*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2202
  • จำนวนผู้ชม : 6068906
  • จำนวนผู้โหวต : 11161
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11161 คน
<< กันยายน 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 26 กันยายน 2561
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 402 , 17:14:37 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อิหร่าน (04) ..  The Holy Shrine of Shahzadeh Husain และในรายทางระหว่างเดินทางกลับเตหะราน

 

เราเดินทางมุ่งหน้ากลับมาที่เตหะราน .. โดยใช้ถนนคนละเส้นทางกับเส้นทางที่เราเดินทางมา

เส้นทางนี้ระดับความสูงน้อยกว่ามาก ถนนค่อนข้างดี

มีเส้นทางรถยนต์ลัดเลาะเลียบไปตามความคดโค้งของภูเขา ..

ช่วงต้นของการเดินทาง มองเห็นชุมชนกระจายอยู่ตามเขตภูเขาสีคล้ำที่ไม่มีต้นไม้ใหญ่ ไม่เขียวชอุ่มเหมือนเมืองที่เราเพิ่งจะออกมา

รถแล่นมาสักพัก เริ่มจะมีพื้นที่การเกษตรทั้งสองฝากฝั่งของถนน

.. ช่วงหนึ่ง มองเห็นเขื่อนขนาดใหญ่ถูกสร้างกั้นแม่น้ำ

.. Manjin Dam ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลังงานที่สำคัญของอิหร่าน

.. นอกจากนี้ พลังงานส่วนหนึ่งยังมาจากพลังลม จากกังหันลมด้วย

 

.. เมือง Manjin เป็นเขตรอยต่อของภูมิภาคที่มีฝนชุ่มชื้นแบบแคสเปี้ยน กับเขตแห้งแล้ง

… ภูมิประเทศแบบนี้มักจะก่อให้เกิดลมพายุรุนแรงบ่อยๆ ในอดีต

เมืองนี้เคยประสบกับเหตุแผ่นดินไหวที่รุนแรงมาแล้วครั้งหนึ่งเมือหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้คนครึ่งหนึ่งของเมืองเสียชีวิต

.. เมื่อมีการสร้างเมืองนี้ขึ้นมาใหม่ อาคารต่างๆถูกสร้างให้สามารถรับมือกับเหตุแผ่นดินไหวได้ระดับหนึ่ง

และมี recreation area เป็นทะเลสาบกว้างใหญ่ บรรยากาศสวยงาม

.. เมืองนี้เป็นศูนย์กลางการปลูกต้นมะกอกที่สำคัญ

และผลิตน้ำมันมะกอกที่มีชื่อเสียงทั้งด้านคุณภาพและปริมาณของอิหร่าน

ใกล้ๆกับสถานที่ที่เราหยุดพัก มองเห็นการสร้างอุโมงค์ และทางรถไฟ ซึ่งกำลังดำเนินการ

... และในระหว่างการเดินทาง เราสังเกตเห็นว่ามีการก่อสร้างโครงการนี้อย่างเร่งรีบ

ไกด์ของเราบอกว่า อิหร่านจะมีรถไฟความเร็วสูง 500 กม./ชม ซึ่งใช้เทคโนโลยี่ของจีน ในอีกราว 6 เดือนข้างหน้า .. เชื่อมระหว่างเมือง Rasht กับ Qazvin ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่า ..

 ..หากโครงการนี้สมบูรณ์ การเดินทางระหว่างสองเมืองจะใช้เวลาราวสองชั่วโมงครึ่ง

 

พื้นที่ทางการเกษตร แะการเลี้ยงปศุสัตว์ในรายทาง

The Holy Shrine of Shahzadeh Husain ..

เราเดินทางเข้ามาสู่อดีตเมืองเหลวงเก่าของประเทศอิหร่าน ที่เมืองกาซวิน (Qazvin)

ระยะทาง 172 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง

เมืองนี้มีสุเหร่าที่เก่าแก่ คือ สุเหร่าชาห์ซาเดห์ฮุซเซน (The Holy Shrine of Shahzadeh Husain)

ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองกาซวิน

เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความงดงามและเป็นที่นิยมของชาวอิหร่านในการที่จะมาแสวงบุญ

ที่นี่ เป็นสถานที่ฝังศพของฮุซเซน และเป็นที่บูชาสักการะต่อฮุซเซนในนิกายชีอะห์

 

อิหม่ามซาเดห์ฮุซเซนเป็นบุตรชายของอิหม่ามเรซา (อิหม่านคนที่8) …

ในหนังสือ “ตาริคห์ อี โกซีเดห์ ”ได้บันทึกไว้ว่าอิหม่ามเรซามีลูกชายทั้งหมด 4 คน คือ มูฮัมหมัด , จาวาด , จา อัฟฟา และ ฮุซเซน

สุเหร่าแห่งนี้สร้างในช่วงปลายศตวรรษที่ 10 ในช่วงที่ราชวงศ์ ซาฟาวิด ปกครองอิหร่าน ตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าชาร์ตาห์มาเซ็บ ..

เป็นสถานที่ ที่ผู้คนรู้จักอย่างกว้างขวาง เป็นหนึ่งในที่สักการะของชาวเมืองกาซวินในช่วงกลางศตวรรษที่ 11

สุเหร่าแห่งนี้มีกำแพงล้อมรอบ ไม่แน่ใจว่ามีประตูทางเข้าอยู่ทุกทิศหรือไม่ … แต่เราเดินตรงมาเข้าที่ประตูด้านหน้า อันเป็นประตูหลัก

ประตูทางเข้าของสุเหร่าทำเป็นคล้ายๆซุ้มโดม สีเหลืองทองผสมกับสีฟ้าเทอร์คว๊อย

ประตูสูงมาก และมีเสาอันเป็นลักษณะพิเศษของศาสนสถานของชาวมุสลิม

ด้านหน้าประตูทางเข้าหลัก มีภาพวาดของผู้นำทางศาสนาติดอยู่ทั้งสองข้าง โดยมีบทกลอน 12 จารึกด้วยตัวอักษรสีขาวสลักเป็นป้าย …

ฉันยืนมองและเก็บภาพด้านหน้าตรงทางเข้าอยู่พักใหญ่ … ศิลปะในแบบของชาวมุสลิมที่เห็นตั้งแต่ประตูทางเข้าน่าสนใจมาก แต่ช่วงที่เราไปเยือน ไม่มีใครอธิบายให้ฟังถึงรูปแบบ ลักษณะ และที่มาของแนวความคิดเชิงศิลปะสไตล์นี้

พอผ่านพ้นจากประตูทางหลัก เราก็เข้ามาสู่พื้นที่ด้านใน ซึ่งเป็นเขตศาสนสถาน…

ผู้หญิงต้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกายตามประเพณีและกฎข้อปฏิบัติดั้งเดิมของชาวอิหร่าน โดยสวมชุด ฮิจาบ ที่มิดชิด ยาวกรอมเท้า และมีฮู้ดปิดผม

แต่เขาก็ไม่ได้เคร่งครัดมากสำหรับคนแปลกหน้าแบบกลุ่มของเรา

... ด้านนอกของตัวอาคารหลักที่อยู่ด้านในของ Shrine สวยมากๆ

ในพื้นที่ของสุเหร่า ประกอบไปด้วย ลานกว้างขนาดใหญ่ มีโถง 8 เหลี่ยม น้ำพุแปดเหลี่ยมสำหรับดื่มน้ำ

และห้องที่มีโดมปกคลุมเล็กๆ ซึ่งอาคารนี้เอง ภายในคือที่ที่ๆฝังศพของฮุซเซน

ภายในของคอมเพล๊กทางศาสนาแห่งนี้ .. ตัวอาคารสร้างสร้างในสถาปัตยกรรมและศิลปะแบบอิสลาม โดยปรากฏทั้งในรายละเอียดของงานกระเบื้องและงานกระจก

… ซึ่งสองสิ่งเป็นแรงดึงดูดให้ทั้งชนชาอิหร่านพื้นเมืองและนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเข้าชมเป็นจำนวนมาก

อาคารอันเป็นที่ฝังศพของฮุสเซน มีขนาดที่ไม่ใหญ่โตมาก ..

เทอเรสตรงประตูทางเข้าอาคารประดับด้วยโคมไฟแชนดาเลีย และลวดลายเรขาคณิตในโทนสีฟ้า

พอผ่านประตูเข้ามาภายในอาคาร … เราเริ่มจะเห็นความประณีตอลังการของศิลปะที่เกิดจากความศรัทธาของผู้คน

… แทบจะทุกอณูของพื้นผิว ประดับด้วยโมเสกและกระจกสีโทนเขียวที่สวยงาม ด้วยศิลปะแบบมุสลิมเช่นกัน

ที่ฝังศพของฮุสเซน อยู่ตรงกลางของห้อง โดยมีโคมไฟแบบแชนดาเลียขนาดใหญ่ประดับอยู่บนเพดานกลางห้อง รอบๆที่ฝังศพมีการกั้นกำแพงโปร่งๆไว้

… เข้าใจว่าไม่อนุญาตให้ผู้หญิงผ่านเข้าไปชั้นใน เราจึงเห็นเหล่าสาวๆทำความเคารพศพของฮุสเซนด้วยการใช้มือแตะที่กระเบื้องตรงแนวกำแพง

เมื่อหันไปมองรอบๆห้อง … ศิลปะลวดลายประดับแบบมุสลิมในโทนสีเขียว ถูกใช้ตกแต่งเต็มผนังทั้งสี่ด้าน รวมไปถึงเพดาน

.. ให้บรรยากาศที่สัมผัสได้ถึงความตั้งใจของกลุ่มคนที่สร้างศาสนสถานแห่งนี้ ให้เป็นสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์

สิ่งที่เราเห็น คือ .. มีผู้คนที่เคารพเลื่อมใส พากันมาสักการะล้นหลามในแต่ละวัน

 

... ดูเหมือนว่าชาวอิหร่านในเมืองนี้จะชื่นชอบกลุ่มนักท่องเที่ยวของเรามากมาย เห็นได้จากการเข้ามาขอถ่ายรูปด้วยเหมือนเราเป็นเซแลป

.. ถ่ายแล้ว ถ่ายอีก หอบลูกจูงหลานเข้ามาขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกไม่ขาดสาย

.. ที่นี่เรตติ้งของเราสูงกว่าออเจ้าการะเกดแน่นอน เพราะไม่มีใครรู้จักออเจ้าการะเกด หรือพี่หมื่นเลยสักคน อิอิ

.. ช่วงที่เราเดินเที่ยวและถ่ายรูป ไม่เห็นมีฝรั่งผมสีทองเลยค่ะ

 

ความงามแห่งศรัทธา ศิลปะแบบมุสลิม

จากการค้นคว้า รู้มาว่า … ลวดลายของศิลปะอิสลามที่พบในการตกแต่งผนังมัสยิด มักจะเป็นลวดลายที่เป็นทรงเรขาคณิต และเป็นลวดลายที่เลือกใช้จากพื้นฐานทัศนะของอิสลามที่มีต่อโลก

สำหรับชาวมุสลิมแล้วลวดลายของการตกแต่งดังกล่าว เป็นลวดลายที่ต่อเนื่องเลยไปจากโลกที่เราอยู่ หรืออาจจะพูดได้ว่า เป็นลวดลายที่เป็นสัญลักษณ์ของความไม่สิ้นสุด

ฉะนั้นศิลปินอาหรับจึงสื่อความหมายของจิตวิญญาณโดยไม่ใช้ไอคอนเช่นที่ใช้ในศิลปะของคริสต์ศาสนา

ถ้ามีลวดลายที่ผิดไปก็อาจจะเป็นการจงใจทำของศิลปินเพื่อที่จะแสดงถึงความถ่อมตัวของศิลปินผู้ที่มีความเชื่อว่าอัลลอฮ์เท่านั้นที่จะทรงเป็นผู้ที่สามารถสร้างความสมบูรณ์แบบได้

“ลวดลายอาหรับ” มีองค์ประกอบสององค์

องค์ประกอบแรก คือ หลักการที่ใช้ในการรักษาความเป็นระบบของโลก … หลักการนี้ เป็นหลักการพื้นฐานที่ทำให้วัตถุมีโครงสร้างที่ดีและมั่นคง รวมถึงเพื่อความสวยงาม

องค์ประกอบแรก ลายเรขาคณิตแต่ละลายที่ทำซ้ำก็จะมีความหมายเป็นสัญลักษณ์ในตัว เช่นสี่เหลี่ยมที่มีด้านเท่ากันสี่ด้านเป็นสัญลักษณ์ของธาตุหลักสี่อย่างที่มีความสำคัญต่อธรรมชาติเท่า ๆ กัน: ดิน, น้ำ, ลม และ ไฟ … ถ้าขาดอย่างหนึ่งอย่างใดไปโลกที่เราเห็นอยู่ที่ใช้สัญลักษณ์เป็นวงกลมภายในสี่เหลี่ยมก็จะสลายตัวและไม่อาจจะดำรงตัวอยู่ได้

องค์ประกอบที่สอง มีรากฐานมาจากรูปทรงธรรมชาติของพืชพรรณต่างๆ องค์ประกอบนี้คือคุณสมบัติของความเป็นสตรีของการเป็นผู้ให้กำเนิด

นอกจากนั้น จากการสำรวจลวดลายอาหรับแล้วบางครั้งก็อาจจะกล่าวได้ว่านอกจากองค์ประกอบสองประการดังกล่าวแล้วก็ยังอาจจะมีองค์ประกอบที่สามซึ่งก็คือ “อักษรวิจิตรอาหรับ”

 

อักษรวิจิตร

แทนที่จะแสวงหาสิ่งที่นำมาซึ่ง “ความเป็นจริงอันแท้จริง” (True Reality หรือ ความเป็นจริงในโลกทางจิตวิญญาณ) สำหรับมุสลิมแล้ว “อักษรวิจิตรอาหรับ” คือการแสดงออกที่มองเห็นได้ของศิลปะที่เหนือศิลปะใด หรือศิลปะของคำอ่าน ในศาสนาอิสลามเอกสารชิ้นที่สำคัญที่สุดที่ใช้เล่าขานกันคืออัลกุรอาน สุภาษิตและบทอ่านจากจากอัลกุรอานจะเห็นได้ในศิลปะอาหรับ

องค์ประกอบสามอย่างที่มารวมเข้าด้วยกันเป็น “ลวดลายอาหรับ” ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันขององค์ประกอบสามอย่างที่แตกต่างกันซึ่งเป็นรากฐานของศาสนาอิสลาม

ลวดลายอาหรับอาจจะเป็นได้ทั้งศิลปะและวิทยาศาสตร์ งานศิลปะในขณะเดียวกันก็เป็นงานทางคณิตศาสตร์ที่ลงตัวที่ดูแล้วมีความงดงามและเป็นสัญลักษณ์

ความเป็นสองภาคของลวดลายอาหรับทำให้แบ่งได้อีกเป็นศิลปะทางศาสนา และศิลปะของสาธารณชน … แต่สำหรับชาวมุสลิมบางท่าน สองสิ่งนี้ไม่มีความแตกต่างกัน เพราะศิลปะทุกรูปทุกแบบ โลกที่เราอยู่ คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ต่างก็เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นโดยพระเจ้า

ฉะนั้น จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนสิ่งเดียวกัน คือ พระประสงค์ของพระเจ้าที่ทรงแสดงออกมาจากสิ่งที่ทรงสร้าง หรืออีกแนวคิดหนึ่งก็อาจจะกล่าวได้ว่ามนุษย์เราอาจจะเขียนรูปทรงเรขาคณิตที่ประกอบขึ้นเป็นลวดลายอาหรับขึ้น แต่รูปทรงเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในการเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้น

การออกแบบด้วยลวดลายเรขาคณิตของชาวอาหรับนี้ สอดคล้องกับหลักการทางศาสนาอิสลาม คือ  ตอฮิด (tawhid) ว่าด้วยความเป็นเอกภาพของสรรพสิ่ง และมีซอน (mizon)ว่าด้วยความเป็นระเบียบและสมดุล

ฉะนั้นสำหรับมุสลิมโดยทั่วไปงานศิลปะที่ดีที่สุดสามารถสร้างขึ้นโดยมนุษย์เพื่อใช้ในมัสยิด คือ งานศิลปะที่แสดงความมีแบบแผนและความเป็นเอกภาพเป็นพื้นฐาน

ความมีแบบแผนและความเป็นเอกภาพของโลกที่เราอยู่เชื่อกันว่าเป็นเพียงเงาสะท้อนของโลกของจิตวิญญาณ ซึ่งตามความเชื่อของมุสลิมแล้ว คือ สถานที่ที่ความเป็นจริงที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้เท่านั้น ฉะนั้นการใช้รูปทรงเรขาคณิตจึงเป็นการแสดงออกความเป็นจริงอันสมบูรณ์เพราะสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างถูกบดบังด้วยบาปของมนุษย์

ที่มา : วิกิพีเดีย



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 26/09/2018 เวลา : 17.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีเย็นวันพุธค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน