*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2208
  • จำนวนผู้ชม : 6148550
  • จำนวนผู้โหวต : 11196
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11196 คน
<< กันยายน 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 30 กันยายน 2561
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 922 , 10:37:35 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน bene โหวตเรื่องนี้

 

อิหร่าน (06) ..   พิพิธภัณฑ์อัญมณีแห่งขาติ อิหร่าน (Treasury of the National Jewel)


สำหรับใครที่จินตนาการถึงความมั่งคั่งของอิหร่านแต่หนหลังไม่ออก

ขอแนะนำให้มาชมพิพิธภัณฑ์อัญมณีแห่งชาติอิหร่าน ซึ่งตั้งอยู่ในห้องนิรภัย ในห้องใต้ดินที่ลึกมากของธนาคารแห่งชาติของอิหร่าน

… ซึ่งว่ากันว่า เป็นกรุมหาสมบัติอันล้ำค่าของโลกเชียวค่ะ

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงอัญมณีที่ถูกนำไปเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องประดับแล้ว เช่น มงกุฎ เทียร่า สร้อย แหวน และอื่นๆ .. รวมถึงมีอัญมณีที่ยังไม่ได้ทำเป็นเครื่องประดับอีกมากมายโชว์ไว้ในถาด

มีอัญมณีที่ใช้ประดับชิ้นงานที่ไม่ธรรมดาอีกส่วนหนึ่ง เช่นประดับบนบัลลังก์ เครื่องใช้ ลูกโลก เป็นต้น

พิพิธภัณฑ์เปิดช่วงบ่ายๆ ต้องรีบไปเข้าแถวซื้อบัตร เพราะเขาจะจำกัดจำนวนคนที่จะเข้าไปในแต่ละรอบ .. หากไปถึงช้า อาจจะไม่ได้เข้าชมเพราะคิวหมด

ในระหว่างรอ ฉันถือโอกาสซื้อหนังสือมาอ่าน .. น่าสนใจมากค่ะ

 

"Treasury of the National Jewels" เป็นคอลเล็กชั่นเครื่องเพชรและอัญมณีที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ซึ่งได้มีการสะสมมานานหลายศตวรรษ

แต่ละชิ้นงานแสดงถึงประวัติศาสตร์ของชนชาติอิหร่าน และงานศิลปะชั้นยอดที่ฝังตัวอยู่ในแผ่นดินแห่งนี้ .. งานแต่ละชิ้นเป็นความทรงจำที่ทั้งเจ็บปวด-ขมขื่น และ ชัยชนะ-ความพ่ายแพ้ ความภาคภูมิใจ-ความหยิ่งยะโส ของผู้ปกครองที่มีอำนาจ หรือผู้ปกครองที่อ่อนแอ

ท่านที่มาเยี่ยมชมชิ้นงานอัญมณีที่เปี่ยมเอกลักษณ์สุดยอดของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

… ก่อนที่ท่านจะตื่นตลึงไปกับแสงแววาวที่เปล่งประกายออกมาจับตาจับใจท่าน

โปรดพิจารณาเหตุผลทางประวัติศาสตร์ที่เครื่องเพชรและอัญมณีเหล่านี้ถูกเก็บรักษาไว้ และขอให้ตระหนักถึงการตัดสินทางประวัติศาสตร์ ด้วยการตระหนักรู้อย่างแจ่มชัด

รวมถึงคิดว่าทำไมอัญมณีเหล่านี้จึงได้รับการเก็บสะสม ด้วยวัตถุประสงค์ใด

ในอีกแง่หนึ่ง คลังอัญมณีแห่งนี้แสดงถึงวัฒนธรรม ประเพณี และอารยะธรรมของชนชาติอิหร่านที่ผ่านร้อน ผ่านหนาวมาในอดีต

.. แสดงถึงน้ำตาที่หลั่งออกมาอย่างเงียบๆของผู้คนที่ทำงานอย่างหนักและถูกกดขี่มายาวนาน

.. ในขณะที่ผู้ปกครองโชว์ความยโสโอหัง และพลังอำนาจ ผ่านทางเครื่องทองและอัญมณี

ความตั้งใจของเราในการนำอัญมณีเหล่านี้มาจัดแสดง ก็เพื่อให้ทุกท่านได้เห็นว่าแผ่นดินนี้มีวัฒนธรรมประเพณี และอารยะธรรมขั้นสูง

.. อีกทั้งเพื่อให้ท่านมีโอกาสเรียนรู้จากหน้าประวัติศาสตร์ ชะตากรรม ของคนที่แสวงหาอำนาจและความมั่งคั่ง

เราจัดแสดงคอลเล็คชั่นเครื่องเพชรและอัญมณีจำนวนมากในมูลค่าที่ประเมินมิได้ ซึ่งเราได้รับตกทอดมา ด้วยความหวังที่จะรักษา และส่งต่อให้แก่ลูกหลานของเรา

มูลค่าของวัตถุที่จัดแสดงใน Treasury of National Jewels นั้น มิอาจจะประเมินได้ในแง่เศรษฐศาสตร์

แต่ทุกชิ้น เป็นการสะท้อนความคิดสร้างสรรค์ และรสนิยมของศิลปินนักประดิษฐ์ชาวอิหร่าน ในช่วงหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมา รวมถึงแสดงถึงมรดกทางศิลปะและประเพณีของชาวอิหร่าน

อัญมณีที่นำมาจัดแสดงเป็นชิ้นงานที่หายากยิ่ง

เป็นเครื่องประดับของผู้ปกครองอิหร่านในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา ซึ่งมักจะโชว์ถึงความรุ่งโรจน์ ความหรูหราของราชสำนักของตน รวมถึงอำนาจและความมั่งคั่ง

---------------------------

*** นั่นคือคำนำ และบทโปรยในหนังสือคู่มือการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ที่ฉันซื้อมา .. อ่านแล้ว ก็แล้วแต่ใครจะคิดอย่างไรนะคะ

 

ประวัติของพิพิธภัณฑ์

ไม่มีข้อมูลว่าคุณภาพและปริมาณของคลังสมบัตินี้ก่อนยุคของราชวงศ์ Safavid

แต่อาจจะกล่าวได้ว่า การจดบันทึกข้อมูลเกี่วกับอัญมณีเหล่านี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงการปกครองของราชวงศ์ Safavid .. ประวัติคร่าวๆมีดังนี้

ก่อนยุคของราชวงศ์  Safavid มีเครื่องเพชรอยู่ในคลังของรัฐบาลอยู่แล้ว

แต่ในช่วงของราชวงศ์ Safavid มีนักทองเที่ยวต่างชาติ  (Jean-Baptiste Tavernier, Chevalier Chardin, the Shirley brothers. George Mainwaring and others) เริ่มจะพูดถึงสมบัติเหล่านี้

เป็นเวลามากกว่าสองร้อยปีภายใต้การปกครองของราชวงศ์  Safavid  (1502 - 1735 AD) ที่ได้เริ่มมีการเก็บสะสมเครื่องเพชรและอัญมณี

โดยผู้เชี่ยวชาญของราชสำนักนำอัญมณีจากอินเดีย จักรวรรดิออตโตมัน และยุโรป (ฝรั่งเศส และอิตาลี) มาไว้ที่เมืองอิสฟาฮาน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอิหร่านในยุคนั้น

หลังการปกครองของ Shah Soltan Hossein และการเข้ามาถุงอิหร่านของ Mahmoud the Afghan ...

ทรัพย์สมบัติก็กระจัดกระจาย บางส่วนถูก Mahmoud the Afghan เอาไปและผ่องถ่ายให้กับ  Ashraf the Afghan

หลังการข้ามาที่อิสฟาฮานของ Shah Tahmasb Π และ Nadir ... อัญมณีกลับไปอยู่ในมือของ Nadir และถูกเก็บรักษาเอาไว้ในประเทศ

ต่อมา .. เพื่อที่จะทวงคืนอัญมณีหลานชิ้นที่ถูกนำไปอินเดีย ... Nadir ได้เขียนจดหมายหลายฉบับไปยังราชสำนักของอินเดีย แต่ไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ

แต่หลังจากชัยชนะของ Nadir ต่ออินเดียในปี 1745 ... Mohammad Shah ได้ส่งเงินจำนวนหนึ่ง อัญมณีส่วนหนึ่งมาให้

… แต่ทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่ที่อยู่ในครอบครองของอินเดียไม่เคยมาถึงอิหร่าน และสูญหายในระหว่างการขนส่ง

ตามประเพณีในช่วงเวลานั้น อัญมณีบางส่วนที่มาถึงดินแดนอิหร่าน .. Nadir ได้ส่งส่วนหนึ่งของทรัพยที่ปล้นสะดมไปให้กับประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนั้นยังได้มอบชิ้นงานอัญมณีที่สวยงามและหายากให้กับ the Holy Shrine of Imam Reza และแบ่งสันปันส่วนกันในหมู่ทหารและกองทัพ

หลังจากการลอบสังหาร Nadir ในปี 1747  ก็มีการปล้นสะดมทรัพย์สมบัติของ Nadir

โดยการกระทำของ Ahmad Beg Afghan Abdali ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บังคับการ

อัญมณีชิ้นสำคัญที่ออกไปจากอิหร่านแล้ว ไม่ได้หวนกลับมาอีกเลย คือ เพชรที่โด่งดังและล้ำค่า "Kooh-e-Nur" (Mountain of Light) …

เพชรเม็ดนี้ถูกส่งผ่านมาอยู่ในมือของ Ahmed Shah Durrani ... หลังจากนั้นถูกส่งตอไปที่  Ranjit Singh ผู้ครองนครปันจาบ

และหลังจากที่อินเดียพ่ายแพ้ต่อกองทัพอังกฤษ...  เพชร Kooh-e-Nur ก็ตกเป็นสมบัติของบริษัท East India Company ในปี 1850

ซึ่งต่อมาได้ถูกนำไปถวายเป็นองขวัญแด่ Queen Victoria

หลังเหตุการณ์นี้ ก็ไม่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญในเรื่องสมบัติของชาติอิหราน

จนกระทั่มาถึงยุคของราชวงศ์คาจาร์ ซึ่งมีการสะสมเครื่องเพชรและอัญมณี รวมถึงมีการจดบันทึกด้วย

… อัญมณีบางชิ้นถูกนำไปประดับบนมงกุฎ  Kiani Crown .. บัลลังก์ the Nadir Throne .. ประดับบน the Globe of jewels และบัลลังก์นกยูง (the Peacock Throne or the Sun Throne)

มีอัญมณีอีก 2 ชนิดที่ถูกนำมาเก็บเพิ่มเติมในภายหลัง คือ turquoises ซึ่งเป็นหินมีค่าแท้ๆของอิหร่านที่ได้มาจากเหมืองในอิหร่าน .. อีกสิ่งหนึ่ง คือ ไข่มุก ทีได้มาจากอ่าวเปอร์เซีย 

ตามกฎหมายที่ใช้บังคับเมื่อปี 1937 สมบัติเหล่านี้ถูกย้ายไปเก็บรักษาที่ Bank Melli Iran เพื่อใช้เป็นทุนสำรองสำหรับการพิมพ์ธนบัตร

และภายหลังถูกนำไปเป็นประกันสำหรับหนี้สินของรัฐบาลที่มีต่อธนาคาร

คอลเล็คชั่นปัจจุบันได้ถูกสร้างมาตั้งแต่ปี 1955 ..

หลังจากมีการกอตั้ง Central Bank of Iran สมบัติเหล่านี้ได้ถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่นั่น

ปัจจุบันมีการระวังป้องกันอย่างเข้มงวดโดย The Central Bank of the Islamic Republic of Iran.

ในช่วงของการปฏิวัติอิสลามในอิหร่าน และการสงคราม ... เจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางได้อุทิศตนและเสียสละอย่างสูงในการป้องกันทรัพย์สมบัติเหล่านี้

อาจจะกล่าวได้ว่า ... อัญมณี มงกุฎ เทียร่า ที่เราเห็นในพิพิธภัณฑ์ทุกวันนี้ที่ถูกเก็บรักษามาตลอดช่วงเวลาของความยุ่งยาก ความรุนแรง

... ได้ผ่านประวัติศาสตร์ที่เคลือบด้วยคราบเลือดและความเจ็บปวดมาแล้ว

.. ประวัติศาสตร์ที่ไม่ควรที่จะซ้ำรอยเกิดขึ้นอีก ไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ

มูลค่าของอัญมณีที่เก็บไว้ที่นี่

ไม่มีใครรู้ .. แม้แต่ผู้ที่เชี่ยวชาญด้านอัญมณีที่เก่งที่สุดในโลก ก็มิอาจจะประเมินมูลค่าได้ เพราะเอกลักษณ์ที่มีหนึ่งเดียวในโลก

คำตอบเดียวที่อาจจะพอพูดได้ คือ ...

เมื่อพิจารณา คุณค่าด้านชิ้นงานศิลปะ ภูมิหลังด้านประวัติศาสตร์ และไม่มีอัญมณีใดที่เทียบเคียงได้ …

ดังนั้นอัญมณีแห่งชาติอิหร่านจึงเหนือการตีราคาเป็นมูลค่าด้วยวิธีใดๆ

https://www.cbi.ir/Page/AboutTreasuryNationalJewels_en.aspx

 

Iranian Crown Jewels

The Imperial crown jewels of Iran (Persian: جواهرات ملی ایران‎, Jawāhrāt-e millī-ye Irān) อัญมณีแห่งราชสำนักอิหร่าน ประกอบด้วย ...

มงกุฎที่อลังการมากมายหลายอัน ..เทียร่า 30 อัน .. อัญมณีที่ยังไม่ขึ้นรูปอีกมากมาย ..

ดาบและโล่ห์ที่ประดับด้วยอัญมณี 12 อัน .. เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารทำด้วยโลหะมีค่าประดับด้วยอัญมณี

รวมถึงชิ้นงานที่ไม่ธรรมดา เช่น ลูกโลกทองคำซึ่งในส่วนของทะเลจะใช้มรกตฝังลงไป ซึ่งสร้างโดยราชวงศ์ซาฟาวิด ในช่วงศตวรรษที่ 16

 

Safavid and Afsharid Conquests

เครื่องเพชรแห่งราชสำนักอิหร่านถูกใช้ครั้งสุดท้ายโดนราชวงศ์ Pahlavi ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายในการปกครองอิหร่าน

ความสวยงามของเครื่องเพชรเหล่านี้อยู่ในความสนใจของโลกตะวันตกผ่านจากการนำมาใช้ของกษัตริย์  Mohammad Reza Pahlavi และพระมเหสี  Shahbanu Farah Pahlavi ในระหว่างมีงานพิธีอย่างเป็นทางการ และจากกรเสด็จเยือนประเทศต่างๆอย่างเป็นทางการ

เครื่องเพชรของราชสำนักอิหร่าน ถือว่ามีมูลค่าสูงส่ง และใช้เป็นเงินสำรองหนุนค่าเงินของอิหร่านตลอดมา ..

ในปี 1937 ในรัชสมัยของกษัตริย์ Reza Shah Pahlavi ได้มีการโอนเครื่องเพชรของราชสำนักมาเป็นของรัฐ เครื่องเพชรเหลานี้ถูกเก็บไว้ในตู้นิรภัยของธนาคารกลางแห่งอิหร่าน และถูกใช้เป็นหลักประกันเพื่อหนุนค่าของเงินของอิหร่านในระบบการเงิน

ด้วยบทบาทที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจนี่เอง อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทำไมเครื่องเพชรเหล่านี้ซึ่งสัญลักษณ์ของราชวงศ์ในอดีต จึงต้องเก็บรักษาไว้ต่อไป โดยรัฐบาลอิสลามในปัจจุบัน

 

Public display การจัดแสดง

ด้วยมูลค่าที่สูงส่งและมีความสำคัญมหาศาลด้านเศรษฐกิจ เครื่องเพชรของราชสำนักเหล่านี้จึงถูกเก็บรักษาอย่างแน่นหนาในตู้นิรภัยของธนาคารกลาง ไกลจากสายตาของคนทั่วไปมานานนับศตวรรษ …

อย่างไรก็ตาม กษัตริย์พระองค์แรกของราชวงศ์ปาลาวี ได้โอนเครื่องเพชรของราชสำนักมาเป็นของรัฐ

และพระโอรสของพระองค์ คือ  Mohammad Reza Pahlavi ได้ขอให้มีการจัดแสดงเครื่องเพชรชิ้นที่สวยงามที่สุดให้ประชาชนชม ณ สำนักงานของธนาคารกลางของอิหร่าน

เมื่อเกิดการปฏิวัติอิสลาม และโค่นล้มราชวงศ์ปาลาวีในปี 1979 ...มีการกลัวกันว่าในท่ามกลางความโกลาหลของไฟปฏิวัตินั้น เครื่องเพชรเหล่านี้จะถูกขโมยแล้วนำไปขายโดยขบวนการปฏิวัติ

… ความจริงก็คือ มีเครื่องเพชรชิ้นเล็กๆบางส่วนที่ถูกขโมย และซุกซ่อนแอบนำออกไปนอกประเทศ แต่เครื่องเพชนส่วนใหญ่ยังอยู่

มีหลักฐานยืนยัน เมื่อรัฐบาลปลดปล่อยภายใต้การนำของ ประธานาธิบดี Hashemi Rafsanjani ได้ทำการเปิดแสดงถาวรเครื่องเพชรแห่งราชสำนักอีกครั้งในปี 1990s.

 

พิพิธภัณฑ์เครื่องเพชรพลอย  National Jewelry Museum สถานที่แห่งนี้ถูกดูแลรักษา และมีการบริหารงานอย่างเข้มงวดโดยธนาคารชาติของอิหร่าน …

ภายในเต็มไปด้วยเครื่องเงิน ทอง และเครื่องประดับอัญมณีเพลรพลอย ไข่มุก อันล้ำค่ามากมายเกินกว่าจะประมาณราคาได้

 ... เครื่องประดับชิ้นที่สำคัญที่สุดของที่นี่ คือ Darya-i-nur หรือ Sea of light เพชรสีชมพูอ่อน 182 กะรัต ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก ที่รายล้อมด้วยอัญมณีอื่นที่ล้ำค่าถึงเกือบห้าร้อยเม็ด

... ว่ากันว่า เดิมเพชรเม็ดนี้หนักถึง 242 กะรัต แต่ภายหลังมีการตัดแบ่งออกเป็น 2 เม็ด และนำเม็ดหนึ่งไปประดับบนเทียร่า

... Globe of Jewel ... ลูกโลกที่ประดับด้วยอัญมณี สร้างเมื่อปี 1869 โดยคำสั่งของ Nasser-ed-din

ใช้ทองคำ 34 กก. ประดับอัญมณี 51,366 เม็ด ซึ่งมีน้ำหนัก 18,200 กะรัต ในการสร้างสรรค์ชิ้นงาน

.. การที่จะระบุประเทศต่างๆบนลูกโลกใบนี้อาจจะไม่ได้รายละเอียด แต่อย่างไรก็ตาม มรกตหมายถึงทะเลและมหาสมุทร .. ทับทิมหมายถึงแผ่นดิน

.. ส่วนที่ประดับด้วยเพชร คือ อิหร่าน อังกฤษ ฝรั่งเศส และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

.. ส่วนอินเดียนั้น ใช้ทับทิมสีอ่อน

... Peacock Throne (Sun Throne)

.. ประดับด้วยเพชรนิลจินดามากกว่า 26,000 ชิ้น สร้างโดยคำสั่งของ Fath-Ali Shah

ตั้งชื่อตามชื่อของพระมเหสี Tavous Khanoom หรือ Lady Peacock

 ... ว่ากัน เครื่องเพชรและอัญมณีของที่นี่ เป็น collection อัญมณีที่จัดแสดงชิ้นงานเป็นจำนวนมากที่สุดในโลก นอกจากนั้นยังมีมูลค่าสูงค่ามากที่สุดในโลกอีกด้วย

... แม้จะยังมิอาจจะประเมินราคาออกมาได้ ด้วยเป็นสิ่งสะสมมาหลายศตวรรษ

.. นอกจากจะแสดงอัญมณีบนเครื่องประดับแล้ว … เพชร พลอยต่างๆ ไข่มุก ฯ ยังแสดงเป็นแบบ ชิ้นๆ (loose piece) ในถาดอีกมากมายจริงๆ .. เราได้แต่ส่งสายตาไปขมเพชรพลอยขนาดเท่า .. ไข่ห่าน .. ด้วยความขื่นชม

 ..แต่ละชิ้นเกิดจากจินตนาการที่ล้ำเลิศของผู้สร้างสรรค์ชิ้นงาน .. ซึ่งล้วนเป็นชาวอิหร่าน

 

เรื่องราวของเพชรโคอินัวร์

โคห์อินัวร์ (อังกฤษ: Koh-i-Noor, เปอร์เซีย: کوہ نور‎ อ่านออกเสียง: koh iː nuːɾ|pron, "ภูเขาแห่งแสง"; บางครั้งสะกดเป็น Kuh-e Nur หรือ Koh-i-Nur) ... คือเพชรที่มีขนาด 105.6 กะรัต มีน้ำหนัก 21.6 กรัม ในสภาพที่เจียระไนครั้งล่าสุด (ก่อนหน้านี้มีขนาด 186.6 กะรัต หนัก 37.21 กรัม) และยังเคยเป็นเพชรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก

ตามหลักฐานนั้นค้นพบในรัฐอานธรประเทศ ประเทศอินเดีย พร้อมกันกับเพชรคู่แฝดที่มีชื่อว่า ดารยา-เย-นัวร์ (แปลว่า​ "ทะเลแห่งแสง")

โคห์อินัวร์นั้นมีประวัติอันยาวนาน โดยตกเป็นเพชรของหลายราชวงศ์ในอดีต รวมถึง ราชปุตแห่งอินเดีย, ราชวงศ์โมกุล, ราชวงศ์อัฟชาริด, ราชวงศ์ดูร์รานี, ราชวงศ์ซิกข์ และล่าสุดนั้นตกเป็นของจักรวรรดิอังกฤษ

โคห์อินัวร์ได้ถูกริบจากผู้ครอบครองคือ ดูลิป สิงห์ ในปีค.ศ. 1850 โดยบริษัทอินเดียตะวันออก และต่อมาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องราชกกุธภัณฑ์แห่งสหราชอาณาจักร

เมื่อสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียได้สถาปนาพระองค์ขึ้นเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งอินเดียในปีค.ศ. 1877 โคห์อินัวร์เคยถูกเรียกว่า "ศิยมันทกามณี" และต่อมา "มณยัก" หรือ "ราชาแห่งอัญมณี" ก่อนจะถูกเรียกเป็น "โคห์อินัวร์" ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 โดยชาห์นาเดอร์ ภายหลังจากการยึดครองอินเดียของพระองค์

ในปัจจุบันโคห์อินัวร์ถูกเก็บรักษาและจัดแสดงที่หอคอยแห่งลอนดอน

 

ในปีค.ศ. 1852 ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม ภายใต้การกำกับของเจ้าชายอัลเบิร์ต และผู้เชี่ยวชาญทางอัญมณี เจมส์ เทนแนนท์ ได้ทำการเจียระไนโคห์อินูร์จากขนาดดั้งเดิมที่ 186 1/6 กะรัต (หนัก 37.21 กรัม) ให้เหลือเพียงขนาดปัจจุบันที่ 105.602 กะรัต (21.61 กรัม) เพื่อเพิ่มการสะท้อนแสง

ซึ่งพระองค์ได้ทรงตัดสินพระทัยอย่างกล้ำกลืนภายหลังจากทรงหารือกับผู้เชี่ยวชาญแล้ว ด้วยมูลค่าการเจียระไนประมาณ 8,000 ปอนด์ ซึ่งได้ลดขนาดของเพชรนี้ลงถึง 42 เปอร์เซนต์

แต่ถึงกระนั้นทรงไม่พอพระทัยผลงานที่ได้ จากนั้นได้นำโคห์อินัวร์ไปประดับบนมงกุฎที่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียมักทรงอยู่บ่อยๆ ซึ่งขณะนั้นได้เก็บรักษาไว้ที่พระราชวังวินด์เซอร์

ซึ่งปกติแล้วเครื่องราชกกุธภัณฑ์จะต้องเก็บรักษาที่หอคอยแห่งลอนดอนเท่านั้น

ภายหลังจากที่ทรงเสด็จสวรรคตแล้ว ในรัชกาลถัดมา สมเด็จพระราชินีอเล็กซานดราทรงให้ย้ายโคห์อินูร์มาประดับบนมงกุฏองค์ใหม่ของพระองค์

ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 พระสวามี ซึ่งในขณะนั้นสมเด็จพระราชินีอเล็กซานดราทรงเป็นพระราชินี (ฐานะพระอัครมเหสี) พระองค์แรกที่ทรงมงกุฏประดับเพชร

ซึ่งได้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติต่อมาในรัชกาลของสมเด็จพระราชินีแมรี และต่อมาสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี

การทวงสิทธิ์ในโคห์อินัวร์

อินเดียได้มีการทวงสิทธิ์ในโคห์อินัวร์ เนื่องจากถือว่าถูกริบไปอย่างผิดกฎหมาย และควรที่จะถูกส่งมอบคืนให้แก่อินเดีย

เมื่อสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบ็ธที่ 2 ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการในรัฐพิธีเฉลิมฉลองอิสรภาพครบ 50 ปีของอินเดียในปีค.ศ. 1997 ชาวอินเดียในประเทศอินเดีย และในสหราชอาณาจักรได้เรียกร้องให้มีการส่งคืนโคห์อินัวร์ให้กับอินเดีย

ซึ่งต่อมาในปีค.ศ. 2013 ในขณะที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษเยือนประเทศอินเดียนั้น ได้กล่าวว่า โคห์อินัวร์จะไม่ถูกมอบคืน และไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องส่งคืนให้กับอินเดีย

***Note : อ่านจากเอกสารของธนาคารแห่งชาติ อิหร่าน และจาก วิกิพีเดีย เนื้อความสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเพชรโคห์อินัวร์ไม่ตรงกัน ก็แล้วแต่ว่าจะเชื่อใครนะคะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
bene วันที่ : 03/12/2018 เวลา : 03.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

เอิ่มมมมมม เรื่องเพชร โตอินัวร์ เท่าที่ผ่านไปแถวพิพิธภัณฯ อังกฤษเห็นเขาแสดงของเก่า--หีบศพจากอิยิปต์ ซากก้อนอิฐ-หินที่ยกไปจากบ้านอื่นเมืงไกล แจ๋วก็ห่อเหี่ยวใจจะแย่แล้วค่ะ ----ทำไมเขากล้าเอาของๆคนอื่นมาไว้ในบ้านเขาประหนึ่งเป็นสมบัติชาติตัวได้ขนาดนี้หนอ. แล้วท้ายบทที่บอกเล่ายิ่งเศร้าใจไปอี๊ก ..."ไม่มีเหตผลใดที่จะต้องส่งคืน..."ท่านผู้มีอารยะ ชน กล่าวไว้ ยอมรับตรงๆว่าเอาไปจริงและไม่จะคืน สมบัติพลัดกันชม สาธุ!!

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
bene วันที่ : 03/12/2018 เวลา : 03.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

😮 โอ้..ใกล้เกลือกินด่างแท้ๆเลยเรา...วันก่อนคุยกะสามีเรื่องอิหร่านไม่มีเหมืองทองคำ ที่ได้จุดประเด็นคิดเพราะเรื่องค่าเงิน ดอลล่าร์ที่สุงกระฉูดลูดทะลุปลายกระโดงเรือกัปตันฮูกตกขอบโลกไปก็ว่าได้ เมกาจะขี้ไม่ออกเยี่ยวไม่ได้ ค่าเงินอิหร่านเป็นได้ดิ่งเหวทุกวัน ทั้งๆที่อาหาร -พืช-ผักผลไม้ ในประเทศก็ยังปลูกได้เหมือนทุกๆปี แค่เมกาอ้าปากแซงชั่นเท่านั้น.... 😣😇 เศรษฐศาสตร์แบบเด็กน้อยค่อยศึกษาบอกว่า เงินกระดาษใช้ทองหนุนค่าเงิน ถามอากู๋ ทองบนโลกนี้อยู่ที่ใดบิ๊กๆที่มีเหมืองทองในประเทศ รัสเซีย เมกา..แต่ในโลกนี้นับนิ้วมือได้เท่านั้นที่มีเหมืองทอง ที่เคยรู้อิหร่านมีน้ำมันเยอะ แกสเยอะ แจ๋วคงแอบ-หาขุดเองไม่ได้ เวลานั่งรถกินลมชมแดด เห็นภูเขาหินทรงแปลกๆตา ให้ละโมลโลภมาบังเกิด---มันจะมีทองกองเท่าภูเขาในอืหร่านมั้ยหนอ แจ็วขอแค่หยิบ(ติด)มือกลับบ้านแค่ขนได้ก็พอ 😅😅😂 บทความนี้เปิดกะโหลกถึงบางอ้อได้ ดีนักแล ขอบคุณค่ะ

นานหลายปีละ เคยมีคนไทยที่มาอิหร่านแนะไว้ว่า หนึ่งที่ที่ต้องดูชมในอิหร่านคือ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จนป่านนี้ ยังไม่มีโอกาสเฉียดใกล้เลยค่ะ

ใคร่รู้ต่อเลยค่ะว่าพวกเพชรนิลจินดาเหล่านี้ ถูกขุดมาจากพื้นดินของอิหร่านเองหรือ? ---เท่าที่เห็น ภูเขาในอิหร่านมันน่าจะมีสินแร่มีค่าเยอะอยู่นะคะ แต่ถิ่นที่เราอยู่มีแต่เกลือ ชั้นหินโดนน้ำ-ฝนเซาะเกลือขาวๆโผล่เป็นชั้นๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 30/09/2018 เวลา : 10.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีวันสีแดงค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน