*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2188
  • จำนวนผู้ชม : 6009679
  • จำนวนผู้โหวต : 11128
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11128 คน
<< พฤศจิกายน 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤศจิกายน 2561
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 285 , 08:11:22 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน redribbons07 โหวตเรื่องนี้

อิหร่าน (21) ..    Sheikh Lotfolla Mosque .. Isfahan, Iran.

 

Sheikh Lotfollah Mosque (Persian: مسجد شیخ لطف الله‎) มัสยิดหลวงแห่งอิสฟาฮาน เป็นหนึ่งในงานสถาปัตยกรรมน้ำเอกที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ Safavid …

มัสยิดหลวงแห่งนี้ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของจัตุรัสอิหม่าม ในเมืองอิสฟาฮาน ประเทศอิหร่าน …

การก่อสร้างเริ่มต้นในปี 1603 มาเสร็จสมบูรณ์ในปี 1619

ที่นี่ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 1979  ร่วมกับจตุรัสอิหม่าม

สถาปนิก Shaykh Bahai และ Ustad Mohammad Reza Isfahani เป็นผู้ออกแบบก่อสร้าง …

ต่อมาในปี 1920s กษัตริย์ Reza Shah Pahlavi ได้สั่งให้ซ่อมแซมและสร้างใหม่ โดยการแนะนำของArthur Upham Pope

 

ประวัติการก่อสร้าง

มัสยิดหลวงแห่งนี้ เป็นสิ่งก่อสร้างลำดับแรกๆที่จำเป็นต้องสร้างก่อน เพื่อให้จัตุรัสอิหม่ามมีความอลังการต่อสายตาผู้พบเห็น

วัตถุประสงค์ในการก่อสร้าง ก็เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการประกอบศาสนกิจของเหล่าราชวงศ์ … เนื่องจากเป็นมัสยิดส่วนพระองค์ จึงมิได้เปิดให้สาธารณชนเข้ามาใช้ ดังนั้นมัสยิดแห่งนี้จึงไม่มีเสามิเนอเรต รวมถึงมีขนาดที่ไม่ใหญ่โต

จนกระทั่งนับร้อยปีต่อมา จึงเปิดให้คนทั่วๆไปเข้าไปเยี่ยมชมความงดงามภายในมัสยิดหลวงที่กษัตริย์ Shah Abbas ได้ใช้ความพยายามในการสร้างมัสยิดที่ศักดิ์สิทธิ์ สวยงามสำหรับเหล่านางในฮาเร็มของพระองค์

… งานกระเบื้องและโมเสกที่ใช้ในการประดับและตกแต่งมัสยิดนี้ มีความละเอียดอ่อน สวยงาม และหลายคนบอกว่าเหนือชั้นกว่างานที่มัสยิดอิหม่ามเสียอีก

กษัตริย์ Shah Abbas ได้ทรงให้ช่างสร้างอุโมงค์จากพระราชวัง Ali Qapu Palace ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม มายังมัสยิด เพื่อที่เหล่านางในจะได้ไม่ต้องเดินผ่านจตุรัส

เมื่อมาถึงประตูทางเข้ามัสยิด คนที่มาเยี่ยมชมจะต้องเดินผ่านทางเล็กๆที่ลดเลี้ยว จนกระทั่งมาถึงส่วนที่เป็นอาคารหลัก … ตลอดเส้นทางเดิน จะมีทหารรักษาการณ์ยืนประจำหน้าที่ และประตูจะถูกปิดตลอดเวลา

การทำทางเดินแบบนี้ ก็พอเข้าใจได้ว่า พระองค์ต้องการให้เหล่านางในลอดพ้นจากสายตาบุคคลภายนอกที่เข้ามาภายในอาคารนั่นเอง

ปัจจุบัน มัสยิดหลวงแห่งนี้เปิดให้ผู้คนเข้าไปเยี่ยมชมได้

 

Sheikh Lutfallah

ตลอดช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ มัสยิดแห่งนี้ได้รับการเรียกขานในหลายชื่อ เช่น Masjed-e qubbat-e ’azim ซึ่งหมายถึงมัสยิดที่มีโดมที่อลังการ … qubbat masjed (Dome Mosque) .. ในขณะที่นักประวัติศาสตร์อย่าง Iskandar Munshi เรียกว่า The mosque of great purity and beauty

จารึก Quranic inscriptions ภายในมัสยิดที่สร้างโดย Baqir Banai ใช้ชื่อ Sheikh Lutfallah …

นอกจากนี้จากการบันทึกของ Muhibb Ali Beg ซึ่งเป็นผู้ดูแลท้องพระคลัง ยังระบุว่าเงินเดือนของอิหม่ามมาจากเงินท้องพระคลัง ซึ่งก็พอจะบอกได้ว่า อิหม่ามที่สำคัญในช่วงเวลานั้น เป็นผู้นำการสวดมนต์ในราชสำนักด้วย

 

สถาปัตยกรรมในการออกแบบและก่อสร้าง

ประตูทางเข้าคล้ายกับมัสยิดอิหม่าม คือ เป็นรูปพระจันทร์ครึ่งดวง วัสดุที่ใช้ประกอบไปด้วยหินอ่อน และใช้โมเสก 7 สีในการประดับตกแต่งด้านบนของอาคาร และการสร้างสรรค์อักษรด้วยโมเสก …

การควบคุมดูแลการก่อสร้างทำโดยปรมาจารย์ Ali Reza Abbasi นั้น มีความงดงามเหนือกว่าที่แห่งใดในโลกมุสลิม

 

Entrance door leading from the L-shaped vestibule into the mosque

Mohammad-Reza Isfahani เป็นสถาปนิกที่ออกแบบงานสุดอลังการชิ้นนี้ … มีการแก้ปัญหาทิศทางที่ไม่สอดคล้องกับเมกกะ ด้วยการสร้างทางเชื่อมเป็นรูปตัว L

โดม .. โดมเพียงอันเดียวของมัสยิดมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 13 เมตร

หากจะเปรียบเทียบกับมหามัสยิดอิหม่าม …

การออกแบบมัสยิด the Sheikh Lotf Allah Mosque นั้นค่อนข้างเรียบง่ายกว่า ไม่มีลานกลางมัสยิด ไม่มีกำแพงทำเป็นทางเดินมีหลังคาคลุม

ตัวมัสยิด ประกอบด้วยโดมที่ตั้งอยู่บนห้องโถงสี่เหลี่ยมจัตุรัส …

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็นอาคารที่เรียบง่าย แต่ฝีมือของช่างชั้นปรมาจารย์ในการประดับตกแต่งทั้งภายนอกและภายในมัสยิดนั้นเลอเลิศมาก รวมถึงมีการนำวัสดุที่ดีที่สุดมาใช้

Robert Byron .. ได้เขียนถึงเอาไว้ว่า : I know of no finer example of the Persian Islamic genius than the interior of the dome: ผมไม่เคยเห็นงานศิลปะอิสลามเปอร์เซียที่ไหนที่มีความละเอียด งดงาม มากไปกว้าด้านในของมัสยิดแห่งนี้

ภายในโดม .. มีโครงข่ายของห้องต่างๆรูปมะนาว ซึ่งขนาดอาจจะลดลงเมื่อห้องเหล่านี้เข้าใกล้ภาพนกยูง

ส่วนของ mihrāb ด้านผนังตะวันตกทำเป็นลวดลายเคลือบสีเป็นรูปดอกไม้ดอกเล็กๆในทุ่งสีฟ้าเข้ม ซึ่งแต่ละดอก แต่ละกิ่ง แต่ละต้นมีความงามที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง … แต่เมื่อเราเดินไปเรื่อยๆ ความงดงามโดยรวมก็จะตามเราไปด้วย

ไฮไลท์ อยู่ที่การเล่นสีของการเคลือบ และส่วนที่ไม่ได้เคลือบบนพื้นผิว …

ดังนั้นในแต่ละก้าวของเรา จะพบกับการเปลี่ยนแปลงในแพทเทิร์นที่เปล่งประกายในสายตานับไม่ถ้วน

นกยูง … ณ จุกศูนย์กลางด้านในของโดม มีลักษณะที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

หากคุณยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าของโถงชั้นใน และมองไปยังศูนย์กลางของโดมที่มี นกยูง

จะมองเห็นว่าแสงอาทิตย์จากเพดานจะลงมาจับอยู่ที่หางของนกยูงพอดี

ภายในมัสยิด … มีทางเดินค่อนข้างแคบ ระยะทางยาวพอควร และบรรยากาศค่อนข้าทึมๆ

ทางเดินนี้นำไปสู่ห้องโถงภายใต้โดม อันเป็นสถานที่สงบสุข … มีหน้าต่างๆอยู่สูงมาก

Barbara Brend ได้เขียนพรรณนาเอาไว้ว่า … สายเคเบิ้ลสีเทอร์คอยส์ขดเป็นรูปโค้ง มองเห็นอยู่ภายใต้โดม และเมื่อขนาดจะลดลงเมื่อเข้าใกล้ศูนย์กลาง

รูปแบบนี้สื่อถึงการเคลื่อนไหว และความสงบนิ่ง และนี่เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ หาใช่สัญลักษณ์ทางศาสนาไม่ แต่เป็นความสอดคล้องกันของจักวาล

การรับน้ำหนักของโดม เห็นได้จากกำแพงโค้งที่ประดับด้วยงานโมเสกสีฟ้าเทอร์คอยส์จำนวน 8 โค้ง ซึ่งจากระดับพื้นดิน สูงขึ้นไปเรื่อยๆจนสิ้นสุดความสูงของกำแพง

เชื่อกันว่า … โครงสร้างของโดมที่ Lotfollah mosque และที่ Blue mosque of Tabriz มีต้นแบบมาจาก Shah Vali mosque of Taft จากเมือง Yazd.

ลวดลายของการประดับกระเบื้องของมัสยิดแห่งนี้ และอีกหลายที่ก่อนสมัยของราชวงศ์ Safavid ดูจะไม่ค่อยสมมาตรเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แพทเทิร์นการใช้สี

ศิลปะในการก่อสร้างและประดับตกแต่ง

"Carpet of Wonders" .. ได้ชื่อว่าเป็นพรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลวดลายของพรมเป็นแบบเดียวกันกับลวดลายของโดม ซึ่งเชื่อกันว่า เป็นลวดลายที่เกี่ยวกับการคงอยู่อย่างสมานฉันท์

Ali Reza Abbasi ปรามาจารย์ด้านการประดิษฐ์ตัวอักษรของราชสำนัก เป็นผู้ดำเนินการเรื่องการประดับตกแต่งประตูทางเข้า ด้านบนของประตู … ด้วยจารึกพระนามและตำแหน่งของ Shah Abbas รวมถึง Husayni และ Musavi ซึ่งสืบเชื้อสายมาจาก Imams Husayn และ Musa

จารึกของมัสยิด สะท้อนให้เห็นถึงการเข้ามาปกครองของชาร์ในช่วงที่มัสยิดถูกสร้างขึ้น … ดังเช่น

การที่ต้องอธิบายเรื่อง Twelver Shiism ซึ่งตรงข้ามกับเรื่องของ Sunni Islam และการต่อต้านของชาวเปอร์เซียในการรุกรานกวาดล้างจากจักรวรรดิออตโตมัน

จารึกบนกระเบื้อสีขาวบนพื้นสีน้ำเงินเข้มที่ตัวโดมด้านนอก สามารถมองเห็นได้ … เป็นบางส่วนจากคัมภีร์กุรอ่าน คือ al- Shams (91, The Sun), al-Insan (76, Man) และ al-Kauthar (108, Abundance)… เป็นการเน้นย้ำความถูกต้องและสิทธิ์ของจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ รวมถึงชะตากรรมของผู้ที่ปฏิเสธพระเจ้า … ซึ่งก็คงเป็นพวกออตโตมันนั่นเอง

เมื่อเข้าไปสู่โถงสวดมนต์ จะมองเห็นกำแพงสีฟ้า สีเหลือง สีเทอร์ตอยส์ และสีขาวของกระเบื้อง ซึ่งลวดลายอ่อนช้อยในรูปแบบของศิลปะอารบิก … มีแจกันในแต่ละมุมที่มีบทกลอนของ Shaykh Bahai

รอบๆ mihrab มีชื่อของ Twelve Shi’i Imams .. รวมถึงจารึกชื่อของ Shaykh Lutfallah, Ostad Muahmmad Reza Isfahani (วิศวกร) และ Baqir al- Banai ซึ่งเป็นคนทำจารึกนี้ขึ้นมา

หากเลี้ยวมาทางขวา ณ ประตูทางเข้าของโดมสวดมนต์ .. จะพบกับบันทึกของ Sura 98, al- Bayyina, (ต้องขออภัย ผู้เขียนไม่มีความรู้ที่ลึกซึ้งเรื่องนี้)

ข้อความในบทนี้กล่าวว่า .. ไม่มีสารที่เป็นหลักฐานเด่นชัดถึงจารึกที่ชัดเจนที่ให้กับประชาชน จนกว่าพระเจ้าจะส่งผู้นำสารมา คือศาสดา Muhammad

จารึกแนวนอนในส่วนล่างของโค้งอาร์คไม่ใช่จากคัมภีรฺกุรอ่าน แต่เป็นการบอกว่าเป็นการอวยพรจากพระเจ้า

บทกวีของ  Shaykh Bahai อยู่ทางบนกำแพงขวามือ เป็นบทสวดเพื่อขอความช่วยเหลือจาก the Fourteen Immaculate Ones (Muhammad, Fatima and the Twelve Imams) …

ส่วนจารึกภายในของโดมเน้นย้ำการบริจาคเสมือนจริง การสวดมนต์ และความซื่อสัตย์

รวมถึงความถูกต้องของการเดินตามทางของชาวอิสลามและพระเจ้า อีกทั้งยังมีการกล่าวถึงความไม่สมบูรณ์ ข้อผิดพลาดของศาสนาอื่น

บทกวี 2 บทของ Shaykh Bahai  ที่ปรากฏอยู่บนผนังของมัสยิดส่วนพระองค์ของ Shah Abbas เป็นการแสดงให้เห็นว่า เกิดปรากฏการณ์ Sufism ยังคงเป็นส่วนสำคัญในสังคม ซาฟาวิด

รูปแบบของการออกแบบด้านในของโดม เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบจัตุรัส Azadi Square ในกรุง Tehran.



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
redribbons07 วันที่ : 08/11/2018 เวลา : 08.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ภาพสวยอลังการค่ะพี่สุภาวัลย์



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน