 

Rauofeldagja ถ้ำน้ำแข็งในซอกเขา

Rauofeldagja ถ้ำที่ซ่อนตัวอยู่ในซอกเขา มองไม่เห็นจากถนน

จะต้องใช้เวลาเดินขึ้นเนินเขาเพื่อไปยังถ้ำด้านบน

มองจากลานจอดรถ … สิ่งแรกที่สะดุดตา คือความใหญ่โตอลังการของภูเขาสีเขียวเข้ม ที่มีซอกหลืบของหินบนพื้นผิว อันก่อให้เกิดมิติที่สวยงาม

ใครบางคน (จำไม่ได้ว่าใคร อิอิ) กล่าวเอาไว้ว่า …

ภูเขา … ภูมิทัศน์อย่างหนึ่งที่โดดเด่นซึ่งมักจะถูกจับจ้องมองเพ่งโดยนักเดินทาง ..

ขุนเขายิ่งใหญ่ … อาจเป็นหลายอย่างในสายตาของหลายคน ทว่าเหนือสิ่งอื่นใด ความจริงพื้นฐานของภูเขาคือเป็นที่สถิตของความสูง

ความจริงถัดมา … ภูเขาทุกแห่งไม่ว่าสูงปานใด ล้วนถูกเหยียบย่ำมาแล้วโดยมนุษย์ธรรมดา … ใช่หรือไม่ว่า สูงส่งกับต่ำต้อย บางทีก็ยากจะจำแนก

แต่ผู้คนที่ย่างย่ำไปบนภูเขา ท้ายสุดก็ต้องเดินลงมา … ท้ายที่สุดก็ต้องคารวะแก่มหาบรรพตที่ตนล่วงเกิน

เช่นเดียวกับขุนเขา ชีวิตที่สูงส่งอาจถูกเหยียบย่ำได้ หากจะไม่มีวันถูกทำลาย

 

ภาพของคนตัวเล็กๆที่ออกเดินด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อไปให้ถึงถ้ำ

สร้างความรู้สึกคล้ายว่า แท้จริงมนุษย์นั้นกะจ้อยร่อย เมื่อเทียบกับขุนเขาที่อยู่เบื้องหน้า

..

… การเดินทาง นัยยะเหมือนการแสวงหาสิ่งที่ใจปรารถนา

และเมื่อประสบความสำเร็จ การเดินทางครั้งใหม่ก็จะเริ่มต้นขึ้นอีก ครั้งแล้วครั้งเล่า

เพราะมนุษย์เป็นนักล่าความฝัน และเป็นนักเดินทาง

หลังจากเดินขึ้นเนินมาระยะทางพอสมควรจนรู้สึกเหนื่อยเล็กๆ …

หันกลับไปมองเส้นทางที่ราเพิ่งจะเดินผ่านมา

ทิวทัศน์กว้างไกลในสายตา .. สวยมหัศจรรย์มาก

ทางเดินเข้าถ้ำ คล้ายๆกับถ้ำ Gljufrabui ที่เราเคยไปเที่ยวชมมาแล้ว

คือ มีธารน้ำที่เกิดจากการละลายของน้ำแข็งไหลออกมายังพื้นที่ด้านนอก

.. เราต้องลุยน้ำที่เยือกเย็นเข้าไป

การเดินในพื้นที่แคบและลื่น ต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น

หากลื่นและล้มลง ทรัพย์สินที่ติดตัว เช่นกล้องอาจจะเสียหาย รวมถึงอาจจะเป็นอันตรายใหญ่หลวงกับร่างกาย

ด้านในของถ้ำมีพื้นที่ขนาดเล็กๆ แต่สิ่งที่ทำให้ถ้ำนี้พิเศษ คือ ภายในถ้ำยังมีก้อนน้ำแข็งที่ไม่ละลายให้เห็น …

ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
wullopp วันที่ : 09/09/2018 เวลา : 12.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

เป็น อะไรที่น่าไปมากๆ ครับ
ไอซ์แลนด์....

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 09/09/2018 เวลา : 12.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan



สวัสดีวันอาทิตย์ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน