*/
  • Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 2276
  • จำนวนผู้ชม : 6334152
  • จำนวนผู้โหวต : 11317
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11317 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 18 ธันวาคม 2562
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 559 , 07:43:26 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ใบไม้เริงระบำ ที่คันไซ (22) ..   วัด Enryakuji Hieizan

ภูเขาฮิเอซัน นั้นได้ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดเกียวโต และชิกะ

ประกอบด้วยวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบบิวะทางด้านตะวันออก

ตระการตาด้วยบรรยากาศเมืองหลวงเก่าพันปีของเกียวโต ในด้านตะวันตก

ความสวยงามของบรรยากาศธรรมชาติ และ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมอันยาวนานกว่า 1200 ปี ทำให้ยูเนสโกได้บันทึก ภูเขาฮิเอซันเป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรมในปีเฮเซ ที่6 (ค.ศ. 1994)

วันนี้เราจะไปเดินชมและถ่ายรูปที่วัด Enryakuji Hieizan ซึ่งการเดินทางไปภูเขาฮิเอซัน ที่สะดวกสบายที่สุดคือ รถรางเคเบิ้ลซากะโมโตะ หรือ ถนนเส้นทางฮิเอซัน

… เราเลือกการเดินทางด้วยรถยนต์ ด้วยต้องการสำรวจเส้นทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ไปด้วย

ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีการเดินทางบนถนน ทำให้เราเพลิดเพลินไปกับความงดงามของธรรมชาติสวยงามในเส้นทางที่เราผ่าน

รวมถึงหากอยากจะแวะถ่ายรูปที่ไหน ก็แค่จอดแล้วเดินไปกดชัตเตอร์กล้อง ก็ได้ภาพสวยๆมาชื่นชม

ก่อนจะไปที่วัด เราแวะที่พักข้างทางซึ่งมีร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก ..

ทิวทัศน์ด้านนอก ก็สุดยอดค่ะ สวยจริงจัง เหมือนจิตรกรฝีมือดีมาสะบัดพู่กันแต่งแต้มสิ่งที่เราเห็นจนเจนตา ให้โดดเด่นเปี่ยมสีสัน จนสุดสวยเกินบรรยาย

วัดฮิเอซัน เอ็นเรียคุจิ (Enryakuji 延暦寺) ตั้งอยู่ในเทือกเขาฝั่งทางทิศตะวันออกของ Mount Hieizan (比叡山), … เป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของวัฒนธรรมญี่ปุ่น เป็นสถานที่สวดมนต์ภาวนาเพื่อความสงบสุข

นอกจากนั้นยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมฝึกตนของพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ที่มีความสำคัญของประเทศญี่ปุ่น ภูเขาฮิเอซัน จึงได้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ภูเขามารดาแห่งพระพุทธศาสนาในญี่ปุ่น


ทางเดินเข้าไปในบริเวณวัด ดูลึกลับ ด้วยการออกแบบให้เป็นทางโค้งที่บดบังภาพองวัดจากภายนอก

แต่มีภาพเล่าเรื่องประวัติของวัดเหตุการณ์ และสิ่งสำคัญต่างๆที่น่าสนใจให้ผู้คนได้เรียนรู้ ก่อนที่จะเข้าสู่ด้านใน อันเป็นที่ตั้งของอาคารสถานที่ต่างๆของวัด

วัดเอ็นเรียคุจิ มีอารามพระเก่าแก่อยู่บนยอดเขาเฮเอซัน

ที่นี่เป็นสถานที่ซึ่งมีบรรยากาศสมบูรณ์ เพราะมีทั้งวัดเก่าแก่, งานหัตถศิลป, หุบเขาปกคลุมด้วยสายหมอก, ต้นซีดาร์สูงชะลูด และประวัติศาสตร์อันยาวนานที่น่าประทับใจ

เป็นสถานที่ที่ดีเยี่ยมสำหรับการมาเที่ยวชม เพราะภาพทิวทัศน์ที่นี่งดงาม วิเศษสุด รวมถึงเป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

วัดเอ็นเรียคุจิถูกสร้างขึ้นโดยพระชื่อไซโจ(Saicho ..ท่านเป็นพระที่ได้นำพุทธศาสนาลัทธิ Tendai Buddhism จากประเทศจีนเข้ามาในญี่ปุ่น ) ในปี 788  ตามทำขอของจักรพรรดิคัมมุ

เพื่อให้เป็นป้อมป้องกันเฮอันเคียว(เกียวโต) เมืองหลวงที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ ให้ปลอดภัยจากวิญญาณร้ายที่จะรุกเข้ามาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

วัดเอ็นเรียคุจิเริ่มต้นขึ้นอย่างเรียบง่ายและได้พัฒนาจนเป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธนิกายเท็นได(Tendai sect of Japanese Buddhism) ..  

ในช่วงที่รุ่งเรืองที่สุด วัดเคยมีสิ่งปลูกสร้างมากกว่า 3000 หลังและมีพระสงฆ์หลายพันองค์

พระสงฆ์ผู้มีชื่อเสียงในญี่ปุ่นส่วนมากจะเคยมาศึกษาธรรมะที่วัดเอ็นเรียคุจิก่อนที่จะไปสร้างนิกายของตนเองเช่น  Pure Land (Jodo), Zen and Nichiren sects.

จึงกล่าวได้ว่าวัดเอ็นเรียคุจิเป็นกุญแจสำคัญทางปัญญาและประวัติศาสตร์ทางศาสนาของญี่ปุ่น

วัดนี้ยังเคยมีส่วนร่วมทางการเมืองของชาติ และมีกองกำลังเป็นของตนเอง เพื่อต่อสู้และช่วงชิงอำนาจกับวัดอื่นๆ รวมไปถึงสู้กับผู้นำและผู้ปกครองในสมัยนั้น

… และสิ่งเหล่านี้เองที่ได้เป็นตัวทำลายวัดเอ็นเรียคะจิ

ในปี 1571 แม่ทัพโอะดะ โนะบุนะงะ (Oda Nobunaga .. 1534-1582) ซึ่งในช่วงเวลานั้นกำลังดำเนินการปราบปรามผู้คนที่เป็นศัตรู และกำลังพยายามที่จะรวมชาติญี่ปุ่น ได้บุกเข้ามาที่วัดเอ็นเรียคุจิ ในปี 1571

และเผาทำลายอาคารสถานที่แทบทุกอย่าง เหลือสิ่งของและอาคารเพียงเล็กน้อยเท่านั้น รวมถึงการสังหารผู้คนที่อยู่ในวัดจนเกือบหมดด้วย

ต่อมา .. วัดได้รับการบูรณะทีละน้อย สิ่งที่เราเห็นในปัจจุบันมาจากการบูรณะในช่วงสมัย เอโดะตอนต้น ยังคงมีเค้ารอยของอดีตหลงเหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ทว่ายังคงทรงพลัง และยังมีปริศนาที่ไม่มีผู้ใดตอบได้ รวมถึงมีผู้คนศรัทธามากมาย

สถานที่เปิดให้ผู้คนเข้าไปเดินชมได้มี 3 ส่วน คือ Todo (ทางทิศตะวันออก),

Saito (ทางทิศตะวันตก .. เราไม่ได้เข้าไปชม)

และ Yokawa (อยู่ไกลมากจากบริเวณที่เราไปเดินชมในวันนี้) ..

บริเวณที่สำคัญอยู่ในส่วนของ Todo ซึ่งเป็นบริเวณเก่าแก่ของวิหารหลัก

รวมถึงเป็นที่ตั้งของอาคารส่วนใหญ่

 

ทางเดินลงไปยังบริเวณหอสวดมนต์กลาง ..

สองข้างสะพรั่งด้วยใบไม้ที่กำลังแข่งกันอวดโฉมให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชม และเก็บภาพประทับใจให้ไหลช้าๆผ่านเลนส์กล้อง

รูปปั้น และแท่งหินแกะสลักในมุมหนึ่งของลานหน้าหอสวดมนต์

หากเราอ่านอักษณที่สลักบนแผ่นหินได้ ก็คงจะดีและสามารถถ่ายทอดเนื้อความมาได้

ในหอกลาง คมปง จูโด (Kompon Chudo) เป็นห้องที่มีลักษณะยาว ซึ่งมีแท่นบูชาฝังอยู่ใต้พื้นสักการะ

ควันธูปที่คละคลุ้งภายในหอพร้อมกับกลิ่นหอม ที่แทบจะทำให้รูปปั้นและสิ่งของต่างๆ ลุกขึ้นมามีชีวิต

กล่าวกันว่าโคมไฟสามอันในหอให้แสงสว่างมานานกว่า 1,200 ปี

Amida Hall สร้างเพิ่มเติมในปี 1937

นอกจากนี้ยังมีทางเดินที่สวยงามรอบๆบริเวณวัดมุ่งสู่บริเวณป่าสน

ที่มีอาคารศาสนสถานอื่นที่เก่าแก่ และสวยงาม น่าสนใจ ให้ชม เช่น Shaka Hall .. Ninai Hall เป็นต้น

 

เนื้อความบางส่วนจาก : https://www.japan-guide.com/e/e3911.html


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 18/12/2019 เวลา : 08.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

เที่ยวชมวัดและใบไม้สวยๆต่อนะคะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน