*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2208
  • จำนวนผู้ชม : 6148554
  • จำนวนผู้โหวต : 11196
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11196 คน
<< กันยายน 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 23 กันยายน 2561
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 767 , 16:50:56 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน อดุลย์ , wullopp โหวตเรื่องนี้

อิหร่าน (01) .. มนต์เสน่ห์แห่งอารยะธรรมเปอร์เซียโบราณ

ยามเมื่อออกเดินทาง … เรามักพบสิ่งที่ต่างจากความคุ้นเคย

.. ต่างสถานที่ ต่างทิวทัศน์บรรยากาศ ต่างวิถีวัฒนธรรม …

ใช่ .. ต่างล้วนแปลกใหม่ ไม่คุ้นเคย

ความต่าง … ที่ทำให้เราพบโลกอีกมุมหนึ่ง ที่ไม่เคยรู้

.. หรือ เพียงรู้ แต่ทว่าไม่เคยสัมผัส หากมิได้พานพบคงยากเข้าใจ

โลกทั้งใบกว้างใหญ่ .. ฉันจึงก้าวเท้าไปตามทาง เพื่อจะพบสิ่งใหม่ต่างๆ ในห้วงของการเดินทาง

 

เมื่อพูดถึง “อิหร่าน” … หลายคนก็มักจะนึกถึงสถานที่เที่ยวที่เป็นพระราชวังพิพิธภัณฑ์ ที่มีมนต์เสน่ห์ในการปลูกสร้างอาคารเหล่านั้นที่บ่งบอกถึงอารยะธรรมเปอร์เซียร์ที่สวยงาม 

มีความเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น

นึกถึงสถานที่เที่ยวที่เป็นมรดกโลกแห่งเมืองอิหร่านที่มีจำนวนมากถึง 22 แห่งด้วยกัน 

สำหรับคนที่สนใจเรื่องของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมโบราณ ก็มักจะคิดถึงแหล่งวัฒนธรรมที่เก่าแก่กว่า 4,000 ปีก่อนคริสตกาล

และราว 2,500 ปีที่แล้ว ที่ชาวอารยันได้รวบรวมผู้คนเป็นปึกแผ่น สร้างอาณาจักรเปอร์เซียในสมัยของพระเจ้าไซรัส มหาราช

อู่อารยะธรรมเปอร์เซีย ได้ผ่านยุคที่รุ่งโรจน์สุดขีด ร่วงโรยเสื่อมถอย ถูกทำลายมาหลายยุคสมัย

ฟื้นฟูและกลับมารุ่งเรืองใหม่ หมุนเวียนกันอย่างนี้ ...

จนก้าวมาถึงยุคที่เกิดประเทศ สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ปัจจุบัน

น่าสนใจว่า เหตุใดอิหร่านจึงยังคงยืนหยัดมาได้ แม้ว่าจะถูกทำลายอย่างยับเยินมาแล้วหลายครั้ง …

ผู้ที่เข้ามารุกรานฆ่าฟันผู้คน ทำลายพระราชวัง ... แต่กลับชื่นชม ยอมรับอารยะธรรมเปอร์เซีย การปกครอง สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตพื้นเมือง

ผู้ชนะได้สืบต่ออารยะธรรมจากผู้แพ้ รวมถึงมีการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดระหว่างกัน

จนเกิดเป็นอารยะธรรมใหม่ๆที่เปลี่ยนแปลงไปบ้างตามยุคสมัย แต่ยังคงเหลือร่องรอยอารยะธรรมเก่าเหมือนซากฟอสซิลที่มีชีวิต ให้ได้ค้นหาและศึกษา

เราตั้งหมุดหมายที่จะตามรอยอารยะธรรมที่วางตัวอยู่ในเส้นทางเลาะแนวภูเขาซาโกส (Sagros) ที่วางตัวพาดผ่านมาจากทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

ด้วยมีความเชื่อว่า เราจะสามารถมองเห็นชีวิตของคนในยุคโบราณ ที่ได้ก่อร่างสร้างอารยะธรรมอันมีผลต่องานศิลปะ สถาปัตยกรรม และวิทยาการมาจนถึงโลกในยุคปัจจุบัน

 

บรรพชนของคนอิหร่าน

”อิหร่าน” … ตั้งอยู่ในเขตเอเชียไมเนอร์ ที่มีทะเลสาบแคสเปี้ยน ซึ่งเป็นเวิ้งน้ำวางตัวตามแนวนอนทางด้านใต้สุดตลอดแนวชายแดน

ส่วนด้านตะวันออกนั้นคืออัฟกานิสถานและปากีสถานขนานจากเหนือจรดใต้

ในขณะที่ชายแดนด้านตะวันตกติดเขตแดนกับประเทศอิรัก

ว่ากันว่า … บรรพบุรุษของคนอิหร่านนั้นคือชนชาติอารยันที่กำเนิดในถิ่นเดิมแถวๆ ตอนเหนือของเทือกเขาคอเคซัสขึ้นไป (อยู่ในภูมิภาคใต้สุดของรัสเซียปัจจุบัน)

แล้วอพยพลงมาสู่ตอนใต้ของที่ราบสูงอิหร่านตั้งแต่เมื่อประมาณ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล

จากนั้นก็ก่อร่างสร้างเมืองขึ้นมาจนเป็นปึกแผ่น ก่อนที่จะขยายอำนาจออกไปโดยรอบสู่อาณาจักรอื่นๆที่อยู่รายรอบ แล้วสถาปนาอาณาจักรเปอร์เซียขึ้นมาเมื่อ 559 ปีก่อนคริสตกาล

โดยปฐมกษัตริย์นาม“ไซรัสมหาราช” พร้อมกับการสร้างเมืองหลวงแห่งแรกชื่อ “พาซากาด” ขึ้น

หลังจากนั้นอาณาจักรเปอร์เซียก็ขยายอำนาจออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ยึดครองอาณาจักรใหญ่ๆทั้งหลายที่รุ่งเรืองมาเก่าก่อนได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอียิปต์ บาบิโลเนีย มีเดีย จนกระทั่งถึงหัวเมืองต่างๆของกรีซในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

อำนาจทางด้านเหนือขยายข้ามเทือกเขาคอเคซัสไปจนจรดเทือกเขาเทียนชาน (ตอนใต้ของรัสเซียคาซัคสถาน อุซเบกิสถาน และเติร์กมินิสถาน)

ส่วนทางด้านตะวันออกกินเข้าไปถึงลุ่มน้ำสินธุ ซึ่งก็คือประเทศอัฟกานิสถานและปากีสถานในปัจจุบันกระทั่งถึงอินเดียในที่สุด

ถ้านับรวมอาณาจักรต่างๆทั้งน้อยทั้งใหญ่ที่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของเปอร์เซียในยุคก่อนคริสตกาลนั้นมีมากถึง 23 อาณาจักร มีอาณาบริเวณกว้างไกลไม่แพ้อาณาจักรโรมันเลยทีเดียว

นั่นจึงส่งผลให้อาณาจักรเปอร์เซียที่ผ่านทั้งมรสุมแห่งผืนทะเลทรายและสายน้ำจากการละลายของหิมะมาอย่างยาวนานกว่า 2,500 ปี อุดมไปด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมอันล้ำค่าและอารยะธรรมอันสูงส่งอยู่ในแทบทุกพื้นที่ของประเทศ

อิหร่านมีแหล่งมรดกโลกที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้วมากถึง 22 แห่ง และกลายเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือนในวันที่บานประตูสู่อดีตของประเทศนี้ได้เปิดออกหลังจากได้ปิดสนิทมาเนิ่นนานตั้งแต่การปฏิวัติใหญ่ ที่เรียกว่า การปฏิวัติอิสลาม โดย อายะตุลลอห์ โคไมนี (Ayatollah Khomeini)  เมื่อตอนต้นปีค.ศ.1979 เป็นต้นมา

บัดนี้ .. บานประตูอันแน่นหนาและหนักอึ้งบานนั้นได้เริ่มขยับแง้มและอ้าแขนรับอาคันตุกะจากต่างแดนแล้วในวันนี้

 

สิ่งที่ควรรู้ และทำความเข้าใจ ก่อนเดินทางไปประเทศอิหร่าน

อิหร่านมี 4 ฤดู .. อิหร่านเที่ยวได้ตลอดปี ไม่ซ้ำรสชาติกัน

และเป็น 4 ฤดูที่เปลี่ยนแปลงจริงๆ ในทุก 3 เดือน ...พอเข้าฤดูใบไม้ร่วงขึ้นไปทางเหนือจะพบใบไม้เปลี่ยนสี มีฤดูหนาวที่คุณเล่นสกีได้ เป็นสิ่งที่ทุกคนคิดไม่ถึง  

ประเทศอิหร่าน มีถนนสวยที่สุดที่ได้รับยกย่องจากยูเนสโก คือ เส้นทางจากเมืองเตหะรานข้ามไปถึงทะเลสาบแคสเปี้ยน

ซึ่งจะพบขุนเขาน้อยใหญ่ ทิวทัศน์สวยงาม เรียกว่าถนนเส้นนี้ผ่านเมืองชาลูส (Chalus)

 

เมืองชาลูส เราจะเห็นสีเขียวหมดทั้งเมือง เพราะที่นี่มีทะเลสาบ บรรยากาศเปลี่ยนไปอีกแบบ

มีลำธาร มีขุนเขา ป่าไม้สวยงาม และเป็นป่าไม้ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเยอะมาก

พอเข้าฤดูใบไม้ร่วงใบไม้ก็เปลี่ยนสี แล้วพอปลายฤดูใบไม้ร่วง หิมะเริ่มตกข้างบนเขา บรรยากาศคล้ายยุโรป

สำหรับคนที่รักเส้นทางประวัติศาสตร์ ประเทศอิหร่านเองก็ที่สถานที่ท่องเที่ยวมรดกโลกไม่น้อยหน้าประเทศอื่นในโลก อาทิ เมืองชีราส เมืองอิสฟาฮาน

เมืองชีราสเมืองเล็กๆ เคยเป็นเมืองที่ผลิตองุ่นมากมายในอดีต และมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,500 ปี โดยยังพบภาพแกะสลักนูนต่ำบนผาหินที่เป็นหลุมฝังศพของกษัตริย์แต่ละองค์

เมืองอิสฟาฮาน เป็นเมืองที่มีมัสยิดสวยที่สุดในโลก โดยเฉพาะจัตุรัสอิหม่าม เป็นจัตุรัสใหญ่ที่สุดอันดับสองรองจากเทียนอันเหมินของประเทศจีน

เดิมจัตุรัสอิหม่ามเป็นสนามโปโลเก่า ด้านหนึ่งเป็นวังสำหรับกษัตริย์ในยุคนั้น

ฝั่งตรงข้ามวังคือมัสยิดของกษัตริย์ อีกฝั่งเป็นมัสยิดของสามัญชน

อีกฝั่งเป็นย่านการค้า ปัจจุบันจัตุรัสอิหม่ามเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและมีเอกลักษณ์โดดเด่นและความสวยงาม

ประเทศอิหร่านเป็นแหล่งผลิตดอกกุหลาบที่กลั่นเป็นน้ำมันส่งให้ฝรั่งเศส อาทิ แซฟฟรอน โรสวอเตอร์

รวมทั้งมีเครื่องเทศต่างๆ ซึ่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิเราจะได้เห็นน้ำจากเกสรดอกไม้ต่างๆ ทำออกมามากมาย

และอิหร่านยังมีการส่งออกผลไม้เมืองหนาวแทบทุกชนิดไปยุโรป อาทิ แอปเปิล เชอร์รี ลูกพีช มะกอก พลัม อินทผลัม ถั่วพิชตาชิโอ

ผู้หญิงอิหร่าน ... สถานะของผู้หญิงอิหร่าน ดีกว่าบรรดาผู้หญิงในประเทศแถบตะวันออกกลาง

ในด้านการศึกษา อิหร่านได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 ประเทศที่ก้าวหน้าที่สุดในการยกระดับการศึกษาของผู้หญิง ลดช่องว่างของหญิงชายในด้านการศึกษา

ในด้านแรงงาน อิหร่านมีผู้หญิงที่ทำงานเป็นข้าราชการถึง 1 ใน 3 ของจำนวนข้าราชการทั้งหมด

มีผู้หญิงรับตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกต่างๆนับร้อย

และในการเลือกตั้งท้องถิ่นในปี 1999 มีผู้หญิงถึง 5,000 คนลงสมัครรับเลือกตั้ง

และในจำนวนนี้ได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นผู้นำท้องถิ่นถึง 300 คน

ฮิจาบ – ศักดิ์ศรีภายใต้ผ้าคลุมหน้า ผู้หญิงอิหร่านต้องสวมฮิจาบนั้น ยึดถือตามที่ระบุไว้ในคัมภีร์กุรอ่าน

ผู้หญิงอิหร่านนั้นเมื่ออายุครบ 9 ขวบ จะถือว่าพ้นจากความเป็นเด็กไปแล้ว ก็จะต้องคลุมผ้าคลุมผม หรือที่เรียกกันว่า "ฮิจาบ" นั้นจะต้องคลุมลงมาจนจรดหน้าอก

ต้องแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่เรียบร้อยไม่เปิดเผยให้เห็นส่วนสัดของร่างกาย

ในปัจจุบันหลังผ่านการปฏิวัติอิสลามมาแล้วถึง 3 ทศวรรษ ... กฎระเบียบในการแต่งกายของผู้หญิงเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น

ตามเมืองใหญ่ๆ จะพบเห็นผู้หญิงอิหร่าน ผูกผ้าคลุมผมที่โชว์ให้เห็นครึ่งหัว ใส่แว่นกันแดด ใส่กางเกงยีนส์ เสื้อคลุมสีอ่อน แต่งหน้าและทาเล็บ อยู่มากมาย

แต่ในขณะเดียวกันก็มีผู้หญิงอิหร่านอีกจำนวนมาก ก็เลือกที่จะแต่งกายด้วยเสื้อคลุมแบบหลวมๆ หรือชาดอว์ตามแบบเดิม ดูเหมือนจะสื่อสารว่าพวกเธอรู้สึกปลอดภัยภายใต้ผ้าคลุมหน้าและเสื้อคลุมชาดอว์

อิหร่านยังมีระเบียบปฏิบัติที่เคร่งครัดต่อการควบคุมคนต่างชาติที่เข้าเมืองแม้กระทั่งนักการทูต และมีข้อห้ามนำเข้าสินค้า/วัสดุต้องห้ามหลายอย่าง ซึ่งหากฝ่าฝืนจะได้รับโทษหนักโดยไม่มีข้อยกเว้น

สินค้าต้องห้าม สุุรา เบียร์ เครื่องดื่มใดๆที่มีแอลกอฮอล์ ยาหรือสารเสพติดทุกรูปแบบ รูปภาพ/สิ่งพิมพ์ที่ไม่เหมาะสม รวมทั้งเนื้อหมูหรืออาหารที่มีเนื้อหมูเป็นส่วนประกอบ อาวุธ กระสุนปืน วัตถุระเบิด

• สังคมและวัฒนธรรมประเทศอิหร่าน

คนอิหร่านส่วนมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ จะเคร่งครัดกับหลักศาสนาอิสลามในการปฏิบัติตนในชีวิตประจำวัน ... ผู้ที่จะเดินทางมาอิหร่านควรทราบหลักการสำคัญทางศาสนาอิสลามเพื่อการปฏิบัติตน

เช่นหลักการแบ่งแยกหญิงชาย ข้อห้ามทางต่างๆ ในศาสนาอิสลาม

เพราะในประเทศอิหร่าน ข้อห้ามหลักๆ ทางศาสนาถือเป็นกฎหมายบ้านเมืองที่มีบทลงโทษรุนแรง

โดยพื้นฐานชาวอิหร่านมีความเป็นมิตร ชอบพูดคุยทักทายและชอบขอถ่ายรูปกับคนต่างชาติ (แม้จะมีไม่บ่อยนักแต่ท่านควรปฏิเสธในทุกกรณีเมื่อมีเพศตรงข้ามมาขอถ่ายรูปคู่และท่านก็ไม่ควรขอถ่ายรูปคู่กับเพศตรงข้าม แม้ว่าจะเป็นเพื่อนเก่าและแม้จะอยู่ในอาคารหรือในที่พักเนื่องจากบางครั้งตำรวจอาจขอตรวจรูปในกล้องของท่านและส่งตัวท่านออกนอกประเทศได้ เนื่องจากเป็นการแสดงความใกล้ชิดกับผู้ที่ไม่ใช่คู่ครองซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายอิหร่าน)

เนื่องจากชาวต่างชาติในอิหร่านมิได้มีเป็นจำนวนมากนัก ฉะนั้น เมื่อมีชาวต่างชาติเข้ามาเดินบนท้องถนนในอิหร่าน ชาวต่างชาติมักจะถูกจ้องมองโดยชาวอิหร่าน

คนอิหร่านมีนิสัยประหยัด ไม่ชอบจับจ่ายใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย หากสิ่งของใดเสียก็จะซ่อมจนกว่าจะซ่อมไม่ได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องดี เนื่องจากผ่านภาวะความยากลำบากและภาวะสงครามมามาก ... อย่างไรก็ตามชาวอิหร่านมีอุปนิสัยใจกว้างกับแขกและชอบรับแขก โดยเฉพาะแขกต่างชาติ

โดยหากเป็นแขกของตนแล้วชาวอิหร่านจะแย่งออกค่าอาหารและค่าน้ำ ชาวอิหร่านชอบชวนแขกหรือเพื่อนไปที่บ้าน โดยถือเป็นมารยาทและเป็นหน้าเป็นตาเจ้าของบ้าน ชาวอิหร่านจะจัดขนมและอาหารรับแขกอย่างเต็มที่และเต็มใจ และจะไม่ประหยัดกับการรับแขกของตน

ชาวอิหร่านในปัจจุบันมีความสะอาดค่อนข้างดี แต่เนื่องจากการแต่งกายมิดชิดและการไม่ใช้เครื่องหอมตามหลักศาสนาอิสลาม รวมทั้งอาหารที่มีเครื่องเทศและหัวหอมใหญ่ เมื่อรวมกับอากาศในหน้าร้อน ทำให้คนต่างชาติโดยเฉพาะจากเอเชียตะวันออก รู้สึกว่าคนอิหร่านมีกลิ่นตัวแรง

ซึ่งความจริงแล้วบางครั้งเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจว่าไม่ใช่เรื่องของการไม่รักษาความสะอาด แต่เป็นเรื่องของค่านิยมและวัฒนธรรมมากกว่า

โดยความจริงแล้วชาวอิหร่านที่เคร่งศาสนาจะต้องชำระล้างและทำความสะอาดร่างกายก่อนทำพิธีละหมาด (เท่ากับอย่างน้อยต้องทำความสะอาดร่างกายอย่างน้อยวันละห้าครั้ง) และการรักษาความสะอาดร่างกายถือเป็นบัญญัติทางศาสนาด้วย

เทศกาลเนารูซหรือปีใหม่ประเทศอิหร่าน … เนารูซ มีความหมายตามภาษาฟาร์ซีว่า “วันใหม่” เป็นเทศกาลที่เฉลิมฉลองกันนานถึงประมาณ 2 สัปดาห์ ในเดือนมีนาคมของทุกปี ซึ่งเป็นการคำนวณตามปีสุริยะคติปฏิทิน Jalali ที่คิดค้นโดย ฮากิม อุมัร คัยยัม ซึ่งเป็นนักกวีที่มีชื่อเสียง

ประเพณีเนารูซ ยังเป็นประเพณีโบราณ ที่ใช้มาตั้งแต่ราชวงศ์ Achaemenids ปกครองเปอร์เซีย ซึ่งในสมัยนั้นเปอร์เซียครอบคลุมพื้นที่ที่เรียกว่า เมโสโปเตเมีย และตะวันออกไกลทั้งหมด

การฉลองนี้จะมีการตั้งโต๊ะที่วางข้าวของ 7 อย่าง ที่เป็นสัญลักษณ์ต่างๆ ในการต้อนรับปีใหม่ซึ่งเรียกว่า Heft Seen สิ่งของ 7 อย่างที่ใช้ในการเฉลิมฉลองจะขึ้นต้นด้วยตัว S ในภาษาฟารซี ได้แก่

กระเทียม (sir) เป็นสัญลักษณ์ของสุขภาพ และการกินดีอยู่ดี

เหรียญ (sekkeh) แสดงถึงความมั่งคั่งร่ำรวยในปีที่จะมาถึง

แอปเปิ้ล (sib) แทนความสุขและรอยยิ้ม

ช่อไฮยาซินธ์ (sonbol) แทนความสำเร็จ และความก้าวหน้า

ข้าวสาลี หรือถั่ว (sabzeh) หมายถึงสีเขียวของพืชผล และความสันติ

oleaster (senjed) แทนความหวังที่จะได้รับมิตรภาพ

สุดท้ายคือ samanu ซึ่งเป็นขนมที่ทำจากข้าวสาลีอ่อน ซึ่งหมายถึงความหวานชื่น

นอกจากนี้ยังมีการวางน้ำส้มสายชู (serkeh) ลูก sumac (somaq) นาฬิกา (sa’at) และสิ่งของอย่างอื่นที่มีความหมายแทนสิริมงคลต่างๆ

สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน มีศาสนาและกฎหมายเป็นสิ่งเดียวกัน ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของประเทศนี้

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Supawan วันที่ : 23/09/2018 เวลา : 22.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

คนอิหร่านมีความเป็นมิตรสูงมากๆค่ะ ดังที่เขียนบอกข้างต้น และคงจะสัมผัสได้ในบทความตอนต่อๆไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 Supawan ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 23/09/2018 เวลา : 21.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

เรียนถามจากคนไทยที่เคยไปอิหร่าน
พบว่า
ชอบอัธยาศัยไมตรีของชาวอิหร่าน = 100%

ชาวอิหร่านค้าขายกับไทยตั้งแต่สมัยอยุธยา
มีคนไทยเชื้อสายอิหร่าน

เป็นครูบาอาจารย์ในมหาวิทยาลัย
เป็นนักธุรกิจชั้นนำหลายท่านทีเดียว

ภาษาอิหร่านเป็นภาษาพี่น้องกับอัฟกานิสถาน

ชาวอิหร่านอพยพไปปากีสถาน อินเดีย
และในไทย ก็เข้ามาตั้งแต่สมัยอยุธยา

ขอให้ชาวอิหร่าน ชาวไทย
ประสบความสำเร็จในด้านดีทุกๆ ด้าน ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน