*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2202
  • จำนวนผู้ชม : 6068895
  • จำนวนผู้โหวต : 11161
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11161 คน
<< พฤศจิกายน 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 15 พฤศจิกายน 2561
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 354 , 11:22:11 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อิหร่าน (24) ..   Abyaneh Village .. Isfahan, Iran.


หมู่บ้านอะบียาเน่ห์ (Abyaneh Village) เป็นหมู่บ้านโบราณที่เก่าแก่ ซึ่งซุกตัวอย่างเงียบสงบอยู่ ณ ระดับความสูง 1,850 เมตร

รายล้อมด้วยยอดเขาสูงของยอดเขาซาโกรส (Sagros) ที่มีความสูงถึง 3,899 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในเขตจังหวัดอิสฟาฮาน และอยู่ห่างจากเมืองคาซานแค่ 5 กม.

หมู่บ้านอะบียาเน่ห์ มีอายุเก่าแก่ยืนยาวมาถึงเกือบ 2,000 ปีทีเดียว …

ที่สำคัญคือหมู่บ้านแห่งนี้ไม่เคยถูกทิ้งร้างเลยแม้แต่วันเดียวผู้คนที่นี่ตั้งหลักปักฐานต่อเนื่องกันมาอย่างไม่ขาดสาย

หมู่บ้านเล็กๆนี้ ตั้งอยู่ในซอกหลืบของขุนเขาที่ผู้คนภายนอกยากที่จะมาพบเจอและเข้าถึง เหมือนเป็นหมู่บ้านลับแลแห่งอิหร่าน …

ว่ากันว่า อิสลามไม่สามารถเข้ามาครอบครองพื้นที่นี้ในอดีต ก็เพราะความยากลำบากในการเดินทางเข้ามานี่แหละ

 

ในอดีตชาวพื้นเมืองอะบียาเน่ห์นับถือศาสนา โซโรแอสเตอร์ ซึ่งเป็นศาสนาโบราณของโลก ..

ว่ากันว่า ในอดีตพวกมุสลิมเข้ามาไม่ถึง อาจจะเพราะที่ตั้งเป็นหุบเขาและห่างไกลมาก …

ต่อมาได้รับเอาศาสนาอิสลามเข้ามาในภายหลัง แต่ก็ยังมีโบสถ์ที่บูชาไฟอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้

... ด้วยเวลาน้อย จึงทำให้ไม่มีเวลาเดินไปถ่ายภาพวิหารแห่งไฟมาฝาก แต่อาจจะดูจากคลิปวีดีโอนำเที่ยวหมู่บ้านด้านล่างได้

ในกาลต่อมา รัฐบาลอิหร่านได้กรุยทาง ถางป่า และตัดถนนขึ้นมาที่นี่ ตามด้วยการเดินสายไฟจากเบื้องล่างเข้ามาที่หมู่บ้าน …

จึงเริ่มมีคนจากที่อื่นเข้ามาเยือน รวมถึงมีการค้าขายแม้จะอยู่ในสเกลเล็กๆ มีธนาคารเปิดให้บริการธุรกรรมทางการเงิน

เชื่อกันว่า บรรพบุรุษของชาวบ้าน อะบียาเน่ห์ มาจากเทือกเขาทางตะวันตก ที่สืบเชื้อสายมาจากชาวบาบิโลนที่เดินทางมาสำรวจหาแหล่งน้ำเมื่อราวสามพันปีก่อน

ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นี่จึงเป็นชาวพื้นเมืองจากยุค อิลาไมท์ ที่รูปร่างหน้าตา การแต่งกายไม่เหมือนชาวอิหร่านทั่วไป

พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่สืบทอดติดต่อกันมาอย่างยาวนานและแทบจะไม่มีการติดต่อกับคนภายนอกจนกระทั่งขึ้นศตวรรษที่ 20 จึงได้รับการค้นพบหมู่บ้านลึกลับแห่งนี้

บ้านดินสีชมพูที่มีชื่อเดิมว่า“หมู่บ้านวิอูน่า หรือ วิโอน่า” ที่มีความหมายว่า “ดงต้นหลิว” หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Willow Tree นั่นเอง

บ้านทุกหลังในหมู่บ้านแห่งนี้ จะถูกฉาบด้วยดินโคลนสีแดง (เหมือนอิฐเผาบ้านเรา) ผสมกับเศษของต้นมอลท์ (พืชที่ใช้หมักเบียร์) เหมือนกันไปหมดทุกหลัง ..

ด้วยความมีเอกลักษณ์นี่เอง ทำให้บุคคลจากภายนอกจำหมู่บ้านนี้ได้แม่นยำ และหลายคนอยากเดินทางมาชมด้วยตนเอง

สถาปัตยกรรมการสร้างบ้าน มาจากภูมิปัญญาของชาวบ้านที่นี่ ที่พยายามที่จะเอาชนะความลาดเอียง สูงชัน และความคับแคบของพื้นที่บนไหล่เขา

บ้านดินที่พวกเขาสร้างจึงสูงขึ้นไปเป็นชั้นๆ มีระเบียงอยู่เหนือพื้นดินราว 5 เมตร และหากเดินขึ้นไปบนหลังคาบ้านก็จะพบกับลานกว้างที่ลึกเข้าไปในแต่ละหลัง

... ลานบ้านของแต่ละชั้นจะเป็นหลังคาของบ้านของชั้นที่อยู่ต่ำลงไป การใช้พื้นที่จึงทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก

 

ฉันชอบสถานที่ที่มีเรื่องราว รากเหง้าของผู้คน …

การเดินชมหมู่บ้านแห่งนี้จึงให้ความรื่นรมย์ สนุกสนาน และมีความสุข

สังเกตเห็นว่า อาคารบ้านเรือนที่ตั้งอยู่บนเนิน ตามซอกมุมต่างๆ แม้จะดูเรียบง่าย เหมือนบ้านดิน …

แต่ก็ยังมีรายละเอียดของโครงสร้าง ประตู หน้าต่าง ที่ประดับด้วยลวดลายดูแปลกตา เหมือนเปอร์เซียในใจ ในจินตนาการที่เคยวาดภาพไว้

 

 

เมื่อเดินไปรอบๆหมู่บ้าน … เห็นความมีสีสันที่สดใสของบ้านเรือน การแต่งกายของผู้คน

แต่ ... ยังสังเกตเห็นได้ชัดเจนว่า ผู้คนส่วนใหญ่ที่ยังคงอาศัยอยู่ที่นี่จริงๆ มีเพียงคนแก่ ทั้งชายและหญิง

ใครบางคนบอกว่า หนุ่มสาวย้ายไปทำงานเลี้ยงชีพที่เมืองอื่น ซึ่งอาจจะมีงานให้ทำมากกว่า และไม่ไกลจากหมู่บ้าน

พวกคนหนุ่มสาวเหล่นี้อาจจะกลับมาเยี่ยมเยือนปู่ย่าตายายบ้าง ก็ในช่วงเทศกาล หรือเมื่อมีเวลาพอ

… ฟังดูแล้ว เหมือนกำลังฟังสิ่งที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่ของบ้านเรา

… เศร้า แต่นี่คือชีวิตจริงของผู้คนที่ต้องดิ้นรนเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ง่ายกว่า

… ภาพของคนแก่ที่มองเห็นนั่งขายของ ซึ่งก็คงจะมีรายได้ไม่มากเท่าไหร่ ชวนให้หดหู่ไม่น้อย

การเกษตรกรรมแม้จะจะยังคงมีอยู่บ้าง แต่ด้วยความห่างไกล ทำให้ผลผลิตส่งไปได้ไม่ทันกับความต้องการของตลาด …

รายได้หลักของคนที่นี่ในตอนนี้ คือ การเปิดขายสินค้าพื้นเมือง ... ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานหัตถกรรม อันเป็นรายได้ที่เข้ามาง่ายและเร็ว

หมู่บ้านนี้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวอิหร่านและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เนื่องจากยังมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบเดิมๆ ใช้ภาษาปาเธียน เป็นภาษาพูดและสื่อสารระหว่างกันในหมู่บ้าน ..

เหตุที่ยังคงรักษาภาษาเดิมไว้ได้ ก็เพราะความห่างไกลของที่ตั้งหมู่บ้าน ปิดตัวเงียบอยู่กลางหุบเขา รวมถึงลักษณะสันโดษ ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ..

ส่วนที่เราเห็นมานั่ง เดิน จะเป็นพวกที่ออกมาค้าขายทำมาหากินกับนักท่องเที่ยว

ผู้หญิงในหมู่บ้านนี้ จะใช้ผ้าคลุมศีรษะเป็นลวดลายดอกไม้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ

… ว่ากันว่า พวกเธอจะใช้ผ้าคลุมลวดลายสีสันสดใสในทุกโอกาส

จะว่าไปแล้ว .. ที่นี่จึงเปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ที่ยังสัมผัสได้ถึงประวัติศาสตร์ ประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิมที่สานต่อกันมาเนิ่นนาน ..

ด้วยเหตุนี้ .. ที่นี่จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของชาติเมื่อปี 1973

 

https://www.youtube.com/watch?v=c6Rm39Ss6OM

https://www.youtube.com/watch?v=RZX9FfpKi1M

https://www.youtube.com/watch?v=9vdn5iPJaI4

https://www.youtube.com/watch?v=cNQ3pWxDhIE



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 15/11/2018 เวลา : 11.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan



ขอให้มีความสุขค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน