*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2206
  • จำนวนผู้ชม : 6118632
  • จำนวนผู้โหวต : 11190
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11190 คน
<< ตุลาคม 2018 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 29 ตุลาคม 2561
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 606 , 12:24:48 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน opads โหวตเรื่องนี้

อิหร่าน (14) ..  มหานครโบราณเปอร์ซีโปลิส (PERSEPOLIS) Episode 2


The gateway of all lands

ในการเดินชมมหานคร Persepolis ในปัจจุบัน .. หลังจากที่เราเดินมาตามถนน แล้วขึ้นบันไดที่สร้างขึ้นมาใหม่แทนทางขึ้นเดิมทางด้านทิศตะวันตกที่สร้างในสมัยกษัตริย์ Darius เราก็จะเข้าสู่ตัวมหานคร Persepolis

โดยผ่าน The Gate of ALL-LAND ที่มีมาตั้งแต่สมัยของกษัตริย์ Xerxes พระโอรสของกษัตริย์ Darius

The gateway of all lands … เป็นประตูหน้าวังที่ฉันอยากจะแปลว่า “ประตูแห่งมวลมนุษยชาติ” ..

ประตูนี้เป็นทางใหม่ที่จะพาเราเข้าสู่เมืองและพระราชวัง Apadana ที่อยู่ทางทิศใต้ ซึ่งเป็นสถานที่ต้อนรับแขกเมืองที่มีความสำคัญมาก

The gateway of all lands … สร้างในรัชสมัยของกษัตริย์ Xerxes I ซึ่งพระองค์ได้สั่งสร้างบันไดทางขึ้นสู่พระราชวังจากทางด้านทิศตะวันตก ให้มาอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

โดยให้ทำซุ้มประตูให้เหมือนของเดิม (แต่ราละเอียดทำได้ไม่ดีและสวยงามเท่าของเดิม) ... ดังที่เห็นเป็นรูปสลักที่หักพังในปัจจุบัน

ซุ้มประตูสร้างด้วยหินเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีรูปประติมากรรมที่ขอบประตูทั้ง 2 ด้าน ..

แม้ในสภาพปัจจุบันจะชำรุดค่อนข้างมาก แต่ยังคงมองเห็นได้ชัดเจนว่า ด้านหนึ่งของซุ้มประตูเป็นรูปสลักบุคคลมีเครา ที่มีร่างกายครึ่งวัว อุ้งเท้าเป็นสิงห์โต มีปีก

... ซึ่งคงจะเป็นสัตว์ในจินตนาการ ซึ่งมีมาก่อนแล้วในวัฒนธรรมเมโสโปเตเมีย เรียก Lamasu

ส่วนซุ้มประตูอีกด้าน เป็นรูปประติมากรรมสลักรูปวัว  …

ประติมากกรมสลักนี้ทำหน้าที่เสมือนผู้พิทักษ์ประตูเมือง รวมถึงเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ ...

สถาปัตยกรรมเดิม .. เป็นอาคารที่มีผนังอิฐ (ปัจจุบันไม่มีแล้ว) มีเสาที่ไม่ใหญ่มาก สูงราว 16.5 เมตรล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน เพื่อรองรับหลังคา … ที่จะเป็นด่านแรกที่ผู้มาเยือนมหานครแห่งนี้ต้องผ่าน

ด้านบนของประติมากกรมนี้ มีคำจารึกของกษัตริย์ Xerxes เป็นภาษาต่างๆ 3 ภาษา ซึ่งบอกให้รู้ว่าพระองค์เป็นผู้สร้างประตูแห่งนี้ ... มีใจความว่า

.. By the grace of Ahuramazda I built this “Gate of ALL-Lands”. Much of other good (construction) was built in this (city) PERSA (Persepolis), which I built and which my father built. Whatever good construction is seen, all by the favor of Ahuramazda we built.

 

พื้นที่ถัดไปจะเป็นสถานที่เรียก The army street ..

เป็นถนนยาว 92 เมตร กว้างราว 10 เมตร เพื่อเชื่อมระหว่าง Gate of ALL-LAND กับ The unfinished gate รวมถึงพื้นที่ด้านทิศเหนือของ The Hundred Column Hall

ทั้งสองข้างของถนนจะมีแนวกำแพงเตี้ยๆก่อด้วยอิฐหนาๆ

มีร่องเหมือนคูสำหรับให้ทหารเข้าประจำการณ์ทำหน้าที่

บริเวณนี้มีรูปปั้นของสัตว์ในจินตนาการ Eagle-Griffin (Homa = Auspicious Bird) ..

ถูกค้นพบทางด้านเหนือของ Army Street เมื่อปี 1954 ..

ไม่ปรากฏว่ามีการใช้รูปปั้นแบบนี้ในที่ไหนเลยของ Persepolis

แต่มีการคาดเดาว่า ... อาจจะถูกใช้เป็นงานประดับที่ The Unfinished Gate

 

The Unfinished Gate

ว่ากันว่า เป็นสิ่งก่อสร้างที่ทำขึ้นมาในยุคหลังๆ

จากขนาดของรูปสลักประติมากรรมที่ถูกทิ้งไว้ ทำให้คาดการณ์ว่าประตูที่จะสร้างน่าจะมีขนาดใหญ่

หันหน้าไปยังทิศทางของ The Hundred Column Hall …

ฉันเองพิจารณาจากที่อ่านเอกสาร ที่มีการกล่าวถึงส่วนที่บอกว่า ... เมื่อมีการย้ายบันไดทางขึ้นมายังทิศตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว ดูจะไม่ค่อยมีจุดหมายว่าจะเดินไปไหน เพราะส่วนสำคัญของสถานที่อย่าง Throne Hall ก็อยู่ด้านหลังของคนที่เดินเข้ามา

เลยคิดเดาเอาเอง แบบคนที่ไม่ค่อยมีความรู้เท่าไหร่ว่า ...

ทางเข้าแห่งใหม่ที่ยังสร้างไม่เสร็จ อาจจะมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้คนที่จะเข้ามาจะได้หันหน้าไปยังทิศทางที่กษัตริย์ประทับอยู่

แต่เหตุที่สร้างไม่เสร็จ เดาเอาว่า อาจจะเพราะในช่วงเวลาที่กำลังจะสร้าง เป็นเวลาที่เปอร์เซียอ่อนแอ และมีศึกสงคราม จนต้องเสียอิสรภาพให้อาณาจักรอื่น

.... แค่เดาค่ะ ...

.. และคงมีแผนที่จะสร้างกำแพงขนาดใหญ่เช่นกันในบริเวณนี้ด้วย

ร่องรอยที่ปรากฏ ชี้ไปอย่างนั้น

 

Northern Doorway leading to Hall of Hundred Column (Throne Hall) 

ส่วนต่อมาจาก The Unfinished Gate.. เป็นทางเดินทางด้านขวามือเพื่อเข้าสู่ส่วนของตำหนัก 100 เสา

บางส่วนของกำแพงตำหนักร้อยเสาในทิศนี้ ทำเป็นเสาที่มีรูปสลักประดับอยู่บนหัวเสา

มีส่วนประกอบของสิ่งก่อสร้างที่ใช้เป็นหลังคาที่ประทับของกษัตริย์วางอยู่ที่นี่ด้วย

แม้จะหักพังไปมาก แต่ลวดลายที่เห็นก็บอกได้เลยว่าสวยงาม วิจิตรมาก ทั้งรูปสลักดอกไม้ และสัตว์ต่างๆ

ถัดมา .. เป็นรูปสลักบนกำแพงทางเดิน อันเป็นส่วนของกำแพงตำหนัก 100 เสา

ทั้งสองด้านมีความน่าสนใจในวิธีคิดสร้างรูปแกะสลักบนหิน

อารยะธรรมเปอร์เซียนั้นเป็นที่ยอมรับว่ายิ่งใหญ่ … แต่พวกเขามิได้สร้างความยิ่งใหญ่นี้เองโดยลำพัง

ชาวแอสซีเรีย ชาวมีเดียน ชาวปาเทียน ล้วนเป็นรากของวัฒนธรรมดั้งเดิม

ชาวเปอร์เซียที่เกิดขึ้นภายหลังได้รับอิทธิพลนี้ และนำมาปัดฝุ่นและประยุกต์ สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ จนเกิดเป็นวิทยาการ และลวดลายใหม่ๆ

รวมถึงการรับเอาอิทธิพลจากอาณาจักรเพื่อนบ้านที่มีการรบรา แย่งชิงพื้นที่กันมาตลอด จนทำให้ “การเป็นเปอร์เซีย” ถูกประยุกต์ให้มีหน้าตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม

อาซีเรีย นิยมทำภาพนูนสูง เช่นเดียวกับที่เห็นในอียิปต์ ..

ที่นี่เราได้เห็นอิทธิพลนั้น จากการสลักรูปบุคคลที่มีหน้าตาคล้ายๆกัน แต่จะแยกตามขนาด เช่นกษัตริย์ จะมีรูปร่างสูงใหญ่มีเครา สวมใส่เครื่องประดับ ส่วนอำมาตย์ ทหาร และทาส จะมีขนาดที่เล็กลง และเครื่องแต่งกายต่างกันออกไป

รูปสลักในบริเวณนี้

.. ชั้นบนสุดเป็นเทพเจ้าสูงสุด Ahura Mazda (God of all gods) ถัดมาเป็นกษัตริย์ กับเสนาบดี

.. อีก 2 ชั้นเป็นทหารและคนที่ค้ำจุนจักรวรรดิ ซึ่งมีทั้งหมด 100 นาย คล้องจองกับ 100 pillar hall

 ... ชอบใจภาพของการแสดงการค้ำจุน แบกรับและเป็นภาระที่คนข้างล่างต้องรับน้ำหนักอำนาจที่อยู่เบื้องบน ... เข้าใจคิดจริงๆ


ประตูด้านตะวันออกของ The Hundred Column Hall …

เป็นส่วนของทหารรักษาการณ์ ... ประตูมีการประดับด้วยภาพสลัก Hero & bad spirit รูปสลักหินภาพนักรบผู้กล้าสู้กับสิงห์โต

.. ภาพสลักนี้อลกแบบมาจากประตูที่ The Palace of Darius แต่มีขนาดเล็กกว่า 

 

ท้องพระคลังในยุคของกษัตริย์เซอร์เซสที่ 1 ได้รับการขยายให้กว้างขึ้น

ซึ่งแสดงถึงแสนยานุภาพของอาณาจักร

จนมีชาติต่างๆเดินทางเข้ามาถวายเครื่องราชบรรณาการจากทั่วสารทิศ

 

หากจะมองไปยังภูเขา … จะมองเห็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์อยู่บนหน้าผา และมีทางเดินให้ขึ้นไปยังสุสานบนนั้นได้ แต่เราไม่ได้ขึ้นไป

ว่ากันว่า … สุสานทางด้านทิศเหนือ ซึ่งลักษณะการก่อสร้างเป็นการเลียนแบบสุสานของกษัตริย์ Darius ที่ Naqsh-e Rostam ซึ่งจะเขียนบทความถึงในตอนต่อไป

มีจารึกที่พอจะประมาณได้ว่า เป็นของกษัตริย์ Ataxerxas III …

ส่วนสุสานอีกแห่ง รวมถึงสุสานที่สร้างไม่เสร็จ ไม่มีจารึกบอกเอาว่าเป็นของใคร

 ผนังด้านหนึ่งของกำแพง The Hundred Column Hall ..

รูปสลักที่สะดุดตามากที่สุดตรงทางขึ้น “รูปสิงห์โตต่อสู้กับกระทิง” ..

รูปสลักนี้มีนัยยะที่ไม่อาจจะตีความได้ชัดเจนแฝงอยู่

อย่างแรก .. สิงห์โต เป็นสัญลักษณ์ของการครอบครองและอำนาจที่เปอร์เซียมีเหนือกว่าประเทศต่างๆในพื้นที่แถบนั้น

อีกนัยยะหนึ่ง .. สิงห์โต เป็นสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ผลิ วัวเป็นสัญลักษณ์ของฤดูหนาว .. ฤดูใบไม้ผลิจะขับไล่ความหนาวเย็นของฤดูหนาวออกไป

ส่วนอีกความหมาย คือ แสดงถึงอำนาจของกลางวันและกลางคืนที่ต้อสู้กันครั้งแล้วครั้งเล่า

ศาสนาโซโรแอสเตรียน เป็นศาสนาดั้งเดิมที่ชาวเปอร์เซียนับถือ ..

ซึ่งการนับปีใหม่ของชนเผ่าโบราณและศาสนานี้จะเริ่มจากการเห็นแสงแรกของดวงอาทิตย์

ซึ่งก็คือการเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิในราวช่วงปลายเดือนมีนาคมนั่นเอง

กษัตริย์ของเปอร์เซีย จะรอรับแสงอาทิตย์อยู่ที่กองไฟด้านบนของ Throne Hall อันเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวรรดิ ..

ในขณะที่พวกอำมาตย์และข้าราชบริพารชั้นผู้ใหญ่ในอิริยาบทที่ผ่อนคลาย พูดคุย ทักทายกัน ในขณะที่เตรียมเดินขึ้นบันไดไปเฝ้ากษัตริย์ และร่วมพิธีต้อนรับปีใหม่ของจักรวรรดิ

จากภาพสลักหินทางขึ้นไปบน Throne Hall .. เราก็พอจะจินตนาการได้ว่า การเฉลิมฉลองการเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ หรือปีใหม่ตามวัฒนธรรมของจักรวรรดิในสมัยโบราณก่อนอิสลามนั้นจึงยิ่งใหญ่มาก

 


Apanada Stairway Walls

“จักรวรรดิเปอร์เชีย” เป็นมหาอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ ที่ครอบครองพื้นที่มากที่สุดในเมโสโปเตเมีย จนเป็นจักรวรรดิที่เป็นมหาอำนาจของโลกในสมัยที่รุ่งเรือง

ในสมัยของพระเจ้าไซรัส อาณาจักรเปอร์เซียได้ทำสงครามกับอาณาจักรลิเดียของพระเจ้าคริซุส ซึ่งเป็นอาณาจักรที่มั่งคั่ง เข้มแข็ง และสามารถพิชิตอาณาจักรลิเดียลงได้

ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มของความยิ่งใหญ่ โดยหลังจากพิชิตลิเดียแล้ว พระเจ้าไซรัสได้ทรงแผ่ขยายแสนยานุภาพเข้าครอบครองดินแดนใกล้เคียง จนสามารถยึดครองกรุงบาบิโลนได้ในปีที่ 539 ก่อนคริสตกาล

ชัยชนะนี้ ทำให้ครอบครองดินแดนแถบเมโสโปเตเมียได้สำเร็จ ก่อนจะเข้ายึดครองดินแดนอียิปต์ได้ในเวลาต่อมา

ทำให้อาณาจักรเปอร์เซียขึ้นสู่จุดสูงสุดและกลายเป็นจักรวรรดิในที่สุด

และพระเจ้าไซรัสทรงได้รับพระนามเป็น มหาราช

ประติมากรรมนูนต่ำติดผนัง ที่สลักเป็นรูปมนุษย์เรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ... คือชนชาติต่างๆ ที่เดินทางมาที่นี่ เพื่อถวายเครื่องราชบรรณาการ แสดงความภักดีต่ออาณาจักรแห่งนี้

 

แน่นอนว่ามีหลากหลายเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาวเติร์ก ชาวอาร์เมเนีย ชาวอียิปต์ ยาวมาจนถึงชนชาติจากทวีปเอเชียอย่างอินเดียก็มาร่วมกับเขาด้วย

รวมถึงชนชาติจากแอฟริกาอย่างเอธิโอเปีย ก็ปรากฏให้เห็นบนกำแพงของมหานครแห่งนี้เช่นกัน

เป็นสิ่งที่พิสูจน์ถึงความเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิเปอร์เซีย

การได้มาซึ่งอำนาจและความยิ่งใหญ่ ย่อมต้องมีผู้นำที่แข็งแกร่ง น่าเกรงขาม และชาญฉลาด …

กษัตริย์ไซรัสมหาราช (Cyrus The Great) เป็นผู้ที่ถูกขนานนามว่า “กษัตริย์ผู้ครอบครองแผ่นดินทั้ง 4 ทิศ (King of the Four Corners of the World)” .. พระปรีชาสามารถของพระองค์เป็นที่เลื่องลือในเขตตะวันตก ด้วยพระองค์เป็นนักปกครองผู้ทรงธรรม และเห็นถึงความสำคัญของผู้อื่น

กษัตริย์ไซรัสมหาราช … สามารถรวบรวมอาณาจักรเปอร์เซียให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้ ด้วยพระปรีชาสามารถด้านการรบ การใช้กลยุทธ์ที่ชาญฉลาด  และเป็นผู้สถาปนาจักรวรรดิจักรเปอร์เซีย

กษัตริย์ไซรัสมหาราช เป็นกษัตริย์ที่ตีบาบิโลนได้ ใน ก่อน ค.ศ. 539

เป็นผู้ที่ปลดปล่อยชาวยิวจากการถูกกดขี่เป็นทาสที่กรุงบาบิโลน ให้ได้กลับดินแดนปาเลสไตน์หลังจากที่กองทัพเปอร์เซียเข้ายึดครองกรุงบาบิโลนได้

โดยเป็นกษัตริย์ที่ถูกกล่าวไว้ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ หรือ ไบเบิล

พระเจ้าไซรัส เป็นกษัตริย์ที่ถูกมองว่าเป็นผู้นำที่ดีมีขันติธรรม โดยพระองค์ไม่มีพระประสงค์จะเอาชีวิตกษัตริย์องค์ใดเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ …

ทรงอนุญาตให้ดินแดนที่พระองค์เข้ายึดครองสามารถรักษาประเพณีของตนเองได้  โดยไม่ต้องจ่ายส่วย และไม่จับพลเมืองมาเป็นเชลย ไม่กดขี่ข่มเหงประชาชนในรัฐบริวาร 

ทั้งนี้พระองค์ทรงจ่ายค่าแรงงานให้แก่คนงานที่สร้างเมืองและวัง ทั้งทรงมีการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันทำให้ประชาชนในดินแดนที่ถูกยึดครองซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายทางเชื้อชาติวัฒนธรรม เกิดความยอมรับในตัวผู้นำและไม่ต่อต้าน

นอกจากนั้น พระองค์ยังได้สร้าง “กระบอกแห่งพระเจ้าไซรัส (Cyrus Cylinder)” มีเนื้อหาเกี่ยวกับสิทธิของผู้คน จึงถือว่าเป็นการประกาศสิทธิมนุษยชนอันดับต้นๆของโลก

ด้วยพระปรีชาสามารถและทรงคุณธรรม … ทำให้พระเจ้าไซรัสได้รับสมัญญานามเป็น มหาราช

ต่อมา พระองค์ได้เสด็จไปทำศึกที่เมืองเปอซากาดิ และสิ้นพระชนม์ในการรบ

พระโอรส พระนาม แคมไบซิส (Cambyeses)ทรงขึ้นครองราชย์ต่อ

ทว่า แคมไบซิสทรงปกครองด้วยความรุนแรง ไม่เหมือนรัชสมัยของกษัตริย์ไซรัส (ผู้เป็นพ่อ) ทำให้ผู้คนต่อต้านและเกิดการกบฏขึ้นหลายครั้ง

พระเจ้าดาริอัสที่ 1 (Darius The Great) ทรงเป็นกษัตริย์ที่เข้มแข็ง สามารถรวบรวมดินแดนและปราบปรามผู้ต่อต้านที่เริ่มแข็งข้อมาตั้งแต่รัชสมัยพระเจ้าแคมไบซิสลงได้

โดยในยุคนี้ เป็นสมัยที่จักรวรรดิเปอร์เซียมีความเจริญและเรืองอำนาจมากที่สุด โดยมีอาณาเขตกว้างขวางมาก โดยขยายดินแดนไปจรดอินเดีย ปาเลสไตน์ เอเชียไมเนอร์ (ตุรกี) และ อียิปต์

จนกลายเป็นจักรวรรดิมีอาณาเขตกว้างขวางมากที่สุดในโลก

ในยุคสมัยนั้น เรียกได้ว่าเป็น ยุคทองของอารยะธรรมเปอร์เซีย

ในยุคของกัตริย์ดาริอัสที่ 1 ได้มีการปรับปรุงและแกะสลักรูปปั้นเพิ่มเติมที่ราวบันไดทางขึ้นสู่ Apanada

โถงทางขึ้นบันไดทางขึ้นไปเฝ้ากษัตริย์ของบรรดาทูตจากเมืองต่างๆในจักรวรรดิ มีรูปสลักของคนชาติต่างๆในอาณาจักรที่มารอเฝ้าพร้อมเครื่องบรรณาการ .. สามารถบอกได้จากลักษณะทางกายภาพของคน การแต่งกายและเครื่องประดับ รวมถึงสิ่งของที่จะนำมาถวายกษัตริย์ เช่น ...

คนจากตะวันออกกลางนำอูฐมา

คนจากเอเซียกลาง เอาน้ำผึ้งมา

คนอินเดีย นำน้ำผึ้งมา เป็นต้น

... ช่วงกั้นระหว่างชนชาติต่างๆ มีรูปสลักของต้นสนไซปรัส ซึ่งถือว่าเป็น Ever green tree อันหมายถึงความร่มเย็น และการแผ่ขยายของจักรวรรดิอย่างไม่สิ้นสุด

รูปสลักที่เราเห็นในพื้นที่นี้ แสดงอย่างชัดเจนถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรเปอร์เซีย ที่สามารถปกครองดินแดนของคนหลายเชื้อชาติ

 

Hundred Column Hall (Throne Hall) … ตำหนัก 100 เสา

พื้นที่ถัดไป คือ ตำหนัก 100 เสา .. ปัจจุบันไม่มีเสาที่สมบูรณ์เหลืออยู่ที่นี่ เสาที่สมบูรณ์ถูกนำไปอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ของบางประเทศในโลกตะวันตก

เสาอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ตั้งตระหง่านท้าลมท้าฝนมาหลายพันปีแล้ว พร้อมทั้งยังมีภาพแกะสลักหินอันงดงามอยู่รอบ ๆ อีกหลายจุดอีกด้วย

ตำหนัก 100 เสา .. ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ The Terrace .. นับเป็นห้องโถงที่ใหญ่ที่สุดในมหานคร Persepolis ด้วยขนาดพื้นที่ราว 4,800 ตารางเมตร

ตำหนัก 100 เสา .. สร้างโดยกษัตริย์ Xerxes (486-465 BC) โดยเป็นอาคารที่มีต้นแบบมาจาก Apanada ซึ่งพระบิดาของพระองค์ดำเนินการสร้าง และตั้งอยู่ติดกัน …

ตำหนัก 100 เสา .. สร้างเสร็จในสมัยของพระราชโอรสของ Xerxes คือ Artaxerxes (465-425 BC) .. ซึ่งก็มีการก่อสร้างเพิ่มในส่วนของ Tripylon ซึ่งอยู่ระหว่างพื้นที่ Aspadana กับ ตำหนัก 100 เสา เพื่อเป็นทางสัญจรที่เป็นทางการกับส่วนพระราชฐาน

ลักษณะเด่นของสิ่งก่อสร้างนี้ คือ เสาที่มีจำนวนมากถึง 100 ต้น (10 X 10) ที่สร้างจากหินคุณภาพเยี่ยมสีดำ …

ว่ากันว่า ... กษัตริย์ Xerxes ต้องการจะให้ใหญ่โตอลังการกว่า Aspanada ซึ่งพระบิดาสร้าง จึงสร้างให้มีเสาขนาดใหญ่ทั้งหมด 100 ต้น ประดับด้วยรูปปั้นขนาดใหญ่ และสิ่งตกแต่งที่สวยงามอีกมากมาย

ตำหนัก 100 เสา มีทางเข้าทั้งหมด 8 ทาง … บนขอบประตูทางเข้า (Door Frames) สู่โถงนี้ทางด้านทิศเหนือ และทิศใต้มีรูปสลักของกษัตริย์นั่งอยู่บนบัลลังก์ โดยไม่มีรูปสลักของมกุฎราชกุมารอยู่ด้านหลัง (ต่างจากภาพสลักใน Apadana ที่มีรูปสลักของพระบิดาบนบัลลังก์ และพระองค์อยู่ด้านหลังในฐานะมกุฏราชกุมาร)

… แต่พระองค์ให้สลักรูปของคนรับใช้สี่คนแทน .. ตอนนี้พระองค์เป็นกษัตริย์ที่นั่งบนบัลลังก์

 

The Treasury of Persepolis ... The Palace of Darius

กษัตริย์ Darius วางแผนสร้าง The Terrace ให้เป็นศูนย์กลางแห่งเดียวของการบริหารราชการของอาณาจักร และมีสถานที่ราชการต่างๆรวมอยู่ที่นี่ ส่วนพระราชวังที่ประทับของกษัตริย์และพระราชวงศ์จะอยู่ส่วนล่างของ The Terrace

The Treasury of Persepolis ... Darius Palace อยู่ติดกับ Aspanada โดยด้านหน้าของพระราชวังหันไปทางทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศที่หันไปทางบันไดทางขึ้นอันดั้งเดิม

... หมายความว่า เมื่อคนที่ขึ้นมาที่ The Terrace ก็จะพบกับพระราชวังแห่งนี้ก่อน

พระราชวังแห่งนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า The Tachara ซึ่งปรากฏอยู่ในจารึกด้วย …

ตัวพระราชวังตั้งอยู่บนแพลทฟอร์มสูงราว 2.5 เมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 1,160 ตารางเมตร

.. และด้วยเหตุที่บางส่วนของหินได้รับการขัดถูจนมีภาพสะท้อน พระราชวังจึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า The Mirror Hall

The Palace of Darius สร้างขึ้นในสมัยของกษัตริย์ Darius ในช่วงที่มีการก่อสร้าง The Terrace

แต่มาเสร็จสมบูรณืในสมัยของพระราชโอรส คือ กษัตริย์ Xerxes

ด้านล่างของฐานพระราชวังด้านหนึ่งมีภาพสลักของสิงโตต่อสู่กับวัว และภาพสลักของทหาร เป็นภาพสลักที่เหมือนกันทั้งสองข้าง ที่ดูจะมีความสมดุล

… ส่วนตรงกลางเป็นจารึกในภาษาโบราณ

ภาพสลักตามประตู หน้าต่างของพระราชวัง

บางส่วนเหมือนเป็นการเล่าเรื่อง เช่น รูปสลักของทหารที่กำลังเข้ามาผลัดเวรยาม

ว่ากันว่า ... รูปสลักเหล่านี้เคยมีการประดับด้วยวัสดุมีค่า และอัญมณีด้วย แต่ถูกปล้นไปเมื่อครั้งที่พระราชวังถูกเผาโดยทหารกรีก

ศิลปะที่ใช้ในการตกแต่งภายมนพระราชวังของกษัตริย์ ดาริอุส

ด้านหน้าของพระราชวัง…  ตรงล่างของส่วนฐานพระราชวังมีรูปสลักของทหารในชุดทหารประจำราชสำนักเรียงเป็นแถวหันหน้าเข้าหากันด้านละ 9 นาย

ตรงกลางปรากฏจารึกจากกษัตริย์ Xerxes ในภาษาเปอร์เซียเก่าแก่ และในภาษา Elamite ทางด้านขวา ส่วนทางด้านซ้ายเป็นภาษา บาบิโลเนี่ยน

“The great God isAhura Mazda, who created this earth, who created yonder sky, who created man, who created happiness for man, who made Xerxes king, the one king of many, the one master of many. I am Xerxes, the Great King. King of Kings, King of Lands with all kinds of men, King on this great earth far and wide, King Darius’s son, an Achaemenid. Proclaims Xerxes, the Great King: By the will of Ahura Mazda this place was built by Darius the King, who was my father. Me may Ahura Mazda protect together with the Gods! And what was made by me and what was made by my father, Darius the King, that also may Ahura Mazda protect together with the Gods.”

ที่นี่ มีจารึกที่ล้ำค่าอยู่หลายอัน จึงถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ของจารึกทางประวัติศาสตร์ต่างๆจากหลายยุคสมัย … ที่มีคุณค่ามากมาย

 

The Palace of Xerxes

สภาพของสิ่งก่อสร้างที่ได้รับความเสียหายรุนแรงภาพด้านบน คือ ตำหนักของพระเจ้า Xerxes … ซึ่งพระองค์เรียกตำหนักแห่งนี้ว่า Hadish

ตำหนักของพระเจ้า Xerxes .. สร้างบนพื้นที่สูงสุดของ The Terrace … บางส่วนของพระราชวังสร้างโดยการตัดแต่งเข้าไปในเนื้อหินที่เป็นฐานรองรับตัวพระราชวัง

พระราชวังแห่งนี้ ประกอบด้วยห้องโถงหลักที่มีเสาประดับจำนวน 36 ต้น … มีพื้นที่ใช้งานเป็นที่พักอาศัยของกษัตริย์ รวมไปจนถึงส่วนที่เป็นที่อย่ของทหารรักษาพระองค์

จากทางเดินในตัวพระราชวัง มีทางผ่านเข้าไปยังส่วนของพื้นที่พักอาศัย และทางเดินไปสู่ Xerxes’s Harlem ที่อยู่ลึกลงไปราว 7 เมตร

ประตูทางเข้าของพระราชวังประดับด้วยภาพสลักของ Xerxes และคนรับใช้

ตำหนักของพระเจ้า Xerxes .. เป็นต้นทางของการเผาทำลายมหานครแห่งนี้ หลังจากพ่ายสงครามแก่ Alexander the great

น่าเศร้าใจมาก ....

 

กำแพงพระราชวังของกษัตริย์ Xerxes ..

รูปสลักเป็นภาพของทหารที่เฝ้าอารักขาจารึก ... ด้านบนเป็นสัญลักษณ์ของ Ahara Mazda เทพสูงสุด

**** ความยิ่งใหญ่ สวยงาม วิจิตรอลังการของพระราชวัง Persepolis นั้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากการสะสมความร่ำรวยทางศิลปะมาหลายร้อยปี

...พระราชวังถูกทำลายหลังการพิชิตโดยกองทัพของ Alexander the great

.. ว่ากันว่า เป็นการล้างแค้นที่ครั้งหนึ่งกองทัพเปอร์เซียของพระเจ้าเซอร์เซสมหาราช ได้บุกยึดกรุงเอเธนส์และได้เผาทำลายเมือง พร้อมกับทำลายวิหารแห่งเทพีเอเธน่าแห่งเขาอะโครโพลิส ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจของชาวเอเธนส์ ในสงครามเปอร์เซีย-กรีกครั้งที่ 2

พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช (356-323 ปีก่อนคริสตกาล) ได้ทรงนำทัพมาสิโดเนียและกรีกเข้าทำสงครามกับพระเจ้าดาริอุสที่สามแห่งเปอร์เซีย

แม้จะมีไพร่พลมากกว่าหลายเท่า ... ทว่ากองทัพเปอร์เซียกลับตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้หลายครั้งและเสียดินแดนให้กับมาสิโดเนีย จนในที่สุด หลังพ่ายสงครามครั้งใหญ่ที่กัวกาเมลา พระเจ้าดาริอุสที่สามเสด็จหนีจากสนามรบและสิ้นพระชนม์ในเวลาต่อมา

หลังจากนั้นพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ได้กวาดล้างเชื้อพระวงศ์และขุนนางเปอร์เซียที่แข็งข้อจนราบคาบ

พร้อมกับทำลายนครหลวงของเปอร์เซียจนเป็นเถ้าถ่าน และจักรวรรดิเปอร์เซียโบราณก็ล่มสลายลง

อย่างไรก็ตาม ได้มีชนเผ่าปาร์เธียนที่สืบทอดอารยะธรรมจากเปอร์เซียโบราณและก่อตั้งเป็นอาณาจักรสืบต่อมาในชื่อจักรวรรดิปาเธียน

ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในศัตรูสำคัญของจักรวรรดิโรมัน ก่อนที่ชาวมุสลิมจะเข้ามายึดครองและเปลี่ยนเป็นจักรวรรดิเปอร์เซียของมุสลิมและประเทศอิหร่านในเวลาต่อมา

 

Persepolis มหานครเพอซีโพลิส .. ทุกวันนี้แม้จะได้ไปเห็นแค่ซากของเมืองที่เหลืออยู่ แต่ทุกอย่างก็ยังคงอยู่ และเป็นวัฒนธรรมที่ยังคงโลดแล่นท่ามกลางความเป็นไปของโลกยุคปัจจุบัน

เป็นความภาคภูมิใจของของชาวอิหร่าน และลูกหลานของชาวเปอร์เซียที่จะสืบทอด

รวมถึงพร้อมที่จะยืดหยุ่นให้สิ่งเหล่านี้ได้คงอยู่ต่อไปอักนับพันๆปี ดังเช่นฟอสซิลอารยะธรรมที่ยังมีชีวิต

ใครบางคนกล่าวเอาไว้อย่างน่าฟังว่า …

บางส่วนที่ดูสิ้นสลาย ล้วนจารึกเรื่องราวเอาไว้ในรอยสึกกร่อน

แม้แต่หินสักก้อน เปลือกหอยสักกาบ ย่อมต้องมีความหมาย

Persepolis มหานครเพอซี สำหรับฉัน .. จึงเป็นการเดินผ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คน ที่ยืนยงผ่านอิฐและหิน และมากระซิบเล่า ราวสายลมเว้าวอน ให้เราได้ทึ่ง ได้ชื่นชมมาจนถึงทุกวันนี้

Persepolis .. จึงมิใช่เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งเท่านั้น หากแต่เป็นดินแดนที่ควรได้มาเห็น มาสัมผัสจิตวิญญาณของอดีตดูสักครั้ง

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
opads วันที่ : 29/10/2018 เวลา : 18.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/OKopads
บันทึก การสะสมเหรียญพระบล็อคกษาปณ์

ต้องใช้ความเพียรและความตั้งใจในการรวมรวมข้อมูลมาก

เรื่องยาว ภาพประกอบเรื่องเยอะดี ชอบครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 29/10/2018 เวลา : 12.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ

อ่านบทความและเรื่องราวของมหานครโบราณ Persepolis ทั้งสองตอน เป็นอันจบ และรู้เรื่องราวความเป็นมาของมหานครที่เคยยิ่งใหญ่แห่งนี้นะคะ

ขอให้มีความสุขมากๆค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน