*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2206
  • จำนวนผู้ชม : 6116965
  • จำนวนผู้โหวต : 11187
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11187 คน
<< พฤศจิกายน 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 3 พฤศจิกายน 2561
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 432 , 15:17:06 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อิหร่าน (17) ..   Yazd Old Town เมืองเก่ายาซน์ .. วิหารแห่งไฟ และสุเหร่าประจำเมือง 

   

ยาซด์ (Yazd) … ตั้งอยู่ตอนกลางของอิหร่าน เป็นเมืองสำคัญที่สุดของศูนย์กลางการค้าและอารยะธรรมยุคโบราณ กลางทะเลทรายมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 เป็นต้นมาจวบจนปัจจุบัน

เมืองยาซด์เป็นหนึ่งในเมืองที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดของโลก ถือว่าเป็น Mega ของอิหร่าน และมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเมืองเจอริโคในเขตปาเลสไตน์ทีเดียว

คือมีผู้คนเข้ามาตั้งรกรากตั้งแต่เมื่อประมาณ 7,000 ปีที่แล้ว

ตัวเมืองที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ มาจากยุคที่เมืองยาซด์มีความรุ่งเรืองทางด้านการค้าเป็นอย่างมากในช่วงคริสต์ศตวรรษที่12-17คือรุ่งเรืองมาก่อนที่มาร์โค โปโลซึ่งเป็นพ่อค้าและนักเผชิญโชคชาวเมืองเวนิสจะเดินทางผ่านเข้ามาเสียอีก

มาร์โค โปโล ยังชื่นชมเมืองนี้ในหนังสือ The Travel of Marco Polo ของเขาไว้ว่า “Iasdi (yazd) is a considerable city on the confines of Persia, where there is much traffic. A species of cloth of silk and gold manufactured…”

นี่ก็เป็นการยืนยันถึงความรุ่งเรืองและเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าและการคมนาคมที่สำคัญของเมืองยาซด์ในยุคโบราณอย่างไร้ข้อสงสัย

ปัจจุบันจึงได้กลายเป็นจุดหมายปลายที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่จะต้องถูกบรรจุเอาไว้ในรายการเดินทางอย่างจะขาดเสียไม่ได้ยกเว้นช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนที่อากาศร้อนเกินไปเท่านั้น

สำหรับฉัน ... การมีโอกาสได้ไปเยือนเมืองเล็กๆที่มีภูมิหลังและรากเหง้า มีเรื่องเล่าของชาวบ้านนั้น เป็นความสุขของชีวิตอย่างยิ่ง

เมืองเก่าแห่งยาซด์ เป็นสถานที่ที่เก่าแก่แห่งหนึ่งในโลก

และอยู่ในรายชื่อที่เป็น UNESCO World Heritage site

Wind Tower รูปแบบโบราณ … มีให้เห็น แต่อาจจะไม่ได้ใช้งานแล้ว

.

. ทางเดินแคบๆ ลดเลี้ยวไปตามตรอกที่มีบ้านเรือนนับพันหลัง ที่สร้างด้วยอิฐ ฉาบด้วยดินผสมฟางเรียงรายติดๆกันไปตลอดแนว

ดูลึกลับผสมความคลาสสิกเล็กๆ ให้ตื่นตาตื่นใจ และตื่นเต้นในการลุ้นว่า แต่จะมีอะไรปรากฏให้เห็นในสายตาในฉากต่อไป

ยาซด์ เป็นเมืองอยู่ในเขตทะเลทราย น้ำเป็นสิ่งมีค่า จึงต้องมีการเก็บกักน้ำที่พอจะหาได้ให้อยู่ในที่ที่น้ำจะไม่ระเหย หายไปหมด

ภาพที่เห็นด้านบน เป็นการกักเก็บน้ำของคนโบราณ ที่มีการทำบ่อเก็บน้ำไว้ใต้ดินลึกๆ

มีบันไดทางลงจากด้านบน ... มีที่สำหรับเทน้ำลงไปจากด้านบน

สถานที่เก็บน้ำในสมัยโบราณที่เราเห็นนั้น .. ปัจจุบันมีน้ำจากท่อส่งตรงไปยังบ้านเรือนทุกหลัง จึงไม่ต้องใช้ระบบเก็บน้ำแบบนี้อีกแล้ว .. แต่ชาวเมืองยังคงเก็บรักษาภูมิปัญญาของบรรพชนเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้จนถึงปัจจุบัน

ทางเดินเล็กๆตามตรอกซอกซอย ตรงทางแยกมักจะมีการเจาะช่องด้านบนเพื่อให้แสงสว่างส่องเข้ามาถึง

… เป็นบางมุมที่สวยงามในการถ่ายภาพ

ด้านนอกของอาคารบ้านเรือนที่เรียงเป็นแถวยาว ดูเผินๆอาจจะเหมือนๆกัน …

แต่อาจจะซุกซ่อนความงามที่เป็นเอกลักษณ์ของคนที่มีฐานะในแถบนี้เอาไว้ให้ห่างไกลจากสายตาผู้คนภายนอก

สวนกลางบ้าน ที่เรียกว่า courtyards … ต้องเข้าไปด้านในจึงจะเห็นความสวยงามในศิลปะท้องถิ่น

บางบ้านได้ถูกดัดแปลงเป็นที่พัก ร้านอาหารและ Teahouse สามารถไปนั่งจิบชาอาหรับเพลินๆได้

ที่นี่ .. มีร้านขายของที่ระลึกจำพวก handmade ..

ร้านกาแฟ ภัตตาคาร .. ปะปนกันในบริเวณนี้ด้วย

 

เมืองเก่าของยาซด์ ซึ่งประกอบไปด้วยสถานที่สำคัญต่าง ๆ คือ Tomb of 12 Imams เป็นโบราณสถานของศาสนาอิสลามนิกายซีอะห์ สร้างในคริสตต์ศตวรรษที่ 11 ตอนต้น

ภายในมีบันทึกรายชื่อของอิหม่าม 12 องค์ ซึ่งเป็นผู้สืบทอดที่แท้จริงหลังจากการเสียชีวิตของท่านศาสดามูฮัมหมัด เริ่มนับองค์แรกคืออิหม่ามอาลี โดยไม่นับรวมตำแหน่งกาหลิบ ซึ่งเป็นผู้สืบทอดของนิกายซุนนี่

สถานที่อีกแห่งหนึ่งคือ Alexander’s Prison เป็นโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามนิกายซีอะห์ สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 15 โดยตั้งอยู่บริเวณใกล้กันกับ Tomb of 12 Imams

Old Town of Yazd .. เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาด หากเดินทางมาถึงเมืองนี้ค่ะ

 

Ateshgadeh Fire Temple .. Yazd, Iran

ศาสนาดั้งเดิมของชาวเปอร์เซีย เป็นพิธีกรรมที่เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์และกสิกรรมแบบเรียบง่าย ..

แต่ต่อมาก็มีศาสนาใหม่ “ศาสนาโซโรแอสเตอร์” เกิดขึ้น

ศาสนานี้พัฒนาขึ้นผลงานของชายผู้หนึ่งชื่อว่า ซาราธุสตรา (Zarathustra)

หัวใจของศาสนาโซโรแอสเตอร์อยู่ที่หนังสือศักดิ์สิทธิ์หรือพระคัมภีร์ เช่นเดียวกันกับศาสนายูดาย อิสลาม คริสต์ศาสนาและศาสนาของชาวตะวันออกอีกหลายศาสนา

หนังสือศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้เรียกว่า พระคัมภีร์อาเวสตา (Avesta)

ศาสนาโซโรแอสเตอร์มีลักษณะเป็นลัทธิทวินิยม สานุศิษย์ของศาสนานี้เชื่อในอำนาจสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งดีฝ่ายหนึ่งชั่ว

พวกเขาเชื่อว่าเทพเจ้าแห่งความดีเป็นเทพผู้สูงสุด ชื่อออร์มาซด์ (Ormazd) เทพองค์นี้มีพวกอัครเทวทูตและเทวทูตทั้งหลายเป็นบริวาร …

และเชื่อว่ามีเทพแห่งความชั่วองค์หนึ่งชื่อ อาห์ริมาน (Ahriman) มีภูตผีปีศาจเป็นบริวาร

ศาสนาโซโรแอสเตอร์สอนว่า มนุษย์ควรจะปรนนิบัติรับใช้เทพแห่งความดี และทำตามประมวลกฎหมายอันสูงส่งซึ่งแสดงออกมาเป็นค่านิยมทางศีลธรรมแบบถ่อมตัว

ศิษยานุศิษย์ของศาสนานนี้มีความเชื่อมั่นว่า ความตายไม่ใช่การสิ้นสุด คนชอบธรรมจะได้รับชีวิตใหม่เมื่อตอนที่เทพออร์มาซด์ทำสงครามชนะ

โซโรแอสเตอร์ เป็นศาสนาที่เก่าแก่ของดินแดนนี้ มีมาก่อนศาสนาอิสลาม คือมีมาแล้วตั้งแต่ราว 3,800 ก่อนคริสต์ศักราช ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิหร่าน

แนวความคิดหลักตั้งอยู่บนพื้นฐานของการใช้ประสบการณ์ชีวิตของการคิดดี ทำดี พูดดี … ส่วนคำว่าความดี ต้องหาเอาเองว่าคืออะไร ไม่ได้มีการกำหนดตายตัวลงไป

ศาสนาโซโรแอสเตรียนเชื่อว่า ไฟ มีความหมายถึง ความบริสุทธิ์

และดวงอาทิตย์ ก็หมายถึงความบริสุทธิ์เช่นเดียวกัน

ประวัติศาสตร์ของอิหร่าน มีบางอย่างที่มีกำเนิดจากศาสนานี้ด้วย เช่น วันปีใหม่ของชาวอิหร่าน คือ 21 มีนาคม ซึ่งคือวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ …

หรือวันพุธสุดท้ายของปี จะมีการเฉลิมฉลองพิเศษ ด้วยการจัดพิธีกระโดดบนกองไฟ เพื่อเป็นการขอพรจากสีแดงของไฟ เพื่อให้หายจากโรคภัย …

เมื่อคุณสุขภาพดี ผิวพรรณ หน้าตาก็จะเป็นสีแดง แต่ถ้าป่วยจะเป็นสีเหลือง

นอกจากนั้น ไฟยังเป็นหนึ่งในธาตุที่สำคัญของชีวิต คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ

Ateshkadeh Fire Temple …  ศาสนสถานโซโรแอสเตอร์ ณ เมืองยาซด์ สร้างขึ้นในปี คศ. 1934 เพื่อบูชา Atash Bahram (Victorious Fire)

สร้างโดยความช่วยเหลือทางการเงินจาก Association of the Parsi Zoroastrians of India การก่อสร้างอยู่ภายใต้การดูแลของ  Jamshid Amanat

ที่นี่เป็น 1 ใน 9 Atash Bahram ด้วย ... รวมถึงเป็นวิหารระดับสูงของศาสนานี้ แห่งเดียวของอิหร่านที่มีการสอนและปฏิบัติกิจทางศาสนามาตั้งแต่ปี 400 BC

ส่วน Atash Bahram ที่เหลืออีก 8 แห่งอยู่ในประเทศอินเดีย

Ateshkadeh Fire Temple  …  ในเมืองยาซด์เปิดให้คนต่างศาสนาเข้ามาชมได้ในช่วงปี 1960s นี่เอง

 

Ateshkadeh Fire Temple …  สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Achaemenid architecture โดยสถาปนิกจากเมืองบอมเบ จึงมีลักษณะเดียวกับวิหาร Atash Behram ในอินเดีย

อาคารหลักล้อมรอบด้วยต้นไม้ที่มีลูกผลไม้ … ด้านหน้าของอาคารมีรูปของท่านศาสดา Ahura Mazda

ที่นี่เป็นสถานที่ ที่ชาวโซโรแอสเตรียนในเมืองยาซด์ ซึ่งมีราว 3,000-4,000 คน ใช้เป็นสถานที่ในการทำพิธีบูชาเทพอะหุรามาสดา ซึ่งเป็นเทพสูงสุดของศาสนานี้

ท่านศาสดาโซโรแอสเตอร์ซึ่งเป็นผู้เผยแผ่คำสอนมาตั้งแต่ราว 400 ปีก่อนคริสตกาล

การเข้าชมย่อมต้องให้ความเคารพต่อศาสนสถานโดยการไม่ส่งเสียงดัง และอยู่ในอากับกิริยาที่สำรวมเมื่อท่านเข้าไปภายในห้องทำพิธี

ว่ากันว่า … เปลวไฟที่ลุกโชติช่วงอยู่ตลอดเวลา เปรียบดังพระอาทิตย์ที่ไม่มีวันดับที่เราเห็น ถูกจุดมาตั้งแต่ปี คศ. 470 ..

เริ่มแรกจุดไฟโดย Sassanian Shah ที่  Pars Karyan Fire Temple  เมือง Larestan ..

หลังจากนั้นมีการนำไฟไปที่เมือง Aqda และเก็บไว้ที่นั่นราว 700 ปี

หลังจากนั้นในปี 1173 ไฟถูกย้ายไปที่ Nahid-e Pars Temple ใกล้เมือง Ardakan และเก็บไว้เป็นเวลาราว 300 ปี

จนต่อมาได้ถุฏย้ายมาที่ศาสนสถานของนักบวชระดับสูงในเมืองยาซด์ และมีการสร้างวิหาร Ateshkadeh Fire Temple  ในปี 1934

เปลวไฟที่ลุกโชติช่วงอย่างไม่มีวันดับภายในวิหาร อยู่บนแท่น เบื้องหล้งกระจกสี …

เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาโซโรแอสเทรี่ยนเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องบูชาไฟ นอกนั้นจะต้องดูที่ห้องที่มีส่วนกั้นแยกเอาไว้เท่านั้น

 

A Brief Overview of Zoroastrianism

https://www.youtube.com/watch?v=xlWKusYj8uU

 

Masjid-e-Jamir มัสยิดประจำเมืองยาซร์ ..

เสานาเร่ห์ของสุเหร่าประจำเมืองยาซด์ที่ตั้งตระหง่านขึ้นไปยังท้องฟ้า ดูเด่นสะดุดตาในทันทีที่เราเลี้ยวออกจากพื้นที่ที่ดูลึกลับของเขตเมืองเก่า

ที่นี่ คือ Masjid-e-Jamir .. มัสยิดที่มีเสามินาเร่ห์สูงที่สุดในอิหร่าน ซึ่งสูงถึง 48 เมตร

รูปแบบของส่วนโค้งตรงประตูทางเข้ามัสยิด โดดเด่น สวยงาม ด้วยการประดับโมเสกสีฟ้า

และมีจารึกทางศาสนาในภาษาท้องถิ่นเมื่อศตวรรษที่ 15 ปรากฏอยู่

มัสยิดแห่งนี้สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ในพื้นที่ที่เคยเป็นวิหารแห่งไฟ (Fire Temple)

และสามารถผ่านเข้าไปในบริเวณบันไดที่นำไปสู่ส่วนเก็บน้ำโบราณที่เรียกว่า the Zarch Qanat ซึ่งปัจจุบันไม่ได้เปิดให้สาธารณชนเข้าไปชม …

The Jameh Mosque มีความโดดเด่นในเรื่องของงานศิลปะในการประดับโมเสกหลากสีให้เป็นลวดลาย

ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะมุสลิมและสัญลักษณ์ที่มีความหมาย เช่น ความไม่มีที่สิ้นสุด (Infimity) .. Timelessness .. กำเนิด และความตาย เป็นต้น …

สัญลักษณ์เหล่านี้อาจจะพบเห็นได้ในอาคารโบราณของอิหร่านที่มีอายุเก่าแก่ถึง 5000 BC

การเดินชมในสุเหร่า .. จะได้ความรู้เบื้องลึก และมีอรรถรสมากยิ่งขึ้นหากมีไกด์ที่มีความรู้ทางจารึกอารบิก  (Arabic script)

ว่ากันว่า … ในพิพิธภัณฑ์ของมัสยิด ซึ่งเปิดเฉพาะช่วงเช้า มีการจัดแสดงเสื้อผ้าโบราณที่สำคัญ แต่เราไปในตอนบ่าย เลยไม่มีโอกาสเข้าไปชม



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 03/11/2018 เวลา : 15.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีวันหยุดสุดสัปดาห์ค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน