*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2260
  • จำนวนผู้ชม : 6309697
  • จำนวนผู้โหวต : 11293
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11293 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม 2562
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 2080 , 05:47:11 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน รวงข้าวล้อลม , Chaoying และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

ใบไม้เริงระบำ ที่คันไซ (19) ..  Tenryu – Ji Zen Temple และป่าไผ่แห่งอาราชิยามา


วัดเท็นริวจิ (Tenryuji Temple) เป็นวัดที่สวยงามในอันดับต้นๆในเกียวโต เป็นวัดภาคบังคับ 1 ใน 5 ของวัดมรดกโลกที่สำคัญที่ต้องมาเยือนให้ได้เมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่น

วัดเท็นริวจิ (Tenryuji Temple) .. เป็นวัดศูนย์กลางของพุทธศาสนา นิกายรินไซ มีความหมายว่า “วัดแห่งมังกรสวรรค์” .. เป็นวัดนิกายเซนแห่งแรกของญี่ปุ่น

วัดแห่งนี้ สร้างในสมัยของโชกุน อะชิคะกะ ทาคาอูจิ (Ashikaga Takauji) เมื่อปี คศ. 1339 ปัจจุบันได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกในปี 1994

เชื่อกันว่า … วัดถูกสร้างขึ้นจากการที่ท่านโชกุนฝันเห็นมังกรขึ้นมาจากแม่น้ำใกล้ๆบริเวณนั้น และสำหรับชาวญี่ปุ่น “มังกร” เป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องศาสนาพุทธ

… รูปวาดของมังกรบนเพดานจึงพบได้บ่อยๆในวัดใหญ่ๆของนิกายย่อยรินเซ

เราเดินชมใบไม้แดง ซึ่งวัดนี้เป็นอีกวัดหนึ่งที่มีชื่อเสียงมาก ด้วยความสวยงามของสีสันจัดจ้านของสีแดง ส้ม ของใบไม้ที่เรียงรายอยู่ตามทางที่เราเดินผ่าน

มองเห็นผู้คนมากมาย ซึ่งบางส่วนอยู่ในชุดเครื่องแต่งกายแบบญี่ปุ่นโบราณ มายืนเก็บภาพประทับใจกับสีสวยๆของต้นไม้ รวมถึงเราและนักท่องเที่ยวอีกมากมาย

การเข้าชมภายในวัด มีให้เลือกจ่ายค่าเข้าชม 2 แบบ .. แบบแรก เป็นการเขาชมบริเวณสวนอย่างเดียว หากจะเข้าชมภายในวิหารด้วย จะเป็นแบบที่สอง ซึ่งต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 100 เยน

เรามีโปรแกรมเดินเที่ยวป่าไผ่ วัด และศาลเจ้าในบริเวณนี้อีกหลายแห่ง จึงเลือกที่จะเดินชมสวนอย่างเดียว … 

อย่าไรก็ตาม ตัววิหารที่เราเห็นด้านนอกนั้น แม้จะเป็นอาคารที่กว้างขวาง แต่ก็ยังคงรูปลักษณ์ในสไตล์ที่ค่อนข้างจะเรียบง่าย สร้างจากไม้ มีทางเดินเชื่อมอาคารต่างๆเข้าด้วยกัน เหมือนกับวัดอื่นๆทั่วไปในญี่ปุ่น และไม่ค่อยจะโบราณนัก เพราะมีการซ่อมและสร้างมาแล้วหลายครั้งจากเหตุไฟไหม้

อย่าเพิ่งแย้งว่า หากวัดมันธรรมดาขนาดนี้ แล้วได้มรดกโลกมายังไง? ..

มรดกโลกที่ได้อยู่ที่การจัดสวนค่ะ ไม่ใช่ตัวอาคารของวัด

วัดเท็นริวจิ มีชื่อเสียงในเรื่อง “ฉักเก” หรือการจัดสวนแบบเซน ..

รูปแบบของสวนจะดูเรียบง่าย แต่มีลีลาของการจัดวางตกแต่งสวนให้ดูน่าสนใจและสวย … มีทั้งสวนแบบธรรมชาติ และสวนที่จัดแบบญี่ปุ่น

เราเดินมาตามทางเดิน … ด้านข้างของตัววิหาร มองเห็นสวนหินกรวดสีขาวนวลเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตั้งอยู่ที่หน้าประตู และเป็นฉากหน้าของสวนหินและน้ำ

สวนโซเง็นซิ (Sogenchi Teien) ออกแบบโดย Muso Soseki นักออกแบบสวนชื่อดัง …

เป็นสวนแบบญี่ปุ่นที่ได้ชื่อว่างดงามดุจภาพวาด และมีความสวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของเกียวโต เป็นมุมอลังการของการต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมเยือนวัดนี้

สภาพของสวนได้รับการดูแลให้ยังคงเหมือนสวนดั้งเดิมในยุคแรกๆ ..

ลักษณะเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยหินกรวด และต้นสนญี่ปุ่น โดยมีภูเขาอาราชิยามาเป็นฉากหลัง

… พื้นกรวดสีขาว ตรงกลางได้รับการคราดให้เกิดลายเส้นที่มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน โดยรอบๆก็จะมีการคราดลายเส้นให้เป็นขอบ เหมือนน้ำที่กำลังกระเพื่อม

สวนญี่ปุ่นมักจะใช้กรวดเล็กๆแบบนี้ แทนความเป็นน้ำและมหาสมุทร …

แม้แต่คนที่ไม่มีความรู้ว่าภาพสวนกรวดที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของวัดนี้มีความหมายเช่นไร แต่เมื่อมองไปยังพื้นที่ของสวนกรวด ก็เหมือนมีแรงดึงดูดให้เกิดความรู้สึกที่เวิ้งว้าง ความไร้ที่สิ้นสุด และความสงบ ตัดกับบรรยากาศของสวนหินและน้ำที่อยู่ถัดไป ซึ่งความรู้สึกนี้สามารถตรึงให้ผู้คนอยู่นิ่งๆ ณ จุดนี้ได้เป็นเวลานาน

สวนญี่ปุ่นของวัดนี้ ประกอบไปด้วยสัญลักษณ์ที่ใช้จัดสวนแบบเซน ที่มีหิน น้ำ และต้นสน … 3 สิ่งที่เป็นตัวแทนของธรรมชาติที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน

สวนหินแบบเซน ชวนให้นึกถึงคำเก๋ๆขึ้นมาคำหนึ่ง … Minimalism … มีสิ่งที่เป็นแก่นแท้จริงๆเท่าที่จำเป็น เรียบ ง่าย .. แต่แน่นอนค่ะ ต้องดูดี และมีสไตล์  ซึ่งสวนในวัดนี้ให้ความรูสึกประมาณนี้อย่างสมบูรณ์แบบ

หินก้อนใหญ่เรียงราย ปลาในน้ำ ดอกไม้หลายสีริมนำ พร้อมฉากหลังที่เป็นภูเขาคะเมะ และภูเขาอะระชิ ที่ส่งเสริมสวนให้ดูดียิ่งขึ้น … มุมนี้ของวัดได้ถูกจับให้ไปขึ้นโปสเตอร์โปรโมทการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น

สวนในวัดเท็นริวจิ (天龍寺) อันเลืองชื่อ เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศน่าหลงใหล รวมถึงมีใบไม้แดงที่สวยงามให้ชมด้วย ..

สีสันที่เราเห็นในสายตาอาจจะไม่จัดจ้านเท่าในโปสเตอร์ส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่ความงดงามยังคงไม่ด้อยลงไป

เราเลือกที่จะเดินลัดเลาะไปตามสวนสวย สูดกลิ่นหอมของธรรมชาติ และสายน้ำ …

บางครั้งเราหยุดนิ่ง ณ บางมุมของวัดเพื่อสูดกลิ่นหอมของความสุขที่เกิดจากความสงบนิ่งในใจ

 

Bamboo Grove

ทางเดินด้านที่ติดกับวัดเท็นริวจิ (Tenryuji Temple) ด้านหนึ่ง … มองเห็น มีทางเดินเลียบป่าไผ่ (竹林の道) .. เมื่อเราเดินไปตามทางที่มีผู้คนอีกมากมายที่ใจเดียวกับเรา และมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน 

ทางเดินเล็กๆที่คดเคี้ยว แต่ไม่ซับซ้อนนี้กั้นเส้นทางเหมือนเป็นรั้วที่ทำด้วยเศษที่เหลือจากการตัดแต่งต้นไผ่ให้ดูเป็นระเบียบสวยงาม ป้องกันมิให้ใครเดินออกนอกเส้นทาง …  

ตลอดทางเดินมีต้นไผ่ที่อายุคงหลายสิบปี สามารถมองเห็นท้องฟ้าสุดทางข้างหน้า ขนาบข้างด้วยต้นไผ่สูงกว่า 200 เมตรเรียงรายอยู่ข้างทางเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน

ใครที่ได้มาเดินที่สวนไผ่แห่งนี้คงคุ้นตาดี เพราะเป็นสถานที่ที่ได้ขึ้นไปอวดโฉมบนเว็บไซด์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของญี่ปุ่นของหลายๆแห่ง

แม้จะเป็นเพียงป่าไผ่ ทว่าความงามนั้นมากมายจนผู้คนหลงใหล …

โดยเฉพาะยามที่แสงแดดตกมากระทบแนวไผ่นับพันต้น ส่งผลให้เกิดแสงเงาสวยงามตลอดพื้นที่ จนเกิดอารมณ์ที่อยากจะเดินเกี่ยวก้อยใครสักคน อ้อยอิ่งชมความงามด้วยกัน

ทิวไผ่ที่แน่นขนัด เขียวขจี สูงชะลูดอวดลวดลายของลำต้นที่เป็นปล้องๆ ที่โค้งตัวเข้าหากันจนมองดูคล้ายอุโมงค์นั้น เป็นความงดงามที่แปลกตา และให้ความรู้สึกร่มรื่นชื่นใจดีทีเดียว …

เมื่อรวมเข้ากับเสียงใบไผ่ที่ลู่เอียงไปตามแรงลม จึงเหมือนกับเรากำลังจะเดินทะลุเข้าไปในอีกมิติหนึ่ง

ว่ากันว่า … คนญี่ปุ่นมีความผูกพันยาวนานกับต้นไผ่ จึงมีทั้งเรื่องเล่าและตำนานมากมาย มีคำเปรียบเปรยความแข็งแกร่งของผู้ชายกับไม้ไผ่ด้วยเช่นกัน

ว่ากันว่า .. ต้นไผ่ที่ปลูกเอาไว้ที่นี่ ชาวบ้านได้อนุรักษ์เอาไว้ โดยมีการนำไม่ไผ่บางส่วนมาใช้เป็นวัสดุในการสร้างสรรค์งานฝีมือในรูปแบบต่างๆ และนำไปจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว

ความเพลิดเพลินจากต้นไผ่ที่สวยงาม ทำให้ความร้อนแรงจากสีสันอันเจิดจ้าของใบไม้แดงที่ฉันเดินดูมาตลอด ได้ผ่อนคลายลงไปจากจิตใจบ้าง

หลายๆคนที่ฉันรู้จักมาเดินเที่ยวที่ป่าไผ่แห่งนี้และเล่าว่า มีรถลากพาชมในเส้นทางป่าไผ่ รมถึงมีบางคนขี่จักรยานชมทิวทัศน์ด้วย … แต่ตลอดเส้นทางที่เราเดินผ่านไม่มีทั้งรถลาก และจักรยาน จะเป็นเพราะป่าไผ่มีทางเข้าหลายทางหรือไม่ ก็ไม่รู้แน่ชัดนะคะ

ป่าไผ่อาราชิยาม่า คือจุดท่องเที่ยวทีมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น

ด้วยบรรยากาศอันสงบร่มรื่น และความงามอันเป็นเอกลักษณ์ของแนวต้นไผ่จำนวนมากตลอดสองข้างทาง ตั้งอยู่ในเมืองอาราชิยาม่า กรุงเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น

ต้นไผ่เป็นพรรณไม้ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานควบคู่กับประเทศญี่ปุ่นมาโดยตลอด ทั้งเรื่องของความคงทน และประโยชน์ในการใช้งานอันหลากหลาย ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน

ในแต่ละเมืองจึงมีการปลูกป่าไผ่เอาไว้ตามจุดต่างๆเพื่อนำมาใช้งาน โดยในเกียวโตนั้นมีป่าไผ่ใหญ่ๆทั้งหมด 4 แห่ง คือป่าไผ่ ในเมืองอาราชิยาม่า ติดกับวัดเท็นริวจิ (Tenryu-ji Temple) ป่าไผ่ในวัดโคโตะอิน (Koto-in Temple) ป่าไผ่ในวัดโคไดจิ (Kodai-ji Temple) และป่าไผ่ในวัดโชเดนจิ (Shoden-ji Temple)

หากสังเกตดูจะพบว่าป่าไผ่ในญี่ปุ่นนั้นมักปลูกอยู่ภายในหรือใกล้กับบริเวณวัดเป็นหลัก

ซึ่งเหตุผลนั้นมาจากความเชื่อและสัญลักษณ์ของต้นไผ่ที่เป็นตัวแทนของความดี ความงาม และความเป็นสิริมงคล



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
nongkoy วันที่ : 13/01/2020 เวลา : 17.16 น.
https://www.mah-hua-nao.com
น้องก้อยค่ะ เด็กกำแพงเพชรเข้ากรุงมาเรียนและทำงานค่ะ :)

ภาพสวยงามมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Chaoying วันที่ : 12/12/2019 เวลา : 15.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ขอบคุณที่นำภาพและเรื่องราวสวยงามมาให้ชม ค่ะ พี่สุ
แต่เชื่อว่า เห็นภาพก็คงไม่ดื่มด่ำเท่ากับการได้ไปเห็นกับตา ในบรรยากาศเย็นๆ จริงๆ
เจ้าหญิงชอบการจัดสวนที่เป็นธรรมชาติของญี่ปุ่นมาก ไทยทำไม่เป็น ทำไม่ได้แบบนั้น..สวนไผ่ ที่ง่ายๆ แค่มีต้นไม้เรียวมาวางเป็นแถวก็สวยงามตามธรรมชาติและมีศิลปะแล้ว

ความคิดเห็นที่ 2 Supawan ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 12/12/2019 เวลา : 06.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

อาจารย์ท่านหนึ่ง
กล่าวถึง
นิยาม
ความงาม
ของ ศ.ศิลป์ พีระศรี

ท่านว่า
ความงาม คือ ความพอดี

นิยามนี้
ใช้ได้กับ
การท่องเที่ยว
ของ
ญี่ปุ่น
และ
น่าจะรวมไทยด้วย

ขอให้
ญี่ปุ่น
ไทย
ประสบความสำเร็จในด้านดีทุกๆ ด้าน ครับ...

ความคิดเห็นที่ 1 wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Supawan วันที่ : 12/12/2019 เวลา : 06.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีในวันที่อากาศเย็นสบายค่ะ

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาทักทายและอ่านบทความนะคะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน