*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2188
  • จำนวนผู้ชม : 6009686
  • จำนวนผู้โหวต : 11128
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11128 คน
<< ตุลาคม 2018 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 30 ตุลาคม 2561
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 747 , 13:58:11 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน สาครงค์ , wullopp และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

อิหร่าน (15) ..   Naqsh E Rostam นครหลังความตาย หรือสุสานสี่กษัตริย์ แห่งราชวงศ์อคามินิค ..

เราออกจากมหานครโบราณ Persepolis … แล้วแวะชมสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่มีความเกี่ยวเนื่องกับพระราชวังเปอร์ซีโปลิส อยู่ห่างออกไปเพียง 10 กิโลเมตรเท่านั้น นั่นคือ นครหลังความตาย Naqsh-e-Rostamหรือ สุสานสี่กษัตริย์

Naqsh E Roatam .. เป็นหมู่อาคารสิ่งก่อสร้างจากสมัยโบราณ ตั้งอยู่ที่เมือง Marvdasht ในจังหวัด Fars ซึ่งเรายังสามารถพบเจอโบราณสถานที่ยังเหลืออยู่จากสมัย Elamite .. Achaemenid .. Sassanid ได้อยู่

Naqsh E Roatam .. มีความหมายว่า Plate of Rostam .. Rostam เป็นฮีโร่ในมหากาพย์ของอิหร่าน คือ The Shahnameh (Book of Kings)

 

สถานที่แห่งนี้เป็นสุสานของพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์อะคามินิด ที่เคยปกครองอาณาจักรเปอร์เซียและเคยประทับที่พระราชวังแห่งนี้มาก่อนที่จะสวรรคต

แต่ด้วยความเชื่อตามหลักคำสอนของศาสนาโซโรแอสเตอร์ที่ว่า ... หลังจากจบสิ้นชีวิตจากความเป็นมนุษย์บนโลกใบนี้แล้ว ชีวิตก็ยังคงดำเนินต่อเพียงแต่ว่าจะต้องไปสู่อีกโลกหนึ่งหรือในอีกมิติหนึ่งเท่านั้น

 ดังนั้นจึงต้องสร้างสุสานแห่งนี้ขึ้นมาให้มีความยิ่งใหญ่อลังการ เช่นเดียวกับพระราชวังที่กษัตริย์เหล่านั้นเคยประทับมาก่อน

การสร้างสุสานนั้นก็ไม่ได้สร้างอย่างธรรมดาทั่วๆไป ... มีการสร้างโดยการขุดเจาะเข้าไปเป็นห้องขนาดใหญ่บนหน้าผาหิน ซึ่งอยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 20 เมตร

การแกะสลักหินส่วนด้านหน้า ก็มีความวิจิตร สวยงามอลังการ น่าประทับใจอีกด้วย

Darius the Great ทรงเลือกสถานที่แห่งนี้เป็นสุสานของพระองค์ อาจจะเป็นเพราะในยุค Sassanian หรือในช่วงราว 500 BC. ที่นี่อาจจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

ในสมัยนี้นพื้นที่นี้มีกำแพงล้อมรอบ มีป้อมปราการ 7 ป้อมล้อมเอาไว้ … ปัจจุบันกำแพงและป้อมสูญสลายไปตามกาลเวลา คงเหลือให้เห็นเพียงเนินดินสูงด้านหน้าของสุสานเท่านั้น

สุสาน 4 กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ของ Persepolis (จากซ้ายไปขวา)  ได้แก่ ...

สุสานของกษัตริย์ดาริอุสที่ 1 (Darius I c. 522–486 BC) …

กษัตริย์เซอร์เซส (Xerxes I c. 486–465 BC) ..

กษัตริย์อาร์ตาเซอร์เซส (Artaxerxes I c. 465–424 BC) ..

และกษัตริย์ดาริสที่ 2 (Darius II c. 423–404 BC)

กษัตริย์ทุกพระองค์ เคยปกครองเมืองเปอร์ซีโปลิส

และสร้างความยิ่งใหญ่ให้แก่มหานครแห่งนี้เมื่อกว่า 2,500 ปีที่แล้ว

 

พื้นที่ด้านหน้าของสุสานกษัตริย์ 4 พระองค์เป็นที่ตั้งของ Ka’baye Zardosht

Ka’baye Zardosht … หมายถึง Cube of Zoroaster

ส่วนล่างสุดของอาคารจมลึกลงไปในพื้นดินหลายเมตร ...ตอนนี้อาคารเลยตั้งอยู่ในหลุม แต่ก็ให้ไอเดียว่า อาคารหลังนี้สูงมากมายแค่ไหนในสายตาผู้ที่พบเห็นในสมัยโบราณ

อาคารหลังนี้ลอกแบบมาจากอาคารแบบเดียวกันนี้ในเมือง Pasargadae

ส่วนวัตถุประสงค์ในการสร้างยังไม่เป็นที่แน่ชัด

ตัวอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสยาวด้านละ 7.3 เมตร สูง 12.77 เมตร และหากรวมหลังคาแล้วจะสูง 14.12 เมตร

มีการสร้างหน้าต่างหลอกอยู่ 3 คู่สร้างด้วยหินสีเข้ม ให้ความรู้สึกเหมือนอาคารมีสามชั้น …

ผนังอาคารทั้งสามด้าน ประดับด้วยการสลักหินเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเต็มทั้งพื้นที่ ซึ่งอาจจะมีความหมายบางอย่าง ที่ยังไม่สามารถตีความได้ในตอนนี้

ด้านหน้าอาคารมีทางขึ้นด้วยการเรียงหินซ้อนกันเป็นชั้น ซึ่งนำไปสู่ประตูของอาคารที่อยู่เหนือระดับพื้นดิน ประตูที่เดิมสูงราว 1.75 เมตรล๊อคห้องด้านในเอาไว้

… เคยมีคนคาดเดาว่าที่นี่อาจจะเป็นสุสานของใครบางคน

… บางคนบอกว่า น่าจะเป็นวิหารแห่งไฟ (Fire-Temple) แต่ก็มีข้อโต้แย้งว่า จำให้ไฟติดตลอดเวลาได้อย่างไรในห้องที่ไม่มีหน้าต่าง

ในยุค Sassanian กษัตริย์ Shapur I (241-272 AD) ได้สร้างจารึก 3 ภาษาไว้บนพื้นที่ด้านล่างของอาคาร ที่ซึ่งเดิมว่างเปล่า กล่าวถึงเรื่องราวของพระองค์  การทหาร และศาสนา …

ใช่ช่วงท้ายของของรัชสมัย นักบวชคนสำคัญ คือ Kartir ซึ่งเป็นหัวหน้านักบวชในวิหารของ Zoroaster คนสำคัญและเป็นผู้ที่มีอิทธิพลมาก ได้เพิ่มจารึกของตนเองไว้ที่นี่

เขาได้กล่าวถึงอาคารแห่งนี้ว่าเป็น ban-chanak แปลว่า Foundation House .. ซึ่งคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ Avesta ของศาสนา Zoroaster ก็เรียก Foundation เช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ จึงคาดว่า ที่นี่จะเป็นที่เก็บรักษาคัมภีร์ Avesta

 

สุสานสี่กษัตริย์

แรกเริ่มคงจะมีแต่สุสานของ Darius the Great เท่านั้น แต่ช่วงหลังได้มีการสร้างสุสานของกษัตริย์พระองค์อื่นเข้ามาเพิ่มเติม ... ซึ่งสุสานของกษัตริย์พระองค์อื่นก็มีหน้าตาคล้ายๆกับสุสานของกษัตริย์ดาริอุส เหมือนกับการลอกมา .. ความต่างอยู่ที่ เฉพาะสุสานของกษัตริย์ดาริอุสเท่านั้น ที่มีจารึก

ดังนั้น .. การเล่ารายละเอียดของสุสาน จะดำเนินไปเฉพาะสุสานของกษัตริย์ดาริอุส

Tomb of Darius the Great (c. 522-486 BC)

สุสานของกษัตริย์ดาริอุส (ที่สามจากด้านซ้ายมือของภาพ หรือหมายเลข 6.1) … สร้างขึ้นด้วยการเจาะลึกเข้าไปในหน้าผาหิน มีความสูงทั้งหมดราว 23 เมตร

รูปแบบของสุสาน ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่ากษัตริย์ดาริอุสได้มาจากที่ใด

ด้านหน้าของสุสานโดยรวม เมื่อมองเผินๆคล้ายกับวิหารของกรีกโบราณ .. ส่วนบนและส่วนล่างกว้างราว 10 เมตร

ส่วนกลาง โชว้ให้เห็นความสวยงามของสุสาน … ซึ่งประกอบไปด้วยเสา 4 ต้น มีรูปสลักของวัวบนหัวเสา

เสานี้เป็นที่รับน้ำหนัก ... ผนังปล่อยไว้เรียบๆ ไม่มีการสลักเสลาอื่น และไม่มีหน้าต่าง

ประตูที่อยู่ตรงกลาง .. นำเข้าไปสู่ทางเดินด้านในสุสานที่เจาะเข้าไปเป็นโพรงหินขนานกับส่วนหน้า

ด้านในมีโลงศพหิน 2 โลง .. ยังคงเห็นซากของฝาโลงที่มีลักษณะเป็นจั่วเหมือนหลังคาบ้านเหลืออยู่เล็กน้อย

รูปแบบลักษณะของสุสาน แทบจะถอดแบบมาจากพระราชวังของ Darius ที่ Persepolis

เพียงแต่ไม่มีหน้าต่าง เพื่อให้คงลักษณะของสุสาน ..

ภาพสลักของกษัตริย์ดาริอุส อยู่ส่วนบน พระองค์ยืนอยู่ยกพื้น ซึ่งเปรียบเสมือนบัลลังก์

... มือซ้ายถือถ้วย ส่วนมือขวาอยู่ในลักษณะการเคาระและรับพร “Ring of Power” จากเทพ Ahura Mazda ที่เป็นรูปสลักอยู่ทางด้านขวามือ

ด้านล่าง มีภาพสลักของคน 30 คนยืนเรียงเป็นสองแถว แบกบัลลังก์ของกษัตริย์ดาริอุสเอาไว้ ... ซึ่งหมายถึงการแสดงการค้ำจุนราชบัลลังก์

ภาพนี้จะเหมือนที่ปรากฏที่ทางเข้าด้านหนึ่งของประตูทางเข้า Hundred Column Hall และ Apadana Staircases ที่มีคนจากชาติต่างๆในอาณัติของจักรวรรดินำของขวัญมาถวายกษัตริย์

ดังนั้น ก็พอจะอนุมานได้ว่า สุสานแห่งนี้ และ Apadana ได้มีการวางแผนในการสร้างในช่วงเวลาเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน

"DNa inscription" (Darius Naqsh-i Rostam inscription a)

กษัตริย์ดาริอุส ได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์นักปกครองที่มักจะทำการบันทึกเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในสมัยของพระองค์ไว้เสมอ อันถือเป็นscholarly works ที่มีประโยชน์ด้านวิชาการ  …

สุสานของพระองค์ ก็เช่นเดียวกัน ... ปรากฏมีจารึกเรื่องต่างๆบอกเอาไว้ และเป็นสุสานเดียวในสถานเดียวกันนี้ที่มีจารึก

จารึกของกษัตริย์ดาริอุส ที่สุสานนี้มีหลายจารึก ... แต่เลือนหายและเสียหายไปบ้าง แต่ยังคงเหลือให้เห็นอยู่บ้าง ในภาษาต่างๆ 3 ภาษา ซึ่งพอถอดความออกมาเป็นภาษาอังกฤษ จะทำให้เราได้เข้าใจเรื่องราวหลายอย่างเพิ่มเติม เช่น …

มุมซ้ายด้านบน .. กล่าวถึงการต่อสู้และชัยชนะหลายๆครั้งของพระองค์ตลอดพระชนม์ชีพ แต่ไม่มีวันเวลาระบุเอาไว้ แต่คาดว่าน่าจะเป็นช่วงท้ายๆของการครองราชย์

จารึกระบุถึงแว่นแคว้นต่างๆที่อยู่ภายใต้อาณัติของอาณาจักร Achaemenid Empire ที่พระองค์ปกครอง โดยเฉพาะพื้นที่จาก Indus Valley ไปจนถึง Gandhara ในอินเดีย ..

.. จารึกที่ถอดความเป็นภาษาอังกฤษ มีข้อความกล่าวย้ำว่า พระองค์มีอำนาจด้วยความประสงค์และการสนับสนุนของเทพ Ahura Mazda พระองค์ขอพรให้เทพ Ahuea Mazda ปกปักรักษา รวมถึงเตือนให้ทุกคนก้าวเดินตามความประสงค์และคำสั่งของเทพเจ้า  Ahuea Mazda

“A great god is Ahura mazda, who created this earth, who created yonder sky, who created man, who created happiness for man, who made Darius king, one king of many, one lord of many.

I am Darius the great king, king of kings, king of countries containing all kinds of men, king in this great earth far and wide, son of Hystaspes, an Achaemenid, a Persian, son of a Persian, an Aryan, having Aryan lineage.”

“By the favor of Ahuramazda these are the countries which I seized outside of Persia; I ruled over them; they bore tribute to me; they did what was said to them by me; they held my law firmly; Media, Elam, Parthia, Aria, Bactria, Sogdia, Chorasmia, Drangiana, Arachosia, Sattagydia, Gandara [Gadâra], India [Hiduš], the haoma-drinking Scythians, the Scythians with pointed caps, Babylonia, Assyria, Arabia, Egypt, Armenia, Cappadocia, Lydia, the Greeks (Yauna), the Scythians across the sea (Sakâ), Thrace, the petasos-wearing Greeks [Yaunâ], the Libyans, the Nubians, the men of Maka and the Carians.

“Ahuramazda, when he saw this earth in commotion, thereafter bestowed it upon me, made me king; I am king. By the favor of Ahuramazda I put it down in its place; what I said to them, that they did, as was my desire.”

“This which has been done, all that by the will of Ahuramazda I did. Ahuramazda bore me aid, until I did the work. May Ahuramazda protect me from harm, and my royal house, and this land: this I pray of Ahuramazda, this may Ahuramazda give to me!

O man, that which is the command of Ahuramazda, let this not seem repugnant to you; do not leave the right path; do not rise in rebellion!”

ทหารที่แบกบัลลังก์ทั้ง 30 คนที่สุสานของกษัตริย์ดาริอุส .. ทุกคนสวมเสื้อผ้า มีอาวุธ มีป้าย (Identification) บอกไว้เป็น 3 ภาษาว่าแต่ละคนเชื้อชาติอะไร

(กษัตริย์บางพระองค์ในข่วงต่อมา ก็มีการทำแบบเดียวกันนี้ที่สุสานของแต่ละพระองค์ เช่น "A2Pa Inscription" ที่สุสานของกษริย์Artaxerxes II  404-358 BC ที่ Persepolis )

จารึกอื่นๆ มีเช่น …

“Don’t take that for the best, what somebody whisper into your ear (คงแปลว่า อย่าหูเบา); rather listen to that, what is said in public!(ตรงนี้คงแปลว่า ฟังให้ดี อย่าหูเบา); You, young man, don’t take that for excellent, what the mighty one is doing; what the meager one achieve, rather to that pay attention! (ตรงนี้คงแปลว่า อย่าสนใจความสำเร็จของคนใหญ่โต ให้ใส่ใจคนที่ยากไร้)”

จารึกนี้ เป็นเหมือนการสั่งสอนเรื่องการเมือง และการปกครอง

 

ตรงส่วนล่างของสุสานของกษัตริย์ที่เกรียงไกร ยังมีรูปสลักของกษัตริย์องค์อื่นๆในหลายอิริยาบถ

ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการสู้รบ ชัยชนะที่มีต่อข้าศึก …

มีคำอธิบายเล็กน้อยบนป้ายด้านหน้าของแต่ละสุสาน

 

รูปสลักหิน The double relief of King Bahram I (273-276 AD) and King Bahram II (276-293 AD ณ ด้านล่างของสุสานกษัตริย์ดาริอุส (#7.2)

ภาพสลักสองชั้น ณ ด้านล่างของสุสานกษัตริย์ดาริอุส เป็นภาพการต่อสู้ของชาย 2 คนบนหลังม้า

ภาพด้านบน เป็นภาพสลักของกษัตริย์ Bahram II (การระบุภาพสลัก จะดูจากลักษณะของมงกุฎที่กษัตริย์สวม) ภาพสลักด้านล่าง คือกษัตริย์ Bahram I .. ทั้ง 2 ภาพเป็นการแสดงชัยชนะต่อข้าศึก ซึ่งภาพด้านบนไม่สามารถระบุได้ว่า ผู้แพ้เป็นใคร

การสลักภาพนี้เลียนแบบมาจากภาพสลักของกษัตริย์ Ardeshir ที่ชนะกษัตริย์ Artaban แห่ง Pathian ในช่วงต้นของสมัย Sassanian

 

The Triumphal Relief of King Shapur I (241-272AD) #7.3

ทางด้านซ้ายของสุสานกษัตริย์ดาริอุส … ปรากฏภาพสลักหินแสดงขัยขนะของกษัตริย์ Shapur I ที่มีชัยต่อจักรพรรดิโรมัน และในภาพจักรพรรดิองค์ที่สอง อยู่ในท่าคุกเข่าอยู่เบื้อหน้ากษัตริย์

จักรพรรดิโรมันทั้ง 2 พระองค์ คือ Philippus Arabs ซึ่งยอมเซนต์สัญญาสงบศึกในปี 244 และจักพรรดิ Valerian ซึ่งกษัตริย์นำไปขังคุกในปี 260 AD

 

The relief of King Naeseh (293-302 AD) #7.1

ด้านขวาของสุสานกษัตริย์ดาริอุส … ปรากฏภาพสลักหินของกษัตริย์ Naeseh พระโอรสพระองค์เล็กของกษัตริย์ Shapur I (ระบุจากรูปลักษณะของมงกุฎ ) พระองค์ยืนหันหน้าไปหารูปที่เชื่อว่าเป็น Goddess Anahita ทางด้านขวามือ ซึ่งกำลังมอบ “Ring of power” ให้กับพระองค์ .. มกุฎราชกุมารยืนอยู่ระหว่างกษัตริย์กับ Goddess Anahita ส่วนด้านซ้ายของกษัตริย์ คือ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ ที่ไม่สามารถระบุตัวตนและตำแหน่งได้

บางความเห็น บอกว่าภาพสลักผู้หญิงคือ พระมเหสี ด้วยเหตุผลที่ว่า ภาพสลักของกษัตริย์ที่มือแสดงลักษณะของผู้ที่มีอำนาจกว่า และภาพสลักหญิงอยู่ในลักษณะนอบน้อม

 

ภาพสลัก The relief of King Hormizd II (303-309 AD) ณ ด้านล่างของสุสานกษตริย์ Darius II #7.6

กษัตริย์ Hormizd II (สวมมงกุฎที่มีปีก และหน้าผากมีรูปหัวนกที่มีจงอยปากรูปร่างเฉพาะ) ต่อสู่กับข้าศึกบนหลังม้า

 

ภาพสลัก The relief of King Hormizd I (272-273 AD) ณ ด้านท้ายๆของสุสานกษัตริย์ #7.7

กษัตริย์ Hormizd I (ระบุจากเครื่องแต่งกาย และมงกุฎ) ต่อสู่กับข้าศึกบนหลังม้า

 

ภาพสลัก The relief of King Bahram II (276-293 AD) and the Elamite Relief ณ ด้านท้ายๆของสุสานกษัตริย์ #7.8

เป็นภาพสลักของ King Bahram II ยืนอยู่ตรงกลาง พร้อมกับพระมเหสีและโอรส 2 พระองค์ซึ่งอยู่ด้านขวา โดยมีนายทหารระดับสูงยืนอยู่ทางด้านซ้าย และมองเห็นหมวกของนักบวช Kartir อยู่ทางด้านซ้ายสุดด้วย

ลักษณะของรูปสลักค่อนข้างแปลก มีเฉพาะกษัตริย์เท่านั้นที่รูปสลักเต็มตัว นอกนั้นสลักเพียงครึ่งตัว และทางขวาสุด มีรูปสลักบุคคลที่มีขนาดแตกต่างจากรูปสลักอื่นๆพรอมหมวกทรงกลม ซึ่งเป็นสมัยนิยมในยุคศต. 12 BC จึงน่าจะเป็นรูปสลักที่เก่าแก่ที่สุด ณ ที่นี้

ใต้ภาพสลักของกษัตริย์มาทางขวาสุด มีร่องรอยของบัลลังก์งูในยุค Elamite อีก 2 บัลลังก์ ซึ่งอาจจะเป็นบัลลังก์ของเทพเจ้า

 

สุสานของ Cyrus the Great ปฐมกษัจริย์ของราชวงศ์อะคีมินิค อยู่ที่ไหน?

ในช่วงปี 555 BC กษัตริย์ไซรัส ทำการรบชนะพวกมีเดียน และได้วางรากฐานองจักรวรรดืเปอร์เซีย … การสู้รบที่ดุเดือดเกิดขึ้นใกล้ๆกับป้อม Pasargadae … หลังจากนั้น กษัตริย์ไซรัสก็ได้สร้างเมืองหลวงของจักรวรรดิขึ้นที่นี่ ในแถบหุบเขา Morghab ซึ่งอยู่ระหว่างเมืองชีราส กับเมืองอิสฟาฮาน

สุสานของ Cyrus the Great อยู่ที่ Pasargadae … ลักษณะเป็นโครงสร้างหินขนาดใหญ่ มีทางขั้นเป็นแผ่นหินวางซ้อนๆกัน 6 ชั้น ชั้นล่างสุดอยู่เหนือพื้นดิน 1.65 เมตร

ตัวสุสานเดิมสูง 11 เมตร รูปร่างคล้ายบ้านหลังเล็กๆ หลังคาจั่ว ขนาด 6.4 X 5.35 เมตร โถงภายในมีขนาด 3.17 X 2.11 เมตร บรรจุโลงศพของกษัตริย์ไซรัสที่ทำด้วยทองคำ

ไม่ปรากฏว่ามีการเลียนแบบและสร้างสุสานในลักษณะนี้อีกเลย … กษัตริย์ไซรัสน่าจะเห็นสุสานลักษณะนี้ของกษัตริย์ Croisus แห่งอาณาจักรลิเดีย

 

ฉันขึ้นไปเก็บภาพพาโนรามิกวิว มุมกว้างของสุสานสี่กษัตริย์แห่ง Persepolis บนเนินสูงด้านหน้า

จบการเก็บภาพหุบผากษัตริย์ของเปอร์เซีย .. ฉันยืนมองที่พักสุดท้ายของเหล่ากษัตริย์ที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ที่สุดในปฐพี … มองอยู่เนิ่นนาน

.. อำนาจที่เคยครอบครองทุกอย่างไว้ภายในอุ้งมือ .. คือสิ่งลวงตา และจุดหมายปลายทางของชัยชนะ ใช่หรือ?

… นักรบผู้เกรียงไกร วีระบุรุษในสนามรบ ผู้พิชิตศึกได้ครั้งแล้ว ครั้งเล่า

… ที่สุดแล้ว ร่างของพวกเขาก็ไม่พ้นที่จะถูกกลบฝังไป พร้อมๆกับอาณาจักรที่เขาสร้างขึ้นมา



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สาครงค์ วันที่ : 11/11/2018 เวลา : 17.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sinchaij

บรรยายได้เนื้อหาดีครับ แต่รู้สึกว่าถ้าไปชมคงจะร้อนพอดูนะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
wullopp วันที่ : 03/11/2018 เวลา : 19.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ไปอิหร่านช่วงปีใหม่ ประมาณปี 2560...

ชาวอิหร่าน มีอัธยาศัย เป็นมิตร ดีมากๆ ครับ

ขอให้ ชาวอิหร่าน ชาวไทย
ประสบความสำเร็จในด้านดีทุกๆ ด้าน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Chaoying วันที่ : 01/11/2018 เวลา : 05.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ขอบคุณพี่สุภาวัลย์ ที่บอกเล่าเรื่องราว เนื้อหา จัดเต็ม และภาพสวยๆ สุสานของกษัตริย์ในสมัยก่อนที่เทคโนโลยียังไม่ทันสมัยเท่าปัจจุบัน แต่..การก่อสร้างของคนในอดีตยิ่งใหญ่อลังการ อย่างที่คนในสมัยนี้สร้างไม่ได้ น่าทึ่ง มาก

ความคิดเห็นที่ 1 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Supawan วันที่ : 30/10/2018 เวลา : 14.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ

สถานที่ ที่ได้ไปถ่ายภาพในเมืองชีราส ก็มีเท่านี้นะคะ ตอนต่อๆไป จะเดินทางสู่เมืองอื่นๆค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน