*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2239
  • จำนวนผู้ชม : 6254886
  • จำนวนผู้โหวต : 11267
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11267 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม 2562
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 473 , 08:41:25 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

Road Trip Norway 2019 (30) : เมือง Lillehammer

เราเดินทางข้าม Atlantic Ocean Road อีกครั้ง

เพื่อมุ่งหน้ามาสู่เมือง Lillehammer และพักค้างคืนที่เมืองนี้ และรอเวลาที่จะเดินทางกลับบ้าน

เราเดินทางผ่านสถานที่ต่างๆที่เรียงรายกันเข้ามาในสายตา

แต่ในใจของเรายังคิดถึงเรื่องราวและสถานที่มากมายในทริปนี้ที่สวยงาม น่าประทับใจ

เราเดินทางผ่านโบสถ์หลายแห่งในรายทาง

แวะพักที่ปั๊มน้ำมันที่สร้างบริเวณรอบๆเหมือนสวนสนุก

Lillehammer ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงออสโลราว 180 กิโลเมตร เป็นเมืองในเทศมณฑลออปป์ลานด์ ประเทศนอร์เวย์ และตั้งอยู่ในภูมิภาค Gudbrandsdal

ตัวเมืองตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของทะเลสาบ Mjøsa และมีแม่น้ำ Lågen ที่แตกสาขาออกมาจากทะเลสาบแสนสวย ไหลพาดผ่านตัวเมือง

 

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่หลงรักธรรมชาติที่มีทั้งทะเลสาบ แม่น้ำ และขุนเขา …

Lillehammer จะต้องเป็นอีกหนึ่งเมืองที่จะทำให้ท่านหลงรัก เพราะทุกสิ่งที่เราพูดถีงสถานที่แห่ง ล้วนนี้มีรอไว้ต้อนรับนักเดินทางที่มีรสนิยมเดียวกันไว้อย่างครบครัน

Lillehammer เป็นดินแดนอันท้าทายของนักสกี Cross Country Ski ..

ในอดีต Lillehammer เคยเป็นเมืองที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพในการจัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 1994 และโอลิมปิกเยาวชนฤดูหนาว 2016

ด้านบนสุดของลานกระโดดสกี เราจะเห็นทิวทัศน์ของทะเลสาบ Mjøsa ได้อย่างเต็มตา

เราแค่แวะพักที่เมืองนี้ เพื่อเดินทางต่อไปที่สนามบินและเดินทางกลับเมืองไทย จึงไม่มีเวลามากในการเที่ยวชมสถานที่ต่างๆที่น่าสนใจของเมือง ..

แต่ก็มีเรื่องราวของสถานที่ที่หากคุณมีเวลา ก็น่าจะไปแวะชมนะคะ ส่วนรูปประกอบมาจาก Internet

ย่านใจกลางเมือง Lillehammer ส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 19

… ตัวเมืองอยู่ทางทิศเหนือของทะเลสาบ Mjøsa และแม่น้ำ Lågen ภูมิประเทศเป็นภูเขาล้อมรอบ

ถนนสายเล็กๆที่มีชื่อเรียกว่า Storgata ที่มีชื่อเสียงสร้างเรื่องเล่าขานในหมู่นักเดินทางที่ปรารถนาจะได้สัมผัสกับบ้านเรือนโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีตั้งแต่เมื่อศตวรรษที่ 19 

… บ้านไม้สองชั้นที่ปลูกตั้งเรียงรายตลอดสองฝั่งถนน จะสร้างความอภิรมย์ให้แก่ผู้พบเห็นได้เป็นอย่างดี

สถานีรถไฟ Lillehammer Stasjon ..

เป็นอาคารที่มีสถาปัตยกรรมที่สุดแสนจะคลาสสิก ด้วยตัวอาคารสีเหลืองหม่นๆ ตัดกับสีน้ำตาลทึมๆ ทำให้นึกถึงช่วงวันเวลาที่สถานีรถไฟนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1894 เพื่อเชื่อมการเดินทางระหว่างสถานี Hamar และสถานี Tretten

และต่อมาเมื่อมีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว สถานีรถไฟก็ได้รับการซ่อมแซมบูรณะให้สวยงามมากขึ้น

สถานีรถไฟแห่งนี้เป็นสถานีหลักเพียงสถานีเดียวที่จะมีรถไฟวิ่งเชื่อมต่อไปยังเมืองอื่นๆของนอร์เวย์ เช่น ทางเหนือไปยัง Åndalsnes ทางใต้ไปยัง Oslo, Vestfold, Grenland

Garmo Stave Church …

โบสถ์ไม้หลังนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 1021 โดย Viking chieftain และในยุคต่อๆมาได้รับการต่อเติมมาเรื่อยๆ เดิมอยู่ที่หมู่บ้าน Garmo ใน Oppland ..

ต่อมาได้มีการสร้างโบสถ์Garmo Church ประจำหมู่บ้านหลังใหม่ในปี 1879 โบสถ์ไม้หลังเดิมจึงถูกรื้อไป

ในปี 1882Anders Sandvig ได้ซื้อชิ้นส่วนของโบสถ์ไม้และนำมาที่ Lillehammer หลังจากนั้นก็มีการประกอบขึ้นมาใหม่ที่ Maihaugen ในปี 1920–1921..

อย่างไรก็ตามไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ามีการใช้วัสดึเดิมมาดน้อยแค่ไหน ยกเว้นในส่วนของแท่นอิฐที่มาจากปี 1100s และส่วนอื่นๆมาจากโบสถ์หลายแห่ง

ความงดงามของโบสถ์ไม้หลังนี้ อยู่ที่ความวิจิตรในรายละเอียดของช่างฝีมือยุคกลาง

ที่บรรจงแกะสลักลวดลายสวยงามลงบนผนังและประตูโบสถ์ที่ถูกออกแบบมาด้วยความเรียบง่าย

แสดงถึงความตั้งใจที่จะสร้างมันขึ้นมาเพื่อการใช้งานสนองศรัทธาแก่เหล่าสาวก มากกว่ามีไว้เพื่อการประกาศความเกรียงไกร

Maihaugen Open Air Museum …

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของนอร์เวย์ สถานที่รวบรวมบ้านเรือนโบราณเกือบ 200 หลัง และสถานที่ต่งๆ รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้จากยุคกลาง ที่แสดงวิถีชีวิตของชาวนอร์เวย์ที่อาศัยอยู่ใน Gudbrandsdalen Valley

.. ทั้งโบสถ์ โรงเรียน ไปรษณีย์ สถานีรถไฟ ร้านค้า เรือนจำ รวมถึงค่ายทหารต่างๆ นอกจากนี้ยังมีเครื่องใช้โบราณ เช่นเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

ที่นี่ เกิดจากความหลงใหลของ Anders Sandvig ชายธรรมดาคนหนึ่งซึ่งสนใจวัฒนธรรมและวิถีชีวิตพื้นบ้านในช่วงเวลาอันรุ่งเรืองของประวัติศาสตร์ที่แม้กาลเวลาที่หมุนผ่านไป ก็ไม่ได้ทำให้ความยิ่งใหญ่ในอดีตลดน้อยลง

จนเขาเริ่มเก็บสะสมสิ่งล้ำค่าในอดีต จนกลายเป็นมรดกแห่งกาลเวลาสู่อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา และอิ่มเอมไปกับเขาด้วย

เขาเก็บและสะสมสิ่งต่างๆจากบ้านเก่าและฟาร์มในเขต Gudbrandsdalen ..

ต่อมาเมื่อเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ town council ก็ได้เสนอสถานที่จัดแสดงถาวรให้กับเขาในปี 1901

และในปี 1904 เมือง Lillehammer ได้ซื้อสิ่งที่เขาสะสมมาจัดแสดงที่ Maihaugen ส่วน Anders Sandvig ได้เป็น director คนแรก

The Lillehammer Art Museum and Lillehammer Cinema …

มองดูรูปลักษณ์อาคารด้านนอก เหมือนกำลังเห็นยานอวกาศลงมาจอดกลางใจเมือง

ที่นี่ จัดแสดงงานศิลปะตั้งแต่ยุคต้นศตวรรษที่ 19th จนถึงงานปัจจุบัน ทั้งงานของศิลปินที่มีชื่อ แต่ส่วนใหญ่จะมาจากผลงานของศิลปินธรรมดาๆ

สถานที่แห่งนี้มีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1964 และได้รับการขยายต่อเติมมาเรื่อยๆ จนมีรูปลักษณ์แบบที่เราเห็นในปัจจุบัน

Lillehammer Church, Lillehammer

Lillehammer Church ตั้งอยู่ในใจกลางของโซนเดินเล่นเมือง สร้างเมื่อปี 1882 สามารถรองรับผู้ศรัทธาเลื่อมใสที่เข้ามาประกอบศาสนกิจได้เต็มที่ราว 600 คน

Lillehammer Church สร้างในสถาปัตยกรรมสไตล์ Gothic Revival ก่ออิฐสีแดงตั้งแต่เมื่อครั้งเริ่มสร้าง ..

ด้านในของโบสถ์มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาหลายครั้ง ซึ่งรวมถึง ม้านั่ง แท่นบูชา รวมถึงหลังคา

โบสถ์แห่งนี้ได้รับการปรับปรุงและซ่อมแซมในปี 1959 …

แท่นบูชาแกะสลักและลงสีโดย Maja Refsum Nygård-Nilsen …

ไม้กางเขนได้รับมาเมื่อ วันที่ 17 พฤษภาคม 1990 จากครอบครัวทหารอังกฤษที่เสียชีวิตในสงครามที่เกิดขึ้นที่นี่เมื่อปี 1940

ด้านหน้าของโบสถ์ .. เป็นสุสาน

ด้านข้างและด้านหลังของโบสถ์

ใกล้ๆกับโบสถ์หลังใหญ่ ยังมีโบสถ์หลังเล็ก

ที่ว่ากันว่า เป็นโบสถ์ที่ใช้ประกอบศาสนกิจสำหรับครอบครัวทหาร

ตรงข้ามกับโบสถ์ เพียงแต่ข้ามถนนก็จะได้พบกับสวนสาธารณะ … สวยด้วยสีเขียวๆของต้นไม้ใหญ่ และสนามหญ้า

โดยมีไม้ดอก สระน้ำ และประติมากรรม เป็นส่วนที่ช่วยทำให้สวนนี้สงบ และมีบรรยากาศที่รื่นรมย์

 

ใครบางคนกล่าวไอย่างน่าฟังว่า … โลกนี้คืออินแดนที่มี่ใครรู้จักมันได้จากการบอกเล่า แต่คนเราจะต้องเดินทางท่องเที่ยวไป เพื่อทำความรู้จักกับมันด้วยตัวเอง

หลายพันกิโลเมตรของการเดินทางไกลที่เหมือนได้เดินตามความฝันในวันวานที่เคยเห็นในโปสการ์ด เป็นภาพหมู่บ้านเล็กๆในหุบเขาริมทะเลสาบ ดอกหญ้าบานสะพรั่งบนผืนแผ่นผืนเขียวๆ ..

หลายวัน ที่ได้แบ่งปันความยินดีและความฝัน ได้รับมิตรภาพระหว่างการเดินทางนับว่าเป็นความอบอุ่นอย่างยิ่งสำหรับฉัน ในดินแดนแห่งความงามของธรรมชาติที่แฝงไว้ด้วยพลัง

การเดินทางขยายความเข้าใจ  และแน่นอนมันได้ช่วยหล่อหลอมจิตวิญญาณของเราด้วย

แต่ … แม้หัวใจจะรักอิสระและพึงใจกับการรอนแรมไปไหนต่อไหน แต่เมื่อถึงเวลาหนึ่ง เราทุกคนก็ต้องกลับบ้าน เพื่อพักพิงและฝันถึงการเดินทางครั้งต่อไป

ขอบคุณเพื่อนร่วมทางจริงๆที่ทำให้ทุกวันในในการแรมทาง เป็นวันที่ดีอีกวันหนึ่งในชีวิตของฉัน



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 18/10/2019 เวลา : 09.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

จบบทความในซีรีย์ Road Trip Norway 2019 แล้วนะคะ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามงานเขียนค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน