*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2206
  • จำนวนผู้ชม : 6118632
  • จำนวนผู้โหวต : 11190
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11190 คน
<< พฤศจิกายน 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 7 พฤศจิกายน 2561
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 420 , 10:23:45 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 อิหร่าน (20) ..    Imam Mosque .. Isfahan, Iran


Imam Mosque .. มหามัสยิดอิหม่าม และสถานที่โดยรอบจัตุรัสอิหม่าม ใจกลางเมืองอิสฟาฮาน ถือว่าเป็นสถานที่สำคัญระดับโลกอีกแห่งหนึ่ง

ในช่วงที่เมืองอิสฟาฮานเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเปอร์เซีย ในช่วงการปกครองของราชวงศ์ซาฟาวิดหรือซาฟาวิยะห์ตั้งแต่ต้นคริสตศตวรรษที่ 16-18 ถือเป็นยุคทองของเปอร์เซีย

บ้านเมืองมีความสงบร่มเย็น และมีความรุ่งเรืองในทุกๆด้าน… จึงส่งผลต่อสถาปัตยกรรมเป็นสำคัญ ที่โดดเด่นและยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือมหามัสยิดอิหม่ามแห่งเมืองอิสฟาฮาน

ฉันยืนมองความยิ่งใหญ่อลังการของมัสยิด .. โดมขนาดใหญ่ ที่มีเสามิมาเรตสูงมากๆอยู่ด้านหน้า

โดม และเสามินาเร่ ของศาสนาอิสลาม มีความหมายที่น่าสนใจค่ะ

โดมเปรียบเหมือนศีรษะของคน สำหรับเสามินาเร่ เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของคนที่ชูมือทั้งสองขึ้นสู่ท้องฟ้า … โดยรวมแล้วจึงหมายถึงการนบนอบ ชูมือถึงพระผู้เป็นเจ้า

อีกสิ่งหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในความคิด คือ ชีวิตของคนอิหร่าน กับ ศาสนาในช่วงเวลาที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ของอิหร่าน ..

เดิมศาสนาโซโรแอสเตรียน เป็นศาสนาด้งเดิมที่อยู่ในดินแดนแห่งนี้มานานราวสี่พันปี

.. ผู้คนบูชาไฟ ด้วยความเชื่อว่าไฟเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์

แต่เมื่อกองทัพเปอร์เซียเข้ามาได้บังคับให้ผู้คนมานับถือศาสนาอิสลาม แต่ยังคงมีกษัตริย์ปกครอง

ต่อมาเมื่อมีการปฏิวัติอิสลาม ซึ่งนำโดย อาญาโตเลาะห์ โคมัยนี่ ได้นำประชาชนทั้งประเทศขับไล่กษัตริย์ออกจากราชบัลลังก์ในปี 1979 แล้วเกิดอิหร่านยุคใหม่

ซึ่งเป็นการปกครองชนิดพิเศษมีที่เดียวในโลกเรียกว่า สาธารณรัฐอิสลาม (Islamic Republic) อันเป็นการแหกมาตรฐานของโลก ที่ปกติจะมีการแยกการเมืองการปกครอง ออกมาจากกิจการศาสนา …

… แต่ อิหร่าน ได้รวม ศาสนาและการเมืองเข้าด้วยกัน ทำให้ศาสนาและการเมืองเป็นหนึ่งเดียว

กฎหมายรัฐธรรมนูญของอิหร่าน ตีความมาจากคัมภีร์อัลกุรอ่าน ซึ่งหมายความว่า สิ่งที่เป็นข้อกำหนดทางศาสนา “ข้อพึงกระทำทางศาสนา” ได้เปลี่ยนมาเป็น “สิ่งที่ต้องทำ” นั่นเอง

 

กลับมาที่เรื่องของ มหามัสยิดอิหม่าม ที่รากำลังจะนำทุกท่านเข้าไปชมต่อนะคะ …

การจะเล่าเรื่องราวของมหามัสยิดให้เข้าใจและรู้ที่มาที่ไปของสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงระดับโลก

คงต้องท้าวความเรื่องประวัติศาสตร์ในช่วงที่มหามัสยิดถูกสร้างขึ้นมา พร้อมกับการสร้างเมืองอิสฟาฮาน และจัตุรัสอิหม่าม

 

มัสยิดแห่งนี้ เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1602 โดยความริเริ่มของกษัตริย์ชาห์อับบาสที่ 1  รวมทั้งสถานที่อื่นๆโดยรอบจัตุรัสอิหม่ามทั้งหมดด้วย …

มัสยิดที่็ยิ่งใหญ่อลังการที่สุดในแผนดินเปอร์เซียแห่งนี้ เป็นผลงานการออกแบบและก่อสร้างชิ้นเอก (Master piece) ที่มีความสมบูรณ์แบบและสวยงามมาก

ในด้านรูปทรงและองศ์ประกอบของตัวอาคาร เป็นหนึ่งในสุดยอดศิลปะแบบเปอร์เซีย และเป็นหนึ่งในศิลปกรรมชั้นเยี่ยมของโลก

ภาพของมหามัสยิด ปรากฏอยู่ในธนบัตรของอิหร่านชนิดราคา 20,000

มหามัสยิดอิหม่าม และจัตุรัสอิหม่าม .. ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก

 

ประวัติของการก่อสร้าง

ในปี 1598 กษัตริย์Shah Abbas ได้ตัดสินพระทัยที่จะย้ายเมืองหลวงของอาณาจักรเปอร์เซียจาก Qazvin มายัง Isfahan ..

พระองค์ได้จัดวางโปรแกรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเปอร์เซีย คือการมาสร้างเมืองเก่าแห่งนี้ให้ยิ่งใหญ่

Isfahan ..เป็นเสมือนโอเอซิสที่สามารถทำการเกษตรกรรมได้ เพราะมีพื้นที่กว้างขวาง และมีแม่น้ำZāyandeh River (The life-giving river) ไหลผ่าน

เป็นเมืองที่อยู่ห่างไกลกับศัตรู คือ อาณาจักรออตโตมัน ... แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถที่จะควบคุมพื้นที่  Persian Gulf ซึ่งเป็นพื้นที่ของเส้นทางการค้าขายกับ ชาวดัชท์ และบริษัท British East India Companies ได้ดีขึ้น

Shaykh Bahai (Baha' ad-Din al-`Amili) … เป็นผู้ควบคุมการดำเนินการสร้างบ้านเมืองให้ใหญ่โตอลังการตามพระประสงค์ของกษัตริย์

ด้วยการเน้นไปที่ 2 สิ่ง คือ การสร้าง Chahar Bagh avenue ซึ่งเป็นถนนอันเป็นที่ตั้งของสถาบันที่สำคัญๆ รวมถึงเป็นแหล่งพักอาศัยของแขกบ้านแขกเมืองที่สำคัญ …

อีกสิ่งหนึ่ง คือ Naqsh-e Jahan Square ("Exemplar of the World") หรือจตุรัสอิหม่าม

ในสมัยก่อน เปอร์เซียมีโครงสร้างการปกครองแบบกระจายอำนาจ ซึ่งก็จะมีการต่อสู้แย่งชิงอำนาจกันระหว่างทหารกับผู้ปกครองแว่นแคว้นต่างๆที่จะมาสร้างอาณาจักร

Shah Abbas ต้องการยกเลิกโครงสร้างนี้ และจากการมาสร้างเมือง Isfahan ให้เป็นเมืองหลวงของเปอร์เซีย ก็เป็นก้าวย่างที่สำคัญในการรวบอำนาจให้มาอยู่ที่ส่วนกลาง

ความอัจฉริยะของการสร้างจัตุรัสอิหม่าม คือ ...

... การนำอำนาจทั้งสามมาอยู่ในที่เดียวกัน ที่ซึ่งพระองค์ดูแลได้อย่างใกล้ชิด คือ …

Masjed-e Shah หรือมหามัสยิดอิหม่าม อันหมายถึงอำนาจทางศาสนา ..

Imperial Bazaar คืออำนาจของนายวาณิช ..

Ali Qapu Palace คืออำนาจของพระองค์เอง

Masjed i Shah หรือมัสยิดอิหม่าม .. ถือว่า เป็นสุดยอดอัญมณีของโครงการสร้างเมืองของพระองค์ และจะเป็นการเข้าไปแทนที่ในการประกอบศาสนกิจจาก Jameh Mosque ซึ่งเป็นมัสยิดเก่าแก่

การก่อสร้าง Shah Mosque จึงต้องทำอย่างอลังการ … มีโดมที่ใหญ่ที่สุด รวมถึงมีโรงเรียนสอนศาสนาอีก 2 แห่ง โดยมีมัสยิดสำหรับฤดูหนาวอยู่ข้างๆโรงเรียนแต่ละหลัง

Shah Abbas มีพระประสงค์ที่จะสร้างมัสยิดให้เสร็จในช่วงเวลาที่พระองค์ยังมีพระชนม์ชีพอยู่

จึงมีการลัดขั้นตอนในการก่อสร้าง เช่น พระองค์ไม่ใส่พระทัยในคำเตือนของสถาปนิกเรื่องอันตรายจากฐานรากที่ไม่เพียงพอของมัสยิด จนในที่สุด ในปี 1662 มัสยิดก็ต้องได้รับการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่

ไม่แค่นั้น .. การตกแต่งด้วยโมเสก 7 สี ซึ่งราคาถูกและติดตั้งได้เร็ว ทำให้การก่อสร้างเร็วขึ้น งานตกแต่งด้วยโมเสกอยู่ภายใต้การดูแลของช่างฝีมือชั้นเยี่ยมที่สุดของแผ่นดินเปอร์เซียตอนนั้น คือ Reza Abbasi ….

ในช่วงปลายๆปี 1629 งานขั้นตอนสุดท้ายก็ลุล่วง แต่เป็นเวลาหลังจากที่ชาร์สวรรคตได้ไม่กี่เดือน

นักประวัติศาสตร์หลายคนสงสัยถึงเรื่องการวางผังมัสยิดแห่งนี้

ด้วยปกติแล้วสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญมากๆอย่างมัสยิดแห่งนี้ จะต้องสอดคล้องกับทิศทางที่หันสู่เมืองเมกกะ (Mecca)

.. แต่ที่นี่ไม่ได้เป็นอย่างนั้น

อย่างไรก็ตาม .. เมื่อเราเดินผ่านประตูทางเข้าหลัก ต้องกึ่งๆเลี้ยวขวา (half-right turn) ทันที โดยอาจจะไม่ได้รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าต้องทำอย่างนั้นเพราะอะไร

 แต่ ... นั่นคือการหันหน้าไปยังทิศทางของเมืองเมกกะนั่นเอง … คนออกแบบอัจฉริยะมาก

คำอธิบาย คือ … สถาปนิก Shaykh Bahai ต้องการให้มหามัสยิดโดดเด่นไม่ว่าจะมองมาจากมุมไหนของจตุรัสอิหม่าม

แต่หากจะให้มุมของมัสยิดเป็นไปในทิศทางเดียวกับเมกกะ เมื่อผ่านทางเข้าหลัก จะทำให้ยอดโดมถูกบดบัง

ด้วยการออกแบบอย่างที่อธิบายเบื้องต้น … ทั้งทางเข้ามัสยิดและโดมก็จะตั้งเด่นเป็นสง่าให้ทุกคนในจตุรัสได้ส่งสายตามาชื่นชม เป็นส่วนที่มองแล้วงดงามจากจัตุรัส

 

การออกแบบมหามัสยิด

ราชวงศ์ Safavids มองว่า การสร้างมหามัสยิดแห่งนี้เป็นการแสดงออกถึงความสามารถในการสร้างสิ่งใหญ่โต และมีเทคนิคต่างๆที่ทำได้

สถาปนิกของอภิมหาโครงการสร้างเมืองให้อลังการ คือ Ali Akbar Isfahani ..

ชื่อของเขาปรากฏอยู่ในจารึกของด้านบนของประตูทางเข้ามหามัสยิด และมีชื่อของสถาปนิกอีกคน คือ Badi al-zaman-i Tuni ซึ่งอาจจะมาร่วมออกแบบในช่วงต้นๆ … จารึกยังพูดถึง Muhibb 'Ali Beg Lala ว่าเป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้าง รวมถึงเป็นผู้บริจาครายใหญ่ในการสร้างมัสยิดแห่งนี้

ประตูทางเข้าทั้งสี่ด้านของมัสยิดเป็นในรูปสี่เหลี่ยม ที่เน้นความเป็นเอกลักษณ์ของเปอร์เซียที่มีแบบอย่างมาจาก พระราชวังในยุคโบราณ(Sassanid palace-designs ; เช่นจากThe Palace of Ardashir) อย่างที่เราเห็น จะมีความแตกต่างมัสยิดแบบอาหรับที่สร้างขึ้นก่อนหน้านี้ เช่นที่ Umayyad Mosque

หากมองจากจัตุรัสอิหม่าม .. จะเห็นประตูทางเข้าเป็นเหมือนรูปครึ่งวงกลม ซึ่งคล้ายเดือนข้างแรม ..

ประตูสูง 27 เมตร ภายในส่วนโค้งด้านบนของประตูประดับด้วยกระเบื้องสีเทอร์คอยส์ที่อลังการมาก ซึ่งเป็นรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของศิลปะแบบเปอร์เซีย

ด้านข้างของประตูมีเสามิเนอเรต (Minaret) 2 ต้น สูงต้นละ 42 เมตร มีระเบียงไม้ที่สลักเสลาอย่างงดงามโดยรอบ

หน้าประตูทางเข้า มีบ่อน้ำเล็กๆ และที่พักสำหรับม้า

ด้านใน .. มีอ่างน้ำตั้งบนฐานกลีบดอกไม้ มีน้ำดื่มหรือน้ำมะนาวทุกวัน ต่อเนื่องมากว่า 400 ปีแล้ว

แต่ปัจจุบันไม่ได้ให้ผู้ที่มาปฏิบัติศาสนกิจดื่ม

ประตูทางเข้าที่กว้างใหญ่อลังการทั้งสี่ด้าน จะนำไปสู่ลานกว้างด้านใน ซึ่งมีขนาด 70X70 เมตร ตรงกลางมีสระน้ำ

ที่ล้อมรอบด้วยแนวกำแพงทางเดินมีหลังคาคลุม …

ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังจะย่างก้าวเข้าสู่โลกของจิตวิญญาน

เบื้องหลังจะมี lofty dome ที่สวยงาม

 

Religious buildings

มัสยิดฤดูหนาว … ออกแบบและสร้างอย่างชาญฉลาด ด้วยการที่ตรงส่วนกลางของโดม จะเกิดเสียงสะท้อน ทำให้เวลาที่อิหม่ามนำสวดมนต์ เพียงแค่ใช้เสียงเบาๆก็สามารถได้ยินชัดเจนไปทั่วทั้งมัสยิด

The mihrab… สร้างด้วยหินอ่อน ความสูง 10 ฟุต กว้าง 3 ฟุต ทางผนังด้านตะวันตกเฉียงใต้ … ที่นี่จะบ่งบอกทิศทางของเมกกะ

ด้านบนข้าราชบริพารของชาร์ได้ติดกระดานไม้เคลือบทองคำไว้ เป็นที่บรรจุสิ่งสำคัญ 2 อย่าง …

อย่างแรก คือ คัมภัร์กุรอ่าน (Quran) ที่Imam Reza ได้คัดลอกมา

ส่วนอันที่สอง คือ เสื้อผ้าที่มีรอยเลือดของImam Hussain ซึ่งเชื่อกันว่ามีอำนาจวิเศษเหนือการต่อสู้กับข้าศึก

จากลานตรงกลาง … ทางด้านตะวันออก เป็นโรงเรียนสอนศาสนา (madrasa)

จารึกของ Muhammad Riza Imami ที่กล่าวสรรเสริญนักบวชทั้ง 14 คน Ones (i.e., Muhammad, Fatimah and The Twelve Imams) ถูกเก็บไว้ที่นี่

ทางด้านตะวันตก … เป็นที่ตั้งของโรงเรียนสอนศาสนา และมัสยิดฤดูหนาว

 

The dome

สถาปัตยกรรมรูปโดม มีการนำมาใช้ในโลกของอิสลามโดยชาวอาหรับมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 โดยส่วนมากจะใช้ในสิ่งก่อสร้างของศาสนสถาน

สิ่งก่อสร้างของชาวเปอร์เซียที่ประกอบไปด้วยโดมที่เก่าแก่ทีสุด คือ Grand Mosque of Zavareh ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ปี คศ. 1135

ชาวเปอร์เซียสร้างโดมมานานนับหลายศตวรรษมาก่อนแล้ว และโดมขนาดใหญ่ของโลกก็พบเจอที่อิหร่านนี่เอง … ตัวอย่างที่ยังเห็นได้ คือ Maiden Castle

.. ดังนั้นเมื่อมาถึงยุคของราชวงศ์ Safavid ชาวมุสลิมก็ได้นำความรู้และเทคนิคในการก่อสร้างโดมในสมัยโบราณมาใช้

โดมของเปอร์เซียในสถาปัตยกรรมแบบ renaissance ทำการริเริ่มโดยราชวงศ์ Safavids ... แต่ก็แตกต่างจากโดมของชาวคริสต์ หรือรูปแบบของจักรวรรดิออตโตมัน และจักรวรรดิ์โมกุล

ความแตกต่างนี้ เห็นได้ชัดเจนจากการใช้โมเสกสีสันสดใสทั้งด้านนอกและด้านในของโดม

และต่อมาก็มีการสร้างโดมแบบเดียวกับอีกหลายสิบแห่งในเมืองอิสฟาฮาน …

สีฟ้าเข้มสดใส ทำให้ข่มสีของผืนฟ้าตามธรรมชาติให้หมองลง และโดมโดดเด่น สง่างาม

นอกจากนี้ … เมื่อโดมสะท้อนแสงดวงสุริยัน ตัวโดมจะเปล่งประกายระยิบระยับด้วยสีเทอร์คอยส์ เหมือนอัญมณีที่ล้อเลียน ท้าทายแสงแดด สวยงามในสายตามากมาย …

และว่ากันว่า สามารถมองเห็นโดยคนแรมทางในเส้นทางสายไหมที่มุ่งหน้าสู่เปอร์เซีย เป็นระยะทางไกลๆหลายไมล์ทีเดียว

ความอลังการของมหามัสยิดแห่งนี้ ประกอบไปด้วยโดมขนาดใหญ่ 2 ชั้น ชั้นนอกสูง โดมด้านนอก สูง 53 เมตร และสูงที่สุดในอิสฟาฮาน เมื่อการก่อสร้างเสร็จลงในปี 1629 ..

การก่อสร้างเป็นแบบที่เรียกว่า a double-shelled dome โดยทั้งสองด้านมีระยะห่างกัน 14 เมตร เพื่อผลในเรื่องระบบเสียงที่สามารถสะท้อนเสียงได้ไกลตั้งอยู่บนห้องโถงรูปแปดเหลี่ยม

มหามัสยิดอิหม่าม เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่โตอลังการมาก ว่ากันว่า … ใช้อิฐจำนวนถึง 18 ล้านก้อน ใช้กระเบื้อง 475,000 อัน และใช้เงินโบราณจำนวน 60,000 tomans ในการสร้าง

ในสมัยโบราณ กระเบื้องสีสันสวยงาม 7 สี (dark Persian blue, light Turkish blue, white, black, yellow, green and bisquit) ที่เราเห็นนั้น ทำไม่ง่ายเลย จะต้องทำแผ่นโมเสกที่ผ่านขบวนการที่ช้า ซับซ้อน และราคาสูง … แล้วจึงนำมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วจึงนำไปประกอบเป็นลวดลายที่ซับซ้อน ละเอียดงดงามอย่างที่เราได้ชื่นชมในทุกวันนี้

แม้ว่าเราจะเห็นว่างานประดับโมเสกของมัสยิดแห่งนี้จะสวยงาม … แต่ก็ยังมีใครบางคนบอกว่า ที่มันสวยงามได้ ก็เพราะในอิหร่านมีความชื้นในระดับต่ำ จึงส่งให้ความแตกต่างของสีที่ใช้ในลวดลายดูจะส่งประกายจัดจ้านในสายตาผู้พบเห็นมากกว่าในยุโรป (ในยุโรป กระเบื้องจะดูหมองๆด้วยการสร้างแบบเดียวกัน)

ไม่ว่าจะอย่างไร พวกนักเขียนร่วมสมัย และนักเขียนสมัยใหม่ ก็ยังลงความเห็นว่ามหามัสยิดอิหม่าม ของอิสฟาฮานสวยสู้ มัสยิดหลวง Lotfallah Mosque (ที่อยู่ใกล้ๆกันนี่เองค่ะ จะเขียนถึงในตอนต่อๆไปค่ะ .. นักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของเปอร์เซีย เช่น Iskandar Munshi ให้สมญานามมัสยิดหลวงนี้ ว่า the mosque of great purity and beauty) ไม่ได้

มีการใช้หินอ่อนจากเมืองArdestan ในการก่อสร้างจำนวนมากตลอดพื้นที่ส่วนใหญ่ตั้งแต่ประตูทางเข้าไปจนถึงอาคารหลักๆ ..

มีจารึกสลักเอาไว้บนขอบประตูและเสาทุกด้านในความสูงราว 2 เมตรเหนือพื้นดิน ส่วนที่เหนือกว่านี้จึงจะเป็นการประดับโมเสกเป็นลวดลายแบบดั้งเดิม (traditional Iranian motif) เต็มพื้นที่

ประดับลวดลายอันเป็นเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ และความมีประสิทธิผล (fruitfulness and effectiveness) เชื่อมต่อด้วยคลื่นที่ไม่สิ้นสุด(the endless waves of intricate arabesque) สีเหลืองทองและสีฟ้าเข้ม อันเป็นการอวยพรให้ผู้ศรัทธามีความสุขสงบภายในจิตวิญญาน

หลังคารูปโดม ด้านในสลักอักษรในคัมภีร์กุรอ่าน ..

ภายในโดมมีลวดลายเล็กๆรูปทรงต่างๆมากมาย ซึ่งเมื่อดูด้วยตาก็รู้ว่าคงสร้างได้ยากมากๆเพราะความใหญ่โตอลังการ

ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความรุ่งเรือง และความสามารถของคนในอาณาจักรเปอร์เซีย โดยเฉพาะอย่างยางในทางสถาปัตยกรรม ..

จินตนาการได้ว่าทำไมเปอร์เซียจึงเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่มากแห่งหนึ่งของโลกโบราณ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 07/11/2018 เวลา : 10.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

Happy Green Day.


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน