*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2202
  • จำนวนผู้ชม : 6068895
  • จำนวนผู้โหวต : 11161
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11161 คน
<< พฤศจิกายน 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 5 พฤศจิกายน 2561
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 370 , 08:05:34 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

อิหร่าน (18) ..   Isfahan Province .. Jame Mosque, Naein .. และสถานที่น่าเที่ยวใน Isfahan

Naein .. เป็นเมืองเล็กๆกลางทะเลทราย อยู่ระหว่างเมือง กราซส์ กับ อีสฟาฮาน

.. เป็นเมืองเก่าแก่ก่อนคริสตกาล มีที่เที่ยวที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง … บางแห่งถือว่าเป็นอนุสรณ์สถานเก่าแก่แห่งหนึ่งที่ยังคงอยู่ในอิหร่านหลังการรุกรานทำลายของพวกอาหรับ … Jame Mosque, the Pre-Islamic Narej Fortress; a Pirnia traditional house; the Old Bazaar; Rigareh, a qanat-based watermill; and a Zurkhaneh (a place for traditional sport)

… แต่เราไม่มีเวลาพอที่จะไปชม ด้วยแค่แวะผ่าน และมุ่งสู่เมือง Isfahan

อย่างไรก็ตาม เราแวะเที่ยวชมมัสยิดประจำเมืองที่มีความสำคัญ คือ Jame Mosque ซึ่งถือว่ามีความเก่าแก่ที่สุดในบรรดามัสยิดทั้งหลายในประเทศอิหร่าน

... มัสยิดเก่าแก่ที่สุดในอิหร่านแห่งนี้ สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 แต่ได้มีการสร้างเพิ่มเติมในสมัยต่อๆมา ปัจจุบันก็ยังคงทำพิธีกรรมทางศาสนาอยู่

มัสยิดที่นี่ไม่มีโดมเหมือนมัสยิดที่มีชื่อเสียงอื่นๆ

มีแค่เสามิเนอเร็ตแปดเหลี่ยมสูง 28 เมตรที่สร้างขึ้นมาเมื่อราว 700 ปีก่อน

หากไปยืนอยู่ตรงกลางของลานมัสยิด ...

จะพบว่าคุณถูกรายล้อมด้วยเสาจำนวน 14 ต้น ซึ่งเสาแต่ละต้นมีการก่ออิฐเป็นลวดลายที่สวยงามมากจริงๆ

เชื่อกันว่า ... ฐานของอาคารในส่วนที่เรียกว่า silent basement อาจจะเคยเป็นที่ตั้งของวิหารแห่งไฟ (fire temple) ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นมัสยิดในเวลาต่อมา

Naein เป็นเมืองที่รู้จักการสร้างท่อส่งน้ำ เพื่อนำน้ำจากภูเขามากักเก็บไว้ในบ่อใต้ดิน เพื่อการบริโภคมาตั้งแต่ครั้งโบราณกว่า 3000 ปีมาแล้ว

ใต้มัสยิดแห่งนี้ก็มีแหล่งน้ำใต้ดินนี้ด้วย มีบันไดนำลงไปสู่ส่วนนี้

ในอดีตผู้คนที่มาปนระกอบศาสนกิจ จะไปล้างทำความสะอาดร่างกายก่อนการสวดมนต์ ณ บ่อน้ำนี้

ใต้ดินมีห้องโถงที่ใช้ในการสวดมนต์ในช่วงฤดูร้อน หรือช่วงฤดูหนาวจัดด้วย

... ลวดลายปูนปั้นด้านหนึ่ง ดูคุ้นตามาก คล้ายกับลวดลายปูนปั้นที่เห็น ในบางวัดที่บ้านเรา

และทำให้นึกถึงวัดบางแห่งในเมืองไทย

ร้านค้าใกล้ๆกับมัสยิด ...

 

Isfahan

อิสฟาฮาน … เป็นอดีตเมืองหลวงของอาณาจักรเปอร์เซีย ในช่วงการปกครองของราชวงศ์ซาฟาวิด หรือซาฟาวิยะห์ ตั้งแต่ต้นคริสตศตวรรษที่ 16-18 …

ซึ่งถือว่าเป็นยุคทองของเปอร์เซีย ... เป็นช่วงเวลาที่บ้านเมืองสงบร่มเย็น และมีความรุ่งเรืองในทุกๆด้าน มีความรุ่งเรืองสูงสุดอีกครั้งหนึ่ง มีความมั่นคงเป็นปึกแผ่นมาก

เมืองหลวงอิศฟาฮาน ได้กลายเป็นทั้งเมืองศูนย์กลางการปกครอง และเมืองศูนย์กลางทางการค้า

ความยิ่งใหญ่ของเมืองนี้ยืนยันได้จากคำกล่าวของ เรอนิเยร์ (Renier) กวีฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 16 ผู้เคยมาเยือนว่า...

“Esfahan is half of the world” ... ด้วยไม่ว่าใครจะต้องการสินค้าอะไรก็ตาม ก็ต้องกันที่เมืองอิสฟาฮาน

ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นช่วงเวลาที่อาณาจักรเปอร์เซียได้เชื่อมสัมพันธไมตรีกับอาณาจักรต่าง ๆ

.. รวมทั้งสยาม ซึ่งจะตรงกับยุคสมัยของกรุงศรีอยุธยาอีกด้วย

 

Isfahan ได้ชื่อว่าสวยงามน่าอยู่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ด้วยความที่ในตัวเมืองมีสถาปัตยกรรม อาคารบ้านเรือน ต้นไม้ สวนสาธารณะ ทางเดินเท้าที่สวยงาม มีพื้นที่สาธารณะที่

แม้ปัจจุบันความยิ่งใหญ่จะลดลง แต่ร่องรอยของความยิ่งใหญ่ในอดีต ก็ยังสามารถมองเห็นได้จากสิ่งก่อสร้างและสถาปัตยกรรมในเมืองที่ใหญ่โตสวยงาม

และเป็นการรวบรวมศิลปะแบบมุสลิมเอาไว้ได้อย่างรุ่มรวยและหลากหลาย

ซึ่งสิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นในยุคซาฟาวิด (Safavid) เมื่อ 400 กว่าปีที่ผ่านมา

เราเดินทางมาถึงอิสฟาฮานในช่วงค่ำๆ จะออกไปเที่ยวที่ไหนก็ไม่ค่อยจะสะดวกแล้ว

จึงตั้งต้นการสัมผัสเมืองนี้ด้วยการเข้าไปรับประทานอาหารพื้นเมือง

ร้านอาหารอิหร่านแห่งนี้ตกแต่งอย่างวิจิตรอลังการมาก

ด้วยการใช้ศิลปะการวาดภาพแบบอิหร่านดั้งเดิมบนผนังและเพดาน จนเต็มพื้นที่ ด้วยสีสันจัดจ้าน สดใส สลับกับการใช้กระจกชิ้นเล็กต่อกันเป็นกรอบที่สวยงามมากมาย

.. ให้ความรู้สึกเหมือนเราอยู่ในห้วงของ อาหรับราตรีเลยค่ะ

อาหารที่เสริฟที่ร้านนี้เป็นแบบอาหารอิหร่านแท้ๆ ..

ประกอบด้วยอาหารย่างหลายอย่าง เช่นไก่ เนื้อแกะ ปลา และผักหลายชนิด ..

ทานกับข้าวที่ปรุงแบบอิหร่านเช่นกัน

อาหาร … หรูหราในแบบการทานแบบมีระดับ ...

... รสชาติอร่อย คนไทยทานได้ไม่ลำบากใจ

 The Khajou bridge .. Isfahan, Iran

สะพานคาจู (The Khajou Bridge) เป็นสะพานเก่าแก่ที่สวยงามที่สุดในเมืองอิสฟาฮาน และมีความสำคัญของเมือง

สร้างขึ้นตั้งแต่ในช่วงศตวรรษที่ 17 โดยชาห์อับบาสที่ 2 แห่งเปอร์เซีย (Shah Abbas II) ในปี ค.ศ. 1650

สะพานแห่งนี้สร้างพาดผ่านแม่น้ำ Zayandeh เพื่อเชื่อมต่อระหว่างเมืองอิสฟาฮานทางตอนเหนือและทางตอนใต้ที่จะไปยังเมือง Shiraz เข้าด้วยกัน มีความยาวประมาณ 132 เมตร กว้าง 12 เมตร

เป็นสะพาน 2 ชั้น โครงสร้างตอนล่างเป็นหิน ส่วนตอนบนเป็นอิฐ

มีพลับพลาที่ประทับสำหรับการ เสด็จประทับ ชั่วคราวของ พระมหากษัตริย์ ซึ่งอยู่กึ่งกลางบนชั้นที่สอง

สะพานแห่งนี้ได้รับการออกแบบอย่างสวยงามตามแบบศิลปะเปอร์เซีย มีซุ้มโค้งประตู

เป็นสถานที่ชมวิวแม่น้ำและนั่งพักผ่อนยามเย็นที่สวยงามมาก ๆ

สะพานแห่งนี้ นอกจากจะสร้างขึ้นเพื่อเป็นเส้นทางสัญจรไปมาของเมืองแล้ว ก็ยังเป็นเขื่อนขนาดย่อมบนแม่น้ำ Zayandeh อีกด้วย

การเปิดไฟสีส้มในยามค่ำ ทำให้ภาพของสะพานมลังเมลือง สวยงามมาก

โดยเฉพาะที่ช่องโค้งบนสะพาน … มีผู้คนมานั่งเล่น พูดคุยกันมากพอสมควร ท่ามกลางสายลมเย็น

… รวมถึงเราที่มาถ่ายภาพ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 05/11/2018 เวลา : 08.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน